หลังจากใช้เวลาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ของตระกูลซินมาหลายวัน ลี่อินก็เริ่มรู้สึกเกรงใจ เธอรู้ดีว่าแม้ทุกคนจะต้อนรับเธออย่างดี แต่บ้านหลังนี้ก็คือพื้นที่ของครอบครัว และเธอเป็แค่คนนอก
ในเย็นวันหนึ่ง ระหว่างที่นั่งจิบชากับซินอี๋และซินหยาง ลี่อินก็พูดขึ้นเสียงเบา
“ข้าเกรงว่าการอยู่ในบ้านหลักจะไม่เหมาะนัก…ข้าอยากลองไปพักที่เรือนคนงาน จะได้ไม่รบกวนพวกเ้า”
ซินหยางทำหน้าฉงน “เ้าจะไปอยู่ที่นั่นจริงหรือ? มันเรียบง่าย ไม่สะดวกแบบบ้านนี้นะ”
“แต่อาจเหมาะกับข้ามากกว่า” ลี่อินยิ้มบางๆ
ซินอี๋พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ถ้าเ้าแน่ใจ งั้นให้เ้าหยางพาไปดูเรือนคนงานที่ไม่ได้ใช้สักหลังหนึ่ง”
…
ลี่อินเดินลัดเลาะไปกับซินหยาง ผ่านแปลงชาและเรือนพักเล็กๆ ที่ปลูกเรียงรายกันอยู่ในพื้นที่ด้านหลังของไร่ เสียงลมพัดใบชาไหวกระทบกันเบา ๆ แสงแดดยามเย็นทอดเงาทาบไปทั่วพื้นดิน
เมื่อกำลังจะเดินถึงแถวหลังสุด ลี่อินได้ยินเสียงบางอย่างดังแ่ออกมาจากเรือนเล็กหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนไปทางป่า เสียงเหมือนใครกำลังขยับตัวและมีเสียงครางแ่ๆ ตามลม
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วบอกซินหยางว่า “ข้าขอดูเรือนหลังนั้นหน่อยได้ไหม?”
“แน่ใจหรือ? หลังนั้นเขาไม่ค่อยใช้กันเท่าไรแล้วนะ” ซินหยางตอบก่อนจะหันไปทางอื่นเพื่อรอ
ลี่อินเดินเข้าไปคนเดียวอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหยุดฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงนั้นชัดขึ้น เธอชะโงกหน้าไปทางหน้าต่างที่เปิดแง้ม
ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจเธอเต้นแรง — ภายในห้องนั้นคือซินเฟย พี่สาวคนโตของบ้าน และอี้ ชายคนงานกล้ามแน่นที่เธอเพิ่งชื่นชมไปหมาดๆ
ทั้งสองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ร่างของอี้เปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มคลุมบาง ๆ มือใหญ่ของเขาประคองแผ่นหลังของซินเฟยไว้แน่น ขณะที่ริมฝีปากทั้งคู่แนบกันอย่างลึกซึ้ง
ซินเฟยอยู่ในชุดบางแนบเนื้อ ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างสอดประสาน ความเงียบระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยเสียงหอบกระเส่า และการเคลื่อนไหวช้า ๆ ที่เร่าร้อนและแแ่
ลี่อินรีบหันหน้าหนี ใจเต้นแรง หายใจไม่ทั่วท้อง เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน และไม่คิดว่าจะได้เห็นจากสองคนที่ดูเหมือนจะห่างกันคนละโลก
เธอรีบถอยออกมาโดยไม่มีเสียง และเดินกลับไปหาซินหยางพร้อมยิ้มเกร็ง ๆ “เรือนนั้น…คงไม่เหมาะ ข้าขอดูอีกหลังแทนได้ไหม?”
ไม่มีใครรู้ว่าลี่อินได้เห็นความลับที่ใหญ่ที่สุดของไร่ชาแห่งนี้เข้าแล้ว และเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับสิ่งที่เห็นอย่างไรดี...