หลังจากที่แพทย์แผนจีนประจำร้านตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “สมุนไพรเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีคุณภาพดี แต่ยังมีอายุและระยะเวลาการเติบโตที่เหมาะสม แถมยังได้รับการเตรียมตัวยาเป็อย่างดีอีกด้วย แม่หนูน้อย สมุนไพรเหล่านี้มาจากไหนกัน?”
“หนูเก็บเองจากบนูเาค่ะ” จิ่งเยี่ยนกุยตอบ “ผู้ใหญ่ที่บ้านของหนูมีความรู้เื่หยูกยา เลยสอนหนูให้รู้จักและปรุงยาั้แ่เด็กค่ะ”
“ที่แท้ก็เป็ผู้เชี่ยวชาญนี่เอง” แพทย์แผนจีนประจำร้านกำลังจะถามอะไรบางอย่าง แต่แล้วผ้าม่านตรงประตูกลับถูกเปิดออกอีกครั้ง ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาจึงรีบรั้งไว้ “ไป่ชิง มาดูยาพวกนี้หน่อยสิ!”
ซูไป่ชิงมาที่ร้านแต่เช้าเพื่อเอายาบางส่วนไปให้คุณปู่ซู เมื่อได้ยินคำพูดของแพทย์แผนจีนประจำร้านก็หันมาดู ขณะที่จิ่งเยี่ยนกุยหันกลับมานั้น สายตาทั้งสองก็สอดประสาน เขาพลันพูดด้วยความยินดีว่า “คุณนี่เอง!”
จิ่งเยี่ยนกุยก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกันที่ได้พบเขา จึงถามด้วยรอยยิ้มว่า “อาการของคุณปู่ดีขึ้นแล้วหรือคะ?”
ซูไป่ชิงพยักหน้า “ดีขึ้นมากแล้ว วันนี้ผมตั้งใจจะเอายาไปให้คุณปู่เสร็จแล้วก็จะไปหาคุณที่หมู่บ้านอิ๋นซาน คิดไม่ถึงว่าจะเจอคุณที่นี่!”
หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยจ่ายค่ายาให้คุณปู่ซูในวันนั้น เขาก็อยากหาโอกาสไปคืนเงินให้ แต่คุณปู่ซูอาการหนักมาก พอฟื้นขึ้นมาก็ไม่ยอมรับการรักษาแบบตะวันตก จึงพากลับบ้านเพื่อมารักษาด้วยวิธีแพทย์แผนจีนกันเอง
เมื่อคุณปู่ซูป่วย เื่ราวต่างๆ ของบ้านตระกูลซูก็ตกมาอยู่ที่ซูไป่ชิงทั้งหมด หลายวันมานี้เขาจึงยุ่งมากจนหัวหมุน ไม่ใช่เื่ง่ายกว่าคุณปู่ซูอาการจะดีขึ้น เขาจึงคิดว่าจะไปขอบคุณและคืนเงินที่บ้านของจิ่งเยี่ยนกุยตามที่อยู่ที่เธอให้ไว้ แต่ไม่คิดว่าเธอจะมาหาถึงที่เสียก่อน
จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มแล้วพูดว่า “วันนี้ฉันมาขายสมุนไพรค่ะ”
เมื่อซูไป่ชิงได้ยินเธอพูดอย่างนั้นจึงคิดว่าต่อให้สมุนไพรของเธอจะดีหรือไม่ วันนี้ก็จะซื้อของเธอมาอยู่ดี แต่เมื่อเข้าไปดูสมุนไพรสดที่เธอวางไว้บนโต๊ะจ่ายเงิน เขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะคุณภาพของยาสมุนไพรเหล่านี้สูงกว่าสมุนไพรที่เขาสั่งเข้ามาในร้านเสียอีก
ตอนแรกเขาประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็นึกถึงอาการป่วยของคุณปู่ จึงมองเธอแล้วพูดว่า “วันนั้นผมก็คิดไว้แล้วว่าคนที่ช่วยคุณปู่ไว้ต้องมีรู้เื่แพทย์ๆ พอตัว วันนี้มาเห็นสมุนไพรพวกนี้ผมก็มั่นใจ คุณปู่โชคดีจริงๆ ที่เจอคุณวันนั้น”
