บทที่ 11 ปรมาจารย์ฉู่ผู้ทำนายดวงได้แม่นยำที่สุด
"ท่านปรมาจารย์ ค่าทำนายดวงเป็เงินเท่าไหร่? ข้าจะขอมอบให้ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างแน่นอน"
"ค่าทำนายยังไม่ต้องรีบจ่าย อีกสามวันในเวลาเดียวกันนี้ ข้าจะรอท่านที่นี่ สำหรับค่าทำนาย ข้าอยากได้กำไลหยกที่ข้อมือท่าน ท่านคงไม่เสียดายใช่หรือไม่?"
ฉู่ชิงเฉินมองกำไลหยกของเขาด้วยดวงตาเป็ประกาย หยกบำรุงคน เป็ของมีค่า
"ตกลง ขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ไว้วางใจ อีกสามวันข้าจะมาพบตามนัดแน่นอน"
กำไลหยกที่ข้อมือของไป๋เจ๋อทำจากหยกชั้นยอด เป็หยกที่เขาใช้เงินจำนวนมากสั่งมาจากหนานเจียง อาจเรียกได้ว่า เป็สินค้าหลักของร้านชุ่ยอวี้ฟางของเขาเลยก็ว่าได้
แต่ถึงจะมีค่าแค่ไหน ในเมื่อปรมาจารย์ขอเขาก็ต้องให้ เพราะปรมาจารย์ช่วยเขาไว้มาก
"เห็นท่านใจกว้างเช่นนี้ ข้าก็จะช่วยท่านจนถึงที่สุด ข้าขอมอบยันต์คุ้มครองให้ท่านสักใบ ติดไว้ที่ด้านในเสื้อบริเวณอก จะช่วยให้ท่านรอดพ้นจากเคราะห์ร้ายได้"
ฉู่ชิงเฉินพูดพลางหยิบยันต์คุ้มครองระดับต่ำออกจากแขนเสื้อ แล้วส่งให้เขา
เหตุผลที่นางมอบยันต์คุ้มครองให้เขามีสองประการ หนึ่งในนั้นคือ คนที่อยู่ใกล้เขา ไม่เพียงแต่จ้องจะแย่งการค้าหยกไป แต่ยัง้าฆ่าเขาเพื่อชิงตำแหน่งด้วย
เื่การแย่งชิงสมบัติในตระกูลร่ำรวยจนถึงแก่ความตายเช่นนี้ นางเห็นมานับไม่ถ้วนในตระกูลเศรษฐีของศตวรรษที่ 21 ยันต์คุ้มครองเพียงใบเดียวในหมู่ตระกูลเศรษฐี มีค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้
ไป๋เจ๋อเก็บยันต์คุ้มครองอย่างระมัดระวัง ประหนึ่งเป็ของมีค่าที่สุดในโลก
ปกติเขาไม่เคยเชื่อเื่ดูดวงเลย แต่วันนี้เขาจำเป็ต้องเชื่อ ผู้มีความสามารถอย่างปรมาจารย์คนนี้ ดูเหมือนจะมีความสามารถในการหยั่งรู้อนาคต ที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยหลักการทั่วไป
ไป๋เจ๋อยืนมองส่งนางเดินไปจนลับตา แล้วจึงค่อยจากไป
ฉู่ชิงเฉินนึกขึ้นได้ว่า ในตะกร้าของนางยังมีผักเบี้ยใหญ่ที่ยังไม่ได้ขาย!
นางวางแผนจะหาร้านสมุนไพรอีกร้านเพื่อทำการค้าต่อ
ครั้งนี้ นางไม่ตั้งใจจะสอบถามผู้คนรอบข้าง แต่เลือกร้านสมุนไพรที่ถูกชะตา แล้วเดินเข้าไปอย่างอิสระ
ร้านสมุนไพรนี้ไม่ใหญ่มาก และค่อนข้างเงียบเหงา
"แม่นางมาตรวจโรคหรือมาจัดยา?"
เถ้าแก่เนี้ยของร้านสมุนไพรออกมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น หลังจากรอคอยมาทั้งเช้า ในที่สุดก็ได้เห็นคนเข้าร้านเสียที
"ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง ข้ามาขายสมุนไพรบางชนิด"
ฉู่ชิงเฉินสังเกตเห็นว่า ตอนที่เพิ่งเข้าประตูมา ด้านนอกมีต้นหลิวปลูกอยู่ต้นหนึ่ง
ต้นหลิวดึงดูดพลังหยิน ส่งผลต่อความนิยมของร้าน ดูเหมือนเถ้าแก่จะไม่รู้เื่ฮวงจุ้ยเลย
การปลูกต้นหลิวไว้หน้าประตูร้าน ไม่แปลกที่ร้านสมุนไพรจะเงียบเหงาเช่นนี้
เมื่อมองเถ้าแก่เนี้ยที่มีผิวพรรณสดใส หน้าตาใจดี ดูท่าจะเป็คนหาเงินเก่ง ปัญหาจึงอยู่ที่ต้นหลิวหน้าประตูเท่านั้น
"พวกเรารับซื้อสมุนไพรด้วย เชิญแม่นางเข้ามาข้างในก่อน"
ร้านนี้การค้าไม่ดี จึงไม่ได้จ้างคนงาน เพื่อประหยัดค่าจ้าง สองสามีภรรยาจึงช่วยกันดำเนินกิจการ ซึ่งเพียงพอให้เลี้ยงชีพไปวัน ๆ
"เถ้าแก่ ช่วยดูผักเบี้ยใหญ่ในตะกร้าของข้าหน่อย ช่วยประเมินราคาให้ที"
ฉู่ชิงเฉินบอกจุดประสงค์โดยตรง พลางปลดตะกร้าวางลงบนโต๊ะ
เถ้าแก่ใช้มือพลิกดูผักเบี้ยใหญ่ มันเป็สมุนไพรชั้นดี ลำต้นใหญ่ และเป็พันธุ์ป่าด้วย ดีกว่าสมุนไพรที่ซื้อจากพ่อค้าคนกลางมากมายนัก
"ต้นละห้าอีแปะ แม่นางคิดว่าอย่างไร?"
