หนี้บุญคุณแค้น
อวี้เยี่ยนได้ย้อนกลับมาใน่เวลาที่สำคัญ
ใน่อายุปีที่สิบสาม คือจุดเปลี่ยนแห่งความบัดซบทั้งหมด ใช่แล้วมันเริ่มต้นมาจากใน่เวลานี้นี่แหละ ความโง่ในวัยเยาว์ได้สะท้อนกลับมาหานางอย่างที่ไม่ต้องกล่าวโทษผู้ใด
“แต่งตัวให้ข้า” ร่างงามตัวน้อยพูดเสียงงัวเงียเถียนเถียนผู้ซึ่งเป็สาวใช้ประจำตัวเดินเข้ามาพร้อมหอบอาภรณ์สีม่วงชมพูมาใส่ให้นางอย่างคล่องแคล่วผิวขาวผ่องของอวี้เยี่ยนตัดรับกับสีม่วงชมพูดอกบัวเป็อย่างดีใบหน้าดวงน้อยล้อมกรอบไปด้วยเส้นผมสีดำราวกับม่านน้ำตกที่ทิ้งตัวลงมาเป็ความงามที่ดูโดดเด่นเป็ประกายเป็อย่างยิ่ง เถียนเถียนทำผมเป็มวยเล็กๆให้อวี้เยี่ยนไม่ว่าจะทำทรงใดล้วนงดงาม ก่อนจะติดเครื่องประดับเล็กๆไว้ เปล่งประกายจนน่าใจหาย ดรุณีน้อยผู้นี้พร้อมย่างให้ภมรยลโฉมแล้ว
เมื่อชั่วครู่ที่ผ่านมาอาจเพราะยังไม่ทันได้เข้าใจเหตุการณ์ต่างๆได้ถ่องแท้นักยามที่สาวใช้ตัวน้อยไถ่ถามอะไรมา ถึงกับทำให้อวี้เยี่ยนปวดหัวตุบตับ แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่การกระทำตัวของนางไม่ได้ผิดแปลกไปจากเดิมอะไรมากมายไม่เช่นนั้นสาวใช้จู้จี้ผู้นี้ย่อมจับได้อย่างรวดเร็วอวี้เยี่ยนถอนหายใจ พลางโบกมืออย่างเกียจคร้าน “ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกับข้า เล่ามาให้ละเอียด”
เถียนเถียนทำสีหน้าประหลาดใจคุณหนูของนางเพิ่งช่วยคนมาจนทำให้ตัวเองพลาดพลั้งล้มป่วยไปไม่ใช่หรือ เื่ราวก็คล้ายจะเกิดขึ้นไม่นานมานี้ หรือว่าอาการป่วยนี้ทำให้สมองของคุณหนูเลอะเลือนเข้าเสียแล้ว!
เถียนเถียนมองผ่านสายตาบึ้งตึงของอวี้เยี่ยนพยายามนึกในใจ ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูกันหนอ ก่อนจะบอกเอ่ย“คุณหนูเพิ่งจะช่วยคนมาเ้าค่ะ จำไม่ได้หรือ ท่านตั้งใจช่วยพวกเขามากจนตัวเองพลาดจมน้ำไปด้วยอีกคนโชคดีที่องครักษ์ที่ท่านแม่ทัพส่งมาคุ้มกันคุณหนูนั้นอยู่ไม่ไกลช่วยทั้งคุณหนูและคุณชายท่านนั้นได้ทัน ต่อคุณชายท่านนั้นมีข้ารับใช้มารับตัวกลับไปส่วนคุณหนูก็ถูกเร่งนำมารักษาตัวที่จวนจวบจนมาถึงวันนี้เ้าค่ะ”
อวี้เยี่ยนทำสีหน้าปั้นยากหากจำไม่ผิด ใน่นี้ของกาลก่อน นางช่วยผู้ชายของชิงเหลียนมาผู้หนึ่งจริงๆความรู้สึกที่นางมีต่อท่านชายผู้นี้ในกาลก่อนช่างยากจะบรรยาย เขาไม่ใช่คนที่นางมีใจปฏิพัทธ์ทว่าความช่วยเหลือหลายๆ อย่างนั้นย่อมมาจากเขา
