ปลุกความสามารถในการควบคุมสัตว์ร้ายระดับ SS ขึ้นมา

    SS1

    ณ เมืองแห่งสายฝน ในตอนนี้ตัวเมืองถูกขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นหลายสิบเท่า กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญที่รองรับประชากรได้มากถึง 300 ล้านคน เมืองนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น เมืองที่แข็งแกร่งที่สุดโดยกู่เทียน ที่ไม่เพียงแต่ปกป้องผู้อยู่อาศัย แต่ยังสามารถรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่มีใครคาดคิดได้

    กำแพงของเมืองถูกสร้างขึ้นให้มีความสูงถึง 100 เมตร ตระหง่านตัดกับขอบฟ้า เป็นเสมือนป้อมปราการที่ไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามาได้โดยง่าย โครงสร้างของมันถูกสร้างขึ้นจาก เหล็กวิญญาณระดับ SSS ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ไม่ว่าสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิหรือพลังทำลายจากผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิยังไม่อาจทำให้มันสั่นสะเทือนได้

    บ้านเรือนภายในเมืองได้รับการออกแบบมาให้มีความแข็งแกร่งกว่าปกติ โครงสร้างทั้งหมดถูกเสริมให้สามารถต้านทานแรงกระแทกและพลังทำลายล้างจากสัตว์ร้ายระดับมหากาพย์ ระบบป้องกันภัย ถูกติดตั้งไว้ทุกมุมเมือง ภายในทุกอาคารมีบาเรียพลังงานป้องกันชั้นสูงที่สามารถเปิดใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

    เมืองแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น สองระดับ นั้นคือบนพื้นที่บนดินและใต้ดิน

    ระดับพื้นดิน พื้นที่มากกว่า 50% ของเมืองถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย อาคารสูงเสียดฟ้าแต่ละหลังสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสามารถทนทานต่อแรงโจมตีจากศัตรูทุกระดับ พื้นที่ที่เหลือถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่ เกษตรกรรมขั้นสูง ซึ่งนำเทคโนโลยี ไฮโดรโปนิกส์และแอร์โรโปนิกส์ มาใช้ในการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน บนยอดตึกสูงและพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะมีการเพาะปลูกพืชผลที่ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี

    ระบบอาหารถูกพัฒนาไปจนถึงขีดสุด การเพาะเลี้ยงสัตว์ในห้องปิดถูกควบคุมด้วยเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อเร่งอัตราการเติบโต การตัดต่อพันธุกรรมถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้น มีการสร้าง อาหารสังเคราะห์ และใช้ แมลงและสาหร่าย เป็นแหล่งโปรตีนเสริม เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีประชากรแม้แต่คนเดียวในเมืองที่ขาดแคลนอาหาร

    ด้านพลังงานและทรัพยากร เมืองแห่งสายฝนได้พัฒนาแหล่งพลังงานให้มีความสมบูรณ์แบบ มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงาน ฟิวชันและฟิชชันนิวเคลียร์ ซึ่งสามารถสร้างพลังงานได้มหาศาล รวมถึงแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานคลื่นเสียง พลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อให้เมืองแห่งนี้ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์

    ระบบน้ำและอากาศได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น การสร้างน้ำจากอากาศและการดึงน้ำจากแหล่งพลังงานธรรมชาติทำให้เมืองไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำเพราะมีเครื่องกรองสารผิดที่กรองได้ถึงระดับอะตอม และมีระบบกรองอากาศขั้นสูงสามารถ ปรับสมดุลออกซิเจนและควบคุมคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเมือง ทำให้เมืองแห่งสายฝนกลายเป็นสถานที่ที่มีคุณภาพอากาศดีที่สุด

    ระบบการแพทย์ของเมืองแห่งนี้ล้ำหน้ากว่าเมืองใดๆ โรงพยาบาลขนาดมหึมาถูกสร้างขึ้นโดยมี สัตว์ร้ายประเภทรักษาและผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระดับสูง คอยให้บริการ มียาและสมุนไพรหายากที่รวบรวมมาจากทั่วทุกมุมโลกและยารักษาที่กู่เทียนเป็นผู้คิดค้นโดยตรง การรักษาในเมืองแห่งนี้สามารถฟื้นฟูบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว และสามารถรักษาโรคที่ไม่มีทางรักษาได้ในอดีต

    ระบบการศึกษาได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำกว่าอาณาจักรใด ปัจจุบันเมืองแห่งสายฝนมี โรงเรียนระดับสูงทั้งหมด 10 แห่ง ที่กระจายอยู่รอบเมืองและ มหาวิทยาลัยแห่งดวงดาว ซึ่งเป็นศูนย์กลางขององค์ความรู้ นักเรียนทุกคนจะต้องเข้าสู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ และทรัพยากรทั้งหมดที่ใช้ในการศึกษาเป็น ระดับสูงสุด ทั้งหมด

    ระบบความปลอดภัยของเมืองนี้เข้มงวดและรัดกุมที่สุดในประวัติศาสตร์ หน่วยลับของ ตระกูลกู่ ถูกแฝงตัวอยู่ทุกมุมเมือง คอยสอดส่องและควบคุมความปลอดภัยตลอดเวลา

    ภายในเมืองไม่มีหอการค้าใดเหลืออยู่ ยกเว้นหอการค้าดวงดาว ซึ่งมีอยู่มากกว่า 10 แห่งกระจายอยู่ทั่วเมือง กู่เทียนไม่อนุญาตให้มีหอการค้าอื่นๆ