เมื่อผู้เชี่ยวชาญลงมือเองย่อมเห็นผล ถึงแม้ว่าในวันนั้นจิ่งเยี่ยนกุยจะเพียงแค่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้คุณปู่ แต่ทุกขั้นตอนนั้นล้วนทำอย่างถูกต้องเหมาะสม
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกเขินอายเมื่อถูกเขาป้อยอ “คุณชมเกินไปแล้วค่ะ”
ซูไป่ชิงหันไปบอกหมอประจำร้าน “คุณลุงเจิ้ง เราจะรับซื้อสมุนไพรพวกนี้ทั้งหมด และให้ราคาสูงกว่าราคารับซื้อปกติเป็เงินหนึ่งเหมา [1] ต่อหนึ่งจิน [2]”
ในยุคนี้ เนื้อราคาเพียงเจ็ดถึงแปดเหมาต่อหนึ่งจินเท่านั้น สมุนไพรทั้งหมดที่จิ่งเยี่ยนกุยนำมานั้นมีจำนวนสิบกว่าจิน ถ้าได้เพิ่มอีกหนึ่งเหมาต่อจิน ก็เท่ากับได้เนื้อเพิ่มอีกกว่าหนึ่งจิน ซึ่งก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย
จิ่งเยี่ยนกุยหันไปมองเขา เขาจึงพูดจริงจังว่า “ที่ผมให้ราคาสมุนไพรสูงกว่าปกติเป็เงินหนึ่งเหมาต่อจิน ไม่ใช่เพราะคุณช่วยชีวิตคุณปู่เอาไว้ แต่เพราะว่าสมุนไพรที่คุณเอามามีคุณภาพดีจริงๆ ผมเปิดกิจการค้าขาย แยกเื่งานกับเื่ส่วนตัวชัดเจน ผมจะไม่เพิ่มราคารับซื้อเพียงเพราะเื่ส่วนตัวครับ”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้ดีว่าแม้เหตุผลจะเป็แบบนี้ แต่ถ้าเธอไม่ได้ช่วยชีวิตคุณปู่ซูเอาไว้ เื่คงไม่ราบรื่นขนาดนี้ และเธอก็มั่นใจในคุณภาพของสมุนไพรสดของตัวเองว่าสมควรได้รับราคานี้อยู่แล้ว
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบต้นซานชีที่มียี่สิบสองหัวออกมาจากด้านล่างสุดของตะกร้า แล้วถามว่า “พวกคุณรับซื้อต้นซานชีด้วยไหมคะ?”
ซูไป่ชิงตาเป็ประกายเมื่อเห็นต้นต้นนั้น เขารับมาพิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้วพูดว่า “นี่มันของดีเลยนี่นา! เรารับซื้อแน่นอน! ผมให้หนึ่งร้อยหยวน คุณคิดว่ายังไง?”
ต้นซานชีแบบนี้มีสรรพคุณที่ดีเยี่ยมและหายากมากในตลาดตอนนี้ เมื่อใช้ต้นซานชีแบบนี้ร่วมกับการรักษาโรคบางชนิดเป็การเฉพาะ จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้
เงินหนึ่งร้อยหยวนในยุคที่ค่าจ้างเฉลี่ยรายได้ต่อเดือนของคนอยู่ที่หกถึงเจ็ดสิบหยวนนั้น ไม่ถือว่าเป็จำนวนเงินที่น้อยเลย จิ่งเยี่ยนกุยคิดว่าราคานี้ยุติธรรมแล้ว เธอจึงพยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อรวมราคาของสมุนไพรสดทั้งหมดกับต้นซานชีแล้ว รวมเป็เงินทั้งสิ้นหนึ่งร้อยห้าสิบสองหยวนสามเหมาเจ็ดเฟิน เมื่อจิ่งเยี่ยนกุยได้รับเงินนั้น ดวงตาของเธอก็ถึงกับทอแสงประกาย เมื่อมีเงินจำนวนนี้ เธอจะมีเงินทุนตั้งต้นทำธุรกิจเล็กๆ ได้แล้ว!