มันไม่ใช่การช่วยเหลือด้วยใจที่เสน่หาแต่เป็การจำยอมช่วยเหลือเพราะถูกบังคับจากเื่ที่นางจงใจโป้ปดขึ้น และการโป้ปดของอวี้เยี่ยนนั้นก็คือเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ก่อนที่นางจะล้มป่วยเป็ผักและเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาในตอนนี้
ถือว่านางย้อนกาลมาถูก่เวลามันยังสามารถแก้ไขความเข้าใจผิดที่นางจงใจก่อขึ้นมาได้
หากให้ทวนความทรงจำบุรุษที่มีใจปฏิพัทธ์ต่อชิงเหลียน น้องสาวของนางนั้นช่างมากมาย ทั้งหล่อเหลาและสูงศักดิ์อย่างคนธรรมดาไม่อาจเทียบเคียงชิงเหลียนล้วนดวงใจพวกเขาไปจนหมดสิ้นสร้างความริษยาแก่หญิงสาวและดรุณีที่ยังไม่ออกเรือนเป็อย่างยิ่งแม้ชิงเหลียนจะเติบใหญ่มาบนป่าเขาที่ห่างไกลจากความเจริญของเมืองหลวงทว่าอย่างที่กล่าวไป หากไม่สามารถสู้กันได้ด้วยฐานะ ก็ต้องสู้ด้วยวาสนาคราแรกชิงเหลียนเป็เพียงดรุณีน้อยผู้ไร้บิดามารดาต่อมาเมื่อคืนสู่ฐานะเดิมกลับเป็ถึงบุตรสาวสายตรงของภรรยาเอกและมีผู้หมายปองที่ฐานะไม่ธรรมดา เป็ฐานะและวาสนาที่ต้องสั่งสมมากี่ชาติภพ
นอกจากชินอ๋องที่มอบดวงใจที่ชิงเหลียนไปจนหมดสิ้นบุรุษอีกคนย่อมโดดเด่นไม่แพ้กัน เขาคือบุตรชายสายตรงของท่านเสนาบดีใต้เท้าคนเก่าแก่ผู้เป็ที่ไว้วางใจของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเป็ซื่อจื่อผู้ดำรงตำแหน่งสืบทอดคนต่อไปของจวนเสนาบดี นามชวี่ฮุ่ยิ
สำหรับชวี่ฮุ่ยิผู้นี้อวี้เยี่ยนทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยในบางครั้งเขาก็มีความอารีที่มอบให้อย่างจริงใจ แต่สุดท้ายผู้ที่เขายอมถวายชีวิตและมองดวงใจให้ ย่อมเป็ชิงเหลียน
ก่อนที่อวี้เยี่ยนจะล้มป่วยอวี้เยี่ยนได้เดินทางไปชมทิวทัศน์ที่เขาหนานเหมินกับสหายกลุ่มหนึ่ง นางได้ช่วยเหลือบุรุษหนุ่มจากสายน้ำเชี่ยวกรากตอนกำลังไปล้างหน้าล้างตาที่ธารน้ำแต่แรกอวี้เยี่ยนไม่ใช่ผู้มีจิตใจอารีโอบอ้อมอันใด ปกติแล้วในเหตุการณ์เช่นนี้นางไม่คิดยุ่งเกี่ยว หากช่วยเหลือสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วปรากฏว่าเป็โจรูเาขึ้นมาตัวนางจะไม่เกิดเื่ตามมาขึ้นหรอกหรือ
จวบจนร่างนั้นค่อยๆ ลอยมาใกล้ๆอวี้เยี่ยนและเถียนเถียน ด้วยความกลัวจึงยังไม่คิดที่จะช่วยแม้แต่น้อยกระนั้นสาวใช้ตัวน้อยกลับทักขึ้นมา “เสื้อผ้าดูไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะเ้าคะคุณหนู”
นางเห็นแล้ว ชุดผ้าต่วนสีดำที่เขาสวมอยู่แม้อยู่ห่างไกล แต่เพราะแสงแดดค่อนข้างแรง มันจึงตกส่องกระทบความเลื่อมมันแวววาวบ่งบอกให้เห็นว่าเป็ผ้าเนื้อผ้านั้นดีเพียงใดและย่อมไม่ใช่ผู้มีฐานะธรรมดาเป็แน่
