‘เป็เสียงข้าเองเสี่ยวอิงอิงเอง ข้าพูดกับท่านนั่นแหละ’
“เฮ้ย ผีหลอก” หงเฟินสลัดมือพร้อมทั้งร้องเสียงหลงออกมาทำเอาคนอื่นใไปกับนางด้วย
“แม่นางเป็อันใด ไหนหรือ”
‘นายน้อยใจเย็นๆ ข้าไม่ใช่ผี พี่ชายจะหาว่าท่านเสียสติเอาได้นะเพราะท่านได้ยินข้าเพียงผู้เดียว เราสองสื่อสารกันทางจิตเ้าค่ะ’
“หือ” เมื่อตั้งสติได้หงเฟินจึงปรับสีหน้าให้เป็ปกติก่อนที่บุรุษตรงหน้าจะหาว่านางเสียสติอย่างที่เ้านกน้อยเตือน
‘เอ่ยในใจก็ได้เ้าค่ะนายน้อย’
‘เ้าพูดภาษามนุษย์ได้หรือ’
‘เ้าค่ะ’
หงเฟินกระพริบตาปริบๆมองเ้านกน้อยอย่างหวาดระแวงในใจตอนนางเอ่ยปากขอเ้านกน้อยมาแค่เพียงเห็นว่าเหมือนนกแก้วจึงอยากได้มาเลี้ยงเพื่อเสริมดวงให้กับตัวเองเท่านั้นทว่ากลายเป็ว่านางได้นกพูดได้มาซะอย่างนั้น
“แม่นาง แม่นาง”เสียงบุรุษดึงสติเธอออกมาจากห้วงความคิด “เป็อันใดหรือเปล่า”
“เปล่าๆ อ้อ ไม่มีอะไรเ้าค่ะ”
“งั้นข้าขอไปส่งเ้ากลับเรือนได้หรือไม่ฟ้าใกล้มืดเสียแล้ว” หงเฟินลังเลกับคำกล่าวอาสาของชายตรงหน้าแต่เมื่อสบเข้ากับแววตาเป็มิตร จึงได้แต่กลืนคำปฏิเสธลงคอ
เขาดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเสียหน่อยเป็เธอเองที่คิดมากไป
สองเท้าบางจึงยอมเดินออกจากตรอกมุ่งสู่ถนนเส้นหลักของตลาดแห่งนี้เคียงคู่ไปกับบุรุษร่างสูง กับอีกหนึ่งนกน้อย
ยามเซิ่นแบบนี้ผู้คนเดินตลาดค่อนข้างโหลงเหลงรวงร้านเปิดอยู่ไม่กี่ร้าน ตลอดเส้นทางที่หงเฟินเดินมาบุรุษข้างๆก็ชวนคุยไม่หยุด
“ข้ามีนามว่า เหวินซือท่านพ่อข้าเป็ประมุขตระกูลเหวิน ่นี้ข้ามาพักเมืองนี้ชั่วคราวเท่านั้นแม่นางหล่ะ” เขาหยอดถามเพราะอยากทำความรู้จักกับแม่นางอย่างยิ่งอย่างน้อย่ที่เขาต้องพำนักอยู่ที่นี่จะได้มาคุยเล่นกับนางบ้างดีกว่าคุณหนูลูกตระกูลใหญ่เมืองนี้เป็ไหนไหนที่พอเขาคุยด้วยทีไรก็ชอบแสดงกิริยาเขิลอาย บิดม้วนตัวอยู่นั่นแหละ
“ข้าหงเฟินเ้าค่ะข้าอาศัยจวนเล็กท้ายเมือง” นางตอบแบบกลางๆไม่ได้เปิดเผยตัวตนมากนัก
“แซ่หงหรือ คงไม่ใช่หรอกมั้ง” เหวินซือปัดความคิดที่พอได้ยินชื่อแซ่นางก็มีชื่อตระกูลหงปรากฎขึ้นในห้วงความคิด
