เสียงล้อรถเก๋งบดลงบนพื้นซีเมนต์เปียกชื้นของลานจอดรถดังแว่วเข้ามาในป้อมต้อนรับ ท่ามกลางความเงียบสงัดของเวลาตีสองเศษ แสงไฟหน้ารถสาดกระทบกับม่านพลาสติกสีเขียวเข้มผืนหนาที่ปิดคลุมหน้าห้องพักแต่ละล็อกเอาไว้ ก่อนที่เสียงเครื่องยนต์จะดับสนิทลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของเด็กโบกรถกะดึกที่รีบสาวเท้าก้าวออกไปรูดม่านพลาสติกปิดคลุมท้ายรถคันหรูนั้นอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
*แกรก... พรึ่บ!*
เสียงรูดม่านพลาสติกที่คุ้นเคยนั้นเป็ดั่งสัญญาณประจำของ "พาราไดซ์ อินน์" โรงแรมม่านรูดขนาดสามสิบห้องที่ตั้งหลบมุมอยู่ในซอยเปลี่ยวชานเมืองหลวง สถานที่แห่งนี้ไม่เคยหลับใหล แม้ในยามที่ท้องฟ้าภายนอกมืดมิดและปกคลุมด้วยไอหมอกเย็นะเืของสายฝนพรำ แต่ม่านรูดแห่งนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยเปลวไฟแห่งความใคร่และความลับดำมืดที่ผู้คนมากมายต่างพากันแวะเวียนเข้ามาปลดปล่อย
ผมชื่อ 'เอก' ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่เป็ผู้จัดการดูแลความเรียบร้อยกะดึกได้ไม่ถึงสองสัปดาห์
ชีวิตของผมไม่ได้มีทางเลือกมากนัก หลังจากเรียนจบและเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้เคว้งคว้าง งานดูแลม่านรูดแห่งนี้ที่มีที่พักฟรีพร้อมเงินเดือนก้อนโตจึงเป็ดั่งหยาดน้ำทิพย์ชโลมใจ และคนที่หยิบยื่นโอกาสนี้ให้แก่ผมก็ไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็ 'คุณนภา' เ้าของม่านรูดสาวใหญ่วัยสี่สิบหกปี ผู้เป็ม่ายทรงเครื่องที่ทั้งสวย ทั้งรวย และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจเกินกว่าที่ชายใดจะต้านทานไหว
"เอกจ๊ะ... ดูแลความเรียบร้อยเป็ยังไงบ้างลูก คืนนี้แขกเข้าเยอะไหม?"
เสียงหวานละมุนเจือความแหบทุ้มอันเป็เอกลักษณ์ดังขึ้นจากทางด้านหลังของป้อมเคาน์เตอร์ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าผสมมัสก์หรูหราที่โชยมาแตะจมูกทำให้หัวใจของผมเต้นระทึกขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง
ผมรีบขยับตัวลุกขึ้นยืนหันไปยกมือไหว้อย่างนอบน้อม "สวัสดีครับคุณนภา... คืนนี้แขกเข้ามาเรื่อยๆ ครับ ห้อง VIP ฝั่งปีกขวาเต็มเกือบหมดแล้วครับ เหลือแค่ห้องร้อยแปดกับร้อยสิบสองที่เพิ่งเคลียร์ทำความสะอาดเสร็จ"
สายตาของผมเผลอมองกวาดไปยังเรือนร่างของคุณนภาอย่างมิอาจหักห้ามใจได้
ในค่ำคืนนี้ คุณนภาไม่ได้สวมชุดเดรสทำงานหรูหราเหมือนยามกลางวัน หากแต่เธออยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวผ้าลูกไม้สีขาวบางเบา คอกว้างลึกจนเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องอวบอัดสะพรั่งขนาดคัพ E ที่ล้นทะลักออกมาเกือบครึ่งเต้า ผิวพรรณของหญิงสาววัยสี่สิบหกยังคงเต่งตึง เนียนละเอียดไร้ริ้วรอยดุจสาวแรกรุ่น ชายเสื้อแนบชิดกับหน้าท้องแบนราบและสะโพกผายกลมกลึงที่สวมกางเกงขาสั้นผ้าซาตินตัวจิ๋วสีขาวเข้าชุด อวดเรียวขาขาวเนียนยาวสล้างที่ไร้สิ่งปกปิด
แม้เธอจะอายุมากกว่าผมถึงยี่สิบสองปี แต่ความสวยสะพรั่ง ทรวดทรงนาฬิกาทรายดินะเิ และสายตาฉ่ำหวานเย้ายวนที่ทอดมองมากลับทำให้ผมรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย
"ขยันจริงนะเรา... ป้าถึงได้ไว้ใจให้เอกมาคุมกะดึกคนเดียวแบบนี้ไงจ๊ะ" คุณนภาขยับก้าวเข้ามาใกล้ แขนเรียวเสลาขาวเนียนยกขึ้นเท้าลงบนเคาน์เตอร์ไม้ ขยับโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนคอเสื้อสายเดี่ยวเปิดกว้าง เผยให้เห็นร่องอกลึกสีขาวจั๊วะและยอดปทุมถันสีชมพูเข้มที่ดุนดันเนื้อผ้าบางเบาอย่างชัดเจนในระยะห่างไม่ถึงสองคืบ
ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์บางเบาของคุณนภาเป่ารดข้างแก้มของผม แววตาคมคายใต้แพขนตางอนระยับมองสบตาผมอย่างมีความหมาย
"เอ้อ... คุณนภาดื่มไวน์มาเหรอครับ?" ผมเอ่ยถามเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ขณะที่สายตาพยายามบังคับตัวเองไม่ให้จ้องมองลึกเข้าไปในทรวงอกอวบใหญ่ตรงหน้า
"นิดหน่อยจ้ะ พอดีมีเพื่อนมาหาที่ห้องทำงานด้านใน... อยู่ดึกๆ คนเดียวมันเหงานี่นา" คุณนภายิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่งามหรี่ลงเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย "เดี๋ยวป้าจะเข้าไปนอนพักผ่อนที่เรือนพักส่วนตัวแล้วล่ะ ฝากเอกตรวจตราตู้ไฟและระบบสำรองน้ำด้านหลังตึกด้วยนะจ๊ะ ่นี้ฝนตกบ่อย ป้ากลัวว่าระบบไฟหลังห้อง VIP จะมีปัญหา"
"ได้ครับคุณนภา ผมจะจัดการตรวจเช็กให้เรียบร้อยทุกจุดเลยครับ"
"ดีมากจ้ะเด็กดี... ถ้ามีอะไรด่วน ก็ไปเคาะเรียกป้าที่ห้องนอนได้เสมอนะ"
คุณนภาเอื้อมมือขาวเนียนนุ่มนิ่มมาแตะลงบนท่อนแขนล่ำสันของผมเบาๆ ปลายนิ้วเรียวสวยลูบผ่านกล้ามเนื้อแขนของผมอย่างแ่เบาจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนที่เธอจะหมุนตัวเดินนวยนาดจากไป บั้นท้ายกลมกลึงอวบอัดที่ส่ายไหวไปตามจังหวะก้าวเดินในชุดนอนสั้นกุดนั้นสะกดสายตาของผมจนแทบไม่อาจละสายตาได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
หลังจากที่คุณนภาเดินหายลับเข้าไปในเรือนพักส่วนตัว ผมก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ลมหายใจยังคงติดกลิ่นน้ำหอมหรูหราของเธออยู่จางๆ
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งตีสามครึ่ง บรรยากาศรอบม่านรูดยิ่งเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่ตกลงกระทบหลังคาสังกะสีเป็จังหวะเปาะแปะ ผมหยิบไฟฉายกระบอกยาวและพวงกุญแจมาสเตอร์คีย์ประจำตัว เดินออกจากป้อมต้อนรับเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ตรวจเช็กตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าตามที่คุณนภาได้สั่งการไว้
ทางเดินด้านหลังตึกพักชั้นเดียวของม่านรูดเป็พื้นที่หวงห้ามเฉพาะพนักงานและช่างซ่อมบำรุง สองข้างทางขนาบด้วยแนวกำแพงปูนเปลือยและดงกล้วยทึบ แสงไฟนีออนสีส้มสลัวส่องทางให้ผมเดินตรงไปยังห้องเก็บอุปกรณ์และตู้ควบคุมไฟฟ้าแรงสูงที่ตั้งอยู่ท้ายสุดของอาคารปีกขวา
เมื่อผมไขกุญแจเปิดประตูห้องเก็บอุปกรณ์เข้าไป กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและฝุ่นละอองก็ลอยเข้าปะทะจมูก ภายในห้องเต็มไปด้วยชั้นวางเครื่องมือช่าง ถังสี และเศษท่อพีวีซีที่กองระเกะระกะ ผมเดินตรงไปยังตู้เบรกเกอร์ไฟหลักที่ติดอยู่บนผนังด้านในสุด ตรวจเช็กสวิตช์และแรงดันไฟตามขั้นตอนปกติ
ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับ แสงไฟฉายในมือก็บังเอิญสาดไปกระทบกับซอกหลืบหลังชั้นวางเครื่องมือไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งชิดผนังปูน
ตรงนั้น... มีรอยต่อของบานประตูไม้สีทึบซ่อนอยู่หลังชั้นวางของ!