อวี้เยี่ยนแววตาประกายวาววับ“ไปช่วยเขา”
และเพราะเหตุนั้นสตรีสองคนในวัยสิบสามสิบสี่จึงเดินลุยน้ำไปหาร่างบุรุษหนุ่มที่ลอยมาติดกับซอกหินใหญ่ในธารน้ำ
ยามเมื่อเดินเข้าไปใกล้สิ่งแรกที่รู้สึกคือกลิ่นยาฉุนจมูกที่กลบกลิ่นเืบางเบาอวี้เยี่ยนสังเกตร่างใหญ่เร็วๆ ชั่วครู่ ใบหน้าคมคายหลับตาสนิท ริมฝีปากหยักลึกเม้มปากแน่นดวงหน้าของเขาขาวซีดเพราะแช่น้ำมานานและคาดว่าน่าจะเสียเืเยอะมาก่อน เขาสวมชุดสีดำปราณีตแขนขวานั้นแขนเสื้อโดนฉีกขาดไปแล้ว เผยให้เห็นผ้าพันแผลสีขาว เมื่อสังเกตจากการพันแล้วผู้ทำแผลดูเชี่ยวชาญ ทว่าเร่งรีบเกินไป ผ้าพันแผลจึงพันได้ไม่สนิทยามเมื่อถูกสายน้ำเชี่ยวกรากไหลผ่าน มันจึงคลายออกมาให้เห็นแผลเป็น่ากลัว
อวี้เยี่ยนค่อยๆเดินฝ่าสายน้ำไปอีกครั้ง ตอนนี้นางลงมาจนน้ำอยู่ในระดับอกแล้วเพราะไม่อยากให้เป็เื่ใหญ่จึงไม่ได้คิดเรียกองครักษ์ที่บิดาของนางส่งมาเป็พลคุ้มกันให้มาช่วยนำร่างนี้ขึ้นฝั่ง
ล้อกันเล่นหรือหากเขาสะลึมสะลือตื่นมาแล้วไม่เจอหน้านางเป็คนแรกความหวังที่จะเป็ผู้มีพระคุณที่น่าประทับใจแบบซึมลึกลงไปในดวงจิตก็แตกสลายไปน่ะสิ!
บุรุษรูปงามดูอย่างไรก็ฐานะไม่ธรรมดา นางคาดหวังให้คนผู้นี้ติดบุญคุณของนางเป็อย่างยิ่ง
น่ากลัวว่าเื่ราวจะไม่ง่ายเช่นนั้นเพราะก่อนที่นางจะกึ่งเดินกึ่งว่ายน้ำไปหาร่างใหญ่ของบุรุษหนุ่มเท้านางก็เกิดอาการพลิกเพราะเดินพลัดโดนก้อนหินใต้น้ำเข้า ทำให้ร่างกายเสียจังหวะ จมน้ำขึ้นมาทันที
และหลังจากนั้นอวี้เยี่ยนก็ไม่รับรู้เื่ราวใดๆแล้ว และเพิ่งจะค่อยได้สติตื่นขึ้นมาในตอนนี้
ในกาลก่อนบุรุษหนุ่มเดินทางมาที่จวนแม่ทัพเพื่อขอบคุณอวี้เยี่ยนอย่างจริงใจอาจเพราะในคราแรกที่ได้เจอ สภาพคนผู้นี้นั้นย่ำแย่มาก พอมาเจอหลังเขาอาการดีขึ้นกลับรูปงามมากอย่างคาดไม่ถึง ใบหน้าหล่อเหลายังคงซีดเซียวทว่ากลับงดงามจับจิตดวงตาเรียวของเขาอัดแน่นไปด้วยความสุขุมจนยากละสายตาประมือค้อมคำนับอวี้เยี่ยนผู้มีอายุน้อยกว่าอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
“ข้าชวี่ฮุ่ยิ จากจวนเสนาบดีต้องขอขอบพระคุณคุณหนูเฉินเป็อย่างยิ่งที่ได้ช่วยชีวิตเอาไว้หากคุณหนู้าความช่วยเหลืออื่นใด ถ้าไม่เกินมือข้าจนเกินไปข้าย่อมช่วยท่านอย่างสุดความสามารถ” ชวี่ฮุ่ยิเงยหน้าขึ้นใบหน้าหล่อเหลาสุขุมเยือกเย็น
อวี้เยี่ยนในตอนนั้นตื่นตะลึงยิ่งพูดตะกุกตะกัก ใหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อ “ชวี่ซื่อจื่อไม่จำเป็ต้องเคร่งเครียดหากเป็ผู้อื่น ข้าย่อมช่วยเหลือเช่นกัน!”
