ซินเยวี่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ที่ซูลั่วอิงให้เป็เสื้อกล้ามสีชมพูและกางเกงขายาวสีขาวนวล เนื้อผ้ามีความนุ่มและบางเบาเป็พิเศษสวมใส่สบาย
เดิมทีซินเยวี่ยตั้งใจจะเกล้าผมเป็มวยแต่เธอกลับปล่อยผมลงมา หวีอย่างละเอียด แล้วมัดเป็หางม้า
ในยุคนี้ไม่มีแชมพูสระผมดีๆหากจะสระผมก็ต้องใช้สบู่หรือด่าง ถึงอย่างนั้นผมของซินเยวี่ยก็ยังสวยเป็พิเศษดำขลับเงางาม ลื่นเหมือนเส้นไหม
เด็กสาวในยุคนี้ส่วนใหญ่จะถักเปียไม่ว่าจะเป็เปียเดียวหรือสองเปีย ในชาติที่แล้วซินเยวี่ยก็ถักเปียเช่นกันแต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเปียมันเชยเกินไป ดังนั้นหลังจากที่ได้เกิดใหม่เธอก็ไม่เคยถักเปียอีกเลย ไม่ว่าจะมัดหางม้าเรียบร้อย มัดมวย หรือเกล้ามวยสูง
การแต่งกายของซินเยวี่ยในครั้งนี้ดูเหมือนจะค่อนข้างทันสมัยในหมู่บ้าน
แม่หลินไม่ชอบให้ซินเยวี่ยแต่งตัวที่ดูโดดเด่นเกินไปแต่เธอก็พบว่าตอนนี้ตนเองไม่สามารถว่ากล่าวเธอได้แล้ว
่นี้ซินเยวี่ยทำอะไรตามใจตัวเองมาโดยตลอดแถมอารมณ์ก็ไม่ดี ทำให้แม่หลินรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย
ไปบ้านลูกสาวคนที่สองผู้เป็แม่จะไม่สามารถไปมือเปล่าได้ เธอจึงนำไข่ไก่ที่สะสมไว้กว่ายี่สิบฟองไปด้วยอีกทั้งยังซื้อน้ำตาลทรายขาวสองห่อและขนมหน้าแตกสองถุงจากร้านสหกรณ์ของหมู่บ้านมาเพิ่มอีก
บ้านของพี่สาวคนที่สองอยู่ในเมืองสำหรับเส้นทางจากหมู่บ้านเฉวียนสุ่ยไปยังตัวเมือง ซินเยวี่ยคุ้นเคยเป็อย่างดี
หลังจากที่แม่นั่งอยู่บนเบาะหลังซินเยวี่ยก็กำชับให้เธอนั่งให้มั่นคง แล้วจับเสื้อของตนไว้ให้แน่น
หลังจากที่แน่ใจว่าแม่นั่งมั่นคงแล้วซินเยวี่ยจึงเริ่มออกเดินทาง
สายลมพัดเบาๆ พัดเส้นผมยาวของซินเยวี่ยเบาๆ
เส้นผมยาวสลวยดุจปุยเมฆปลิวไสวไปตามสายลมประกอบกับการที่เธอขี่จักรยานอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอดูสง่างามเป็พิเศษ
สองชั่วโมงต่อมาก็ถึงบ้านของพี่สาวคนที่สองในเมือง
ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว
เนื่องจากไม่ได้โทรศัพท์ติดต่อล่วงหน้าซินจู๋จึงไม่รู้ว่าแม่และน้องสาวจะมา ตอนกลางวันสามีหวังชิ่งลี่ก็ไม่อยู่บ้านดังนั้นเธอจึงเตรียมอาหารสำหรับตัวเองเท่านั้น
เมื่อเห็นแม่และน้องสาวมาซินจู๋ก็ดีใจเป็อย่างมาก “แม่ เยวี่ยเยวี่ยเข้ามานั่งในบ้านก่อน ดื่มน้ำชาก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปทำอาหารให้เดี๋ยวนี้”
ตอนนี้หลินซินจู๋ตั้งท้องได้เกือบหกเดือนแล้วท้องก็โตขึ้นมาก แต่เธอก็ยังคงเดินเหินอย่างคล่องแคล่วไม่เห็นถึงความงุ่มง่ามเลยแม้แต่น้อย
สามีของหลินซินจู๋หวังชิ่งลี่ทำงานในโรงอาหารของโรงเรียนมัธยมในเมือง มีรายได้ประจำทุกเดือนชีวิตของเธอดีกว่าทางบ้านแม่มาก
เมื่อเข้ามาในบ้านซินเยวี่ยก็เห็นว่าเฟอร์นิเจอร์ในห้องรับแขกของบ้านพี่สาวคนที่สองเปลี่ยนเป็ของใหม่หมดแล้ว
เฟอร์นิเจอร์เก่าของเธอก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เก่าอะไรนักเพียงแต่ไม่ดีเท่าเฟอร์นิเจอร์ชุดที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้นเอง
ซินจู๋ชงชาดอกมะลิให้แม่และซินเยวี่ย
