เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

เล่มที่ 6 บทที่ 177 ชนกันจังๆ

        หนึ่งชั่วโมงต่อมาหลี่เหมยอิงก็กลับมาพร้อมข่าวว่าจี้หลิงกับซูชิงชิงจะไม่มาร่วมทานมื้อเที่ยงที่บ้านเพราะไปเยี่ยมญาติ อาจต้องใช้เวลาสองวันถึงจะกลับมา

        ซูเจียวเจียวไม่ได้ใส่ใจกับข่าวนี้เท่าไร

        ระหว่างเตรียมอาหารเที่ยงหลี่เหมยอิงก็มาช่วยงานเล็กน้อย บรรยากาศจึงดูราบรื่นดี

        พอถึงตอนเย็นหลี่เหมยอิงบอกว่าจะไม่ทานอาหารเย็นที่บ้าน เพราะนัดเจอเพื่อนเก่าหลายคน

        ก่อนออกไปหลี่เหมยอิงตั้งใจแต่งตัวเป็นพิเศษ เธอสวมเสื้อโค้ทตัวใหม่ที่ซูเจียวเจียวมอบให้โดยจับคู่กับเสื้อสเวตเตอร์สีดำและกางเกงสีดำ รองเท้าหนังหัวกลมมีส้นเล็กน้อยสีดำและถือกระเป๋า ดูราวกับเป็นคุณนายผู้ดีมีฐานะ

        “ฉันไปก่อนนะ พวกเธอสามคนกินข้าวกันได้เลย”

        เหลือเพียงซูเหวินเฉิงซูเจียวเจียว และเซียวหยวนหมิงอยู่ที่บ้าน

        เมื่ออาหารกลางวันหมดแล้วซูเหวินเฉิงก็เอ่ยเสนอขึ้น “แถวนี้มีร้านอาหารเปิดใหม่ชื่อ‘หม่านเซียงหยวน’ เราไปลองชิมกันคืนนี้ดีไหม?มื้อนี้พ่อเลี้ยงเอง!”

        ซูเจียวเจียวฉีกยิ้ม“ตกลงค่ะ!”

        เซียวหยวนหมิงกล่าวว่า“คุณพ่อแค่บอกทางก็พอครับ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายให้ผมกับเจียวเจียวจัดการเองเถอะ”

        “พ่อคะ พ่อใส่เสื้อโค้ทตัวใหม่ที่หนูให้ไปสิคะตอนนี้เพิ่งจะผ่านปีใหม่มาไม่กี่วัน เหมาะที่จะใส่เสื้อผ้าใหม่ไม่อย่างนั้นถ้าทิ้งไว้นานๆ เดี๋ยวสีจะซีดเอานะ” ซูเจียวเจียวหัวเราะ

        “จริงด้วยๆ ใส่สิๆ” ซูเหวินเฉิงกลับเข้าไปในห้องแล้วหยิบเสื้อโค้ทตัวใหม่ออกมาสวมเป็นเสื้อโค้ทผ้าวูลยาวปานกลางสีน้ำเงินเข้ม พอดีตัว ทำให้ดูอบอุ่นและกระฉับกระเฉง

        เมื่อมองดูรอยยิ้มบนใบหน้าของซูเหวินเฉิงซูเจียวเจียวก็คิดในใจว่าในชาตินี้คงไม่มีเรื่องราวที่โจวเม่ยฟ้องร้องเกิดขึ้นพ่อของเธอก็ยังคงมีความรู้สึกที่ดีต่อเธอเหมือนเมื่อก่อนเธอคงเป็นเด็กดีที่เชื่อฟัง ไม่มีข้อตำหนิใดๆ จากแม่เธอมากนัก

        ต่อมาหลังจากที่เธอและอาหมิงสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จเธอจึงค่อยแจ้งข่าวการแต่งงานในจดหมายเมื่อเรื่องที่ทั้งสองสอบติดมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นก่อน การที่เธอแต่งงานอย่างเงียบๆในชนบทก็มีผลกระทบน้อยลงมาก

        ดังนั้นพ่อของเธอจึงไม่ได้ผิดหวังและต่อว่าเธออย่างที่เคยเป็นในชาติที่แล้ว

        ซูเจียวเจียวเห็นว่าพ่ออารมณ์ดีก็รู้สึกอยากแต่งตัวบ้างเป็นพิเศษ

        เธอสวมเสื้อสเวตเตอร์สีขาวทับด้วยกระโปรงยาวคลุมเข่าสีดำและสวมเสื้อโค้ทผ้าวูลสีแดงทับอีกชั้น