"ตกลง"
ฉู่ชิงเฉินคิดว่าราคานี้สมเหตุสมผล จึงไม่ได้พูดอะไรมาก
จากนั้น เถ้าแก่ก็นำขึ้นชั่งน้ำหนัก
"แม่นาง ทั้งหมดเกือบสิบตำลึง ข้าปัดเศษให้เป็สิบตำลึงเลย ให้เ้าห้าสิบอีแปะ"
"เถ้าแก่ ข้ายังมีงูห้าก้าวอีกตัวหนึ่ง เถ้าแก่สามารถซื้อสุราขาวมาดองงูได้ ยาดองงูมีสรรพคุณไล่ความเย็น บำรุงเื เสริมพลังหยินและหยาง และบำรุงกระดูก หากเถ้าแก่มียาดองงูนี้ ยังต้องกังวลว่าจะดึงดูดลูกค้าไม่ได้อีกหรือ?"
ฉู่ชิงเฉินรีบเสนอขายงูพิษในมือต่อทันที
"ความคิดดีก็จริง แต่ร้านของข้าเงียบเหงานัก ข้าเกรงว่า แม้จะมียาดองงูนี้ ก็คงไม่มีใครมาซื้อ"
ใบหน้าของเถ้าแก่เต็มไปด้วยความกังวล ไม่รู้ว่าถูกคุณไสยอะไร ทั้ง ๆ ที่ร้านของเขาขายสมุนไพรถูกกว่าร้านเต๋อจี้ถังอย่างชัดเจน
ตระกูลของเขาสืบทอดการเป็หมอมาสามรุ่น ฝีมือการรักษาไม่แพ้หมอประจำร้านเต๋อจี้ถังเลย แต่การค้ากลับซบเซา
"เช่นนั้น เถ้าแก่ลองรับงูพิษนี้ไว้ก่อน ข้าจะยังไม่เก็บเงินจากท่าน เพียงแค่เถ้าแก่ซื้อสุราขาวมาดองก็พอ เงินที่ขายได้เราแบ่งสามต่อเจ็ด แต่ยาดองงูนี้ ต้องดองอย่างน้อยสองเดือนขึ้นไป จึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดี"
ฉู่ชิงเฉินไม่รีบร้อนเก็บเงิน ซึ่งการแบ่งเจ็ดส่วนสามส่วน แน่นอนว่านางเป็ฝ่ายได้ส่วนใหญ่ ส่วนเื่ที่ยาดองงูจะขายไม่ออกนั้น นางไม่เคยคิดถึงปัญหานี้เลย
"ท่านพี่ ในเมื่อแม่นางคนนี้พูดเช่นนี้แล้ว ท่านยังลังเลอะไรอีกเล่า?"
เถ้าแก่เนี้ยออกมาช่วยสนับสนุนในเวลาที่เหมาะสม
"ได้ ตามที่แม่นางว่ามาเลย" เถ้าแก่ตกลงทันที
จากนั้น ฉู่ชิงเฉินก็ยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้อ แล้วนำงูห้าก้าวออกมาจากมิติ
"แม่นาง เ้าถึงกับเอางูพิษร้ายแรงอย่างงูห้าก้าวไว้ในแขนเสื้อ ช่างกล้าหาญจริง ๆ ไม่กลัวงูพิษฉกหรือ?"
เถ้าแก่เนี้ยใไม่น้อย เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยิบงูพิษออกมาจากแขนเสื้อ
"ไม่เป็ไร งูพิษตัวนี้ข้าถอนเขี้ยวมันออกแล้ว มันเชื่องมาก"
ฉู่ชิงเฉินแอบคลายยันต์สะกดร่าง ตอนดองต้องใช้งูที่ยังมีชีวิตอยู่ ถึงจะมีสรรพคุณเป็เลิศ
เถ้าแก่และฮูหยินของเขามองงูพิษที่กำลังเลื้อยอยู่บนมือของหญิงสาว เพียงแต่ไม่มีเขี้ยว ทั้งสองต่างชื่นชมว่า หญิงสาวคนนี้ช่างเป็คนประหลาด ไม่รู้ว่าจัดการงูพิษนี่ได้อย่างไร?
