บทที่ 58
อาร์ทที่ได้ยินแม่ของตัวเองกล่าวมาขนาดนั้น มันหมดมาดของคำว่าดาราสาวระดับตำนานเลยก็ว่าได้ เพราะตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับแม่ค้าตลาดแตกที่ด่ากราดไปทั่ว อาร์ทจึงได้แต่ยอมรับ และทำตามที่แม่ของตัวเองสั่ง โดยที่มีแม่ของตัวเองยืนคุมงานอยู่ด้านล่างของเครื่องบิน เขาได้แต่บ่นในใจประมาณน้อยใจว่ามีที่ไหนแม่ใช้งานลูกหนักขนาดนี้ แต่ถึงจะบ่นไปมันก็เท่านั้น รีบๆทำให้เสร็จๆไปจะได้กลับบ้านไปนอนเสียที เพราะนี่มันก็เที่ยงคืนกว่าๆแล้ว ไม่นานหลังจากที่อาร์ทเริ่มทำความสะอาดเครื่องบิน รถSUV สีดำก็พุ่งตรงเข้ามาภายในโรงเก็บเครื่องบินแห่งนี้ แน่นอนว่าคนของระดับมิสซิสแป้งจะต้องมีสแตนบายเอาไว้เพื่อพร้อมรบเสมอ เผื่อมีเหตุที่อาจจะเกิดได้ทุกเมื่อ กองกำลังติดอาวุธหลายสิบนายต่างจ่อปืนไปทางรถคันนั้น “...พวกเรามาดี.. เราแค่มารับตัวหัวหน้าของพวกเราเท่านั้น..” เสียงมันดังออกมาจากรถSUV และมันก็เป็นเสียงของปาร์คที่ขับรถมาตามจีพีเอสที่เขาแกะรหัสได้หลังจากที่หาเบาะแสอยู่นานพอตัว เมื่อขับเข้ามาถึงพวกเขาทั้งหมดสี่คนก็พร้อมที่จะประจันบานอย่างที่ตัวเองถนัด แต่เมื่อสังเกตดีๆแล้วคนพวกนี้พวกที่กำลังเล็งปืนมาทางเขา ไม่น่าจะเป็นพวกที่จับตัวของหัวหน้าเขาไป ปาร์คก็เลยเลือกที่จะเจรจามากกว่าใช้กำลัง เขาตะโกนออกไปก่อนจะก้าวเท้าในท่ายอมจำนน“..พวกไนท์แมร์อย่างนั้นเหรอ...” เสียงของวีน่ากล่าวออกมาจากด้านหลังของกลุ่มทหารชุดนี้ ก่อนที่เธอจะสั่งให้ทหารของพวกเขาลดปืนลง เพราะคนพวกนี้เป็นลูกน้องคนสนิทของลูกชายเจ้านายเธอ และอาจจะขึ้นมาเป็นผู้นำแทนผู้เป็นแม่ได้ในอนาคตอีกด้วย ดังนั้นลดการปะทะนั้นดีที่สุดแล้ว“….ใช่แล้ว เราคือหน่วยลับไนท์แมร์ สังกัดกองกำลังสหประชาชาติ.. ไม่ทราบว่าผมกำลังคุยอยู่กับใครครับ” ปาร์คกล่าวออกมาถาม เพราะจริงๆเขาก็ไม่ได้รู้จักหน้าของเธอคนนี้เลย และดูเหมือนว่าเธอจะมีอำนาจในการสั่งการไม่น้อยเลยทีเดียว“..ทราบแล้วค่ะ ตอนนี้นายน้อย.อือ..หัวหน้าของพวกคุณกำลังชดใช้กับสิ่งที่เขาก่อกับพวกเราอยู่ค่ะ... อ๊ะ ต้องขอโทษด้วยที่แนะนำตัวช้าไปหน่อย.. ฉันมีชื่อว่า วีน่า เป็นคนของกลุ่มมิสซิสนะคะ..” วีน่ากล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มๆมาให้กับทางปาร์ค และด้วยประโยคที่หลายจุดน่าสงสัย มันทำให้เหล่าลูกน้องทั้งสี่ทำหน้ามึนงงกันไปตามระเบียบ“พวกเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน และเราก็ไม่อยากให้เกิดการสูญเสียโดยใช่เหตุ.. พวกเราแค่มารับตัวหัวหน้าของเราเท่านั้น แค่ส่งเขากลับมาให้เรา แล้วเราจะจากไปทันที..” ถึงปาร์คจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอนั้นเอ่ยออกมา เขาก็ต้องลองเจรจาดูก่อน ถ้ามันไม่ได้ผลไปตามอย่างที่คิดก็แค่ถล่มที่นี่ให้ราบก็เท่านั้น ถึงจะมีปัญหากับใครในภายหลังก็ตามที“..