หลังจากชงชาเสร็จ ซินจู๋ก็ไปทำอาหารซินเยวี่ยดื่มชาไปถ้วยหนึ่งแล้วก็เดินตามไป
ซินจู๋มองเสื้อผ้าชุดใหม่ของซินเยวี่ยด้วยความชื่นชม“เยวี่ยเยวี่ย เสื้อผ้าชุดนี้ของเธอดูดีจริงๆเธอใส่เสื้อผ้าสีชมพูแล้วขึ้นที่สุด ชุดนี้ซื้อมาเมื่อไร? ก่อนหน้านี้พี่ไม่เคยเห็นเลยนะ”
ซินเยวี่ยรีบพูดว่า“เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันไปบ้านลั่วอิงมา เธอให้เสื้อผ้ามาเยอะแยะชุดนี้ก็เป็ของที่เธอให้ เธอก็บอกว่าฉันใส่เสื้อผ้าสีชมพูแล้วดูดีเลยให้เสื้อกล้ามสีชมพูที่เพิ่งซื้อมาให้”
หลินซินจู๋รู้ว่าซินเยวี่ยมีเพื่อนสนิทเป็คุณหนูตระกูลใหญ่และซูลั่วอิงก็เคยไปที่บ้านหลินในฐานะแขก ซินจู๋เคยเห็นหน้ามาแล้ว
ซินจู๋ไปเก็บมะเขือสองลูกและบวบจากสวนผักแล้วนำเนื้อที่เพิ่งซื้อมาออกมาเธอจะทำมะเขือผัดเนื้อและบวบผัดเนื้อให้แม่กับน้องสาวนอกจากนี้ก็จะทำอาหารจานเย็นอีกสองอย่าง
ในห้องครัวซินเยวี่ยคอยช่วยงานซินจู๋อยู่ตลอดเวลาสองพี่น้องคุยกันอย่างสนุกสนานพลางทำงานไปด้วย
“พี่เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เมื่อไรเนี่ย?”ซินเยวี่ยถามอย่างเป็กันเอง
ซินจู๋รีบยิ้มแล้วพูดว่า“เมื่อครึ่งเดือนที่แล้วพ่อแม่ของสามีรังเกียจว่าเฟอร์นิเจอร์ของตัวเองเก่าเกินไปเลยเสนอให้เอาเฟอร์นิเจอร์ที่เราเคยใช้ไปให้เขาแล้วเขาก็ให้เงินให้เราอีกหน่อยเพื่อซื้อชุดใหม่”
“ไม่นึกเลยว่าพ่อแม่สามีของพี่จะดีขนาดนี้”คำพูดของซินเยวี่ยจริงๆ แล้วขัดกับความรู้สึกในใจเมื่อคิดถึงเื่ที่ซินจู๋คลอดลูกยากจนเสียชีวิตเพราะพ่อแม่สามีไม่ยอมพาเธอไปโรงพยาบาลในชาติที่แล้วผลสุดท้ายคือซินจู๋เสียชีวิตจากการตกเืหลังคลอด
ซินจู๋ยิ้มจางๆแล้วลูบท้องของตัวเองพลางพูดว่า “เขารู้ว่าเด็กในท้องของพี่เป็เด็กผู้ชายก็เลยดีกับพี่มากขึ้นเรื่อยๆ”
ซินเยวี่ย ‘อืม’เสียงหนึ่งแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก
เมื่อเห็นว่าซินเยวี่ยกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างซินจู๋ก็รีบถามว่า “เยวี่ยเยวี่ยกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”
ซินเยวี่ยรีบดึงความคิดของตัวเองกลับมาจากที่ไกลๆแล้วพูดอย่างขอไปทีว่า “ฉันกำลังคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ชุดหนึ่งต้องใช้เงินตั้งร้อยสองร้อยถ้าพี่ชายสามารถเรียนรู้ทักษะช่างไม้ได้ ชีวิตของเขาและพ่อแม่ของเราก็จะดีขึ้น”
เมื่อได้ยินว่าซินเยวี่ยคิดที่จะให้หลินเต๋อหัวเรียนรู้งานฝีมือซินจู๋ก็ตาเป็ประกาย “เยวี่ยเยวี่ยมองการณ์ไกลจริงๆหากงานช่างไม้นี้ได้รับการฝึกฝนมาเป็อย่างดีแล้ว ชีวิตนี้ก็คงไม่มีอะไรต้องกังวลพี่เป็ห่วงว่าพี่ชายของเธอจะทำไม่ได้ แล้วการเรียนรู้ทักษะพวกนี้ก็ต้องใช้เงินพี่กลัวว่าพ่อแม่ของเราจะไม่ยอมให้เขาไปเรียนน่ะสิ”
ซินเยวี่ยพูดว่า“ฉันเชื่อว่าพ่อกับแม่จะยอมให้พี่ชายไปเรียนแต่ก็ต้องดูว่าพี่ชายเต็มใจไหม ในหมู่บ้านของเรามีช่างไม้แค่คนเดียวทุกครั้งที่มีคนแต่งงานทำเฟอร์นิเจอร์ หรือมีคนตายทำโลงศพก็ต้องไปตามช่างไม้จากหมู่บ้านอื่นมา ถ้าพี่ชายทำได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ออกจากหมู่บ้านงานของเขาก็คงมีเยอะแยะ”