แต่เมื่อซูไป่ชิงยื่นเงินให้เธอ กลับเป็ธนบัตรใบละสิบหยวนยี่สิบใบ “วันนั้นคุณช่วยจ่ายค่ายาให้คุณปู่ของผมไปเก้าหยวนแปดเหมา เงินส่วนที่เกินมาถือเป็ของขวัญขอบคุณเล็กๆ น้อยๆ จากผม และตีเป็เลขกลมๆ อย่าได้ปฏิเสธเลยนะครับ”
สิ่งที่จิ่งเยี่ยนกุย้าที่สุดคือเงิน แต่เธอรู้สึกว่าเงินขอบคุณของเขามันมากเกินไป จึงดึงธนบัตรใบละสิบหยวนออกมาคืนให้เขาสามใบ “แค่ตีเป็เลขกลมๆ ก็พอแล้วค่ะ ต่อไปฉันยังจะมาขายสมุนไพรที่นี่อีก พวกคุณรับซื้อของของฉันตามราคาตลาดก็พอค่ะ”
ซูไป่ชิงเห็นว่าเสื้อผ้าที่เธอใส่นั้นมีแต่รอยปะ แต่กลับซักจนสะอาดสะอ้านมาก ดวงตาของเธอก็ใสกระจ่างเปล่งประกาย โดยรวมดูดีกว่าตอนที่เขาเจอเธอครั้งก่อนมากทีเดียว ทำให้หัวใจของเขาถึงกับเต้นผิดจังหวะ
ใบหน้าของเขาแดงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เขาพูดทั้งรอยยิ้มว่า “สมุนไพรสดของคุณมีคุณภาพดีมาก พวกเรายินดีที่จะรับซื้อสมุนไพรของคุณในระยะยาวครับ”
หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยได้รับการยืนยันจากเขาแล้ว เธอก็พูดจาตามมารยาทกับเขาอีกเล็กน้อย หลังจากนั้นก็สะพายตะกร้าออกไปจากร้านชิ่งอันถัง
ซูไป่ชิงมองตามแผ่นหลังของเธอด้วยแววตาอ่อนโยน หมอประจำร้านพูดขึ้นว่า “เด็กผู้หญิงคนนั้นอายุยังน้อย แต่ฝีมือการทำยาของเธอกลับช่ำชองมาก เดี๋ยวนี้เด็กผู้หญิงที่ตั้งใจจะเรียนแพทย์แผนจีนมีน้อยมาก”
ซูไป่ชิงพลันเกิดความคิด ถึงแม้ว่าร้านชิ่งอันถังจะดำเนินกิจการได้ดี แต่ความจริงแล้วก็มีแรงกดดันอยู่มาก เขา้าคู่ชีวิตที่เข้าใจการแพทย์มาช่วยเขา จิ่งเยี่ยนกุยมีความรู้เื่ยาและจิตใจที่ดูโอบอ้อมอารี ดูเหมือนว่าจะเป็ตัวเลือกที่ดีมาก
หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยออกจากร้านชิ่งอันถัง เธอก็รู้สึกดีมากขึ้น นี่คือเงินก้อนแรกที่เธอหาได้หลังจากเกิดใหม่ เธอหยิบธนบัตรใบละสิบหยวนออกมาสามใบ ส่วนเงินที่เหลือนั้นก็เก็บไว้กับตัวอย่างดี
เธอแวะไปที่ตลาดเป็อันดับแรก เพื่อซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ตัวเองกับหยางหว่านซิ่วคนละชุด จากนั้นไปตลาดขายของสดเพื่อซื้อสาหร่ายทะเล เห็ดหูหนู และผักอื่นๆ ที่หาไม่ได้ในไร่ จากนั้นก็ซื้อหมูสามชั้นสามจิน ต่อรองราคากับเ้าของร้านจนได้ของแถมเป็กระดูกหมูชิ้นใหญ่หนึ่งชิ้น และไส้อ่อนมาอีกคู่หนึ่ง
ต้องบอกว่าใช้จ่ายเงินในยุคนี้ได้คุ้มค่า หลังจากที่ซื้อของพวกนี้แล้ว เงินสามสิบหยวนที่เธอหยิบออกมาใช้ก็ยังเหลืออีกหนึ่งหยวนสองเหมา
เธอหันไปเห็นร้านขายอาหารประเภทเนื้อตุ๋นหม้อไฟที่อยู่ข้างทาง เนื้อตุ๋นหม้อไฟของเมืองนี้โดดเด่นมาก มีรสชาติพิเศษ ชาติก่อนหลังจากที่เธอลงใต้ไปทำงานก็ไม่ค่อยได้กินอีกเลย พอตอนนี้มาเห็น เธอก็ตัดสินใจใช้เงินที่เหลืออีก 1 หยวน 2 เหมาซื้อเต้าหู้ตุ๋นทั้งหมด
ของทั้งหมดนี้รวมกันแล้วก็น่าจะหนักสิบกว่าจิน เธอเกรงว่าของเหล่านี้จะสะดุดตา และก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็ จึงใช้ผ้าคลุมตะกร้าไว้ไม่ให้คนอื่นเห็น
ขณะที่เธอกำลังสะพายตะกร้าเตรียมตัวกลับบ้าน ก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งขับผ่านไปบนถนน คนที่นั่งอยู่ในรถคันนั้นดูคล้ายฟางเสียนจือนิดหน่อย
แต่เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่าขาของฟางเสียนจือได้รับาเ็ คงไม่น่าออกมาเตร็ดเตร่ข้างนอก เธอจึงคิดว่าตัวเองคงตาฝาดไป
เมื่อเธอเดินผ่านมุมถนนเพื่อจะเลี้ยวไปทางถนนเล็ก เธอกลับเห็นรถยนต์คันนั้นจอดอยู่ข้างทาง ส่วนฟางเสียนจือกำลังใช้ไม้เท้าค้ำยันตัวเองขณะยืนพิงรถอยู่
เชิงอรรถ
[1] เหมา (毛) หน่วยเงินของจีน เทียบได้กับสตางค์ โดย 10 เหมาเท่ากับ 1 หยวน
[2] จิน (斤) หน่วยน้ำหนักจีน ประมาณ 500 กรัม