ตอนที่ 11 ทัศนศึกษา
“ร ร เรเรีย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”เชสรีบยกมือขึ้นปกปิดลำตัวเหมือนกับสาวน้อย ต่างกับเรเรียโดยสิ้นเชิง เด็กสาวค่อยๆก้าวเข้ามายืนตรงหน้าเขา ไร้ซึ่งที่ทีเขินอาย“นายนั่นแหละ หายไปไหนมาทั้งคืน”สาวผมทองจ้องเขาไม่วางตาด้วยแววตาหลากอารมณ์ ตอนนี้เชสรู้สึกเหมอืนกำลังถูกสอบสวนอยู่อย่างไรอย่างนั้น เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาก่อนจะก้มลงดมกลิ่นตามตัวโดยไม่รังเกียจ เชสสะดุ้งสองเท้าถอยกรูดจนแทบจะสิงเข้าไปในกำแพง“มีกลิ่นของยาจางๆจากตัวนาย บาดเจ็บมาหรอ”“ป...เปล่า ไม่ได้บาดเจ็บอะไรหรอก...ภายนอกน่ะนะ”เขากล่าวส่วนหลังในใจ“งั้นหรอ ค่อยยังชั่ว”เรเรียแสดงสีหน้าโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด ขัดกับท่าทีไร้อารมณ์เหมือนทุกที‘รึว่าจะเป็นห่วงเราหรอ...’“อ๊ะ จริงด้วยสิ ก่อนหน้านี้ได้เงินจากการฆ่าโอเกอร์นั่นมาด้วย 85000แต่พอดีเกิดเรื่องนิดหน่อยฉันเลยเอาไปซื้อคทาหมดเลย ขอโทษด้วยนะ แล้วจะหามาใช้คืนให้แน่”เชสห้มหัวขอโทษอีกฝ่ายอย่างจริงใจ ในเมื่อทางนั้นแสดงความจริงใจต่อมิตรภาพโดยการให้ยืมเงินมา5000 เขาเองก็ต้องตอบแทนความจริงใจนั้นกลับไป เรเรียนิ่งงันไปสักพักก่อนจะเอ่ย“ช่างมันเถอะ เงินแค่นั้นเองไม่ถึงครึ่งของค่าขนมต่อเดือนด้วยซ้ำ”‘ห๊า~~ นี่คุณเธอได้เงินมาเรียนเท่าไหร่กันเนี่ย’“ในเมื่อนายกลับมาแล้ว งั้นฉันก็ขอตัวแล้วกัน”เรเรียทำท่าจะไปเปิดประตู มือเรียวขาวสัมผัสลูกบิดกำลังจะเปิดออกทว่าเชสพลันใช้สองมือจับกุมมือของเด็กสาวเอาไว้แน่จะเธอแอบหน้าขค้นสี“เดี๋ยวก่อน ที่นี่หอพักชายนะ ขืนเดินออกไปคนเขาก็รู้หมดสิว่าเธออยู่ห้องฉัน”“จ จริงด้วยสิ งั้นจะออกทางหน้าต่างนะ”เรเรียรับสบัดหน้าหนีราวกับซ่อนอะไรสักอย่าง เธอรับกวาดตาสำรวจรอบนอกจนแน่ใจว่าไม่มีคนอื่นก่อนจะทิ้งตัวลงไป“อะไรของเขานะ” “องค์หญิงของฉัน ไปไหนมาหรอเมี๊ยว”ชั้นบนสุดของหอพักหญิงที่3 เมริด้าวิ่งเข้ามาสวมกอดเรเรียอย่างเป็นกันเองเหมือนทุกที“ไปหาคนมาน่ะ มีอะไรรึเปล่า”“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่หมู่นี้องค์หญิงดูลอยๆนะเป็นอะไรเปล่าเมี๊ยว”“ลอยๆหรอ”เมริด้าพยักหน้ารัวๆ ริเรียนิ่งไปพักหนึ่งจนเพื่อนสาวผมขาวขมวดคิ้วให้กับอาการเหม่อแปลกๆช่วงนี้ ไม่เพียงแค่รู้สึกว่าริเรียเหม่อลอย ยังมีเรื่องการแสดงอารมณ์มีมากขึ้นกว่าปกติ“รึว่า...