บทที่ 4 ข้าจะให้พรวิเศษแก่เ้า
ตอนนี้กงเฉินจื่อเขารู้แล้วว่าพรที่ขอนั้นเป็จริงอย่างที่ชายผู้นั้นพูดทุกประการตอนนี้เขารู้ทุกอย่างในโลกโบราณที่เขาอยู่ เขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเื่จริง เขาเริ่มคิดทบทวน นี่คือความจริงอย่างนั้นหรือ นี่เขาทะลุมิติมาที่ยุคราชวงศ์ต้าชิงจริง ๆ อย่างนั้นหรือ แล้วอาจารย์หยางหลิงฟางล่ะ เขาลืมเธอไปสนิทเลย...!!
“เออ...แล้วหยางหลิงฟางล่ะ ทำไมนางไม่มากับข้าด้วยตอนนี้นางอยู่ที่ไหน?” หมอหนุ่มถามถึงอาจารย์สาว ชายหนุ่มโบราณจิบน้ำชาแล้วมองเขาก่อนจะพูด
“เ้านี่มันชั่งใสซื่อเสียจริง ๆ เ้ารู้มั้ยแท้ที่จริงหยางหลิงฟางนางก็คือผู้หนึ่งที่ทำให้เ้าเดินทางมายังโลกแห่งนี้ ส่วนตัวของนางนั้นไม่อาจจะเดินผ่านมิติแห่งนี้มาได้เว้นเสียแต่ เ้าจะเป็ผู้อนุญาต”
“ท่านหมายความว่าอย่างไรให้ข้าอนุญาต” เขาหันหน้ามามองบุรุษโบราณผู้นั้น
“หรือถ้านั่นจะเป็พรข้อที่สองของเ้าข้าก็ย่อมให้เ้าได้”กงเฉินจือคิดและยังไม่ได้ตอบ เพราะเขารู้ดีว่าถ้าหากเขามาอยู่ที่ได้ และพรข้อแรกที่ขอไปนั้นบรรลุวัตถุประสงค์ไปแล้ว การขอพรข้อที่สองจึงต้องให้คุ้มค่าและสมเหตุสมผลมากที่สุด
“เ้าจะขอเลยข้าก็ย่อมได้ข้าจะทำให้นางมายืนอยู่ตรงหน้าของเ้า”
“เดี๋ยวก่อนชายหนุ่มยกมือขึ้นห้ามเขาไว้”กงเฉินจื่อคิด.
“ความจริงแล้วประตูแห่งมิตินั้นเป็ผู้กำหนด ผู้ที่จะเดินทางผ่านเข้ามายังโลกแห่งนี้ คุณหนูหยางใช่ว่านางไม่เคยเข้ามา แต่ด้วยความสามารถและสติปัญญาของนางไม่อาจจะอยู่ในโลกแห่งนี้ได้เพียงลำพัง เพราะการข้ามมิติมานั้นมิใช่การเข้ามาเดินเล่นหรือท่องเที่ยว คนที่เข้ามาจะต้องมีจิตใจที่สะอาด ไม่มีความละโมบในทรัพย์สินเงินทอง เว้นเสียแต่จะได้มันมาโดยสุจริต และได้มาด้วยความสามารถของคนผู้นั้นเอง..!!" ชายหนุ่มโบราณพูด
ที่สำคัญที่สุดผู้นั้นจะต้องมีจิตใจเมตตาและต้องช่วยเหลือผู้ลำบากจึงสามารถ ต่อสู้กับความอยุติธรรมในใบโลกนี้และเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่าง ๆ ได้และจะต้องทำเพื่อผู้อื่น นั่นก็คือจะต้องรู้จักเสียสละอีกประการหนึ่งที่สำคัญที่สุด” เขามองกงเฉินจือ
“ผู้ที่จะผ่านมิตินี้เข้ามาได้จะต้องเป็อัจฉริยบุคคลเท่านั้น คือต้องเป็ผู้ที่มีความฉลาดเป็เลิศจริง ๆ ประตูมิตินี้จึงจะเปิดออก เื่นี้ไม่มีใครจำกำหนดได้เพราะประตูแห่งมิติเท่านั้นจะเป็ผู้กำหนดเอง”เขาอธิบาย
