“ผม...ผมขอโทษจริงๆ ครับ”
ผมพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ผมผิดไปแล้วที่แอบถ่ายพวกพี่ผมยอมลบทุกอย่างทิ้งแล้วแค่นี้ยังไม่พออีกเหรอครับ”
ผมรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาให้พวกเขาตรวจสอบแต่ดูเหมือนว่าสายตาของคนทั้งสองจะไม่ได้สนใจโทรศัพท์ในมือผมเลย
ชายหนุ่มภูมิฐานยื่นมือมาจับข้อมือผมเบาๆ เมื่อเห็นอาการตื่นตระหนกของผม
“ใจเย็นๆ ไม่เห็นต้องใขนาดนั้น”
น้ำเสียงของเขาดูนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยความดุดัน
ผมชะงักมือ มองหน้าเขาด้วยความสงสัย
ในตอนนั้นเด็กรถหน้าตาดีก็เบียดตัวเข้ามาใกล้ผมอีกครั้งเขายิ้มบางๆ ให้ผมเป็ครั้งแรกั้แ่เกิดเื่
“เมื่อกี้มึงบอกว่ายินดีทำทุกอย่างเพื่อเป็การขอโทษใช่มั้ย?”
ผมรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“ครับๆ ผมยินดีครับ”
ในใจผมคิดแค่ว่าขอให้พวกเขาให้อภัยและปล่อยผมไปก็พอแล้ว
ชายหนุ่มภูมิฐานมองหน้าเด็กหนุ่มก่อนจะหันกลับมามองผมด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกประหม่า
“ถ้าอย่างนั้น...ก็ช่วยทำให้พวกพี่พอใจหน่อยสิถือว่าเป็การขอโทษแล้วจากนั้นก็ต่างคนต่างไป พวกพี่จะไม่เอาเื่”
ผมเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำให้พอใจ...ยังไงครับ?”
เด็กรถหน้าตาดีหัวเราะเบาๆ
“ก็อย่างที่กูกับพี่เขากำลังทำกันอยู่ไง”
เขาพูดพลางเหลือบมองไปที่ชายหนุ่มภูมิฐานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายตอนนี้เองที่ผมเริ่มเข้าใจในสิ่งที่พวกเขากำลังสื่อสาร
ทันใดนั้นหน้าผมก็เริ่มแดงก่ำด้วยความกลัวและวิตกกังวล
ผมไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิตั้แ่โตมายี่สิบปีผมเคยแต่กับผู้หญิงและสาวสองที่ผ่า…แล้วเท่านั้นแต่กับผู้ชายที่มีดุ้นเหมือนกันผมกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้จริงๆ
“แต่ว่า...”
ผมพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไป
“ไม่มี 'แต่' หรอกนะ น้องอย่างลืมสิว่ากำลังทำผิดอยู่”
ชายหนุ่มภูมิฐานพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“น้องเข้ามาเห็นเื่ส่วนตัวของเราแล้ว จะให้พี่ปล่อยน้องไปง่ายๆแบบนี้ก็คงไม่ได้”
ผมก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าสบตาพวกเขาผมรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น ผมเป็คนผิดที่แอบถ่ายคลิปพวกเขา
“แล้ว...แล้วพวกพี่้าให้ผมทำอะไรครับ?”
ผมถามเสียงแ่เบา
ทันใดนั้นเด็กรถหน้าตาดีก็เอื้อมมือมาลูบแก้มผมเบาๆ
“ก็แค่...ร่วมสนุกกับพวกเราเท่านั้นเองไม่ได้มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า”
รอยยิ้มของเขาดูอ่อนโยนขึ้น แต่ในสถานการณ์แบบนี้มันกลับทำให้ผมรู้สึกสับสนมากกว่าเดิม
ผมเงยหน้ามองหน้าชายหนุ่มภูมิฐานอีกครั้งเขายังคงมองผมด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แต่ก็ไม่ได้ดูโกรธเคืองเหมือนตอนแรก
“ถ้าน้องเต็มใจที่จะทำเพื่อเป็การขอโทษจริงๆพวกเราก็ยินดีที่จะรับคำขอโทษนั้น”
ชายหนุ่มภูมิฐานย้ำอีกครั้ง
ผมใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งในหัวของผมมีความคิดมากมายตีกันไปหมด ทั้งความอับอาย ความกังวล และความไม่แน่ใจ
แต่ในที่สุดผมก็ตัดสินใจผมไม่อยากให้เื่นี้บานปลายไปมากกว่านี้และการที่พวกเขายังใจดีกับผมขนาดนี้ก็นับว่าเป็บุญโขแล้ว
“ครับ...ผมแล้วแต่พวกพี่เลยครับ”
ผมตอบกลับไปเสียงเบา แต่ก็หนักแน่น
ทันทีที่ผมพูดจบ เด็กรถที่ยืนข้างๆ ผมก็ยิ้มกว้างออกมาอีกครั้งเขาดึงมือผมให้เข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบข้างหูผมว่า
“ดีมาก”
จากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กรถคนนั้นเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มภูมิฐานอย่างช้าๆสายตาของทั้งสองคนจับจ้องมาที่ผมอย่างไม่ลดละ
ผมรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองมันชาวาบไปหมดผมไม่เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
ชายหนุ่มภูมิฐานก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อยืดของเด็กรถเช่นกันเผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดที่ทำให้ผมอดที่จะมองไม่ได้
บรรยากาศในห้องน้ำแคบๆเริ่มร้อนระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเครื่องระบายอากาศจะยังคงทำงานอยู่ก็ตาม
หลังจากปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายของคนแรกเสร็จ เด็กรถหน้าตาดีก็หันมาสนใจเสื้อผ้าของผมบ้างเขาค่อยๆ เอื้อมมือมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นของผมทีละเม็ดอย่างใจเย็นจนกระทั่งเสื้อตัวนอกของผมหลุดออกจากตัว
ผมยืนตัวแข็งทื่อปล่อยให้พวกเขาจัดการกับเสื้อผ้าของผมอย่างง่ายดาย ผมไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรดีได้แต่ยืนก้มหน้าด้วยความเขินอาย
จากนั้นเขาก็เลื่อนมือลงมาที่เข็มขัดกางเกงของผมผมหลับตาปี๋ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปหมด
ผมััได้ถึงแรงดึงเบาๆ ที่กางเกงของผมก่อนที่มันจะค่อยๆ ร่วงลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า
ผมรู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองเปลือยเปล่าต่อหน้าพวกเขาอย่างสมบูรณ์จนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
หลังจากนั้นเด็กรถคนนั้นก็ใช้มือประคองใบหน้าของผมให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา
“ไม่ต้องอายหรอกน่า”
เขายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง
ชายหนุ่มภูมิฐานยืนอยู่ข้างๆ เขามองผมด้วยสายตาที่อบอุ่นและเข้าใจ
ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อควบคุมความรู้สึกของตัวเองผมรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวังแต่ผมก็ตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามที่พวกเขา้าเพื่อเป็การขอโทษ
หลังจากที่เด็กรถคนนั้นพูดจบ เขาก็ดึงมือผมเข้าไปใกล้ๆแล้วกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาผมขนลุกซู่
“ถ้างั้น…ช่วยอมให้หน่อย…”
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ประมวลผลคำพูดนั้นดี เด็กรถคนนั้นก็ควักท่อนเนื้อที่แข็งขันออกมาจากกางเกงในแล้วแอ่นตัวเล็กน้อยจนท่อนเนื้อร้อนผ่าวพุ่งเข้ามาจ่อประชิดใบหน้าของผม
ผมเบิกตากว้างด้วยความใไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ในชีวิต เขาไม่รอให้ผมได้ตั้งตัวบังคับให้ผมอ้าปาก ก่อนจะกดท่อนเนื้อขนาดใหญ่คับปากเข้ามาในโพรงปากของผมจนเต็ม
ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาคืออยากจะอาเจียนมันเป็อะไรที่แปลกใหม่และไม่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง
กลิ่นเฉพาะตัวของความเป็ชายที่รุนแรงจนผมรู้สึกมวนท้องแต่สายตาที่ดุดันของเขาที่จ้องมองมา บวกกับแรงกดจากท้ายทอย จึงทำให้ผมรู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่นผมต้องทำตามที่เขา้า
ผมค่อยๆ ปรับตัวพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยการใช้ริมฝีปากและลิ้นอย่างเก้ๆ กังๆในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเกร็งเริ่มคลายลงผมเริ่มชินกับััแปลกประหลาดนี้และเริ่มใช้ปากให้ทั้งสองคนอย่างไม่ขัดเขินอีกต่อไป
ในขณะเดียวกันพวกเขาที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมก็เริ่มแสดงความรักต่อกันอย่างโจ่งแจ้งชายหนุ่มภูมิฐานโอบกอดเด็กรถคนนั้นอย่างแแ่ พวกเขาจูบกันอย่างดูดดื่มเสียงจูบที่แ่เบาแต่เร่าร้อนนั้นดังอยู่ในห้องน้ำแคบๆทำให้จิตใจของผมสั่นไหวอย่างประหลาด
แต่ก็มีบ้างที่การกระทำของพวกเขาต้องหยุดชะงักลงเพราะมีคนเดินเข้ามาภายห้องน้ำแต่ทว่าปากของผมกลับไม่ได้หยุดพักเลยนับั้แ่วาทีแรกที่ผมได้ัักับท่อนเนื้อทั้งสอง
โดยไม่รู้ตัวผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ส่วนเกินแต่ก็ถูกตรึงให้อยู่ตรงนี้ด้วยสถานการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทว่าในขณะที่ผมกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถจนปากเริ่มแดงช้ำแม้ในใจจะยังคงมีความขัดเขินและไม่เต็มใจอยู่บ้างก็ตาม
ตอนนั้นเอง เด็กรถคนนั้นก็ผละจากชายหนุ่มภูมิฐานแล้วประคองใบหน้าของผมให้เงยขึ้นมา ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมา... จูบผม!
ปากของเขานุ่มหยุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ
ััที่อ่อนโยนแต่ลึกล้ำทำให้ผมรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว
กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เป็เอกลักษณ์ของเขาลอยออกมาแตะจมูก ทำให้หัวใจของผมเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนมันเป็จูบที่ดูดดื่มและเนิ่นนาน แฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นในตัวผมอย่างช้าๆ
จนผมเกือบจะเคลิ้มตามไปกับัันั้น…