“ฮึบ…” เซซิเลียลุกขึ้นยืนพร้อมกับปัดฝุ่นที่ตัวเล็กน้อย…
เมื่อกี้ยังไม่อยากแพ้อยู่เลย..แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพอแพ้แล้ว ก็รู้สึกว่าไม่ได้แย่อะไรเท่าไร เพราะอย่างน้อยก็ได้เจอเด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้งนึง…เธอคิดแบบนั้นพร้อมกับจ้องไปยังเด็กหนุ่มผมขาว ตาสีแดง
คนๆนั้นชื่อเรเวลสินะ…ว่าแต่เราจะชวนเขาคุยยังไงดีน้าาา ถ้าได้อยู่ห้องSเหมือนกันก็คงดี..ไม่สิพลังเวทย์ของคนๆนั้นเองก็มีมากพอๆกับราชวงศ์อย่างพวกเราเลย..คงผ่านมาถึงห้องSได้สบายๆอยู่แล้วล่ะ
ไม่สิ…บางทีเขาอาจจะ…เมื่อคิดได้แบบนั้นตัวฉันได้รีบวิ่งไปเช็คข้อมูลกับกรรมการสนามด้านนอกสนามแข่งทันที
“มีอะไรหรอครับ..องค์หญิง”
“คือว่าฉันอยากทราบชื่อ..คนที่ผ่านเข้ารอบชิงในวันพรุ่งนี้นอกจากเซเลน่า..น่ะค่ะ”
“สักครู่นะครับ” เ้าหน้าที่เปิดสมุดเวทย์มนต์ซึ่งบันทึกข้อมูลการแข่งจนถึงครั้งล่าสุดเอาไว้
“ครับ..นอกจากท่านเซเลน่าที่เป็เชื้อพระวงศ์และมีศักดิ์เป็องค์หญิงเหมือนกับท่านแล้ว ยังมีเด็กหนุ่มอีกคนนึง..ชื่อเรเวลครับ…ส่วนตระกูลนั้น!?…เอ่อ..” เ้าหน้าที่ดูใเล็กน้อย…ว่าทำไมคนที่ผ่านเข้ารอบชิงถึงไม่มีนามสกุลของขุนนาง ซึ่งก็แน่แหละ เพราะเรเวลไม่ใช่ขุนนางยังไงล่ะ
“ขอบคุณมากค่ะ” เซซิเลียยิ้มอย่างดีใจทันที…คนๆนั้นผ่านมาถึงรอบนี้ได้จริงๆด้วย..พรุ่งนี้ฉันจะไปค่อยเชียร์แต่เช้าเลยล่ะ…….สู้ๆนะคะท่านวีรบุรุษสุดหล่อของฉัน >< เธอหน้าแดงแล้ววิ่งกลับปราสาทตนเองอย่างอารมณ์ดีทันที โดยที่ลืมไปด้วยซ้ำว่ามีรถม้ามารอรับเธออยู่ด้านนอกสนามแข่งอีกฝั่งหนึ่ง
"..."
“เห้อ…ท่านเซซิเลียไปเถลไถลที่ไหนอีกล่ะเนี่ย” พ่อบ้านแต่งชุดสูทดูดียืนเฝ้าหน้าประตูรถม้าอยู่..บ่นพึมพัมเล็กน้อยไปแบบนั้น
……………………………………
แข็งแกร่งมาก!!..แกร่งสุดๆ ….ผมคิดในใจพร้อมกับจ้องมองเด็กสาวเชื้อพระวงศ์ผมแดงคนนั้นเดินออกนอกสนามแข่งไป
หลังการแข่งเข้ารอบชิงจบหมดเรียบร้อย ผมกับรูอันได้กลับมายังที่พักของตัวเอง..ทำกิจวัตรต่างๆ กินข้าว อาบน้ำ แล้วเตรียมตัวเข้านอน แต่ว่าคนที่เตรียมตัวนอนคงจะมีแค่รูอันล่ะนะ
“เห้อ..สบายใจจังเลยนะ ได้อยู่ห้องSแล้วว แถมผมยังได้ที่1ด้วย คงต้องขอบคุณอาจารย์จริงๆล่ะนะที่ช่วยสอนอะไรหลายๆอย่างให้”
“นายสบายใจแต่ฉันไม่สบายใจเลยน่ะสิ..เพราะพรุ่งนี้ฉันมีแข่งรอบสุดท้าย”
“นั่นสินะ..นายยังเหลือรอบชิงชนะเลิศอีกรอบนึงนิ”
“อืม…คงต้องบอกตรงๆว่าถ้าฉันใช้ ‘สกิล' อันนั้นไม่ได้ในคืนนี้….พรุ่งนี้คงไม่ไหวแน่”
“สกิลอะไรอย่างงั้นหรอ!?” รูอันถามผมด้วยความสงสัย
