เช้าวันต่อมากันตพลตื่นมาด้วยความสดใสแม้เมื่อคืนจะนอนดึกไปสักหน่อยเพราะมัวแต่คิดถึงแพรดาวแต่ความรักก็เป็เกราะป้องกันความหม่นหมองได้เป็อย่างดี ทว่าเมื่อจอดรถและกำลังจะเดินเข้าไปทำงานในออฟฟิศกลับมามีคนเดินมาหาและทักทายด้วยสีหน้าไม่เป็มิตร
“สวัสดีครับ”
เขาไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าคุยกับตัวเองหรือเปล่าแต่เมื่อมองซ้าย มองขวาและมองไม่เห็นใครก็ตอบกลับไปอย่างมีมารยาท
“สวัสดีครับ”
“ผมมีเื่จะคุยด้วยครับ”
“คุณ...เป็ใครเหรอครับ” กันตพลแกล้งตีหน้าซื่อ แต่รู้ดีว่าคนตรงหน้าคืออัศวิน คนรักของแพรดาว
“ผมวิน...เป็แฟนของแพร คนที่คุณคุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อคืน”
“อ่อ...”
“แน่ใจเหรอครับว่าไม่รู้จักผมหรือคุณไม่รู้ว่าแพรมีแฟนแล้ว”
“ผมรู้ครับว่าคุณแพรมีแฟนแต่ไม่รู้ว่าเป็ใครยังไงก็ขอบคุณที่บอกนะครับ” กันตพลยอมรับว่าเขากวนตีนทั้งหมดที่ทำไปไม่มีเหตุผลไหนเหมาะสมไปมากกว่า ‘หมั่นไส้อัศวิน’และอีกสิ่งที่กวนใจเขาคือความสงสัยว่าหลังจากแพรดาววางสายไป...เธอต้องเผชิญกับเื่ราวอะไรบ้าง
“ผมจะบอกว่าผมไม่มีทางเลิกกับแพร”คนหวงแฟนบอกเบา ๆ แต่ทุกคำชัดเจนอยู่ในโสตประสาทคนฟัง ถ้าเธอััได้ว่ากำลังถูกนอกใจเขาเองก็ััได้เหมือนกันว่ากันตพล... อยากเข้ามาแทนที่
ย้อนกลับไปเมื่อหกเดือนก่อนอัศวินตัดสินใจย้ายจากชลบุรีมาทำงานตำแหน่งวิศวกรที่บริษัทเดียวกับแพรดาวเพราะวางแผนจะแต่งงานกันและกลับมาอยู่กับครอบครัวที่พื้นเพอยู่ในกรุงเทพมหานคร
เริ่มทำงานได้ไม่กี่วันและยังไม่ค่อยมีคนรู้ว่าเขามีแฟนทำงานอยู่ในส่วนของสำนักงานคนงานก็มักพูดถึงเ้าของบริษัทที่หล่อ รวย เก่งกาจในการทำงานหากเื่จบแค่นี้ก็แล้วไป ถือซะว่าฟังไว้เป็ความรู้รอบตัวแต่เมื่อเื่เล่ายังดำเนินต่อไปว่าถึงกันตพลจะโสดแต่เขามีผู้หญิงที่หมายตาเอาไว้... นั่นคือหัวหน้าฝ่ายการตลาดทีมบี คนที่ชื่อว่า ‘แพร’ นั่นเอง
ทว่าคำพูดเ่าั้ก็จบลงด้วยการที่ไม่มีใครแน่ใจว่าเป็เื่จริงหรือเปล่าเพราะไม่เคยมีใครเห็นผู้บริหารหนุ่มพยายามเข้าหาหรือสานความสัมพันธ์ด้วยตาตัวเองเขาทิ้งเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสมและไม่เคยลำเอียงเข้าข้างผลงานของเธอ
แต่สายตามันหลอกกันไม่ได้หลายครั้งที่แวะมารับแพรดาวที่นี่ ผู้บริหารคนนี้มักจะเลิกงานพร้อมเธอเสมอบางวันอาจจะมีคนอื่นอยู่ด้วย และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่กันตพลเผลอมองเธอด้วยแววตาเป็ประกายแต่เป็ครั้งแล้วและครั้งเล่าที่เขาไม่สามารถละสายตาจากแพรดาวได้เลย