อวี้เยี่ยนสังเกตว่าเขามองนางอย่างครุ่นคิดมาสักพักแล้ว“ซะ...ซื่อจื่อมีอันใดหรือ?”
ชวี่ฮุ่ยิสบตาอวี้เยี่ยนอย่างจริงจังเขาถามเสียงเรียบติดจะเ็า คล้ายคาดคั้นและ้าความแน่ใจ
“คุณหนูเฉินเป็ผู้ทำแผลให้ข้าด้วยหรือไม่?”
อวี้เยี่ยนแทบจะหยุดหายใจด้วยความตื่นเต้นระงับอาการใจเต้นระรัวของตัวเอง พลางพยายามตอบกลับไปอย่างนิ่งสงบั้แ่นางได้ช่วยเขาออกมา เื่นี้ย่อมอยู่ในแผนการของนางด้วย อวี้เยี่ยนลังเลไปชั่วอึดใจตอบกลับเสียงแ่ “เป็ข้าที่ทำแผลให้ชวี่ซื่อจื่อ ข้าไม่เคยเจอแผลใหญ่แบบนี้มาก่อนทำให้พันแผลได้ไม่ละเอียดอยู่บ้าง ไม่ทราบว่าาแของชวี่ซื่อจื่อเป็อันใดมากหรือไม่?”
ชวี่ฮุ่ยิมองนางด้วยสายตาราบเรียบแม้ได้ยินคำตอบแน่ชัดแล้วไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจิตใต้สำนึกเขากลับบอกว่าเื่ราวน่าจะยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้กระนั้นผู้มีบุญคุณก็คือผู้มีบุญคุณ เขาประมือค้อมคำรับอีกครั้ง “ข้าทราบแล้วหลังจากนี้มีเื่ใดที่้าช่วยเหลือ สามารถแจ้งข้าที่จวนเสนาบดีได้ ข้าต้องรบกวนคุณหนูเฉินแต่เพียงเท่านี้ขอลา”
มีหรืออวี้เยี่ยนจะดูไม่ออกว่าเขามีความคลางแคลงใจแต่จะทำอย่างไรได้ เขามีหลักฐานใดมากล่าวว่านางไม่ได้่เหลือเขากันเล่าใบหน้างดงามเหยียดยิ้ม จากดรุณีผู้งดงามคล้ายกลับมาเป็จิ้งจอกสาวชั่วพริบตา
แต่แล้วใครจะไปรู้ว่าหลักฐานที่อวี้เยี่ยนคาดว่าไม่มีมาก่อน กลับโผล่มาหานางถึงที่เป็หลักฐานนามว่าเฉินชิงเหลียน!
เถียนเถียนลอบมองพร้อมถอนหายใจใครดูก็รู้ว่าชวี่ซื่อจื่อผู้นี้ดูจะไม่ได้อยากจะทดแทนบุญคุณอะไรขนาดนั้นน่ากลัวว่าจะเป็เพราะท่านเสนาบดีบังคับให้เดินทางมาด้วยตนเองเสียมากกว่า
ดูสินางเพิ่งถือน้ำชาเข้ามา ยังไม่ทันวางของ คณะที่เดินทางมาพร้อมซื่อจื่อกับคุณหนูยังไม่ทันจะได้นั่งก้นเต็มเก้าอี้เขาเข้ามาพูดๆๆๆ แล้วก็สะบัดก้นจากไป รูปงามแล้วอย่างไรช่างไม่ไว้หน้าผู้มีพระคุณเอาเสียเลย!