    พื้นที่ใต้ดินของเมืองถูกใช้เป็นฐานลับและหลุมหลบภัย ขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับประชากรได้หลายพันล้านคน มีโกดังขนาดยักษ์สำหรับ กักตุนอาหาร และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใต้ดิน รวมถึงแปลงปลูกพืชที่สามารถคงสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ได้เป็นระยะเวลาหลายร้อยปี

    รอบเมืองมีคริสตัลป้องกันจำนวน 17 แห่งถูกกระจายอยู่ทั่วเมือง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่หินธรรมดา แต่มันคือ แกนพลังงานที่สามารถสร้างม่านพลังป้องกันการโจมตีของสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิได้อย่างง่ายดาย ต่อให้คริสตัลบางส่วนถูกทำลายลง ม่านพลังจะยังคงทำงานต่อไปจนกว่าทั้ง 17 ชิ้นจะถูกทำลายทั้งหมด

    แต่โอกาสที่คริสตัลทั้งหมดจะถูกทำลายนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะคริสตัลแต่ละชิ้นถูกปกป้องโดย หน่วยลับของตระกูลกู่ ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้ควบคุมสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิอย่างน้อย 3 คนต่อ 1 จุด

    เมืองแห่งสายฝน ไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองระดับ 4 อีกต่อไป แต่มันคือเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางของยุคใหม่ เมืองที่มีทั้งพลังอำนาจ เทคโนโลยี และความปลอดภัยเหนือกว่าทุกเมือง

    บนกำแพงสูงตระหง่านของเมืองแห่งสายฝน กู่เทียนยืนอยู่เบื้องบน ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังทะเลสัตว์ร้ายที่แผ่ขยายออกไปจนสุดขอบฟ้า คลื่นมวลมหาศาลของสัตว์ร้ายจำนวนมหาศาล กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาราวกับพายุร้ายที่ไร้ที่สิ้นสุด

    พวกมันไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์ร้ายระดับต่ำ แต่รวมถึงสัตว์ร้ายระดับจักรพรรดิ นับร้อยตัว ที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แต่ละตัวล้วนปลดปล่อยออร่าแห่งความหายนะ การปรากฏตัวของพวกมันทำให้ผืนดินสั่นสะเทือน และอากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล

    กู่เทียนยืนนิ่งด้วยความสงบ สายลมเย็นๆ พัดผ่านร่างของเขา ดวงตาของเขาไม่ไหวติงราวกับชายที่กำลังมองหมากกระดานที่ถูกวางเอาไว้

    หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา กู่เทียนที่เห็นว่าพลังวิญญาณพุ่งทะยานขึ้นทุกวัน เขาเลยได้ใช้เวลาปรับปรุงโครงสร้างของเมืองด้วยตัวเอง ขยายขนาดของมันและเสริมความแข็งแกร่งของมันขึ้นไปอีกหลายระดับ ทำให้เมืองแห่งสายฝนไม่ใช่เพียงแค่เมืองแห่งการอยู่รอด แต่มันคือป้อมปราการที่ไร้เทียมทาน

    ภายในหนึ่งอาทิตย์นี้ กู่เทียนยังได้สัตว์ร้ายมาเพิ่มอีกสองตัว

    ตัวแรกคือ มดดาบ สัตว์ร้ายที่มีพลังพิเศษในการกลืนกินพิษทุกชนิด และนำไปปรับใช้เพื่อสร้างพิษที่ร้ายแรงขึ้นกว่าเดิม ร่างกายของมันสามารถวิวัฒนาการและเพิ่มความแข็งแกร่งได้ไม่สิ้นสุด

    ตัวที่สองคือ ยักษ์สีม่วง ซึ่งไม่ได้เป็นสัตว์ร้ายธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่ กู่เทียนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาขี้เกียจออกไปตามหาสัตว์ร้ายที่มีความสามารถตรงตามที่เขาต้องการ เขาจึงเลือกตัดต่อพันธุกรรม ทดลอง และปรับเปลี่ยนจนได้สัตว์ร้ายที่ไม่มีใครสามารถเอาชนะได้ ที่สำคัญเขาใช้ทรัพยากรไปอย่างมหาศาลเพื่อสร้างมันตัวเดียว

    มันมีเพียงความสามารถไม่กี่อย่างเท่านั้นและ 1 ในความสามารถของมันคือ ความเป็นอมตะ มันไม่สามารถถูกฆ่าได้ ไม่ว่าจะถูกโจมตีอย่างไร มันจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งที่มันตาย ร่างกายของมันจะวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ การฆ่ามันมีเพียงผลลัพธ์เดียวคือทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น กู่เทียนชอบมันมาก 

    เขามองไปด้านล่างด้วยความเบื่อหน่ายเล็กน้อยก่อนที่จะสะบัด มือเบา รากไม้สีดำพุ่งออกมาจากพื้นแทงทะลุร่างกายของสัตว์ร้ายทั้งหมดเสียชีวิตคาที่ไม่ว่า สัตว์ร้ายตัวนั้นมันจะอยู่ระดับใดก็ตาม พวกมันถูกสังหารทั้งหมด

    ยุคที่ เหล่ามนุษย์ สัตว์ร้าย และเผ่าพันธุ์ต่างๆ จะต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

    ยุคที่ พลังอำนาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่กำหนดชะตาของทุกชีวิต

    โลกใบใหม่กำลังก่อตัวขึ้น... และไม่มีใครสามารถหลีกหนีโชคชะตาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไปได้

    จบ SS1

    คล้ายกับเรื่องปลุกความสามารถในการควบคุมสัตว์ร้ายระดับ SS ขึ้นมา ที่คุณอ่าน