จะเป็นเรื่องผู้ชายเมี๊ยว”สัมผัสที่6ของผู้หญิงทำงานในทันที เมริด้ากวาดตาสำรวจมองเรเรียทั้งตัว ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย สาวผมทองไม่ปล่อยให้จินตนาการต่อ“ไม่มีซะหน่อย กลับห้องแล้ว”“นี่เดี๋ยวสิ องค์หญิงอย่างเพิ่งงอนสิเมี๋ยว”เมริด้ารีบเข้าไปเกาะแขนขวาข้างประจำพร้อมคลอเคลียคล้ายลูกแมวน้อย“เมี๊ยว จริงสิ องค์หญิงรู้ไหมตอนนี้ในหมู่ชนชั้นสูงเขาลือกันว่าเมื่อคืนวานคฤหาสน์ดยุคเลย์นาดถูกโจมตี คนตายเป็นสิบเลยนะและเห็นว่าเด็กสถาบันเราอยู่ในเหตุการณ์ด้วย”ผิดคาด ทีแรกนึกว่าลิเรเรียจะไม่สนใจข่าวลือเช่นนี้ทว่ากลับหยุดชะงักและหันมาจ้องคนข้างกายก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหลากอารมณ์“ช่วยเล่าให้ฟังทีสิ” เชสชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วบนแต่ละนิ้วบังเกิดเวทมนตร์แต่ละธาตุสลับไปกันถึงสามธาตุไม่หยุดราวกับแสงกระพริบไปมาตามร้านค้า บัดนี้เด็กหนุ่มกำลังฝึกความสามารถที่ได้รับมาใหม่ แม้จะเคยได้รับมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ถ้าขาดการฝึกฝนก็อาจพลาดได้ในสนามรบจริงการทำเช่นนี้เหมือนกับการพูดประโยคชวนลิ้นพันอย่าง ‘ชามเขียวคว่ำเช้าชามขาวคว่ำค่ำ’เชสเริ่มเร่งความเร็วในการเปลี่ยนธาตุมากขึ้น ริมฝีปากขยับไม่หยุด ถึงความสามารถจะใช้ก็อปปี้เวทที่ร่ายอยู่ในขณะนั้นแต่ใช่ว่าการก็อปปี้จะทำได้ในทันที ต้องคำนึงถึงความยาวในการร่ายของเวทมนตร์บทนั้นๆด้วย ถ้าเป็นเวทมนตร์ที่ร่ายไม่ถึง1วินาทีก็สามารถก็อปปี้ได้ในทันที แต่ถ้ายาวสักนาทีหรือ2นาที เวลาปกติอาจเพิ่มไปถึง20-40วินาทีเลยทีเดียว...ถ้าปกติล่ะนะ“หืม”จู่ๆทันใดนั้นเขากลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งจากทางนอกหน้าต่าง ความรู้สึกแปลกๆราวกับกำลังถูกใ8iจับตามอง เชสสบัดมือเบาๆผ้าม่านเก่าๆพลันเลื่อนปิดทันที“น่ารำคาญจริง” “ทัศนศึกษาในพระราชวังที่เมืองหลวงหรอ” เชสพึมพำออกมาเบาๆบริเวณโต๊ะริมหน้าต่าง ความทรงจำอันเลือนลางถูกขุดขึ้นมา เขาหันไปมองเพื่อนร่วมห้องที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส‘ใช่แล้วช่วงท้ายๆก่อนปิดเทอมจะมีการทัศนศึกษาด้วยนี่นะ แต่...’อาจารย์ที่ปรึกษาหรือก็คืออาจารย์ชราที่เคยพร่ำสอนเรื่องพระเจ้านำคทาเคาะโต๊ะเพื่อให้ทุกคนเงียบ“ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ไป การทัศนศึกษานี้เป็นของปี1ก็จริงแต่จะมีเพียง10คู่เท่านั้นที่ได้ตั๋วไปกลับครั้งนี้ ก็นะอาจารย์แค่เอามาบอกตามหน้าที่เท่านั้น ยังไงห้อง10อย่างพวกเธอก็ไม่ได้ไปอยู่แล้ว”อาจารย์เฒ่าเอ่ยพลางเหยียดหยามและเหน็บแนมนักเรียนของตน จากที่เสียงคุยดังจอแจบัดนี้ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดออกมา ตอนนั้นเอง...“แล้วเราจะได้ตั๋วมายังไงหรอครับ”นักเรียนคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความหวังทว่าคำตอบกลับดังฝันของเขาเสียป่นปี้“การประลองไงล่ะ”“ประลอง...