จะเป็ไปได้ยังไงถ้าเป็แซ่หงที่เขารู้จักจริงๆนางจะมาอยู่จวนเล็กๆในเมืองนี้ได้อย่างไรกัน
“ข้าขอแวะซื้อเซาปิ่งนี้สักครู่นะเ้าคะ”ความจริงนางก็มิได้พิศวาศเ้าขนมแป้งทอดนี่ขนาดนั้นหรอกแต่ท้องเ้ากรรมกำลังประท้วงว่ามัน้าอาหารมิเช่นนั้นมันคงได้ส่งเสียงร้องออกมาให้ขายขี้หน้าเป็แน่
หงเฟินแวะร้านเซาปิ่งทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายออกความเห็นยิ่งได้เข้าไปใกล้กลิ่นหอมของเซาปิ่งร้อนๆยิ่งกระตุ้นให้น้ำลายไหลท่วมอยู่ในปาก
“เถ้าแก่ข้าขอเซาปิ่งสองชิ้นเ้าค่ะ”ปากสั่งขนมส่วนมือบางก็ทำท่าล้วงประเป๋าก่อนจะนึกได้ว่านางไม้ได้ใส่กางเกงเหมือนแต่ก่อนนางกำลังสามชุดโบราณยาวลากพื้นอยู่สองมือจึงพยายามไล่ตามเสื้อผ้าตัวเองเพื่อหาเงินนาง
นางทั้งลูกคลำไปทั้งชุดก็ไม่พบช่องหรือกระเป๋าผ้าหรืออะไรก็ตามที่เอาไว้ใส่เงินของตัวเองนางแทบจะยกชุดกระโปรงของนางขึ้นจนบุรุษที่ยืนมองกิริยาแปลกประหลาดของนางพลันมีใบหน้าเรื่อสีแดงเมื่อเห็นเรียวขาของนางเมื่อครู่
นกน้อยเสี่ยวอิงอิงได้แต่มองผู้เป็นายตนอย่างเหนียมอายแทน
หงเฟินนางไม่เคยใส่ชุดแบบนี้มาก่อนแถมนี่ยังเป็คราแรกที่นางมาเดินตลาดแบบนี้จึงไม่รู้เลยว่านางไม่ได้พกเงินติดตัวเลยเงินทั้งหมดล้วนอยู่กับสาวใช้ที่พลัดหลงกัน
“แม่นางหงเฟินคงมิได้พกเงินมาให้ข้าจ่ายให้เถิด”
หงเฟินหยุดมือที่กำลังหาเงินทันทีนางเงยหน้าขึ้นมาพยักหน้าและยิ้มแหยๆให้ เพราะนางเองก็จนปัญญาหาแล้วจริงๆ
เหวินซือล้วงมือหยิบก้อนเงินออกมาก่อนจะยื่นให้เถ้าแก่เพื่อแลกกับเซาปิ่งให้หงเฟิน “ข้ามิได้พกเงินน้อยมาเถ้าแก่รับไว้เถิด ไม่ต้องทอน”
หนึ่งตำลึงทองในมือถูกแลกกับเปาปิ่งสองชิ้นแม่เ้า ทั้งหงเฟินและเถ้าแก่ต่างเบิกตาโตราวกับแข่งกัน
“ขอบคุณมากท่านชาย ขอให้ท่านเจริญเจริญข้าน้อยมีบุญวาสนายิ่ง”
เถ้าแก่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่รับเงินมากอดไว้ในอ้อมอกส่วนหงเฟินได้แต่อ้าปากพะงาบพะงาบไม่รู้จะกล่าวอะไรมือน้อยรับขนมเซาปิ่งที่แสนแพงมาจากมือเหวินซือ