ก็ยากจะส่งตัวให้อยู่หรอกนะคะ แต่มิสซิสเองก็คงไม่ยอมให้นายน้อย..อือ..หัวหน้าของพวกคุณไปได้ง่ายอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราอยากจะต่อสู้กับพวกคุณที่เป็นตัวตนอะไรก็ไม่รู้ ที่สู้ไปก็ไม่มีทางชนะหรอกนะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คุณเชิญพูดคุยกับมิสซิสเองเลยเป็นไงคะ... มิสซิสเจ้าคะ เรามีแขก และเป็นแขกที่มิสซิสน่าจะชอบใจนะเจ้าคะ” เธอกล่าวกับปาร์คก่อนจะตะโกนขึ้นมาเสียงดังไปทางเครื่องบิน ปาร์คที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจไม่น้อย มิสซิสที่เป็นตัวตนลับระดับโลก เธออยู่ที่นี่ด้วย มันทำให้เขากดดันไม่น้อยเลยทีเดียว“..แขกหน้าไหนมาตอนนี้ มาตอนที่ฉันอารมณ์ไม่ดีขนาดนี้อีก..” มาดามแป้งกล่าวออกมา ก่อนจะโผล่หน้ามาให้เห็นชัดๆ และนั่นมันก็ทำให้ปาร์ค และสมาชิกหน่วยถึงกับทำหน้าเหวอกันเลยทีเดียว“เดี๋ยวๆๆนะครับ.. เออ คุณแม่มาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ... หรือว่า..” ปาร์คที่มึนงงกับภาพที่เห็นพูดออกมาอย่างไม่ทันคิดไม่ทันได้ตั้งสติให้ดีก่อน แน่นอนว่าเอมี่ มิเกล และบัสโก้เองก็เช่นกัน เพราะผู้หญิงคนนี้คือแม่แท้ๆของหัวหน้าพวกเขา“เอ้า เจ้าพวกหนูปาร์คเองเหรอ.. ดีเหมือนกัน... นี่เจ้าลูกจอมล้างผลาญ ออกมาต้อนรับลูกน้องของแกหน่อยซิ..” มาดามแป้งที่เห็นว่าใครมามันก็ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข บางทีงานทำความสะอาดเครื่องบินของเธอจะเสร็จเร็วกว่าที่คิดเอาไว้“..อะไรนะครับแม่.. ดีเลย... เอ้าพวกนายน่ะจะยืนทำหน้าบื้อกันทำไม รีบลงจากรถแล้วมาเปลี่ยนชุดซะ พวกเรามีงานต้องทำเป็นภารกิจด่วน..” อาร์ทที่ได้ยินแม่ของตัวเองพูดอย่างนั้น เขาก็ดีใจไม่น้อยเลยที่ลูกน้องได้มาช่วยชีวิตเขาไว้ เพราะถ้าทำคนเดียวทั้งคืนก็ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ อาร์ทโผล่หน้าออกมาตรงประตูทางเข้าเครื่อง พร้อมกับชุดแม่บ้านทำความสะอาดสีชมพูหวานแหวว หมดกันกับคำว่าสายลับที่เก่งกาจที่สุด“ยัง..ยัง..