๒
ความทรงจำ
“ตื่นแล้วเหรอหนู”
ชีวิตของเธอคล้ายนิยายน้ำเน่า แต่มันเป็เื่จริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเด็กกำพร้าวัยห้าขวบที่พ่อแม่บุญธรรมไปขอมาเลี้ยงกลายเป็ส่วนหนึ่งของเทียนวัฒนาในตอนนั้น เธอค่อย ๆ เติบโตขึ้นด้วยความรัก มีความสุขอย่างที่เด็กคนหนึ่งไม่คิดว่าจะมีโอกาส ลบลืมความทรงจำเมื่อครั้งอดีตจนหมด มีชีวิตราวเ้าหญิงในอีกหลายปีต่อมา
กระทั่งวันที่พ่อแม่บุญธรรมประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ซึ่งเธอเองก็ติดอยู่ในรถคันที่เกิดอุบัติเหตุด้วย ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่ทันได้ตั้งสติ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เกือบสองอาทิตย์หมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้
ความโศกเศร้ากัดกินจิตใจเด็กหญิงวัย 12 ปี เธอรับรู้ถึงความสูญเสีย โลกทั้งใบแทบพังทลายลงไป นารายังเด็กเกินกว่าที่จะแบกรับความสูญเสียถึง 2 ครั้ง เธอกลายเป็เด็กซึมเศร้าและเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด
หลังออกจากโรงพยาบาลเด็กหญิงย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านเทียนวัฒนาพร้อมกับผู้ปกครองคนใหม่ ทั้งสองคนให้ความเอ็นดูคล้ายเป็ลูกหลานในสายเืจนเธอรับรู้ได้ หลังจากปรับตัวอยู่พักใหญ่เธอก็กลับมาเป็นาราคนเดิม สดใส และน่ารัก เป็ที่รักใคร่ของคนในครอบครัวมากขึ้น
และวันที่ชีวิตของเด็กหญิงต้องเปลี่ยนไปอีกครั้งก็มาถึง เมื่อเธอได้พบกับอิทธิ ลูกชายเพียงคนเดียวของเ้าของบ้านที่เคยได้ยินแต่ชื่อมานาน นาราเคยเห็นเพียงภาพถ่ายตอนเด็ก ๆ ของเขากับครอบครัวที่ตกแต่งบนผนังบ้าน แต่ภาพนั่นก็ถ่ายไว้นานจนไม่คิดว่าตัวจริงของเขาจะมีอิทธิพลกับหัวใจของเธอได้มากเพียงนี้
รักแรกพบ
เธอคิดเช่นนั้น หากพูดให้ใครฟังทุกคนคงหัวเราะว่าเธอแก่แดด และอาจมองว่าเป็ปั๊บปี้เลิฟแบบเด็ก ๆ แต่นารากลับไม่ได้รู้สึกเพียงแค่นั้น ทุกอย่างดูจริงจังเกินกว่าที่จะเข้าใจได้
อิทธิสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีด กำลังก้มหน้าใส่รองเท้าผ้าใบเตรียมออกไปมหาวิทยาลัย ส่วนเธอกำลังเดินกลับเข้าตัวบ้านหลังจากรถน้ำต้นไม้หน้าบ้าน เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยใบหน้าเรียบสนิท แต่ดวงตาสีนิลเป็ประกายที่เธอไม่สามารถรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไร
นาราชะงักปลายเท้าทันที เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่กล้าเดินสวนขึ้นไป กระทั่งอิทธิลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวค่อย ๆ ก้าวลงมาจากพื้นบันไดจนถึงพื้นปูนด้านล่าง เขาหยุดและยืนห่างจากเธอไม่มากนัก ดวงตาคมกล้ากำลังจ้องมองเธอ
“นารา...ในที่สุดก็ได้เจอกันเสียที” เธอไม่ได้ยินว่าเขาพูดว่าอะไร รับรู้ว่าเขาเรียกชื่อและคล้ายหูดับไปดื้อ ๆ อิทธิเหมือนรูปปั้นในวรรณคดีที่มีชีวิต
เขาดูดีมากจนเธอตะลึงค้างไปเลย
เหมือนจะลืมปากและร่างกายของตัวเองไปชั่วขณะ จึงไม่ได้ทักทายตอบ ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็ชายหนุ่มเหมือนมีมนต์สะกดให้เธอตกอยู่ในห้วงภวังค์ของเขา
“ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาเอ่ยทักทายขึ้นอีกครั้งดูเป็ทางการมากกว่าหนแรก เป็คำพูดที่มาพร้อมรอยยิ้มเย็นจนเธอขนลุกซู่ จำได้ว่าเพียงพยักหน้าตอบรับและส่งยิ้มให้ และก่อนที่อิทธิจะเดินผ่านไป เธอได้ยินเสียงของเขาดังขึ้น
“สักวันเราจะรู้จักกันมากขึ้น” นาราหันกลับไปทางต้นเสียงเห็นเขาเดินหายเข้าไปทางโรงจอดรถ สักพักเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ก็ดังกระหึ่ม เธอเห็นเพียงมอเตอร์ไซด์สีแดงคันใหญ่ที่บิดออกไปด้วยความเร็ว วินาทีนั้นเธอรู้ตัวว่าเขาได้ขโมยหัวใจเธอไปด้วย