เทียนมายืนหน้าเตียงแม่ของน้องแนน แล้วใช้มือแตะชีพจรที่ แขน สังเกตสีหน้าแล้ว ฟังเสียงลมหายใจ ทุกอย่างเป็ปกติ ยกเว้นสมองส่วนที่รับรู้ เทียนใช้มือไปแตะที่หน้าผาก แล้วปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์ไปเริ่มฟื้นฟู สมองที่ถูกทำลายไปแล้ว
เพราะไม่มีเืไปเลี้ยงสมอง เพราะผนังหลอดเืได้แตกออก ตอนได้รับอุบัติเหตุ เทียนใช้มืออีกข้าง ปล่อยไปซ่อมแซมเส้นเืที่แตกให้กลับเป็ปกติ จากนั้นเืก็ไหลเวียนไปทั่วร่าง และสมองก็ฟื้นฟูมาเป็ปกติ เทียนใช้กระแสปล่อยไปทั่วร่างเพื่อ ให้มีการกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในทั้งหมดทันที ไม่นาน แม่น้องแนนก็ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆน้องแนนลงจากเตียงมาดูแม่ พอเห็นแม่ลืมตา ก็ร้องไห้ทันที
“ ม๊า ม๊า ฟื้นแล้ว”
“ ลูกแนน ลูกไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ป๊าล่ะ”
“ พี่หมอกำลังรักษาอยู่ค่ะ” น้อนแนนพูดด้วยน้ำเสียงดี ใจ ซินแสเห็นเช่นนั้นก็ดีใจยิ่งนัก ส่วนหมอผ่าตัดไม่กลับบ้านอยู่ห้องไอซียู กับเทียนไม่ยอมไปไหนเด็ดขาด
เพราะหมอจะไม่ยอมพลาดที่จะได้เห็นการรักษาแบบนี้อย่างแน่นอน พอเห็นแม่ของน้องแนนตื่นขึ้น หมอกรณ์ถึงกับตะลึงรอบสองไม่คิดว่าจะเทียนจะรักษาโรคแบบนี้ได้ ขณะที่มองแม่น้องแนน ก็เห็นเทียน เริ่มใช้นิ้วแตะที่คอของ พ่อของน้องแนน แล้วไล่ไปที่ต้นคอ และหน้าผาก สุดท้าย ร่างของพ่อของน้องแนน กระตุกทีหนึ่ง ก็ฟื้นลืมตาทันที แล้วสามคนพ่อแม่ลูก ก็กอดคอกันร้องไห้ดังระงมไปหมด
พยาบาลที่อยู่เวรเห็นแบบนี้ก็ใไม่แพ้หมอกรณ์ ได้แต่ยืนอึ้งพูดไม่ออก ซินแสจงิ ได้น้ำตาไหล ก้มหัวขอบคุณเทียน จนเทียนต้องจับไหล่ซินแส เอาไว้ไม่ต้องขอบคุณอีกแล้ว เวลานี้หมอกรณ์ทนไม่ไหว เข้าไปขอคุยกับเทียนตามตรง
“ คุณหมอซู ผมอยากให้หมอมาช่วยรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลโลตัสแห่งนี้บ้าง
ไม่ทราบคุณหมอซู พอจะมีเวลามาได้ไหม” เทียนหันไปมองหน้าหมอกรณ์แล้วยิ้มให้
“ คุณหมอกรณ์ผมบอกตามตรง ผมไม่ใช่หมอของที่ดินแดนแห่งนี้ ผมไม่มีใบอนุญาตรักษา ที่ผมมารักษาให้ก็เป็เพราะซินแสจงิเชื่อมั่น หากผมมารักษาแล้วผิดพลาด คุณหมอกรณ์จะลำบากเปล่าๆ” เทียนอธิบายตามตรงทำเอาหมอกรณ์นิ่งอึ้งทันที สมองยังไม่รู้จะพูดอะไร เทียนเลยขอลาทันที แต่หมอกรณ์กลับจับมือเทียนเอาไว้
