“เ้าไปจัดการนางซะ”หัวหน้าโจรโบกมือของเขาเพื่อให้สัญญาณ
“ได้เลยพี่ใหญ่" โจรที่รูปร่างสูงโปร่งเดินเข้าไปหานางอย่างช้าๆ ทันทีทีี่โจรยกมือขึ้นแล้วเตรียมที่จะฟาดฝ่ามือลงไปนั้น กับมีสายลมม้วนหนึ่งพุ่งเข้ามากระแทกที่หน้าออกของเขาอย่างแรง “อั๊ก”
ทำให้ร่างกายของเขาลอยหวือขึ้นไปในอากาศแล้วไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง โจรเคราะห์ร้ายก็กระอักเืออกมาทางปากและทรุดลงตรงโคนต้นไม้ สลบไปทันที
โจรที่เหลือตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าของพวกเขาก่อนจะดึงสติกัับมาได้ เพราะได้ยินเสียงหัวเราะที่ลอยมาจากร่างเล็กๆ ตรงหน้าพวกเขา
หัวหน้าโจรถึงกับเข่าอ่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ไม่ต่างจากลูกน้องอีกสองคนที่อยู่ด้านหลัง
“หึ” ฟางเซียนเออร์แสยะยิ้มออกมา ร่างเล็กๆ แต่กับเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายแผ่กระจายออกมาไม่หยุดหย่อน แค่ไอสังหารที่แผ่ออกมา ก็ทำให้พวกโจรกระจอกพวกนั้นถึงกับเข่าอ่อนเลยทีเดียว
อย่าดูถูกว่านางนั้นเป็เด็ก แต่จิติญญาของนางนั้นมีอายุถึง 35 ปีแล้วนะ งานจ้างวานฆ่านางก็รับมาไม่ใช่น้อยๆ ปะสาอะไรกับโจรกระจอกพวกนี้กัน
“จะ…จอมยุทธ์น้อย ได้โปรดไว้ชิวิตพวกข้าเถิด พวกข้ามีตาหามีแววไม่ ละ ล่วงเกินท่านเข้าให้แล้ว”หัวหน้าโจรกล่าวด้วยเสียงอันสั่นเทา และก้มหัวอ้อนวอนนาง
ฟางเซียนเออร์ยังคงแผ่กลิ่นอายแห่งความหายนะออกมา แรงกดดันมหาศาลนี้ยิ่งทำให้พวกโจรกลัวจนหัวหด
“ไสหัวไปซะ! อย่าให้ข้าเห็นอีกไม่อย่างนั้น”ฟางเซียนเออร์พูดจบก็ปามีดพกบินไปปักลงบนพื้นระหว่างหว่างขาของหัวหน้าโจร พื้นที่โดนมีดปักลงไปแตกกระจายกลายเป็หลุมเล็กๆ ทันที
หัวหน้าโจรกลัวจนใบหน้าซีดเผือก ปัสสาวะราดออกมาจนเปียกขากางเกงของเขา แล้วจึงสลบเหมือดลงไป
นางเค้นเสียง “หึ” ในลำคอแล้วปรายตามองไปยังพวกที่เหลือ “ลากมันออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้น”
ฟางเซียนเออร์ยังไม่ทันได้พูดจบ พวกโจรที่เหลือก็รีบเข้ามาลากตัวของหัวหน้าของพวกเขาออกไปแล้วหายลับไปจากสายตาของนางอย่างว่องไว
เมื่อแก้ปัญหาเสร็จเรียบร้อยแล้วนางก็หันหลังเดินกลับไปที่เกวียน โดยที่คนขับเกวียนยังคงอ้าปากค้าง ด้วยความตกตะลึงมองมาทางนาง แล้วสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อนางเดินเข้ามาใกล้
“ท่านลุง ข้าทำให้ท่านใเสียแล้ว”ฟางเซียนเออร์กล่าวด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่ๆ เ้าๆ ดี ดี แล้วละ โจรพวกนั้นสมควรโดนแล้ว”ซีเหมาปาดเหงื่อที่ไหลอยู่บนหน้าฝากเบาๆ แม่นางน้อยผู้นี้เขาไม่ควรทำให้นางขุ่นเคืองใจเป็อันขาด แค่คิดถึงมีดที่บินไปปักลงตรงหว่าขาของโจรนั้นเข้าก็เสียวแวบตรงหว่างขาทันที
