บทที่ 13 หยุดมือ
คืนที่เงียบสงัด ดาวระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้าแต่บรรยากาศของตระกูลจ้าวกลับเคร่งเครียดจ้าวเทียนหรงยืนอยู่หน้าหอประชุมหลักของตระกูล ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยวแม้จะเพิ่งออกจากการปิดด่านฝึกฝนมาได้ไม่นานแต่พลังของเขากลับแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็หลายเท่า
ด้านข้างของเขา จ้าวหลินยืนสงบนิ่ง สวมอาภรณ์สีดำสนิทแววตาเฉียบคมราวกับใบมีด ด้านหลังของพวกเขา ผู้าุโที่สอง จ้าวหยุนซิงและผู้าุโที่สาม จ้าวฮั่นซื่อ ก็อยู่พร้อมหน้าเช่นกันสองบุคคลที่เป็เสาหลักของตระกูล
“ท่านผู้าุโใหญ่ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ตระกูลต้องฝากท่านแล้ว” จ้าวทียนหรงเอ่ยขึ้น
ผู้าุโใหญ่พยักหน้ารับอย่างสุภาพแล้วแอ่ย“ไม่ต้องห่วงท่านเ้าตระกูล ตอนนี้พวกทรยศในตระกูลจ้าวและเมืองหลัวเฟิงถูกกำจัดหมดแล้วท่านเ้าตระกูลโปรดระมัดระวังตัวด้วยในภารกิจครั้งนี้”
“ขอบคุณมากผู้าุโใหญ่”จ้าวเทียนหรงกล่าวขอบคุณ จากนั้นเขาก็หันไปทาง้าวหลินแล้วเอ่ยขึ้น “หลินเอ๋อ เ้าแตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม”จ้าวหลินได้ยินจ้าวเทียนหรงถาม เขาก็ประสานมือแล้วเอ่ยขึ้น “ข้าเลือกเส้นทางแล้วก็รับเป็ช่องเขาขาดที่ขบวนสินค้าของจ้าวซิวองต้องผ่าน มันเป็ป่าทึบ แล้วก็ยากต่อการหลบหนีห่างจากเมืองไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ สองพันธ์ลี้ เราใช้เวลาไม่ถึงสิบวันน่าจะถึงเราน่าจะไปถึงที่นั้นก่อนพวกนั้นจะมาถึงก่อนห้าวัน”
จ้าวเทียนหรงได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้น“เอาล่ะ ไปได้”
คฤหาสน์ในเมืองอวิ๋นเหอที่เป็เมืองชั้นสอง
“น้องหญิง เรียบร้อยไหม” เสียงของซ่งเหยียนดังซ่งเหยียน
“เรียนร้อยดีท่านพี่เราได้นักฆ่าาุโระดับปราณสรรค์สร้าง ต่อให้มัดรวมทั้งตระกูลจ้าวก็ไม่สามารถรับมือได้”จ้าวซิวอิงกล่าวอย่างได้ใจ
“ดี แล้วเราจะกลับกันเมื่อไร”ซ่งเหยียนถามขึ้น
“อีกสามวัน ข้าได้นัดกับนักฆ่าไว้จะไปพร้อมเรากับขบวนสินค้าด้วยเพื่อง่ายต่อการข้าตระกูล”ซ่งเหยียนได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า แล้วทำสายตาหยาดเยื้อมราวกับน้ำตาลแล้วพูดขึ้น
“ดีเสร็จเื่ครานี้เื่ของเราจะไม่ต้องปิดบังต่อไป”พูดเสร็จเขาก็โอบเอวของจ้าวซิวอิงดึงนางเขามากระแทกกับตัวเขาแล้วเลียริมฝีปากตัวเองจากนั้นปากเขาพุ่งไปที่ปากของจ้าวซิวอิงทั้งคู่ดูดปากกันอย่างดูดดื่มจนตัวของจ้าวซิ่วอิงแอ่นไปด้านหลังเกือบเก้าสิบองค์ศา“ท่านพี่ข้าไม่ไหวแล้วไปที่เตียงเถอะ” จ้าวซิ่วอิงพูดด้วยเสียงกระเส่า”ทั้งคู่กอดรัดฝัดเวียง ัลอดถ้ำ กินนารีกินน้ำ นางพญานั่งแท่น เสียงทั้งคู่ดังลั่นทั้งคืน
ในเช้าถัดมา “เอาล่ะพวกเ้าจัดกระบวนสินค้าให้พร้อมพวกเราจะกลับเมืองหลัวเฟิงกัน”
“ท่านพี่” เสียงของจ้าวซิ่วอิงดังขึ้น“ทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหมเ้าคะ” จ้าวซิวอิงถามขึ้น
“พร้อมแล้ว ข้าได้จ้างพวกนักฆ่ารับจ้างระดับรวมจิตประมาณสิบคนไว้เก็บกวาดพวกตระกูลจ้าวไว้แล้วแล้วนักฆ่าระผู้าุโอยู่ไหน” ซ่งเหยียนถามขึ้น
“ข้าอยู่นี้” เสียงอันเย็นเยียบ ดังขึ้นพร้อมกับชายอายุรูปร่างสูงโปร่ง แต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แ่า ดวงตาสีดำสนิทเหมือนบ่อไร้ก้นลึกซึ่งไม่สะท้อนอารมณ์ สวมชุดดำสนิทที่ทำจากผ้าพิเศษซึ่งช่วยกลมกลืนกับความมืดมีหน้ากากโลหะครึ่งซีกปิดบังใบหน้า ทิ้งให้เห็นเพียงดวงตาที่เ็า เขาเดินออกจากเงามืดอาคารใกล้ๆซ่งเหยียน
ซ่งเหยียนเหงื่อไหลชุ่ม แล้วลอบคิดในใจ “เขาอยู่ใกล้ขนาดนี้ โดยที่ข้าไม่รู้สึกตัวหากข้าเป็เป้าหมายของเขาข้าคงตายไปแล้ว”เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็ท่าทางสุภาพขึ้น ประสานมือแล้วโค้งตัวเล็กน้อย“เชิญผู้าุโนั่งบนเกี้ยวม้า”
สิบวันต่อมา
ช่องเขาขาด - ก่อนการซุ่มโจมตี
ท้องฟ้าสีดำสนิท แสงดาวระยิบระยับแต้มแต่งผืนฟ้ายามราตรีเสียงแมลงกลางคืนดังระงมอยู่ทั่วป่า บรรยากาศของช่องเขาขาดเต็มไปด้วยความเงียบสงัดแต่ภายใต้ความเงียบงันนั้นกลับมีเงาร่างกลุ่มหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในความมืด
จ้าวหลินยืนอยู่บนโขดหินสูง ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังเส้นทางคดเคี้ยวของช่องเขาขาดนี่คือเส้นทางที่ขบวนสินค้าของจ้าวซิ่วอิงต้องผ่านและมันจะกลายเป็จุดที่พวกเขาจะซุ่มโจมตี
"หลินเอ๋อเ้าแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าเส้นทางนี้เป็จุดที่เหมาะสมที่สุด?" จ้าวเทียนหรงเอ่ยถาม ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด
"ข้าแน่ใจ" จ้าวหลินกล่าวหนักแน่น"ที่นี่เป็ป่าทึบ อีกทั้งช่องเขานี้มีลักษณะเหมือนคอขวด ต่อให้พวกมันระวังตัวก็ไม่มีทางหลบหนีไปได้ง่ายๆ"
ผู้าุโสอง จ้าวหยุนซิงพยักหน้าพลางกล่าวขึ้น "ข้าตรวจสอบแล้วด้านข้างของช่องเขามีโขดหินสูงชัน ถ้าเราวางกำลังให้ดี ต่อให้ขบวนของพวกมันมีผู้คุ้มกันมากแค่ไหนก็ต้องตกเป็เป้าหมายของพวกเรา"
"เฮอะ! ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่านางจ้าวซิ่วอิงจะมีสีหน้าเช่นไรเมื่อพบว่ากับดักที่นางวางไว้ กลับย้อนมาทำลายตัวนางเอง" ผู้าุโสามจ้าวฮั่นซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็น
ด้านหลังของพวกเขา หลานซูเหยียนและเซี่ยเหมยหลินยืนอยู่เคียงข้างกันหลานซูเหยียนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกล่าวว่า "ถึงจะเป็ศัตรู ข้าก็อดสงสารไม่ได้ที่พวกนางเลือกเส้นทางนี้ข้าคงไม่ต้องออกแรงมากนัก"
จ้าวหลินเห็นผู้หญิงทั้งสองคนคุยอย่างสนุกสนานแล้วได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้แล้วเอ่ยขึ้น “พวกเ้าห้ามประมาทเด็ดขาด” จ้าวหลินกล่าวกำจับ
จากนั้นเขาก็ล้วงม้วนกระดาษจากในเสื้อแล้วส่งให้จ้าวเทียนหรง“ท่านพ่อนี้คือเคล็ดวิชาที่ปกปิดพลังปราณได้”
จ้าวเทียนหรงดวงตาเบิกโพลง แล้วเอามือไปรับจากนั้นเขาก็กล่าวว่า “หลินเอ๋อเ้านี่ความลับเยอะจริงๆในเมื่อเ้าไม่บอกข้าก็จะไม่ถามก็แล้วกัน” จ้าวหลินยิ้มบาง แล้วกล่าวขึ้น “ขอบคุณท่านพ่อที่เข้าใจ”
จ้าวหลินซุ่มอยู่ในเงามืดของป่าเป็เวลาสามวันเต็มดวงตาของเขาแน่วนิ่ง ขณะจับจ้องไปที่เส้นทางที่ขบวนสินค้าจะเดินทางผ่าน
เสียงฝีเท้าม้าเร่งรีบดังขึ้นจ้าวตี้ควบม้าเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางกระวนกระวาย
“มาแล้ว!”จ้าวตี้เอ่ยด้วยเสียงหอบเล็กน้อย ก่อนรีบรายงาน “คุณชายมาแล้วขอรับอีกประมาณครึ่งชั่วยามน่าจะถึง”
จ้าวหลินพยักหน้าเบาๆ ก่อนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “กี่คน?ระดับใดบ้าง?”