“ เป็เคสบายเคส ได้ไหมครับ เื่อื่นๆ ผมรับผิดชอบเอง” หมอกรณ์ไม่ยอมแพ้ที่จะรั้งเทียนเอาไว้
เทียนจึงให้เบอร์โทรศัพท์ไป หมอกรณ์เก็บเอาไว้เหมือนกับเก็บของมีค่าที่สุดในชีวิต เทียนกลับมาถึงบ้านก็นอนหลับทันที
ตอนเช้าแม่เจนงัดเทียนออกจากเตียง เพื่อให้ไปโรงเรียนนานาชาติวันแรกไม่อยากให้เทียนไปสาย โดยแม่เจนเตรียมนมไว้ให้เทียนติดตัวไปเพิ่มอีกขวด
ใส่กระเป๋าเป้ 1 ขวด สะพายติดตัว 1 ขวด วันแรกเทียนแม่เจนนั่งรถไปส่งเทียนที่โรงเรียนพร้อมกับป้าสะใภ้สาม และ แฝดเปา-เปียว พอไปถึงโรงเรียนก็พบ วาวากับแม่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว มีมิสเตอร์ คาน คุณครูที่นี่มาคอยต้อนรับ โรงเรียนแห่งนี้เป็โรงเรียนเก่าแก่ก่อตั้งสมัย่ปลายาเวียดนาม ปี 2518 เป็เพราะทหารอเมริกันได้ตั้งรกราก ได้ภรรยาเป็คนไทย จึงร่วมมือกันก่อตั้งโรงเรียนไว้สอนลูกหลานตนเอง โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียนนานาชาติ อมริกัน ซอเยอร์
หลังจากส่งลูกๆ เข้าห้องเรียน แล้วผู้ปกครอง ก็กลับบ้าน ตอนเย็นค่อยมารับกลับไป เทียน ต้องเรียนหนังสือ วันละ 5 วิชา และแต่ละวิชาต้องเดินไปเรียน
5 ห้องเรียน เด็กๆ ก็สนุกกันไป ด้วยความตื่นเต้นกับสถานที่ใหม่ เทียนได้แต่เดินตามเพื่อนไปด้วยความรู้สึกธรรมดา ถึงเวลาอาหารเที่ยง เทียนก็เริ่มฝึกกินอาหารของโรงเรียน แต่กินไม่มาก แค่ชิมคำสองคำ ก็กลับมาดื่มนมต่อ ปกติกลุ่มของเทียนก็จะมี เทียน วาวา และ แฝดเปาเปียว แต่คราวนี้มีเด็กชายชื่อ แจ็คเป็เด็กอเมริกันวัย 6 ขวบมานั่งขอร่วมวงด้วย เพราะแจ็คเกิดชอบวาวา ครั้งแรกที่เห็นเลยตามมาด้วย วาวาต้องหนีมานั่งข้าง ๆ เทียน
“ เทียน ตกลงนายจะสมัครเข้าชมรมอะไร ทางโรงเรียนบังคับให้สมัคร สองชมรมเลย” วาวาเอ่ยถามเทียน
“ ไม่สมัครเลยได้ไหม” เทียนไม่อยากสมัครเลย
“ ไม่ได้ นายต้องสมัคร มีรักบี้ ฟุตบอล บาส ตะกร้อ ชกมวย เทควันโด วิ่ง ว่ายน้ำ
นายต้องเลือก ฉันเลือกเทควันโด จะได้ฝึกต่อกันไปเลย” วาวาบอกทุกๆคน
“ อาเปา อาเปียว พวกนายลงชมรมอะไร” เทียนถามแฝดทั้งสอง