ทีแรกอัศวินไม่สนใจเพราะรู้ว่ายังไงคนรักไม่มีทางปันใจให้ชายอื่นแน่แต่่หลังมานี้เธอคล้ายจะมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ แม้จะพูดคุยกันปกติ แต่การที่เธอเลี่ยงให้เข้าใกล้หรือออดอ้อนอย่างที่เคยเป็มาเสมออีกทั้งยังปล่อยให้ไปไหนต่อไหนโดยไม่ถามว่าปลายทางคือที่ใดไม่ถามว่าจะกลับเมื่อไหร่ หนำซ้ำเมื่อคืนขอไปหาก็ไม่ให้ไป รวมทั้งวันก่อนที่มีเพื่อนถ่ายรูปส่งมาให้ดูว่าเห็นแพรดาวกับกันตพลยืนคุยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งทั้งหมดยิ่งตอกย้ำว่าเื่ที่ได้ยินมานั้นมีความเป็ไปได้มากเหลือเกิน
“อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะครับว่าคุณชอบแฟนผมคุณคิดจะแย่งแพรไปจากผมอยู่ผมอยากให้คุณรู้ไว้นะครับว่าผมไม่มีทางปล่อยให้คุณทำสำเร็จแน่”
“ผมไม่ได้คิดจะแย่งครับ”กันตพลตอบอย่างหนักแน่น เพราะมันคือความจริงทุกประการ
“ไม่น่าใช่นะครับผมรู้ว่าคุณคิดอะไรกับแพร”
“ผมยืนยันนะครับว่าผมไม่ได้คิดจะแย่งผมไม่ชอบแย่งแฟนใคร แต่บอกตามตรงว่าถ้าคุณแพรโสดเมื่อไหร่คุณไม่มีโอกาสได้กลับมายืนที่เดิมอีกแน่”
“คุณคิดว่าคุณจะแทนที่ผมได้เหรอครับคุณกันต์ผมคบกับแพรมาแปดปี เราเป็ทั้งเพื่อน ทั้งแฟน เป็ครอบครัวเดียวกัน คุณไม่มีทางทำได้หรอก”
“ผมไม่ได้พูดถึงผมคนเดียวครับยังมีคนในออฟฟิศอีกหลายคนที่รอคุณแพรโสด คนคนนั้นอาจเป็ผมหรือคนอื่นก็ได้แต่ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าคุณหรือผมกันแน่ที่พูดถูก คุณก็ลองเลิกกับคุณแพรสิครับแล้วมาดูกันว่าคุณจะทำได้แบบที่พูดหรือเปล่า”
อัศวินพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ยกหมัดต่อยกันตพลยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่เมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มเป็มิตรแต่แสนจะจอมปลอมมาให้และมิวายพูดจายั่วโมโหจนทนแทบไม่ไหว
“ถึงจะเป็ลานจอดรถชั้นใต้ตินแต่ที่นี่มีกล้องวงจรปิดนะครับ คุณอาจจะไม่รู้ว่ามีอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะผมให้ผู้รับเหมาออกแบบให้กลมกลืนไปกับโครงสร้างต่างๆ เพื่อเอาไว้จับผิดพนักงานที่แอบมาอู้งานหรือทำอะไรลับล่อ ๆ เช่นสูบบุหรี่พี้กัญชา หรือป้องกันเวลาเกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆเช่นถอยรถชนกันแต่หาคู่กรณีไม่ได้ แต่ผมเฉลยให้คุณรู้ที่นึงแล้วกันนะครับ...”กันตพลชี้นิ้วไปด้านหลังอัศวินซึ่งเป็จุดที่เขาแอบมาพลอดรักกับผู้หญิงคนอื่นเป็ประจำ
“ตรงนั้นมีกล้องอยู่สองตัวขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” เขาพูดจบก็เดินผ่านคนชอบหาเื่ ปล่อยให้อัศวินยืนร้อน ๆหนาว ๆ แล้วรีบส่งข้อความไปหาชู้รักว่าวันนี้... อย่าลงมาเจอกันที่นี่เลย