“เ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราเดินทางกันต่อเลยนะเ้าคะ”นางยิ้มให้กับท่าทางตลกของท่านลุง
ไม่นานนักนางก็เดินทางมาจนถึงหมู่บ้านหนานชิน “รบกวนท่านลุงไปส่งข้าที่ท้ายหมู่บ้านเลยนะเ้าคะ”
“ได้ๆ”
เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านชาวบ้านที่อยู่ข้างนอกต่างก็จ้องมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ปนความรู้สึกอิจฉาริษยา
“เ้าดูสิ นางออกไปในเมืองแค่แป๊บเดียวก็ซื้อข้าวของมาจนเต็มเกวียนเลย”
“นั่นซิ ข้าว่าคงหมดไปหลายตำลึงแน่ๆเลย” หญิงชรา “จิ” ปากด้วยความอิฉา
“ได้ข่าวว่าพวกนางสองแม่ลูกย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ ข้าได้ยินว่าพวกนางมีที่ดินถึง 20 หมู่เลยทีเดียว”
“หรือข้าควรให้ลูกชายบ้านข้าไปทำความรู้จักพวกนางบ้างดีนะ ถึงแม่ของนางจะเป็ม่ายแต่พวกนางก็มีเงินไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ”
พวกชาวบ้านจับกลุ่มกับซุบซิบนิทานางกับท่านแม่ของนาง ฟางเซียนเออร์ถึงกับคิ้วกระตุกด้วยความไม่สบายใจ จะให้พวกป้าๆ พวกนี้เข้ามาวุ่นวายไม่ได้ นางเป็ผู้ฝึกยุทธ์ หูของนางจึงดีมากๆ
นางคงต้องเร่งมือล้อมรั้วให้เสร็จโดยเร็วที่สุดสะแล้ว
ไม่นานนักเกวียนเทียมวัวก็มาจอดที่หน้าประตูบ้าน ฟางเซียนเออร์กระโดนลงมาจากเกวียนแล้วะโเรียกท่านแม่ของนาง “ท่านแม่เ้าคะ ข้ากลับมาแล้ว”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของบุตรสาวฟางเหมยลีที่นัั่งคุยอยู่กับภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านก็รีบลุกขึ้นทันที “เซียนเออร์ เ้ากลับมาแล้ว พี่จิ่วเม่ย ข้าขอไปดูนางก่อนนะ”
“เ้าไปเถอะ น้องเหมยลี” จางจิ่วเม่ยสายหน้าไปมา ตอนที่สามีีของนางมาขอร้องให้นางมาอยู่เป็เพื่อนฟางเหมยลีนั้น ทีแรกนางก็ลำบากใจ แต่ทำไปทำมา นางกับรู้สึกถูกชตะนางไม่น้อย จนตอนนี้ถึงกับเรียกพี่เรียกน้องกันแล้ว
ฟางเหมยลีพยักหน้าแล้วเดินไปที่ประตู ก่อนจะเห็นข้าวของมากมายที่บรรทุกมาจนเต็มเกวียน
“นี่เ้าซื้ออะไรมามากมายขนาดนี้” ฟางเหมยลีมองของที่อยู่บนเกวียน ต้องใช้เงินไปไม่น้อยแน่ๆ นางรู้สึกเหมือนจะเป็ลมหน้ามืดอย่างไรอย่างนั้น
ฟางเซียนเออร์เห็นนางทำท่าจะเป็ลมก็รีบเข้าไปประคองเอาไว้ “ท่านแม่ของพวกนี้มีแต่สิ่งจำเป็ทั้งนั้น แล้วก็ไม่รู้ว่าปีนี้หิมะจะตกหนักไหมด้วยเ้าค่ะ”
“ลูกสาวเ้าพูดถูกแล้วนะ น้องเหมยลี เ้าอย่าว่านางเลย”จางจิ่วเม่ยออกมาทันได้ยินที่พวกนางพูดก่อนหน้านี้ ถึงจะใกับข้าวของมากมาย แต่นางก็ตระหนักได้ว่าพวกนางไม่มีอะไรที่นำติดตัวมากันเลย สิ่งของพวกนี้มีแต่สิ่งที่จำเป็ทั้งนั้น