“ พวกเราตามขอเรียนตามลูกพี่” ทั้งสองตอบพร้อมกัน
“ อย่าเลย พวกนายลงเทควันโด แบบวาวา เพื่อจะได้เรียนต่อเนื่อง ไม่ต้องไปที่โรงเรียนอาจารย์โทซอนอีก ส่วนฉัน ชมรมวิ่งน่าจะเหมาะที่สุด” เทียนคิดว่าคงไม่ต้องซ้อมอะไรมาก ชมรมนี้คนน่าจะมีน้อยไม่น่าลำบากเท่าไร
“ ตามใจ แล้วอีกชมรมนายจะเลือกอะไร มีชมรมศิลปดนตรี โต้วาที สหประชาติ ชมรมแพทย์ฝึกหัด” วาวาเอ่ยไปเรื่อยๆ เทียนยกมือตอบก่อนเลย
“ ฉันเลือกแล้ว”
“ ชมรมอะไร”
“ ชมรมแพทย์ฝึกหัด” เทียนตอบโดยไม่ต้องคิด
ส่วนวาวาเลือกชมรมศิลปะดนตรี วาวาบอกว่าถ้าโตขึ้นเธอจะเป็นักร้อง ส่วนฝาแฝดเปา-เปียว เลือกเรียนชมรมเดียวกับเทียน ส่วนแจ็ค ไปสมัครเรียนชมรมเดียวกับวาวา หลังจากลงทะเบียนเสร็จ เทียนได้เข้ามาที่ชมรมวิ่ง โดยที่ทางชมรมได้จัดคัดตัวคนที่จะเข้าชมรมเพียงแค่ 10 คนเท่านั้น แต่มีคนมาสมัครเกือบ 40คน
โดยวิธีการคัดเลือก ก็แค่ให้ทั้งหมดวิ่งที่สนามฟุตบอล วิ่งจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อไปชิงธงที่มีอยู่เพียง 10 อันเท่านั้น ใครถึงก่อนหยิบได้ก็ได้เข้าชมรมวิ่ง น่าแปลกทั้งสี่สิบคนมีเด็กหญิง วัย 6 ขวบ เพียง 1 คนเท่านั้น ที่เหลือ 39 คนเป็ชายทั้งหมด รุ่นพี่ เลยให้แข่งรวมกันไปเลย เทียนตัวเล็กที่สุด รุ่นพี่เห็นเทียนสะพายขวดนมก็หัวเราะ
“ ฝากขวดนมไว้ก่อนไหมเ้าหนู” รุ่นพี่ที่คัดตัวเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่ต้องครับ “ เทียนไม่ให้ ของรักของหวงฝากได้ไง
“ เข้าที่ ไปได้” เสียงรุ่นพี่สั่ง ไปได้ ทุกคนวิ่งกันสุดชีวิต เทียนก็วิ่งตามไปอย่างสบาย ไม่ได้เร่งรีบอะไร แต่เด็กสาวเพียง หนึ่งเดียวกับวิ่งนำหน้าทุกคน จนห่าง
หลาย่ตัว เทียนเห็นเช่นนั้นเลยยอมไม่ได้ วิ่งสปีดแซงไปก่อนถึงเส้นชัยเพียง 2เมตรแล้วคว้าธงมาเป็คนแรก สร้างความใให้กับเด็กผู้หญิงยิ่งนักที่ จู่ๆ เทียนก็มาแซงปาดหน้าชนะอย่างง่ายดาย รุ่นพี่ที่เห็นก็คาดไม่ถึงว่าเทียนที่ตัวเล็กที่สุดกลับกลายมาเป็ผู้ชนะทุกๆคน เทียนถูกเรียกมาซักประวัติ เคยซ้อมหรือเคยแข่งมาหรือไม่ เทียนเอ่ยคำเดียวว่าไม่เคย จนรุ่นพี่บอกว่า ต่อไปหลังเลิกเรียนต้องมาเข้าชมรมซ้อม อาฑิตย์ละ สองวันเป็อย่างน้อย แต่ถ้ามีแข่งต้อง พักที่โรงเรียนเลย เทียนรับฟังเสร็จก็เดินออกมา เจอเด็กสาว นักวิ่งยืนรออยู่ด้านหน้า