“ข้าไม่ได้จะอวดร่ำอวดรวยกับแม่นางหงนะพอดีว่าเงินที่ไว้จับจ่ายอยู่ที่ลูกน้องข้าหมด”หงเฟินได้แต่กินเซาปิ่งไปเดินฟังบุรุษข้างไปเงียบๆ
ต้องรวยขนาดไหนถึงใช้จ่ายด้วยตำลึงทองได้ง่ายดายเพียงนี้
ทั้งยี่สิบตำลึงทอง
และเมื่อกี้อีกหนึ่งตำลึงทองอีก
ชายผู้นี้คงเป็คุณชายตระกูลใหญ่น่าดู
แต่ก็ไม่น่าจะร่ำรวยขนาดนี้มั้ง
“ตระกูลท่านประกอบอาชีพอะไรหรือถึงได้ร่ำรวยจับจ่ายด้วยตำลึงทองง่ายดายเพียงนี้” หงเฟินเลิกกินเซาปิ่งในมือตอนนี้นางสนใจความร่ำรวยเกินหน้าเกินตาของเหวินซืออย่างยิ่ง
นางถามเพราะเผื่อนางจะทำตามบ้าง ถึงมาอยู่มิตินี้ไม่นาน แต่นางย่อมไม่อยากจน
เหวินซือขำขันจนอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อหญิงสาวงามล่มเมืองนางนี้เอ่ยวาจาออกมาได้ตรงยิ่งกว่าชายอกสามศอก
“เ้าไม่รู้จักตระกูลเหวินหรือ”ชายหนุ่มขมวดคิ้วสงสัย เมื่อเห็นใบหน้าส่ายไปมาของหงเฟิน จึงแถลงความสงสัยนาง“ตระกูลข้าทุกคนล้วนมีธาตุทองทั้งตระกูล เื่แค่นี้ไม่เป็ปัญญาหรอก”
หมายถึงมีพลังธาตุทองงั้นหรือหงเฟินนางจำได้ว่าท่านปู่บุญธรรมนางบอกบนมิตินี้มีทั้งมนุษย์ที่เกิดมามีพร้อมกับพลังธาตุประจำตัว กับไร้ธาตุซึ่งธาตุทองก็อยู่ในห้าธาตุ ทอง ไฟ ดิน น้ำ ไม้
บุรุษผู้นี้ธาตุทองเลยร่ำรวยงั้นเหรอ
น่าสน…
“ท่านสามารถผลิตทองใช้เองได้เลยหรือ”
เหวินวือหัวเราะอีกครั้งให้กับความไร้เดียงสาของคำถามราวกับนางไม่รู้เื่พื้นฐานพวกนี้จริงๆ “ข้าสร้างทองแท้แบบตำลึงทองไม่ได้หรอกมิใช่เื่ที่ข้าต้องไปเสียเวลาทำ แต่ตระกูลข้ามีตำแหน่งนี้อยู่วันหลังถ้าเ้าใคร่รู้เื่นี้เดี๋ยวข้าพาไปดู ดีไหม”
‘นายน้อยผู้มีธาตุทองน้อยคนนักที่จะมัวฝึกพลังตนไปในสายผลิตทองแท้ๆพวกเขาย่อมหมั่นฝึกพลังตนเพื่อเป็จอมยุทธ มีพลังแข็งแกร่งเหนือผู้อื่นยามนั้นอยากได้สิ่งใดก็มิยากเกินกำลัง’
หงเฟินตั้งใจฟังนกน้อยด้วยดวงตาเป็ประกายไม่ใช่เพราะคำอธิบายทีเสี่ยงอิงพร่ำบอกเธอทว่าเป็เพราะประโยคสุดท้ายที่ดังออกมาจากบุรุษข้างกายนาง
‘แต่ข้าอยากผลิตทอง ข้าอยากรวย’
**********************
เื่นี้เขียนจบแล้วมีอีบุ๊คแล้วนะคะอุดหนุนได้ทั้งในเวบนี้และในเมบเลยค่า^^