“แสดงว่าเคยมีผู้ผ่านมิติแห่งนี้มาแล้วใช่หรือไม่” เขาถามชายโบราณแบบตรง ๆ ชายหนุ่มยิ้มออกมาก่อนจะตอบคำถามนั่น
“ในทุก ๆ หนึ่งร้อยปีประตูมิติแห่งนี้จะถูกเปิด และก็จะมีผู้มีความอัจฉริยะผ่านเข้ามา ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายผู้นั้นพูดและหัวเราะ
“นี่แสดงว่าเขาก็ไม่ใช่คนแรกที่เคยผ่านมิติเวลาแห่งนี้ใช่หรือไม่”
“ทายาทตระกูลหยางหลาย ๆ รุ่นในทุกร้อยปีหนึ่งให้ภาระกิจที่สำคัญก็คือสรรหาผู้ที่มีความอัจฉริยะเพื่อให้ประตูมิติคัดสรรให้ผ่านมายังโลกแห่งนี้ และแน่นอนเ้าไม่ใช่คนแรกที่ได้ผ่านเข้ามา” หมอหนุ่มเริ่มเบาใจอย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่คนแรกที่ผ่านเข้ามาในรอบร้อยปีที่ผ่านมา
“เ้ามีเวลาอีก8วันรวมถึงวันนี้ที่ประตูมิติแห่งนี้ยังเปิดอยู่ กลับไปคิดทบทวนทุกอย่างให้ถี่ถ้วน แล้วในคืนวันแรม8ค่ำ เดือน8หลังเที่ยงคืน ประตูมิติแห่งนี้ก็จะปิดลง เ้ายังมีโอกาสตัดสินใจ” เขาฟังชายหนุ่มผู้นั้นพูดถึงเหตุผลมากมายในการมาอยู่ในโลกแห่งนี้...!!
“แล้วถ้าผมมาอยู่ที่นี่ในแล้วโลกปัจจุบันของผมล่ะจะเป็อย่างไร” แน่นอนว่าเขาต้องห่วงครอบครัวของตัวเอง ที่มีทั้งแม่น้องสาวพวกเขาจะอยู่กับแบบไหน และเพื่อน ๆ ของเขาพวกนั้นจะทำอย่างไรเพราะอยู่ ๆ เขาก็หายไปเฉย ๆ ถ้าไม่ใช่ว่าเขาต้องตายแล้วจากโลกปัจจุบันไปแล้วหรือ คงมีการประกาศตามหาคนหายอย่างแน่นอน!
“ท่านยังมีเวลาคิดใน8วัน วางใจเถอะคุณหนูหยางนางคงเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว ท่านต้องไม่ลืมว่า ท่านยังมีพรวิเศษอีก2ข้อที่ยังไม่ได้ใช้กลับไปคิดให้ดี” กงเฉินจือนิ่งและคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ถอนหายใจ"นั้นสินะ! ไหน ๆ วันนี้ก็เข้ามาแล้วข้าอยากจะเดินดูบริเวณรอบๆ นี้ดูสักหน่อย ถ้าหากกลับไปข้าจะได้รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ข้าจะสามารถทำได้หรือไม่” เขาถามชายผู้นั้น
“ประตูมิตินี่ช่างคัดเลือกคนได้อย่างฉลาดจริง ๆ ได้ข้าจะพาเ้าเที่ยวชมบ้านเมืองในแผ่นดินต้าชิงเองวันนี้เ้ามีเวลาอีก 6 ชั่วโมงก่อนเที่ยงคืนมิเช่นนั้นเ้าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปบอกกล่าวใครได้อีกแล้ว” เขาคำนวณเวลาและมองนาฬิกาที่ข้อมือแต่ก็ต้องใเพราะทุกอย่างนั้นหยุดนิ่งเขาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงมาเปิด..นิ่งสนิทอีกเช่นเดียวกัน