“ ฉันชื่อเมย์ นายชื่อเทียนใช่ไหม” เทียนพยักหน้าให้แล้วยิ้ม
“ ไม่อยากเชื่อว่านายจะชนะ ฉันได้ ตัวก็เล็กแค่นี้” เมย์เอ่ยด้วยความสงสัย
“ มีคนพูดเช่นนี้หลายคนแล้วเหมือนกัน” เทียนจะหยิบนมแม่เจนมากินแต่ว่าหมดซะแล้ว
“ ฉันเลี้ยงนมเธอเอง” เมย์อาสาพาเทียนไปเลี้ยงนม เทียนจะปฏิเสธก็ไม่ทันเสียแล้วถูก เมย์จูงมือไปที่ร้านค้า เมย์สั่งนมสดมา 2 กล่อง แบ่งกันคนละกล่อง เทียนดูดเข้าไปแล้วจะอ๊วก ไม่เห็นอร่อยเลย แต่ไม่พูดอะไรเลยได้แต่อมเฉยๆ
“ นายเป็เพื่อนคนแรกของฉันแล้วนะ” เมย์เอ่ยกับเทียน ที่พยักหน้ารับรู้ ไม่พูดออกมา กำลังจะหาทางบ้วนนมทิ้งอยู่
“ พี่ฉัน ทั้งสองคน ล้วนเป็นักกีฬาวิ่งด้วยกันทั้งหมด ส่วนฉันก็ถูกสอนให้วิ่งตั่งแต่จำความได้ ฉันไปแข่งที่ไหนในรุ่นเดียวกัน ฉันไม่เคยแพ้ใครมาก่อน นายเป็คนแรกที่วิ่งแข่ง เอาชนะฉันได้ นายไปฝึกมาจากไหน” เมย์หันตบไหล่เทียนที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จา ทำให้เทียนที่กำลังพะอืดพะอม กับนมวัวที่อยู่ในปาก เลยอ๊วกนมพรวดออกมาจนหมด พอดีแฝดเปาเปียวเห็นเทียนก็รีบวิ่งเข้ามาหาเลยรับนมวัวไปเต็มๆ ทั้งสองคน วาวากับแจ็คตามมา เลยรีบถามเทียนกันว่าเป็อะไร
“ สงสัยจะแพ้นมวัว” เทียนบอกออกไปแล้วช่วยเช็ดนมให้แฝดเปาเปียว จากนั้นเทียนก็แนะนำให้ทั้งหมดรู้จักกับเมย์ เพื่อนใหม่ เทียนรู้สึกได้ว่า เมย์กับวาวา จะเข้ากันได้ดีทีเดียว ั้แ่นั้น กลุ่มของเทียนก็มีเพื่อนเพิ่มอีกคน
รุ่งขึ้นอีกวันแม่เจนเตรียมเสื้อผ้า มาให้เทียนเพิ่มอีกชุด พร้อมพ่อเก้า ท่านย่าก็มาด้วย แถมเตรียมกล้องถ่ายรูปมาด้วย เทียนยังสงสัยว่า มากันทำไม พอขึ้นรถตู้
ทั้งลุงสามและอาสะใภ้สาม ก็มา อาเปา อาเปียว ดีที่รถตู้นั่งได้สิบกว่าคน เลยไปรถคันเดียวกัน พอไปถึงโรงเรียน มีป้ายงานต้อนรับนักเรียนใหม่ จะมีการแข่งขัน
รับน้อง ซี่งปีนี้มีนักเรียนเข้าใหม่ จำนวน 60 คนเท่านนั้น ในงาน มีของกินมากมายให้กินกันอย่างเต็มที่ ทั้งไก่ทอด ไส้กรอก ไอสครีม ก๋วยเตี๋ยว ผัดไท หมูปิ้ง บาบีคิว ทุกอย่างกินกันเต็มที โดยจัดบูท เป็จุด ๆ มีซุ้มประตู ไว้ถ่ายรูปมากมาย
พอเริ่มงานมิสเตอร์คานขึ้นบนเวที ประกาศแข่งขัน พิธีการต้อนรับน้องใหม่ปีนี้