“ประมาณยี่สิบคนขอรับระดับรวมจิตสิบคน ที่เหลือเป็เพียงคนธรรมดา ไม่มีการบ่มเพาะพลัง”
จ้าวหลินขมวดคิ้วครู่หนึ่งเขาใช้เวลาประเมินสถานการณ์ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ “ท่านพ่อรับมือกับนักฆ่าผู้าุโสองท่านจัดการซ่งเหยียน มันอยู่ระดับหลอมรวมขั้นต้น ท่านอยู่ขั้นกลางคงใช้เวลาไม่นาน ผู้าุโสามรับมือจ้าวซิ่วอิง นางอยู่ระดับเดียวกับท่านแต่ท่านมีประสบการณ์มากกว่าน่าจะรับมือไม่ยาก ส่วนพวกระดับรวมจิต ข้ากับหลานซูเหยียนจะเป็คนจัดการเองเซี่ยเหมยให้ไล่เก็บคนที่ไม่มีการบ่มเพาะ”
ทุกคนพยักหน้าเข้าใจในหน้าที่ของตนจ้าวหลินเห็นดังนั้นจึงพูดต่อ
“ท่านพ่อแต่งกายปกปิดใบหน้าใช้เคล็ดวิชาปกปิดระดับปราณและแปลงเสียงทำทีเหมือนถูกไล่ล่าจากหลานซูเหยียนและเซี่ยเหมย เมื่อพวกนักฆ่าเข้าใกล้ให้ฉวยโอกาสโจมตีพวกมันก่อน ส่วนเ้าแม่นางทั้งสอง เมื่อนักฆ่าปรากฏตัวให้รีบหนีเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ทุกคนเริ่มโจมตีขบวนสินค้าทันที เข้าใจหรือไม่?”
“รับทราบ!”ทุกคนขานรับพร้อมเพรียง
จ้าวเทียนหรงจ้องมองบุตรชายด้วยสายตาซับซ้อนหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะคิดในใจ “นี่ลูกข้าโตขนาดนี้แล้วหรือ?”
กลางป่าริมทางขบวนของจ้าวซิ่วอิงและซ่งเหยียนกำลังเดินทางอย่างราบรื่นทหารคุ้มกันและผู้ติดตามรวมกว่า 20ชีวิตเคลื่อนขบวนผ่านเส้นทางคดเคี้ยวภายใต้แสงจันทร์ทว่าทันใดนั้นเอง เสียงหวีดร้องและเสียงฝีเท้าม้าดังแว่วมาแต่ไกล
“มีบางอย่างเกิดขึ้นข้างหน้า!”
ซ่งเหยียนชักม้าขึ้นข้างๆ รถม้า ดวงตาของเขาหรี่ลงด้วยความระแวง ก่อนจะชักดาบออกมาเตรียมพร้อมขณะที่ทุกคนเริ่มตั้งท่ารับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเสียงฝีเท้าของม้าที่เร่งรีบก็ดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
ไม่นานนักร่างของชายผู้หนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้างเขาอยู่ในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง มีรอยแผลเืไหลซึมตามร่างกาย เขาดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าถูกไล่ล่ามาเป็เวลานาน
ทันใดนั้นหญิงสวมชุดจากสำนักพรายฟ้าไล่ตามมาพร้ะโกน “เ้าจะหนีไปไหน ไอ้สารเลวจากสำนักมือโลหิตวันนี้เป็วันตายของเ้า”
ปัง! ศิษย์สำนักพรายฟ้าซักลมปราณใส่ชายชุดดำล้มลง “หึ้สำนักมือโลหิตนึกว่าจะแน่แค่ไหนสุดท้ายแค่ลูกหมาจนตรอก” ศิษย์หญิงสำนักพรายฟ้าพูดพลางเดินเข้าหาในมือถือกระบี่
ชายชุดดำได้ยินเช่นนั้นคิ้วของเขาก็กรตุกขึ้นแล้วลงจากรถม้าเพื่อดูว่าเกิดอะไร สิ่งที่เขาเห็นคือ
ศิษย์สำนักพรายฟ้ากำลังจะสังหารคนของสำนักมือโลหิต
หยุดมือ ! ไป่หลง' นักฆ่าผู้าุโพูดด้วยเสียงเรียบแต่เสียงของเขาแฝงไปด้วยพลังปราณทำให้หลานซูเหยียนและเซี่ยเหมยที่แสดงละครอยู่ หยุดชงัก “บ้าจริงขาของข้าไม่ขยับเลย ขยับสิขาข้า”นางพึมพำในใจด้วยความวิตก