ด้วยความสงสัย ผมจึงค่อยๆ ออกแรงเลื่อนชั้นวางเครื่องมือไม้ออกมาเบาๆ ปรากฏให้เห็นบานประตูไม้ขัดแตะทรงแคบที่มีลูกบิดเก่าคร่ำครึติดอยู่ บนบานประตูไม่มีป้ายบอกชื่อห้อง มีเพียงรอยฝุ่นจับหนาเตอะ
ผมลองใช้มือหมุนลูกบิดดู ปรากฏว่าประตูดังกล่าวไม่ได้ลงกลอนล็อกไว้!
*แอ๊ด...*
เสียงบานพับไม้ลั่นเบาๆ เมื่อผมผลักประตูให้เปิดออก ช่องทางเดินแคบๆ กว้างเพียงพอดีตัวคนเดียวทอดยาวลึกเข้าไปในความมืดมิด กลิ่นอายเย็นะเืและกลิ่นปูนซีเมนต์ชื้นลอยโชยออกมาจากช่องทางนั้น
ผมส่องไฟฉายนำทางและค่อยๆ ก้าวเท้าแทรกตัวเข้าไปในช่องทางลับนั้นอย่างระมัดระวัง
เมื่อเดินเข้าไปได้ไม่กี่ก้าว ผมก็เริ่มตระหนักได้ทันทีว่า ช่องทางเดินแห่งนี้คือ "ช่องทางซ่อมบำรุงลับ (Service Corridor)" ที่ถูกสร้างขึ้นมาขนานไปกับแนวกำแพงด้านหลังของห้องพัก VIP ทุกห้อง เพื่อให้ช่างสามารถเข้ามาเดินท่อแอร์ ท่อประปา และสายไฟได้โดยไม่ต้องรบกวนแขกด้านใน
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมเต้นระทึกจนแทบหลุดออกมาจากขั้ว ไม่ใช่แค่การค้นพบทางเดินลับ...
หากแต่เป็เสียงบางอย่างที่ดังแว่วทะลุกำแพงปูนด้านข้างออกมา!
*ตับ... ตับ... ตับ...*
*อ๊ะ... อ๊า... พี่ขา... แรงอีก... อื้อออ... เสียวเหลือเกิน...*
เสียงครางหวานหยดย้อยระคนเสียงเนื้อกระทบเนื้ออย่างหนักหน่วงและเป็จังหวะจะโคนดังสะท้อนก้องอยู่ในช่องทางเดินแคบๆ นั้นอย่างชัดเจน เสียงนั้นดังมาจากตำแหน่งด้านหลังของห้องพักหมายเลข 104 ซึ่งเป็ห้อง VIP ยอดนิยม
ผมกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก สองเท้าก้าวไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติดั่งต้องมนต์สะกด
เมื่อผมเดินมาหยุดอยู่ตรงจุดที่ตรงกับตำแหน่งห้อง 104 ผมก็พบว่าบนผนังปูนระดับสายตามีช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือที่ถูกเจาะทะลุเอาไว้ และตรงช่องนั้นมี "เลนส์ตาแมวพิเศษ (Peep Hole Lens)" ติดตั้งฝังแน่นอยู่กับเนื้อไม้หลังกรอบรูปหัวเตียงของห้องพัก!
ใครบางคน... อาจจะเป็ช่างก่อสร้างหรือเ้าของคนเก่า ได้จงใจเจาะรูส่องตาแมวนี้ไว้เพื่อแอบดูแขกในห้อง VIP!
เืในกายของผมเริ่มสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ความรู้ผิดชอบชั่วดีถูกความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณดิบของเพศชายกลืนกินจนหมดสิ้น
ผมค่อยๆ ดับไฟฉายในมือลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมรอบตัว มีเพียงแสงไฟสีส้มอมชมพูสลัวจากในห้องพักที่ลอดผ่านเลนส์ตาแมวออกมาเป็วงกลมเล็กๆ
ผมสูดลมหายใจลึก โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ และแนบดวงตาข้างขวาเข้ากับรูส่องตาแมวตรงหน้าอย่างแ่เบา...
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาลมหายใจของผมสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวดั่งถูกสาป!
ภายในห้องพัก VIP 104 ที่ประดับด้วยไฟนีออนสีชมพูสลัว บนเตียงนอนคิงไซส์ปูผ้าปูสีแดงสด ร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาน่ารัก ผิวขาวผ่องราวกับหยวกกล้วย กำลังนอนหงายอ้าขาเรียวสวยทั้งสองข้างออกกว้าง สองมือเรียวเล็กขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ใบหน้าหวานเชิดขึ้น ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดเผยอออก ส่งเสียงครางหวานหอบกระเส่าอย่างไม่ขาดสาย
เหนือร่างของเธอ คือชายหนุ่มร่างสูงล่ำ ผิวสองสี ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดกล้ามเนื้ออกและซิกแพ็กแน่นหนั่นที่มีหยาดเหงื่อซึมไหล เขาจับเรียวขาขาวผ่องของหญิงสาวพาดไว้บนบ่าล่ำสันข้างหนึ่ง สองมือหนาจับยึดสะโพกกลมกลึงของเธอไว้แน่น ก่อนจะซอยกระแทกท่อนเอ็นขนาดใหญ่โตยาวเฟื้อยเข้าใส่ร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำรักสีใสอย่างบ้าคลั่ง!
*ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!*
*อ๊อยยย... พี่จ๋า... มิดด้ามเลย... เสียวรูไปหมดแล้ว... อ๊าาา!*
หญิงสาวบิดส่ายสะโพกแอ่นรับแรงกระแทกกระทั้นอย่างร่านร้อน หน้าอกหน้าใจขนาดกำลังพอดีมือของเธอกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการอัดกระแทก ยอดอกสีชมพูระเรื่อชูชันท้าทายสายตา ทุกครั้งที่ท่อนเนื้อลำเขื่องแทรกตัวเข้าไปลึกจนสุดโคน เสียงน้ำรักที่เสียดสีเฉอะแฉะ *แจ๊ะ... แจ๊ะ...* ก็ดังประสานไปกับเสียงเนื้อกระทบเนื้ออย่างชัดเจนแจ่มชัด
ผมยืนเกร็งตัวแนบตาอยู่กับรูส่อง ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ความตื่นเต้นและความเร่าร้อนที่ได้เห็นภาพกิจกรรมทางเพศอันดิบเถื่อนในระยะประชิดเพียงไม่กี่ก้าวปลุกเร้าอารมณ์กำหนัดในกายของผมให้ลุกโชน ความเป็ชายใต้กางเกงยีนส์ขยายตัวพองโตจนปวดหนึบและดันเนื้อผ้าออกมาจนตึงเปรี๊ยะ
ผมไม่เคยคิดเลยว่า การได้แอบมองผู้อื่นเสพสมกันผ่านรูลับหลังกำแพง จะมอบความเสียวซ่านและตื่นเต้นเร้าใจได้รุนแรงถึงขนาดนี้!
ชายหนุ่มในห้องเปลี่ยนท่วงท่า ดึงร่างของหญิงสาวให้พลิกคว่ำลงในท่าคลานเข่า ยกบั้นท้ายขาวผ่องงอนงามขึ้นสูง ก่อนจะกระหน่ำแทงท่อนเอ็นเขื่องเข้าใส่จากทางด้านหลังอย่างดุดัน เสียงครางกระเส่าของหญิงสาวที่ครวญครางด้วยความสุขสมดังระงมลั่นห้อง
ผมแทบไม่อาจละสายตาจากภาพเบื้องหน้าได้เลย มือข้างหนึ่งเลื่อนลงไปััเป้ากางเกงของตัวเองที่แข็งขึงจนแทบะเิ
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ผมกำลังดำดิ่งสู่ห้วงตัณหาอยู่นั้นเอง
*กึก...*
เสียงฝีเท้าแ่เบาคู่หนึ่งกลับดังขึ้นจากทางด้านหลังของผมในช่องทางเดินแคบๆ อันมืดมิด!
พร้อมกันนั้น... กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าผสมมัสก์หรูหราอันคุ้นเคยอย่างยิ่ง ก็ลอยโชยมาปะทะจมูกของผมอย่างจัง!
ลมหายใจอุ่นร้อนของใครบางคนเป่ารดลงบนต้นคอด้านหลังของผมอย่างแ่เบา ตามด้วยััของเนินเนื้ออวบอิ่มนุ่มหยุ่นขนาดมหึมาที่ทาบทับเบียดชิดเข้ากับแผ่นหลังของผมในความมืด!
หัวใจของผมร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เืในกายเย็นเฉียบสลับกับร้อนผ่าวด้วยความใสุดขีด!
มีคนอื่นอยู่ในช่องทางลับนี้กับผม...
และคนคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก... คุณนภา เ้าของม่านรูดสาวใหญ่ทรงเสน่ห์!