“สกิลนี้ไงล่ะ…ตอนที่พวกเราเจอโจรปล้นครั้งแรกน่ะ" ผมเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมาแล้วเปิดหน้าต่างสเตตัสของตัวเองให้รูอันดู
---------------------------------------------------
สกิล: [ปรารถนาวีรบุรุษ lv1] -เอนชานต์ (เพิ่มคุณสมบัติ) พลังกายภาพและเวทย์มนต์
-ประสิทธิภาพขึ้นกับเวลาที่ชาร์จ (ระยะเวลาชาร์จสูงสุด 3นาที)
-สามารถส่งต่อผลลัพธ์ให้ทั้งตนเองและผู้อื่นได้
-เงื่อนไขการใช้สกิล สัมพันธ์กับสภาวะทางความคิดและจิตใจ
-เวลาชาร์จทุก1วินาทีจะปรับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น2เท่า
-ใช้พลังเวทย์2000
---------------------------------------------------
“[ปรารถนาวีรบุรุษ lv1] อันนี้น่ะหรอ!?..ใช่สกิลที่เปล่งละอองอนุภาคแสงสีขาวพร้อมกับเสียงระฆังในตอนนั้นใช่รึป่าว..? ”
“อืมใช่แล้วล่ะ..จนถึงตอนนี้ฉันยังหาวิธีใช้มันอีกครั้งไม่ได้เลย”
“เงื่อนไขการใช้สกิล..สัมพันธ์กับสภาวะทางความคิดและจิตใจ!?” รูอันอ่านข้อความนั้นพร้อมกับเอามือวางบนคาง
“งั้นตอนที่สกิลนี้ทำงาน..นายคิดอะไรอยู่งั้นหรอ?”
“ตอนนั้นก็จำไม่ค่อยได้นะ..แบบว่าสถานการณ์มันวิกฤติสุดๆแถมาเ็หนักมากๆด้วย”
“งั้นหรอ..แต่ผมว่านะบางทีเงื่อนไขการใช้มันอาจจะตรงตามชื่อสกิลนี้เลยก็ได้..ถ้าหากนายปราถนาอยากเป็วีรบุรุษและอยากช่วยเหลือผู้คนจริงๆจากก้นบึ้งของหัวใจในตอนนั้น บางทีนี่อาจะเป็เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สกิลนี้ทำงาน..ผมคิดว่าน่าจะเป็แบบนั้นนะ”
“งั้นหรอ..คงต้องลองดูหน่อยละ"
ผมจับหอกขึ้นมา..จากนั้นหลับตาลง…แล้วลองลั่นความปราถนาในใจตามที่รูอันบอกดู
---------------------------------------------------------------------------------------
#การสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์วันที่3 ศึกตัดสิน#
ณ เมืองหลวงแห่งอาณาจักรเบลฟาร์ส …บรรยากาศในวันนี้คึกคักเป็พิเศษและคับคั่งไปด้วยผู้คนมากที่สุดในบรรดาวันทั้งหมด ..ใช่แล้วล่ะ วันนี้มีศึกตัดสินสำคัญนั่นคือ ศึกตัดสินชิงชนะเลิศว่าใครจะเป็ที่1ในการสอบเข้าปีนี้นั่นเอง
ถนนเต็มไปด้วยพ่อค้า ,คาราวาน ,นักแสดงดนตรี และของกินต่างๆมากมาย ในตอนนั้นเองก็มีเด็กหนุ่มผมขาวคนหนึ่งกำลังบินอยู่บนท้องฟ้าด้วยความร้อนลนอยู่
“โถ่เอ้ยยยยย….ลองเกือบทั้งคืนทำไมมันใช้ไม่ได้ล่ะ” ผมกับรูอันใช้เอเรียลบินจากที่พักมุ่งไปยังโคลอสเซี่ยมใหญ่ …และสารภาพตรงๆว่าเมื่อคืนผมนอนไม่พอแบบสุดๆ เลย...แต่ไม่ต้องห่วงเพราะตอนเช้าผมกินกาแฟไปหลายแก้วละ
“ใจเย็นๆนะเรเวล วิธีชนะวิธีอื่นมันมีตั้งเยอะ”
“เอาเหอะ..เป็ไงเป็กันแล้ววุ้ย”
จากการใช้แอเรียลบินด้วยความเร็วสูง..ไม่นานก็มาถึงโคลอสเซี่ยมใหญ่แห่งนี้ทันที