“เหตุใดของพวกนี้ไม่สามารถทำอะไรได้” เขาถามชายหนุ่มผู้นั้น
“เ้าดูเวลาให้ดี ๆ” เขายกนาฬิกาขึ้นมาดูอีกครั้ง หนึ่งทุ่ม8นาที
“นั่นคือเวลาที่ประตูมิติถูกเปิดออก และทุกอย่างตอนนี้จะหยุดนิ่งทั้งหมดแม้แต่ในโลกของเ้า แต่ถ้าหากเ้าขอพรข้อที่สองทุกอย่างก็จะดำเนินต่อไป” กงเฉินจือกำลังลองคิดดูก่อนว่าถ้าเขาต้องมาอยู่ที่นี่จริง ๆ อะไรที่จะมีความสำคัญและจำเป็มากที่สุด แน่นอนว่าต้องเป็เงินทอง เพราะเท่าที่เขามองดูสภาพกระท่อมที่เขายืนอยู่ตอนนี้มันช่างน่าอนาถาและซอมซ่อเสียเหลือเกิน ผ้าห่มที่เก่าและขาดเหล่านี้เขาคงรับไม่ไหวอย่างแน่นอน ไหนจะเสื้อผ้าอีก...!! เขาหันหน้ามองชายผู้วิเศษยิ่งทำให้กงเฉินจื่อรับไม่ได้ เหตุใดเขาเป็ถึงผู้วิเศษ แต่ทำไมถึงได้แต่งตัวซอมซ่อถึงเพียงนี้ เขามองชายผู้นั้นั้แ่หัวจรดเท้า จนเทพแห่งโอสถรู้สึกเขินอายเลย...?”
“เหตุท่านเป็ถึงผู้วิเศษ แต่ทำไมถึงไม่ดูแลตัวเองบ้างเลย เสื้อผ้าก็ขาดหลุดลุ่ยมีแต่รอยปะเต็มไปหมด แสดงว่าท่านไม่ได้ให้พรกับตัวเองเลยใช่มั้ย...อย่าบอกนะว่าแถมไม่เคยอาบน้ำมาเป็ร้อย ๆ ปีแล้ว” เขาเดินวนรอบตัวองค์เทพโอสถ แล้วเอามือปิดจมูกด้วย...
“นี่ท่าน.!” ชายโบราณพยายามจะอธิบาย แต่แล้วก็หยุดนิ่งไป และปล่อยให้กงเฉินจือมองดูเขาอย่างเย้ยหยันไปจนทั่วทั้งตัวในสภาพเช่นนั้น
“นี่ถ้าให้ข้าเดาละก็ ... ข้านึกว่าท่านเป็หัวหน้าพรรคกระยาจก แห่งบู๊ลิ้มอย่างไงอย่างงั้นเลย” เทพเ้าแห่งโชคไม่รู้จะเถียงเขายังไง ในเมื่อเขามองสภาพของตัวเองก็ไม่ได้ต่างจากที่คุณหมอหนุ่มพูด... เขาได้แต่เอามือขวาเท้าเอว และมือซ้ายกุมที่ศีรษะ ยอมให้หมอหนุ่มยอดอัจฉริยะ ตั้งฉายาจนแทบเสียเทพไปเลยทีเดียว..!!
“เอาล่ะ ๆ ..พอก่อนท่านอย่าเพิ่งดูถูกข้า เพราะท่านยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด” เขาพูดและเตรียมชี้แจงเหตุผล
“เ้ารู้หรือไม่ชุดที่ข้าใส่อยู่ในตอนนี้เป็ถึงชุดพระราชทานจากฮ่องเต้แห่งต้าชิงเชียวนะ” เขาสะบัดผ้าที่ขาดและมีรอยปะชุนอย่างภาคภูมิใจ
“ที่เ้าเห็นว่ามันขาดและมีรอยปะเต็มไปหมดแบบนี้ มันเกิดจากข้านั้นไม่ได้มีเวลาใส่ใจในอาพรเหล่านี้มากกว่า เพราะข้านั้นมัวแต่คิดค้นหาวิธีในการช่วยเหลือผู้คนจนไม่มีเวลาใส่ใจตัวเอง เ้ารู้มั้ยในครั้งหนึ่งตัวข้านั้นถูกส่งตัวไปเป็ตัวแทนจากนายท่านหยางไป่ลู่แห่งตระกูลหยาง..!!พี่ชายใหญ่ ซึ่งในต้าหล้านี้เวลานั้นมีเพียงข้าเท่านั้นคือแพทย์ผู้ชำนาญด้านการปรุงโอสถ..!!