หรอครับ”“อา ประลองเต็มรูปแบบระหว่างอัศวินและจอมเวทของทั้งสองฝ่าย คู่ไหนชนะจะได้ตั๋วไปเมืองหลวงแถมยังได้คะแนนพิเศษอีกคนละ100คะแนน การประลองจะเริ่มตอนใกล้ถึงงานฉลองก่อตั้งสถาบันและจบในวันสุดท้ายของงาน โอ๊ะ อาจารย์ต้องไปแล้ว ใครที่อยากลงแข่งขำๆก็ส่งใบสมัครที่ห้องสภานักเรียนนะ”อาจารย์เฒ่าผลักประตูเดินออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงเหล่านักเรียนห้องท้ายนักเงียบรอเรียนคาบต่อไปงานวันก่อตั้งสถาบันสถาบันออโรเรียตรงกับวันเกิดของวีรสตรีมิเนเรีย นั่นคือวันที่6 มกราคม หลังปีใหม่ งานที่นักเรียนปี3เป็นผู้รังสรรค์ขึ้นมาก่อนจะเรียนจบ เป็นวันที่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาในอาณาเขตโรงเรียนได้ โดยงานจะจัดทั้งหมด3วัน คือพุธ พฤหัสบดี และศุกร์‘ถ้าจำไม่ผิดคนที่ได้ไปมีแต่พวกห้องสูงๆ ถึงจะเปิดโอกาสให้แข่งเป็นคู่อัศวินกับจอมเวท แต่สุดท้ายพวกเก่งๆก็จับคู่กันเองอยู่ดี...หมดหวังตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม’เชสไถตามองหน้าเพื่อนนักเรียนทีละคน หลายคนในที่นี้เคยดูถูกเชสเอาไว้ในตอนที่เขาได้คะแนนต่ำที่สุด แต่ตอนนี้กลับต้องโดนความเป็นจริงของโลกดูถูก ช่างน่าเจ็บปวดเสียจริง‘เมืองหลวงงั้นหรอ เคยไปอยู่2ครั้งแต่พระราชวังยังไม่เคยไปเลย...จะไปดีรึเปล่านะ’ช่วงพักกลางวัน นักเรียนแต่ละคนรีบทยอยออกจากห้องเพราะกลัวโรงอาหารคนเต็ม ทว่าเชสกลับก้าวออกนอกอาคารเรียนไปอีกทาง ตึกขนาดกลางทว่าตั้งอยู่แทบจะตรงศูนย์กลางของสถาบัน การตกแต่งค่อนไปทางหรู เฟอร์นิเจอร์เลือกสีให้ดูนวลตามากที่สุดตัวอาคารชั้นบนใช้เป็นที่ประชุมของเหล่าคณาจารย์ระดับสูง ส่วนชั้น3ใช้เป็นห้องของสภานักเรียน กลุ่มนักเรียนที่รวมหัวกะทิจากทุกระดับชั้น ปกครองสถาบันนี้อยู่บนสุดของห่วงโซ่ และมีอำนาจเพียงพอจะสั่งปลดอาจารย์หรือไล่ใครออกก็ได้หากเห็นสมควร...พวกเขาถูกพูดถึงแบบนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก“เชิญ”เชสลงมือเคาะประตู ไม่นานพลันมีเสียงตอบกลับเขาจึงผลักประตูเข้าไป‘ว้าว ผิดคาดแฮะ’ห้องค่อนข้างกว้างและจัดเป็นระเบียบชั้นวางเอกสารวางเรียงเรียบร้อย โต๊ะเป็นโต๊ะยาวเหมือนในห้องกินข้าวขนาด10คนนั่ง ทั่วโต๊ะมีเอกสารกองอยู่เต็มไปหมดทว่ากลับมีเพียงแค่สองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสาร“เอ่อ คือ”เชสพยายามสงเสียงเรียกพวกเขา“นิโคล รับเรื่องที”“ครับประธาน”เด็กหนุ่มที่อายุอ่อนกว่าตอบรับเสียงของหญิงสาวหัวโต๊ะผู้มีผมสั้นสีดำสนิท แว่นสีช็อคกิ้งพิงค์กรอบเหลี่ยมสวมทับนัยน์ตาสีแดงฉานราวกับเลือดนั่นคราวนี้เด็กหนุ่มอายุเท่าเขาลุกขึ้นมา ผมสีทองเข้มหยิกและผิวขาวบวกกับตาสีฟ้าราวกับอัญมณี รับเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลา ทำให้เป็นที่หลงไหลของสาวๆ และชุดเครื่องแบบสีขาวสร้างให้เขาดูคล้ายอัศวินขี่ม้าขาวอย่างไรอย่างนั้น แต่เชสกลับคิดอีกอย่าง‘ว้าว สวยเหมือนผู้หญิงเลยแฮะ’นิโคลเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร“ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรอครับ”เด็กหนุ่มกล่าวด้วยความสุภาพและให้เกียรติจนเชสไปไม่เป็น ชุดคลุมไหล่สีขาวขอบทองบอกสถานะได้ดี‘ห้อง1หรอ’“เอ่อ อยากสมัครร่วมโครงการทัศนศึกษาน่ะ”นิโคลพยักหน้ายิ้มแย้มก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้เขา“งั้นรบกวนกรอกแบบฟอร์มนี้ด้วยครับ อ๊ะ จะกรอกตรงนี้เลยก็ได้สส่วนปากกาเอาตรงนั้นเลยครับ”“อืม ขอบใจ...สุภาพจนจั๊กจี้แหนะ”ส่วนหลังเขาเพียงคิดในใจเท่านั้น เขาขยับเก้าอี้ตัวหนึ่งและเริ่มเขียนใบสมัคร ตั้งแต่ชื่อ นามสกุล ชั้นปี ห้อง และอยู่และจบด้วยลายเซ็น ระหว่างนั้นเขาเหลือบมองกองเอกสารมากมายบนโต๊ะ เกือบทั้งหมดล้วนเป็นใบสมัครทั้งนั้นแถมยังไม่มีใบไหนต่ำกว่าห้อง5“เสร็จแล้ว”“รับมาเรียบร้อยครับ”นิโครรับเอกสารมาพร้อมตรวจดูความเรียบร้อยตามความเคยชิย ทว่าจุดหนึ่งกลับสะดุดใจเขาอย่างมาก“ห้อง10”เขาพึมพำเบาๆทว่าด้วยห้องที่เงียบสงัดทำให้ทุกคนได้ยินชัดเจน นิโคลเงยหน้าขึ้นมองเชส จะให้เจาะจงคือชุดคลุมไหลของเขาและก้มมองใบสมัคร“ไม่ทราบว่าแน่ใจหรอครับที่จะสมัครงานนี้”เมื่อรู้ตัวว่ากำลังเสียมารยาทเขาจึงก้มหัวลงต่อหน้าเชส“ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ”“ห้องต่ำเลยไม่รับหรอ”เชสเอ่ยแผย่น้ำเสียงสบายๆ“ไม่ใช่นะครับ มีแต่ห้องสูงๆสมัครมาเลยคิดว่าคุณไม่น่าจะไหว”นิโคลโบกมือเป็นพัลวันหมายแก้ความเข้าใจผิดนี้‘แหย่หมอนี่แล้วสนุกจัง’“ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ เอาเป็นว่าผมรับใบสมัครมาแล้ว คุณ...เชส เซอเซส หรอ”นิโคลนิ่งค้างไปสักพักคล้ายกำลังนึกบางอย่างหลังอ่านชื่อของเขา สักพักหนุ่มผมหยิกพลันเบิกตากว้างก้มมองชื่อในกระดาษสลักับใบหน้าตรงหน้า“ค...คุณคือ คุณเชส เซอเซส คนนั้น”น้ำเสียงไม่อยากเชื่อก้องทั่วห้องแม้แต่สาวที่ถูกเรียกว่า ‘ประธาน’ ยังต้องเงยมองเหตุการณ์“รู้จักฉันหรอ”“รู้สิครับ คุณน่ะ...ก่อนอื่นผมต้องขอโทษที่พูดจาแบบนั้นและขอบคุณที่ช่วยชีวิตพี่ชายคนรองของผมน่ะครับ” ......................................................................................สวัสดีปีใหม่ด้วยนะครับผู้อ่านทุกท่าน ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน และขอขอบคุณทุกคนที่อ่านนิยายเรื่องนี้มาจนถึงตอนนี้ ผมขอสัญญาว่าผมจะเขียนนิยายเรื่องนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ปีก่อนเราจะลำบากกันมามากแต่ปีนี้เราจะกระทืบอุปสรรคและเดินไปข้างหน้าด้วยครับ ขอบคุณครับ AnXing