“โชคดีนะเรเวล..เดี๋ยวผมรอเชียร์อยู่ตรงที่นั่งผู้ชมนะ”
“อืม..” ดูเหมือนวันนี้ตรงที่นั่งผู้ชมนอกจากนักเรียนโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์แล้ว ยังมีคนนอกเข้ามาชมด้วยแหะ ซึ่งมีพวกที่แต่งตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดา ยันขุนนางชั้นสูงเลย
“ฮึบ..” ผมร่อนตัวลงบนพื้นสนามทันที จากนั้นแจ้งกรรมการสนามเกี่ยวกับชื่อและหมายเลขแข่งของตัวเองเพื่อยืนยนตัวตน
“มาช้าจริงๆเลยนะ..” คู่แข่งเชื้อพระวงศ์ผมสีแดงมายืนรอผมก่อนแล้ว
“แต่อย่างน้อยผมก็มาทันเวลานะครับฮ่าๆ” เธอคนนั้นไม่ได้ตอบอะไรต่อ…ส่วนตัวผมจ้องมองไปยังที่นั่งบนอัฒจรรย์ที่อยู่สูงที่สุดตำแหน่งหนึ่ง…ซึ่งที่ตรงนั้นมีเก้าอี้อยู่3ที่นั่ง...นั่นก็คือที่นั่งของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้ง3คนนั่นเอง และหนึ่งในนั้นมีเอลิเซ่ด้วย โดยเอลิเซ่ยังคงจ้องมองมาบนสนามโดยไม่มีปฎิกิริยาใอะไรแม้แต่น้อย ไม่ต่างจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆเลยที่นั่งดูการแข่งขันอย่างเงียบสงบ
บ้าน่า..ถึงจะเ็าหรือเกลียดผมแค่ไหน แต่อย่างน้อยถ้าเจอผมซึ่งเคยรู้จักกันมาก่อน…ก็น่าจะต้องมีปฎิกิริยาอะไรบ้างแหละ …แต่ทำไมเธอถึงได้นิ่งแบบนั้น ราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยล่ะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ!?
“พวกเธอทั้งคู่พร้อมกันรึไงยัง?” กรรมการถามผมกับคู่แข่งทันที
“พร้อมแล้วค่ะ”
“พะ..พร้อมแล้วครับ” ชิ..โถ่เอ้ย..เื่เอลิเซ่คงต้องชั่งมันไว้ก่อน เพราะคู่ต่อสู้ตรงหน้านี้ไม่ใช่คนที่เราจะเอาชนะได้ง่ายๆ ….ขืนสมาธิหลุดไปนิดเดียวคงได้จบเห่ทันที แบบราชวงศ์ผมสีเหลืองคนนั้นแน่
“ถ้างั้น..การแข่งขันสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์รอบชิงชนะเลิศ…ครั้งที่526 "
หลังสิ้นคำพูดนั้น…มีเสียงแตรเป่าและเครื่องดนตรีจำนวนมากบรรเลงพร้อมให้สัญญาณ
“เริ่มได้!!!!!!!”
#คุยกับคนเขียน#
ขอโทษที่อัพช้าไป1ชม.ครึ่งครับ พอดีผมกะเวลาเขียนพลาดไปหน่อย สำหรับความยาวตอนนี้อยู่ที่ 5295คำ ถ้าเป็ความยาวประมาณนี้ผมพอจะอัพทุกวันไหวครับ …คนอ่านคงจะคิดว่าสั้นเกินไปสินะครับ5555 แต่ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้ผมเองก็พยายามจะก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองแบบพวกพระเอกเหมือนกัน แต่ยังข้ามไม่ได้สักที…สงสัยคงเพราะไม่ได้มีสาวๆมาชอบตัวเองเยอะเหมือนกับพระเอกเราแน่ๆ(เอ๊ะ! เกี่ยวรึป่าวนะ555) สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนครับ ตอนหน้าเจอกันพรุ่งนี้ ่เวลาประมาณ2ทุ่มแหละ(จะพยายามไม่ให้เกินนะฮ่าๆ)