แล้วดูคุณหนูของนางในตอนนี้สิเมื่อครู่ยังดูบอบบางน่าทะนุถนอมอยู่เลย เหตุใดในตอนนี้ถึงกลับมาทำสีหน้าเ้าเล่ห์เป็จิ้งจอกสาวเช่นนี้เล่าเถียนเถียนถอนหายใจให้กับความงามอันน่าพิศวงของอวี้เยี่ยนความงามของคุณหนูนั้นดูอย่างไรก็งดงามแฝงความยั่วยวน ใน่อายุสิบสามยังสามารถคงความน่ารักดั่งบุปผาเอาไว้ได้ ทว่าเมื่อยิ่งเติบใหญ่น่ากลัวจะเป็ความงามปานปีศาจสาวเสียมากกว่า
งดงามน่าลุ่มหลงแม้เหล่าบุรุษจะปฏิเสธความงามแบบยั่วยวน ชมชอบความงดงามแบบบุปผาสูงส่งแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่างดงามรัญจวน และเมื่อยิ่งหักห้าม ย่อมยิ่งอยากลิ้มลองพกเพ้อลอบมอง
อวี้เยี่ยนเป็ความงดงามแบบนั้น
“เถียนเถียน! เ้าหูหนวกหรือไร”
สาวใช้ตัวน้อยสะดุ้งหันไปมองคุณหนูตัวเองที่เดินนำอยู่ข้างหน้า “ขออภัย เถียนเถียนเหม่อลอยไปคุณหนูว่าอย่างไรนะเ้าคะ”
อวี้เยี่ยนส่งวงค้อนให้สาวใช้ตัวน้อยอาจเพราะคนมองนั้นงดงามเกินไป สายตาเอาแต่ใจเลยกลายเป็กำลังง้องอน“ไม่ใช่มีคนมาแจ้งข่าวเมื่อครู่หรอกหรือ ท่านชายผู้นั้นตอนนี้อยู่ที่โถงใหญ่แล้วเหม่อลอยอะไรของเ้ากัน!”ว่าจบก็สะบัดก้นเดินฉับๆ ไปห้องโถงใหญ่อย่างรวดเร็ว
สาวใช้ตัวน้อยคล้ายกำลังคิดย้อนไปถึงสาเหตุที่นางนอนป่วยเป็ผักเช่นเดียวกับที่นางกำลังคิดถึงใน่เวลานั้นอยู่นกันในกาลก่อน ชวี่ฮุ่ยิแม้รับรู้ว่าอวี้เยี่ยนเป็ผู้มีพระคุณแต่การกระทำของเขานั้นช่างจำยอมคล้ายถูกบังคับ ให้คาดเดาก็คงไม่พ้นเป็ท่านเสนาบดีที่บังคับให้เขาเดินมาขอบคุณนางด้วยตนเอง
ท่านเสนาบดีเท่าเคยได้เจอกันก็ดูเป็ใต้เท้าที่ดูใจดีผู้หนึ่งกระนั้นกลับเคร่งเครียดต่อคนของตนเองยิ่ง พร้อมทั้งราวกับถือคติ มีบุญต้องทดแทนมีแค้นต้องชำระ น่ากลัวว่าชวี่ฮุ่ยิมิอาจปฏิเสธคำสั่งนี้ได้การเดินทางมาขอบคุณผู้มีพระคุณจึงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด รวมไปถึงเขายังมีความคลางแคลงใจหลายประการที่ถึงนางจะหน้าด้านบอกกล่าวยืนยันว่านางเป็ผู้ช่วยทำแผลให้เขาแต่หากเขาไม่เชื่อ สุดท้ายย่อมหาหลักฐานมาลบล้างความแคลงใจของตนเองจนสำเร็จ
ในกาลก่อนมารดาของนางช่วยปกปิดข้อผิดพลาดนี้อย่างหมดจนเมื่ออวี้เยี่ยนกล่าววาจาไปแล้วว่านางช่วยทำแผลของเขานั่นก็แปลว่าแผลนั่นนางได้ทำมันขึ้นมา หากนั่นคือคำลวงมารดานางย่อมรังสรรค์ให้มันกลายเป็ความจริง ถึงขนาดสืบเสาะไปว่ากลุ่มสหายของนางผู้ใดที่ลอบเห็นเหตุการณ์นี้บ้างหากมีผู้รับรู้ ยาพิษที่ทำให้กลายเป็ใบ้จะเป็สิ่งที่พวกนางได้ทานลงไปอย่างไม่รู้ตัวหรือองครักษ์ผู้ใดที่รับรู้ความจริงนี้ หากเป็เช่นนั้น ครอบครัวของพวกเขาแน่นอนว่าย่อมไร้ซึ่งความปลอดภัยในทันที
งดงามน่าหวั่นเกรง ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ซึ่งสิ่งที่้านางในกาลก่อนได้นิสัยแห่งความยโสเอาแต่ใจและเอาแต่ได้มาจากใคร ไม่ต้องเดาก็สามารถรู้ได้สตรีเช่นนั้นที่ตนเองได้เป็เพียงฮูหยินรอง น่ากลัวว่าในอีกไม่ช้าตำแหน่งฮูหยินเอกอาจจะไม่ว่างอีกต่อไป
ร่างบางสวมอาภรณ์สีม่วงชมพูก้าวเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่อย่างเนิบนาบของตกแต่งงดงามสมกับเป็จวนแม่ทัพ พวกมันตั้งวางภายในอย่างเป็ระเบียบมองผ่านกราดเดียวก็สามารถรับรู้ได้ว่าราคาไม่ธรรมดาบางสิ่งดูเป็ของคู่ควรเมืองที่มีเพียงชิ้นเดียว อวี้เยี่ยนเดินเข้าไปร่างสูงสวมชุดสีดำปรากฏให้เห็นสู่สายตา
อวี้เยี่ยนอดลอบสำรวจมองเขาอย่างเนิ่นนานไม่ได้ไปชั่วครู่ดวงหน้าคมคายขาวซีดมักจะเรียบเฉยคล้ายไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา ในกาลก่อนคนผู้นี้ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็มิตรแต่หากนับในหมู่ผู้ที่มีใจให้ชิงเหลียนและมองตัวนางอย่างเป็ปฏิปักษ์อวี้เยี่ยนนับว่าได้พอพูดคุยกับชวี่ฮุ่ยิอยู่บ้าง
ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองอวี้เยี่ยนดวงตาคมสีเข้มสะท้อนความคาดไม่ถึงออกมาเล็กน้อยก่อนจะกลับไปราบเรียบดังเดิมเขาประมือน้อมคำนับดรุณีที่มีอายุน้อยกว่าอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจอย่างเช่นชาติที่แล้ว
“ข้าชวี่ฮุ่ยิ จากจวนเสนาบดี ต้องขอขอบพระคุณคุณหนูเฉินเป็อย่างยิ่งที่ได้ช่วยชีวิตเอาไว้หากคุณหนู้าความช่วยเหลืออื่นใด ถ้าไม่เกินมือข้าจนเกินไปข้าย่อมช่วยท่านอย่างสุดความสามารถ” ชวี่ฮุ่ยิเงยหน้าขึ้นใบหน้าหล่อเหลาสุขุมเยือกเย็น การกระทำของร่างสูงเป็ไปตามกาลก่อน ไม่แปรเปลี่ยนแม้เพียงเล็กน้อย
อวี้เยี่ยนลอบแค่นยิ้มกับตัวเองเหตุใดนางจึงคาดหวังมิตรภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนจากผู้อื่นถ้าตัวเองนั้นยังไม่เคยมีความจริงใจต่อผู้ใดมือบางขาวผ่องที่ยื่นพ้นออกมาจากอาภรณ์สีม่วงชมพูช่างเป็สิ่งที่ตัดรับกันอย่างน่าดึงดูดจนชวี่ฮุ่ยิมองตามมือเรียวบางไปชั่วครู่เขาถอนสายตาออกมา เห็นเด็กสาวโบกมือให้ข้ารับใช้ทั้งหมดถอยห่างออกไปร่างบางเดินเนิบนาบมายืนอยู่ตรงหน้าเขา น้อมคำนับเขากลับอย่างงดงามสีหน้าคล้ายกำลังหนักใจ นางยิ้มเบาบาง พร้อมกล่าวเสียงใส
“ข้าเฉินอวี้เยี่ยน แท้จริงแล้วเื่การช่วยชีวิตชวี่ซื่อจื่อยังมีเื่ราวที่ข้าอยากกล่าวต่ออีกสักครั้งหน่อย เมื่อได้ฟังแล้วขอชวี่ซื่อจื่ออย่าได้โกรธเคืองอวี้เยี่ยนหนักไปนัก”
ชวี่ฮุ่ยิไม่ได้ตอบกลับเขานิ่งเงียบ แต่นั่นเพียงพอที่ทำให้อวี้เยี่ยนรับรู้ได้แล้วว่าเขากำลังรับฟังเพียงแต่ความแคลงใจต่อนางอาจหนักหนาเกินไปสักหน่อยทำให้ดูเหมือนซื่อจื่อผู้นี้ไม่ชมชอบนางแล้วั้แ่แรกพบ
ชวี่ฮุ่ยิเรามาตัดหนี้บุญคุณแค้นของในกาลก่อนกันเถอะ
พวกเรามาใช้ชีวิตอย่างที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอย่างผิดๆเหมือนเช่นในกาลก่อนกันเถอะ