        ผมสีดำขลับถูกปล่อยลงมาอย่างอิสระก่อนจะรวบครึ่งหนึ่งไว้ด้านหลังแล้วมัดด้วยโบสีแดงที่เข้ากับเสื้อโค้ททำให้เธอดูอ่อนเยาว์และสดใส ชวนให้ผู้คนต้องเหลียวมอง

        เซียวหยวนหมิงก็แต่งตัวได้ไม่แพ้กันเขาสวมกางเกงลำลองสีดำกับเสื้อโค้ทผ้าวูลยาวปานกลางสีดำและพันผ้าพันคอสีเทาอ่อนไว้รอบคอ เขาสูงใหญ่ สง่างาม ดูราวกับนายแบบขับเน้นให้ใบหน้าคมคายดูหล่อเหลาอย่างลงตัว ทั้งยังแฝงไปด้วยความเย็นชาและมีเสน่ห์

        เมื่อซูเจียวเจียวทั้งสามมาถึงร้านอาหารรัฐสวัสดิการพวกเขาก็ชนเข้ากับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งพอดิบพอดี ซึ่งก็คือซูชิงชิงกับจี้หลิงนั่นเอง

        จี้หลิงกับสองสามีภรรยาสกุลจี้เดินนำหน้าส่วนซูชิงชิงเดินคล้องแขนหลี่เหมยอิงตามหลังมาทั้งสองดูสนิทสนมและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานผิดกับท่าทีของหลี่เหมยอิงเมื่อเห็นซูเจียวเจียวอย่างสิ้นเชิง

        เมื่อนึกถึงคำพูดของหลี่เหมยอิงเมื่อกลางวันที่บอกว่าซูชิงชิงกับจี้หลิงไปเยี่ยมญาติ จะกลับมาอีกสองวัน...ส่วนเธอเองก็จะไม่ทานอาหารเย็นที่บ้าน เพราะนัดเพื่อนเก่าไว้...

        แม่ของเธอโกหกเพื่อที่จะได้ไปทานอาหารกับจี้หลิงและซูชิงชิง...

        เรื่องนี้ทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก

        หลี่เหมยอิงเองก็ไม่คิดว่าจะมาเจอซูเหวินเฉิงซูเจียวเจียว และเซียวหยวนหมิงที่นี่ เธอจึงแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนออกมา

        ซูเหวินเฉิงโวยวายขึ้นมา“คุณไม่ได้บอกว่าจะไปเดินเล่นกับเพื่อนเก่าเหรอ? ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”

        หลี่เหมยอิงจ้องเขม็ง“ฉันเจอชิงชิงกับจี้หลิงระหว่างทางพวกเขาชวนฉันมาทานอาหารเย็นด้วยกัน ฉันก็เลยมา”

        ขณะเดียวกันจี้หลิงที่เห็นซูเจียวเจียว ดวงตาของเขาก็พลันสว่างไสวขึ้นทันที เขาก้าวขายาวๆตรงไปหาซูเจียวเจียว “เจียวเจียว คุณกลับมาแล้ว”

        แสงไฟสลัวๆส่องต้องใบหน้าของซูเจียวเจียว ทำให้ใบหน้าเล็กๆ ของเธอดูเปล่งปลั่งราวกับหยกริมฝีปากแดง ฟันขาวราวไข่มุกใต้คิ้วเรียวโก่งดุจใบหลิวคือดวงตาที่ดำขลับราวกับดวงดาว เธอเพียงยืนนิ่งๆใต้แสงดาว เปล่งประกายความสง่างามและบริสุทธิ์ของหญิงสาวผู้รักการอ่าน

        เธอในตอนนี้แตกต่างจากความอ่อนเยาว์และไร้เดียงสาเมื่อสามปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิงใบหน้าของเธอเติบโตเต็มที่ งดงามและน่าหลงใหลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อโค้ทผ้าวูลสีแดงที่สวมอยู่ยิ่งขับเน้นให้เธอดูราวกับดอกไม้บอบบางงดงามจนใครเห็นเพียงครั้งเดียวก็ไม่อาจลืมเลือน

        “อืม เพิ่งกลับมา” ซูเจียวเจียวตอบเรียบๆอย่างประหลาดใจเล็กน้อย พร้อมกับควงแขนของเซียวหยวนหมิง

        สายตาของจี้หลิงจึงหันไปมองเซียวหยวนหมิงที่อยู่ข้างๆก่อนที่ม่านตาจะหดตัวลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับประกายดำมืดที่ฉายแวบขึ้นในดวงตาเขาเคยได้ยินซูชิงชิงพูดว่าเธอแต่งงานกับ ‘คนบ้านนอก’ที่ชนบท

        ไม่คิดเลยว่า‘คนบ้านนอก’ คนนี้จะดูไม่เหมือนคนชนบทเลยแม้แต่น้อย!