ทั้ง 60 คน โดยใส่เสื้อยืดเขียนว่า เกรด 1 โดยแบ่งทีมละ 6 คน เป็ 10 ทีม
มีการแข่งขันทั้งหมดสามด่าน โดยปิดม่านด่านสุดท้ายเอาไว้ ไม่รู้ว่าคือด่านอะไร
เทียนกับเพื่อนรวมกันได้ 6 คน พอดี ทุกคนได้กระเป๋าสะพายคนละใบ เจอด่านแรก เป็บ่อน้ำตื้น ความสูงเท่าหัวเข่า ในน้ำมีเหรียญ 10 บาทเต็มไปหมด ทุกคนต้องช่วยกันเก็บให้ได้มากที่สุด มีเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น เทียนกับเพื่อนสวมแว่นตากันน้ำช่วยกันเก็บเหรียญกันอย่างสนุกสนาน ไม่รู้เก็บได้เท่าไร พ่อแก้วกับแม่เจน และท่านย่า ถ่ายรูปเทียน กับเพื่อนแล้วหัวเราะกันอย่างมีความสุข พอไปด่านที่สองเป็ด่านแป้ง ก็มีเงินแบงค์ร้อย แบงค์ห้าร้อย แบงค์พัน อยู่ผสมไปกับแป้ง คราวนี้มีเวลาน้อยลงแค่ นาทีเดียว ทุกคนต่างลุยหาเงินแบงค์กันอย่างไม่กลัวฝุ่นแป้ง จนหน้าตาแต่ละคน ถึงกับขาวโพลนไปหมด เทียนก็ไม่ได้ใช้พลังเทพใดใด แต่ใช่พลังมนุษย์ธรรมดาเก็บแบงค์อย่างสนุกสนานไปตามวัย ตามเพื่อน
โดยเฉพาะวาวา ช่างเก็บแบงค์ได้เก่งเหลือเกิน แบงค์พันที่เก็บได้น่าจะหลายสิบใบ พอเวลาหมด ด่านสุดท้ายปรากฏ มีลูกหมูหนัก 10 กิโลอยู่ 10 ตัว ใครจับได้ให้อุ้มออกมาด้านนอกทีมใดจับหมูได้มากที่สุดจะชนะ ได้ถ้วยรางวัลประจำปีนี้แต่ที่สำคัญที่ทุกคนสนใจคือ หมูน้อย สิบตัวนี้ใส่สร้อยคอทองคำไม่ต่ำกว่า 5 บาท
ใครจับได้ ก็ได้ทั้งหมูทั้งสร้อยทองไปด้วย ทั้งวาวา กับ เมย์ทีแรกจะไม่ยอม แต่พอรู้ว่าในคอหมูมีทองคำหนัก 5 บาทอยู่ เลยออกไปยืนรอด้านหน้าทันที พอเสียงบอกเริ่มได้ วาวากับเมย์ พุ่งตัวเข้าไปจับเป็ กลุ่มแรก เลยแต่ว่า หมูสิบตัวนี้ ถูกทาด้วยน้ำมันพืช ทำให้ไม่สามารถจับได้ง่าย ทำให้วุ่นวายกันไปหมด ผู้ปกครองทั้งหลายเห็นบุตรหลายตัวเอง ไล่จับหมูกลิ้งไปกลิ้งมาก็พากันก็หัวเราะกันสนุก ส่วนหมูก็วิ่งออกไปจากกรงออกไปบนสนามฟุตบอล จนเด็กๆ วิ่งไล่ตามกันเป็พรวน เทียนไม่สนใจอะไร
ใช้พลังเทพสั่งให้หมู มาหาสองตัวแล้วถอดเสื้อจับอุ้มทีเดียวสองตัวเลย ส่วนคนอื่นๆ เห็นเทียนถอดเสื้อจับได้ ก็เลยทำตามบ้าง วาวา สั่งให้แจ็คถอดเสื้อออกมาแล้วจับได้ อีก 1 ตัว ส่วน เมย์ไม่กล้าถอดเสื้อ เทียนเลยโยนเสื้อให้ ทำให้จับได้เช่นกัน ส่วน อาเปา กับ อาเปียว ก็จับได้ด้วยเช่นกัน ส่วนแจ็คจับไม่ได้เดินคอตกมาเข้ากลุ่มเทียน แต่มีหมูตัวหนึ่งวิ่งะโใส่ แจ็ค ทำให้แจ็คจับได้เป็คนสุดท้าย เป็เพราะเทียนสั่งให้หมูเข้ามาหาแจ็คนั่นเอง