จนได้รับสมญานามว่า “หมอเทวดาแห่งต้าชิง” ในปีหนึ่งได้เกิดโรคระบาดใหญ่และได้ฆ่าชีวิตผู้คนในเมืองหลวงและราษฎรตายกันเป็เบือ ทั้งแผ่นดินนั้นแถบสิ้นหวังก็ว่าได้ บางพื้นที่หลายหมู่บ้านนั้นผู้คนล้มตายกันทั้งหมดทั้งหมู่บ้านก็มี ส่วนตัวข้าก็พยายามหาวิธีคิดค้นสูตรยาต่าง ๆ มากมายจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนคือแทบไม่ได้พักผ่อนเลย..!! เขาพูดและเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้น
“ข้าใช้ชีวิตอยู่ในห้องยาเล็ก ๆ ตรงที่เ้ายืนอยู่นั่นแหละ เพื่อคิดค้นหายามารักษาโรคร้ายนั่น ข้าใช้เวลาเกือบครึ่งปี จนสภาพร่างกายซูบผอมเสื้อผ้าก็มีแต่รอยปะชุนเอาตามสภาพอย่างที่เ้าเห็นตอนนี้ละ ข้าไม่ได้ให้ความสนใจตัวเองและสิ่งเหล่านี้เลย ทุกวันทุกคืนผ่านไปที่ผ่านไปมีแต่ข่าวของผู้คนล้มตาย จนแทบไม่มีที่ให้ราษฎรพึ่งพาได้อีกแล้ว...จนในที่ข้าก็สามารถทำมันจนได้ ข้าปรุงยานั้นได้สำเร็จและรักษาโรคระบาดนั่นได้.! “หมอเทวดาแห่งต้าชิง” นั่นคือฉายาที่ผู้คนเ่าั้ยกย่องข้า...เขาพูดพร้อมกับเอามือไขว้หลังและเดินไปมาเหมือนคิดไปและพูดไป..!!
...และในครั้งนั้นวังหลวงก็ปูนบำเหน็ทพิเศษให้แก่ข้าและตระกูลหยางมากมายทั้งทรัพย์สินเงินทองและที่ดิน ทั้งยังให้เป็ผู้สืบทอดตำแหน่งแพทย์หลวงแผ่นดินั้แ่บัดนั้นเป็ต้นมา.!
ภาพวาดที่เ้าเห็นในพิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลหยางนั่น ก็คือภาพสุดท้ายของข้าที่จิตรกรในฮ่องเต้แห่งต้าชิงให้วาดขึ้นในวันที่ข้าปรุงยาสำเร็จและข้าก็สิ้นใจในเวลาต่อมา” กงเฉินจือยืนฟังเทพแห่งโชคพูดจนเขาถึงกับพูดไม่ออก เขายกมือขึ้นเหมือนพยายามจะพูดบางอย่าง.!!แต่เหมือนมีอะไรมาอุดที่ลำคอ เขานิ่งเงียบและมองชายผู้นี้อย่างตั้งใจอีกครั้ง “นี่เขากำลังพูดคุยกับบุรุษแห่งตำนานอยู่หรือนี่” แต่ไม่นานในสมองกลับมายังความคิดของตัวเองอีกครั้ง..!!