ยังจะยืนงงกันอีก เร็วๆได้ไหมอยากกลับบ้านแล้วเว้ยยย” ถึงเหล่าลูกน้องจะไม่เข้าใจในสถานการณ์แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งทันทีแบบงงๆ ตอนนี้หน่วยสายลับที่เป็นกำลังพิเศษ เป็นหน่วยที่เก่งที่สุดของสหประชาชาติ กำลังถืออุปกรณ์ทำความสะอาดคนละอย่างสองอย่างพร้อมกับผ้ากันเปื้อนสีหวานๆอยู่กันทุกคน และแน่นอนว่ามีคนคุมเป็นมาดามแป้งที่เอ่ยออกคำสั่งอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่อาร์ท และลูกทีมในหน่วยกำลังทำภารกิจที่แสนจะสำคัญอยู่นั้นเอง ทางประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวอะไรแปลกๆบ้างแล้ว มันเริ่มจากรถเก่งสีดำหลายสิบคันที่มีธงตราสัญลักษณ์ประจำประเทศเกาหลีใต้วิ่งเข้ามาภายในทำเนียบขาว บอดี้การ์ดที่เป็นเหล่ามือพระกาฬหลายสิบนายวิ่งลงมาจากรถเพื่อรอคุ้มกันให้กับประธานาธิบดีคนสำคัญของพวกเขาเป็นแนวยาว“ยินดีต้อนรับท่านประธานาธิบดีเกาหลีใต้สู่ทำเนียบขาวของเรา.. เชิญท่านทางนี้เลยครับ ท่านประธานาธิบดีของเรากำลังรอพบท่านอยู่ครับ...” ชายชุดดำดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นทหารน้ำดีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา กล่าวต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะเชิญตัวของแขกผู้นี้ไปยังห้องที่ประธานาธิบดีของเขาได้จัดเตรียมเอาไว้ ทั้งสองประธานาธิบดีได้พบเจอกันทักทายอย่างกับคนสนิท ฝ่ายหนึ่งก็ต้องการความช่วยเหลือ อีกฝ่ายที่ต้องการผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และพันธมิตรที่มีความเชื่อแบบเดียวกัน จึงได้มีการหารือกันเกี่ยวกับปัญหาที่มันกำลังเกิดขึ้นกับประเทศยอดนิยมในทวีปเอเชียอย่างเกาหลีใต้ พวกเขาคุยกันถึงเรื่องของคำประกาศของประเทศเกาหลีเหนือ ที่อาจจะมีสงครามเกิดขึ้นกับประเทศของพวกเขา แน่นอนว่าสหรัฐที่เป็นเจ้าพ่อมหาอำนาจมาอย่างช้านานก็ต้องออกตัวปกป้องทันที ด้วยการส่งกองเรือที่อยู่ฐานทัพฟิลิปปินส์ออกเดินทางไปกดดันแล้ว แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน หาทางแก้ไขกันให้มันออกมาดีที่สุด บอดี้การ์ดคนเดิมก็เดินเข้ามาภายในห้องประชุมหารือก่อนจะวิ่งเข้ามากระซิบกับประธานาธิบดีฝ่ายตัวเอง หลังจากที่ท่านประธานาธิบดีได้ยินเขาก็ทำตาโตก่อนจะสั่งการให้ทุกคนรีบออกจากห้องในทันที ก่อนจะให้เดินทางไปยังห้องนิรภัย“รายงานสถานการณ์...” ประธานาธิบดีสหรัฐในตอนนี้มีนามว่า ‘โอเวนท์’ ได้กล่าวถามขึ้นมากลางห้องนิรภัย แต่สิ่งที่เขาได้พบนั้นก็คือทหารที่นั่งอยู่ตรงนั้นได้แต่นิ่งไม่ยอมทำอะไรเลยสักนิด แน่นอนว่าพวกเขาทิ้งตัวลงบนพื้นหลังจากที่โอเวนท์เข้าไปแตะตัวพวกเขา“เกิดอะไรขึ้น!!...” โอเวนท์กล่าวมาอย่างตกใจ แต่ไม่ทันที่จะได้ทำใจใดๆ เหล่าบอดี้การ์ดภายในห้องตอนนี้ต่างก็ยกปืนขึ้นมาทางประธานาธิบดีทั้งสอง ไม่เว้นแม้แต่บอดี้การ์ดแห่งทำเนียบขาว..