ในที่สุดปีนี้ กลุ่มของเทียนก็ได้รางวัลชนะเลิศ ได้ถ้วยไปครองในครั้งนี้ ทั้งหมดถ่ายรูปร่วมกัน โดยมีกล้องวิดีโอ จับภาพเหตุการณ์วันนี้เอาไว้ทั้งหมด ไว้จบการศึกษา วิดีโอชุดนี้จะนำมาเปิดให้ทุกคนดูอีกที เทียนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงเรียน พ่อกับแม่เจนและท่านย่า ต่างมีความสุขกันมาก เทียนกลับถึงบ้านก็นอนหลับทันที
คืนนั้นเทียนเข้าไปฝึกพลังเทพตามปกติ ปู่หลี่ต้าเหอ เข้ามาพูดเื่สำคัญ
“ อาเทียน เวลานี้เ้ามีอายุครบ 4 ปี ดังนั้นเ้าสามารถไปฝึกพลังเทพ ที่ดินแดนเทพจริงได้แล้ว”
“ แล้วจะทางโลกมนุษย์จะทำยังไงดี” เทียนห่วงแม่เจน
“ เ้ากินยาเม็ดแยกร่างนี้เข้าไป เ้าสามารถแยกร่างได้ทันที” ปู่หลี่หต้าเหอยื่นเม็ดยาแยกร่างให้เทียน
“ มีเม็ดยาแยกร่างด้วยหรือนี่” เทียนคิดว่า ถ้าเขาฝึกตนได้ถึงระดับพลังมหาเทพได้ ก็สามารถแยกร่างโดยไม่ต้องกินยานี้ เทียนจึงกินเม็ดยาไปทันที หลังกินยา
ไม่นานเทียนรู้สึกร่างของตนค่อยๆ แยกออกมาอีก 1 ร่าง กลายเป็เทียนอีกคนหนึ่งทันที เทียนหลับตาลองััถึงอีกร่าง ก็สามารถรับรู้ทุกสิ่งที่ร่างใหม่ััได้ทั้งหมด จากนั้นก็ส่งร่างแปลงไปยังโลกมนุษย์แทน
“ ไปกันเถอะ” ท่านปู่หลี่ต้าเหอจับเทียนเข้าสู่ดินแดนเทพแท้จริงทันที ทั้งสองคนมาถึงสำนักแห่งหนึ่งดูเงียบสงบ
แต่ว่าใหญ่โตมาก ด้านหน้ามีป้ายเขียนไว้ว่า สำนักเทพนิรันดร์ ท่านปู่หลี่ต้าเหอ
ส่งกระแสจิตไปบอกคนที่รู้จัก ไม่นานก็มีชายผมชราผมสีดอกเลา ปรากฏร่างออกมาต่อหน้า แล้วเอ่ยทักทายปู่หลี่ทันที
“ ท่านพี่หลี่ไม่เจอกันนาน นี่คงเป็ทายาทสกุลหลี่ที่ท่านเอ่ยถึงใช่ไหม”
“ อาเทียน คำนับท่าน เ้าสำนักติงซานซะ” เทียนรีบคำนับทันที
“ ข้าขอฝากอาเทียนให้ท่านช่วยสั่งสอนด้วย” ปูหลี่เอ่ยกับท่านเ้าสำนักติงซาน
“ ข้าจะดูแลเด็กคนนี้เองท่านไม่ต้องห่วง” เ้าสำนักเทพนิรันดร์ นามว่าติงซาน เอ่ยออกมา ปู่หลี่ก็ค่อยๆ หายไปอยู่ในเจดีย์เหมือนเดิม เ้าสำนักหันมามองหน้าเทียนแล้วจับไหล่อาเทียนหายวับไปทันที...