“ท่านป้า สวัสดีเ้าค่ะ”ฟางเซียนเออร์กล่าวทักนางด้วยความยินดี นางรู้สึกเกรงใจหน่อยๆ ที่ขอร้องให้ภรรยาผู้ใหญ่บ้านมาอยู่เป็เพื่อนท่านแม่ของนาง
“อย่ามัวแต่ยืนคุยกันอยู่ตรงนี้เลย รีบขนของเข้าไปด้านในเถอะ”จางจิ่วเม่ยบอกพวกนางสองแม่ลูก “มาเดี๋ยวป้าช่วย” พูดจบนางก็เตรียมช่วยขนของทันที
“พี่จิ่วเม่ย ขอบคุณท่านแล้ว”ฟางเหมยลีบอกด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็ไรๆ ข้าเต็มใจ”จางจิ่วเม่ยโบกมือไปมา
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านป้า ”
จากนั้นพวกนางจึงช่วยกันยกของเข้าไปไว้ในบ้าน กว่าจะขนของหมดก็เล่นเอาเหนื่อยพอสมควร
“ท่านลุง นี่เงินค่าจ้างอีก 15 อีแปะนะเ้าคะ”ฟางเซียนเออร์จ่ายเงินค่าจ้างที่เหลือให้กับท่านลุง
ซีเหมารับเงิน 15 อีแปะมาไว้ในมือด้วยความดีใจ “ถ้าเ้าจะเข้าไปในเมืองอีกก็มาบอกข้าได้นะ บ้านข้านับจากหน้าหมู่บ้านเข้ามาอยู่หลังที่สามทางซ้ายมือ” ซีเหมาคิดในใจว่าเขาต้องผูกมิตรกับครอบครัวนี้เอาไว้ เมื่อนางจะเข้าไปในเมืองจะได้คิดถึงเขาเป็คนแรก
“ได้เ้าคะ ถ้าข้าจะเข้าเมืองอีกจะไปรบกวนท่านลุงนะเ้าคะ”
“ไม่รบกวนๆ ข้าไปก่อนนะ”
เอาละ หลังจากที่ย้ายของเข้าไปในบ้านแล้วท่านแม่ของนางก็วุ่นวายจัดข้าวของมากมายอยู่ภายในครัว กับท่านป้าจิ่วเม่ย นางมองพวกนางด้วยความงงงวย
่ที่นางเข้าเมืองไปดูเหมือนท่านแม่ของนางจะมีเพื่อนคุยที่ถูกคอเสียแล้ว นางเดินเข้าไปในครัว “ท่านแม่ ข้าจะขึ้นเขาสักหน่อยนะเ้าคะ”
เมื่อฟางเหมยลีได้ยิน นางก็พูดด้วยความกังวน “บนูเาอันตราย เ้าจะขึ้นไปทำไม”
“ท่านแม่ข้าจะไปดูว่าเราสามารถหาอะไรมากินได้บ้างไหมเ้าคะ อีกอย่างข้าเข้าเมืองไปก็ลืมซื้อเนื้อสัตว์มาเลย ” แล้วก็นางอยากไปสำรวจด้วยว่าบนูเานั้นมีอะไรที่นางพอจะทำเงินได้บ้างไหม
“ท่านแม่ก็รู้ว่าข้าดูแลตัวเองได้” นางบอกผู้เป็มารดา
ฟางเหมยลีพููดด้วยความจนใจ “ข้ารู้ แต่ข้าก็ยังเป็ห่วงอยู่ดี” เมื่อเงียบอยู่นานจึงพูดขึ้น “เ้าไปเถอะกลับมาก่อนฟ้าจะมืดก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะระวังตัวนะเ้าคะ”เมื่อผู้เป็มารดาอนุญาตนางก็รีบวิ่งออกจากห้องครัวเข้าไปในห้องนอนทันที
“น้องเหมยลี เ้าอนุญาตให้นางขึ้นไปได้อย่างไร ขนาดผู้ชายตัวใหญ่ขึ้นไปแต่ละที ไม่กลับลงมาอย่างปลอดภัยก็ต้องมีาแกับมากัน”
“ข้าก็ไม่อยากให้นางขึ้นไปหรอก”ฟางเหมยลีพูดพลางถอนหายใจไปด้วย “เฮ้อออ”
“ถ้าเ้าไม่มีเนื้อเดี๋ยวข้ากับไปบ้านข้าจะเอามาให้เ้านิดหน่อย”จางจิ่วเม่ยนึกสงสารแม่ลูกคู่นี้ จะว่าก็ว่าชีวิตคนเรา ไม่มีทางคาดเดาได้เลยจริงๆ
===อย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ===