ตอนที่ 4: เครือข่ายการค้าท้องถิ่นและการรับมือกับอุปสรรคแรก
แสงแดดยามสายทอประกายสะท้อนกับหลังคาสังกะสีของบ้านไม้เก่าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเห็ดฟางผัดซอสหอยนางรมลอยโชยมาจากครัวปูนซีเมนต์ บ่งบอกถึงมื้ออาหารที่อุดมสมบูรณ์กว่าหลายปีที่ผ่านมา ยายในร่างเด็กหญิงวัยสิบขวบกำลังนั่งเคี้ยวข้าวเหนียวเคียงกับเห็ดฟางดอกโตที่เธอเป็คนลงมือเพาะเองด้วยความภูมิใจ
รอยยิ้มของพ่อและแม่ในเช้าวันนี้กว้างกว่าเดิมมาก ั้แ่ที่พ่อเอาเห็ดฟางล็อตแรกไปขายจนหมดเกลี้ยงในเวลาอัน รวดเร็ว ครอบครัวเราก็มีเงินสดหมุนเวียนในกระเป๋า ไม่ต้องนั่งกุมขมับเครียดเื่ค่าใช้จ่ายรายวันเหมือนในชาติเดิมอีกต่อไป
"ลูกสาวพ่อเก่งจริงๆ นะเนี่ย ั้แ่เปลี่ยนมาทำโรงเพาะเห็ดหลังบ้าน ชาวบ้านในซอยเริ่มมาถามไถ่กันใหญ่แล้วว่าเราเอาเชื้อเห็ดมาจากไหน" พ่อเอ่ยปากชมพร้อมกับรอยยิ้มภาคภูมิใจบนใบหน้าคล้ำแดด
ยายวางช้อนลงแล้วยิ้มรับอย่างสุขุม สมองอันปราดเปรื่องที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเจ็ดสิบปีบวกกับเสียงแจ้งเตือนวิเคราะห์ตลาดจากระบบจักรวาลในหัวกำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง
[ ติ๊ง! โฮสต์ ตลาดเห็ดฟางในอำเภอนี้ยังมีช่องว่างในการขยายตัวอีกมาก คู่แข่งในพื้นที่มีเพียงสองเ้าแต่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน โฮสต์ควรขยายเครือข่ายการส่ง250กิโลกรัมต่อสัปดาห์เพื่อครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง ] เสียงของระบบดังขึ้นเบาๆ ในห้วงความคิด
"พ่อจ๋า แม่จ๋า แค่ขายปลีกที่ตลาดสดอย่างเดียวมันได้กำไรน้อยไปค่ะ ถ้าเราอยากรวยและปลดหนี้ก้อนโตให้หมดไปโดยเร็ว เราต้องขยายฐานลูกค้าส่งให้ร้านอาหารใหญ่ในตัวอำเภอ และร้านขายส่งในตลาดเทศบาลด้วย" ยายเอ่ยเสนอความคิดเห็นด้วยน้ำเสียงฉะฉานเกินวัย
แม่ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความกังวล "แต่เรามีกำลังคนแค่ครอบครัวเราเองนะลูก จะไปส่งของให้ร้านใหญ่ๆ ไหวได้ยังไง แถมถ้าทำเยอะเกินไป พื้นที่หลังบ้านเราก็ไม่พอเพาะแล้วนะสิ"
"เื่นั้นไม่ต้องห่วงเลยจ่ะแม่..." ยายแววตาระยิบระยับ "เราไม่ได้ทำคนเดียว แต่เราจะให้ชาวบ้านแถวนี้มาเป็เครือข่ายเครือญาติเพาะเห็ดส่งให้เราเป็ศูนย์กลางรับซื้ออีกที หรือที่เรียกว่าระบบเกษตรพันธสัญญาขนาดย่อมยังไงล่ะคะ!"
ในยุคสมัยนี้ แิเื่การสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนยังเป็เื่ใหม่มาก แต่ด้วยความรู้จากระบบจักรวาล ยายเริ่มวางแผนการตลาดอย่างเป็ระบบ วันรุ่งขึ้น เด็กหญิงวัยสิบขวบจึงเดินถือสมุดบันทึกเล่มเล็กตามบ้านญาติและเพื่อนบ้านสนิท เพื่อชักชวนให้พวกเขาหันมาแบ่งพื้นที่หลังบ้านทำโรงเพาะเห็ด โดยครอบครัวของยายจะเป็ผู้จัดหาเชื้อเห็ดคุณภาพดีและรับประกันรับซื้อคืนทั้งหมดในราคาที่เป็ธรรม
ท่ามกลางเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่ว่า "เด็กผู้หญิงคนนี้เพิ่งจะสิบขวบแท้ๆ แต่ทำไมพูดจาฉลาดเป็กรดเหมือนผู้ใหญ่ร้อยปี" แต่สุดท้ายด้วยความน่าเชื่อถือของพ่อแม่และความสำเร็จที่เห็นตำตาจากล็อตแรก ทำให้บ้านเรือนในละแวกนั้นเริ่มยอมตกลงเข้าร่วมโครงการของยายทีละบ้านสองบ้าน
แต่ความสำเร็จย่อมมาพร้อมกับอุปสรรค... ในสัปดาห์ที่สาม ขณะที่ธุรกิจเห็ดฟางกำลังไปได้สวยและเริ่มมีกำไรเป็กอบเป็กำ ปัญหาที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
"นี่! เ้าเด็กบ้านนี้น่ะเหรอที่เป็คนตัดราคาแย่งลูกค้าในตลาดสดของฉัน!" เสียงตวาดแว้ดดังลั่นขึ้นที่หน้าบ้าน พ่อค้าคนกลางรายใหญ่ประจำตลาดอำเภอ นามว่า "เจ๊เพ็ญ" ร่างท้วมใส่ทองเต็มคอ เดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตรั้วบ้านด้วยสีหน้าถมึงทึง ด้านหลังมีลูกสมุนชายฉกรรจ์สองคนเดินตามมาด้วย
แม่ใรีบวิ่งออกมาจากครัว หน้าซีดเผือดด้วยความกลัว "เอ่อ... เจ๊เพ็ญ มีอะไรหรือเปล่าคะ ค่อยๆ พูดกันก็ได้"
"ไม่ต้องมาพูดดี!" เจ๊เพ็ญชี้หน้าตวาดเสียงแหลม "แกทำให้พวกฉันขายเห็ดไม่ได้ราคาร่วงกรูดเพราะพวกแกเอาเห็ดเกรดดีราคาถูกมาตัดหน้า! บอกไว้เลยนะ ถ้าไม่อยากให้ร้านพวกแกพังพินาศ อย่าหวังว่าจะได้เอาเห็ดไปส่งที่ตลาดสดอีกต่อไป!"
บรรยากาศในบ้านตึงเครียดขึ้นในพริบตา พ่อที่เพิ่งเดินถือเสียมมาจากแปลงนา รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขวางหน้าภรรยาและลูกสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว "นี่คุณ! มาพูดจาข่มขู่กันแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ ตลาดเป็ของทุกคน ใครขายดีกว่าก็เป็เื่ธรรมดา ทำไมต้องมาใช้วิธีอันธพาลแบบนี้ด้วย!"
ชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียงเริ่มแอบชะเง้อมองดูเหตุการณ์ด้วยความกลัว ไม่กล้าเข้ามาสอด
ในขณะที่ทุกคนกำลังหน้าเครียดและหวาดกลัวกับอิทธิพลเ้าถิ่น ยายในร่างเด็กหญิงวัยสิบขวบกลับยืนนิ่งสงบ แววตาดำขลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลทางกฎหมายและกลยุทธ์การแก้เกมจากระบบจักรวาลอย่างรวดเร็ว
[ ติ๊ง! ตรวจพบความเสี่ยงจากการถูกคุกคามทางธุรกิจ ระบบแนะนำแนวทางแก้ไข: 1. บันทึกภาพและเสียงพฤติกรรมข่มขู่เพื่อเป็หลักฐานทางกฎหมาย 2. เจรจาด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าที่ร้านอาหารใหญ่้าโดยไม่พึ่งพาตลาดสดของเจ๊เพ็ญอีกต่อไป ]
ยายก้าวเท้าเดินออกมาจากด้านหลังของพ่อ มือเล็กๆ ดึงชายเสื้อพ่อเบาๆ เพื่อให้ใจเย็นลง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเจ๊เพ็ญด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ผู้ใหญ่ตัวโตถึงกับชะงัก
"สวัสดีค่ะเจ๊เพ็ญ..." ยายเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วแต่ทรงพลัง "หนูดีใจจังเลยนะคะที่เจ๊มาเยี่ยมถึงบ้าน แปลว่าเห็ดของบ้านเราคงไปะเืยอดขายของเจ๊เข้าจริงๆ สินะคะถึงได้ร้อนรนขนาดนี้"
"อีเด็กนี่! ปากดีนักนะ แกกล้าดียังไงมาท้าทายฉัน!" เจ๊เพ็ญหน้าดำคร่ำเครียดเงื้อมือจะเข้ามาตบ
"ถ้าเจ๊กล้าแตะต้องตัวหนูแม้แต่นิดเดียว..." ยายพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบขาดจนน่ากลัว "คลิปเสียงที่เจ๊มายืนโวยวายข่มขู่ทำลายทรัพย์สินและขუქขู่ความปลอดภัยของเด็กและครอบครัวเมื่อสักครู่ จะถูกส่งตรงถึงสถานีตำรวจภูธรและสื่อท้องถิ่นในอีกห้าวินาทีข้างหน้า พร้อมกับหลักฐานภาษีรายได้ย้อนหลังที่หนูให้ระบบ... เอ่อ ให้ทนายส่วนตัวตรวจสอบไว้เรียบร้อยแล้ว เจ๊คิดว่าระหว่างเห็ดกำไรไม่กี่บาท กับการโดนตรวจสอบเส้นทางการเงินและคดีอาญา อันไหนจะคุ้มกว่ากันคะ?"
เจ๊เพ็ญชะงักกึก มือที่เงื้อมะงุมะงาหราค้างเติ่งกลางอากาศ ใบหน้าอ้วนท้วมเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำด้วยความใและคาดไม่ถึงว่าเด็กหญิงวัยสิบขวบจะพูดจาฉลาดเป็กรดและมีลูกเล่นตลบหลังที่เด็ดขาดปานนี้
ลูกสมุนด้านหลังเริ่มหน้าถอดสี กระซิบกระซาบเตือนเจ๊เพ็ญว่าให้ถอยก่อน
เจ๊เพ็ญกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ถอยหลังกรูดออกไปพร้อมกับชี้หน้าอาฆาต "ฝากไว้ก่อนเถอะแก!" ก่อนจะพากันวงแตกถอยทัพกลับไปอย่างไม่เป็ท่า
พ่อและแม่อ้าปากค้าง มองหน้าลูกสาวสลับกับทางออกประตูบ้านด้วยความตะลึงพรเพริด พ่อกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอื้อมมือมาลูบหัวลูกสาวด้วยความทึ่ง "ลูกพ่อ... ไปเอาความกล้าและคำพูดพวกนี้มาจากไหนเนี่ย ตัวแค่นี้แต่ใจเด็ดชะมัด!"
ยายยิ้มหวานหยด ยื่นมือไปกอดเอวแม่แน่น พลางคิดในใจอย่างฮึกเหิม... นี่เป็แค่อุปสรรคระดับอนุบาลเท่านั้น ในเมื่อชาติแรกเธอต้องก้มหัวให้ความยากลำบากและคนพาลมาตลอดชีวิต ชาตินี้... ด้วยระบบจักรวาลและความทรงจำอันล้ำค่า ยายจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ยศ สรรเสริญ และความสุขที่ยิ่งใหญ่ โดยไม่มีใครหน้าไหนมาขวางทางได้อีกต่อไป!