        รูปร่างหน้าตาและบุคลิกเช่นนี้ถ้าบอกว่าเป็นคนเมือง ก็คงไม่มีใครไม่เชื่อ

        ขณะที่จี้หลิงกำลังสำรวจเซียวหยวนหมิงเซียวหยวนหมิงก็กำลังสำรวจจี้หลิงเช่นกันนี่คือผู้ชายคนนั้นที่เคยเป็นคู่หมั้นของเจียวเจียวใช่ไหม?

        หน้าตาไม่เห็นจะหล่อเหลาเท่าไรแค่ผิวขาวกว่านิดหน่อยเอง

        ไม่หล่อเท่าเขาไม่สูงเท่าเขา

        ดูบอบบางเหมือนไก่ป่วย

        คนแบบนี้เขาคนเดียวก็จัดการได้ถึงสามคนแล้ว

        ส่วนซูชิงชิงเมื่อเห็นจี้หลิงจ้องมองซูเจียวเจียว ก็รู้สึกถึงภัยคุกคามในใจทันทีเธอจึงรีบเดินไปข้างจี้หลิงแล้วคว้าแขนเขาไว้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ซูเจียวเจียว“พี่สาว กลับมาแล้วเหรอคะ?”

        “เมื่อกลางวันแม่ไม่ได้บอกเธอเหรอ?” ซูเจียวเจียวถามเสียงเรียบ

        ใบหน้าของซูชิงชิงแข็งค้างเล็กน้อยแน่นอนว่าแม่บอกเธอแล้ว แต่เธอแค่ไม่อยากเจอซูเจียวเจียวเท่านั้นเองดังนั้นเธอจึงแกล้งบอกว่าจะไปเยี่ยมญาติ ไม่คิดว่าพอออกมาทานอาหารเย็นก็จะมาชนกันเข้าจังๆ

        ถ้าเธอตอบว่าไม่รู้ก็จะกลายเป็นว่าแม่ไม่ได้บอกเธอ

        ถ้าตอบว่ารู้ก็จะกลายเป็นว่าเธอตั้งใจหลบหน้า

        หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งซูชิงชิงจึงกล่าวว่า “ตอนบ่ายก็ว่าจะไปเยี่ยมญาติอยู่หรอกค่ะแต่ใครจะรู้ว่าทางนั้นมีธุระกะทันหันก็เลยไม่ได้ไปฉันตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมพี่กับอาหลิงที่บ้านพรุ่งนี้อยู่พอดีเลยค่ะ”

        นางจี้มารดาของจี้หลิงมองซูเจียวเจียวอย่างประหลาดใจ “โอ้นี่เจียวเจียวใช่ไหมเนี่ย? ลงไปอยู่ชนบทมาสามปีไม่เห็นจะเหมือนคนเคยอยู่ชนบทเลยนะเนี่ย! แวบแรกฉันคิดว่าเป็นคนเมืองเสียอีก!นับวันยิ่งดูสวยขึ้นนะ!”

        กล่าวไปพลางดวงตาของนางจี้ก็เผยแววเสียดายออกมา

        แต่เดิมคนที่หมั้นหมายกับอาหลิงของเธอคือซูเจียวเจียวซูเจียวเจียวสวยงามขนาดไหน ลองดูที่ตา จมูก และเรียวคิ้วสิ เธอชอบทุกส่วนเลย

        เสียดายที่ซูเจียวเจียวเพิ่งลงไปอยู่ชนบทก็ทนความยากลำบากไม่ไหวกลับไปยั่วผู้ชายในชนบท

        ช่างเถอะช่างเถอะ ลูกสะใภ้ที่สวยเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก

        มันง่ายที่จะดึงดูดผู้คนให้เข้ามาหา

        ซูเจียวเจียวไม่พลาดแววเสียดายและดูถูกที่ฉายแวบขึ้นในดวงตาของนางจี้การได้เกิดใหม่ในชาตินี้ ทำให้เธอได้เรียนรู้และปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ไปนานแล้ว

        ในเมื่อเธอไม่ได้อยู่กับจี้หลิงแล้วจะไปสนใจสายตาที่นางจี้มองเธอทำไมกัน?

         

คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก ที่คุณอ่าน

ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

นิยาย รัก
671K 788
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

นิยาย รัก
484K 1138
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

นิยาย รัก
421K 828
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

นิยาย รัก
355K 505
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808