เสื้อผ้าที่ชายผู้นี้สวมนี้อยู่ไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วก็ว่าได้ ถ้าแบบนี้ไม่ยากจน จะเรียกว่าอะไรได้อีกล่ะดังนั้น เงิน เงิน เงินน่าจะเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดอันดับแรกที่เขาจะต้องมีเมื่อมาอยู่ที่นี่ แต่ก่อนอื่นเขาจะใช้เวลาไม่นานจากนี้เพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด!
“เช่นนั้นข้าขอให้ท่านพาข้าออกไปเปิดหูเปิดตาก่อนเถอะเพราะข้าไม่รู้เลยว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรถ้าข้ามาอยู่ที่นี่” เขาพูดกับบุรุษหนุ่มโบราณคนนั้น แต่ที่เขาแปลกและเอะใจขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งจนต้องยิ่งคำถามออกไปอีก.!
“ทำไมข้าถึงใช้ภาษาและสำเนียงแบบโบราณนี้ได้อย่างคล่องแคล่วเช่นนี้.?” เขาถามชายหนุ่มผู้นั้นแบบไม่เข้าใจ
“นั่นก็คือพรที่ท่านขอข้าอย่างไงล่ะท่านลืมแล้วหรือ?” นี่แสดงว่าข้าสามารถใช้ชีวิตและสามารถเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณีของที่นี่ได้อย่างลึกซึ้งโดยที่ไม่ต้องศึกษาจากตำราใด ๆ เลยอย่างนั้นหรือ..? ..!โอ้ว.!นี่มันชั่งสุดยอดจริงๆ เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นรอบรู้ทุกอย่างราวกับปราติหารย์ มันชั่งวิเศษอะไรเช่นนี้” เขาคิดในใจ แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากกระท่อมเล็กๆ ซึ่งอยู่ท่ามกลางบ้านไม้หลังใหญ่ที่รายล้อมอยู่หลังนั้น..
“เอ๊ะ ทำไมที่นี่ข้าถึงรู้สึกว่าเพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นานนี่เอง” เมื่อเขามองไปรอบๆ ตัว
“แล้วเมื่อสักครู่ท่านมาอยู่ที่ไหนล่ะ”
“ข้ากับอาจารย์หยางหลิงฟางมาที่พิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลหยาง” แล้วเขาก็เข้าใจทุกอย่างทันที สมองสั่งงานไปสู่ระบบประสาทแห่งการรับรู้โดยไม่ต้องถามอีก ข้าอยู่ในเขตบ้านของตระกูลหยางในราชวงศ์ต้าชิง โอ้วเขาคิดออกแล้ว.!!
“ท่านพร้อมที่จะออกไปสำรวจพื้นที่กับข้าหรือยัง” เสียงดังมาจากด้านหลังของคุณหมอ เขาหันหน้ากลับมาตามเสียง...!! และก็ต้องใสุดขีด เมื่อม้าตัวใหญ่สีดำทะมึนมายืนอยู่ด้านหน้าของเขา หมอหนุ่มถอยหลังกรูออกมาจากมันทันทีตามสัญชาตญาณ..!!
“นี่ข้าต้องไปด้วยม้าตัวนี่หรือ” เขาอุทานออกมาแบบไม่ต้องคิด ั้แ่เกิดจนโตเขาเห็นม้าตัวเป็ ๆ อยู่ไม่กี่ครั้งเอง แล้วจะให้เขาขี่ม้าตัวใหญ่นี่ มันไม่มีทางเป็ไปได้อย่างแน่นอน สักพักก็มีหมวกปีกบานใหญ่ถูกขว้างมาจากเทพแห่งโอสถ มันพุ่งตรงแสกหน้ามาหาเขาทันที กงเฉินจือใสุดขีด..!!
แต่ที่ประหลาดสุด ๆ ก็คือเขาสามารถยกมือขึ้นแล้วคว้าหมวกใบนั้นเอาไว้ได้อย่างง่าย เหมือนอย่างกับในหนังกำลังภายในแบบใดแบบนั้นเลย ถ้าเป็ในโลกของเขา มันอาจจะแหกผ่านมือเข้ามาชนกับหน้าผากอันหล่อเหลาของเขาไปแล้วอย่างแน่นอน..!!