ร้านสมุนไพรมีโหลแก้วสำหรับดองเหล้าพอดี เถ้าแก่จึงนำโหลมา ส่วนฉู่ชิงเฉินก็จับคองูห้าก้าว แล้วโยนมันลงไปในโหล
เถ้าแก่เนี้ยหยิบเงินห้าสิบอีแปะส่งให้ฉู่ชิงเฉิน
"เถ้าแก่เนี้ย ข้าพอจะมีความรู้เื่ฮวงจุ้ยอยู่บ้าง ร้านของท่านค้าขายซบเซา ส่วนใหญ่เป็เพราะต้นหลิวหน้าประตูบังเส้นทางทรัพย์ ถ้าตัดต้นหลิวนั้นทิ้ง การค้าของร้านก็จะดีขึ้น"
ฉู่ชิงเฉินเก็บเงินห้าสิบอีแปะไว้แล้วเอ่ยปาก
สามีภรรยาคู่นี้มีนิสัยอ่อนโยน นางจึงเต็มใจช่วยพวกเขา
"ต้นหลิวนี้ ข้าปลูกด้วยมือตัวเองเมื่อหลายปีก่อน จะให้ตัดลงก็อดเสียดายไม่ได้ แม่นางอายุน้อยนัก จะรู้เื่ฮวงจุ้ยได้อย่างไร? คงไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อยหรอกนะ"
เถ้าแก่แสดงความไม่เชื่ออย่างชัดเจน เขาคิดไม่ถึงว่า ความซบเซาของการค้าจะไปเกี่ยวกับต้นหลิวนี้ได้อย่างไร ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย หารู้ไม่ว่า ฮวงจุ้ยนั้นเป็เื่ที่ลึกลับและมหัศจรรย์ยิ่ง
"ท่านพี่ นางหวังดี ท่านพูดเช่นนี้ไม่เหมาะสมนัก ลองคิดดูดี ๆ สิ นับั้แ่สองปีก่อนที่เราปลูกต้นหลิวนี้ การค้าในร้านของเราดูเหมือนจะแย่ลงทุกวัน ท่านพี่ ลองดูก็ไม่เสียหายอะไร แค่ลองตัดต้นหลิวทิ้งดู"
เถ้าแก่ได้ยินฮูหยินพูดเช่นนั้นก็รู้สึกว่ามีเหตุผล จึงตัดสินใจว่า พรุ่งนี้จะตัดต้นหลิวนั้นลง
เดิมที เขายังคิดจะขอโทษหญิงสาว เพราะเมื่อครู่ใช้น้ำเสียงไม่ดี แต่พอเงยหน้าขึ้นมา อีกฝ่ายก็จากไปแล้วั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เขาคิดว่า ยาดองงูยังอยู่ที่นี่ คราวหน้าคงได้พบหญิงสาวคนนี้อีก
พอฉู่ชิงเฉินออกจากร้านสมุนไพร ในใจก็คำนวณว่า วันนี้ได้กำไรทั้งหมดหนึ่งร้อยตำลึงกับห้าสิบอีแปะ
"เถ้าแก่ ข้าวขายอย่างไรหรือ?"
นางมาที่ร้านขายข้าวเพื่อสอบถามราคา เพราะที่บ้านไม่เหลือข้าวสารแม้แต่เม็ดเดียวแล้ว
"ข้าวสารขาวชั่งละห้าอีแปะ ข้าวกล้องชั่งละสามอีแปะ ข้าวฟ่างเหลืองชั่งละหกอีแปะ แป้งสาลีชั่งละสองอีแปะ แม่นาง้าซื้อเท่าไหร่หรือ?"
"ขอข้าวสารขาวยี่สิบชั่ง ข้าวฟ่างเหลืองสิบชั่ง และแป้งสาลียี่สิบชั่ง"
เมื่อเถ้าแก่ได้ยินแบบนั้นก็ตาเป็ประกาย ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่ดูเหมือนมาจากบ้านนอก พูดเพียงครั้งเดียวก็ซื้อข้าวและแป้งมากมายเช่นนี้
เถ้าแก่แสดงความกระตือรือร้นทันที แล้วรีบจัดแจงห่อข้าวกับแป้งให้แม่นางอย่างดี
"แม่นาง ทั้งหมดสองร้อยอีแปะ เ้าซื้อข้าวและแป้งมากขนาดนี้ เราสามารถให้เกวียนลาช่วยขนกลับไปให้ได้นะ"
"ขอบคุณเถ้าแก่มาก คราวหน้าข้าจะกลับมาซื้อข้าวและแป้งที่ร้านของท่านอีกแน่นอน"
ฉู่ชิงเฉินหยิบเงินหนึ่งตำลึงออกมาจากแขนเสื้อ แล้วส่งให้เถ้าแก่ เถ้าแก่จึงทอนเงินคืนให้นางจำนวนหนึ่ง