“ช่วยด้วย!!!” เฉินหยินหยางกรีดร้องเสียงแหลมราวกับหมูถูกเชือด “เขาจะฆ่าฉันแล้ววว ใครก็ได้ช่วยด้วยยย!”
แต่เวลานี้เป็ตอนกลางคืนภายในพื้นที่เวิ้งว้างราวกับถูกทอดทิ้งนี้ มีแค่เสียงอันน่าสังเวชของเขาเท่านั้นที่ได้ยิน แม้ว่าจะมีนักศึกษาได้ยินเสียงของเขา แต่พวกเขาเ่าั้ต้องคิดว่าเป็เสียงของิญญากำลังกรีดร้องอย่างแน่นอน ใครจะกล้าเข้ามาช่วย
แน่นอนว่าต้องยกเว้นไว้คนหนึ่งนั่นก็คือ ฉินเฉา
“แย่แล้ว ไม่นะ!” พอได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเฉินหยิงหยาง ฉินเฉาก็เร่งปั่นจักรยานโดยมุ่งทิศทางไปยังเป็ตึก 7 ชั้นเร็วยิ่งขึ้น แต่เขาไม่แน่ใจว่าพอตนเองปีนขึ้นไปถึงชั้นบน เฉินหยิงหยางจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
ร่างของโรซี่ลอยอยู่ด้านหน้าของฉินเฉา เธอใช้นิ้วเย็น ๆ จับคางของเขาอย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า “นายสามารถลองใช้พลังิญญาของนายยกระดับจักรยานได้นะ ทำให้มันกลายเป็อาวุธผู้ฝึกตน”
“ยกระดับจักรยาน?” ฉินเฉาจ้องมองไปที่จักรยานคันเก่าที่ใช้มานาน 4 ปี แม้ว่าจักรยานเขาจะเรียกจักรยานคันนี้ว่า ‘อาวุธผู้ฝึกตน’ แต่ในตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะสามารถถูกยกระดับจนกลายเป็อาวุธผู้ฝึกตนได้จริง ๆ?
“เมื่อนายยกระดับจักรยานคันนี้เป็ครั้งแรก มันจะกลายเป็อาวุธขยะ ๆ ของผู้ฝึกตน ขั้น 9 ระดับมนุษย์ ถึงแม้มันจะอยู่ในระดับขยะมาก ๆ แต่หลังจากมันกลายเป็อาวุธผู้ฝึกตน มันจะมีความสามารถบางอย่าง”
โรซี่เหมือนจะมุ่งหวังอะไรบางอย่าง ก้นกลม ๆ ของเธอนั่งลงบนราวแฮนด์จักรยาน
“งั้นลองดู!” ใน่วิกฤตนี้ ฉินเฉาไม่สามารถลังเลได้ เขาใช้พลังิญญาที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเขาใส่เข้าไปในจักรยานเก่า ๆ แสงสีเขียวเปล่งประกายออกมาจากจักรยาน มันสว่างเจิดจ้าเมื่อตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืนชั่วคราว
ฉินเฉารู้สึกว่ามีบางสิ่งที่พิเศษกำลังเกิดขึ้นกับจักรยานของเขา เมื่อมันใกล้จะเสร็จล้อหน้าจักรยานคันนี้ อยู่ ๆ ก็สามารถวิ่งไต่บนตึกในแบบตั้งฉากได้ราวกับว่ามันกำลังปั่นบนพื้นดินเช่นปกติ ฉินเฉาเพิ่มแรงปั่น รีบควบจักรยานพุ่งสู่ดาดฟ้า
“แม่เ้าโว้ยยย มันกลายเป็อาวุธผู้ฝึกตนจริง ๆ!” ฉินเฉาหัวเราะ ตบพาหนะสุดรักของตนเอง รวมกับความสามารถในการปั่นจึงขี่มันไต่บนกำแพงตึกลัดเลาะเลี้ยวซ้ายขวา หลบสิ่งกีดขวางบนกำแพงได้อย่างคล่องแคล่ว
แต่เหมือน์จะไม่เป็ใจ เมื่อเขาปั่นขึ้นไปถึงชั้น 5 ทันใดนั้นลมลูกหนึ่งก็พัดมา ฉินเฉากับจักรยานคู่ใจก็ถูกพัดไปพร้อมกัน
“เฮ้ย ๆ ๆ เวรแล้ว!” ฉินเฉาไม่รู้ว่าจะจัดการกับจักรยานของเขายังไง เขาทำได้แค่มองจักรยานร่วงลงพื้นไปด้วยกัน
“เ้าคนโง่ ใช้โซ่จับิญญาขยะของนายสิ!” โรซี่ตามฉินเฉาที่หล่นลงมา แต่เมื่อเห็นฉินเฉาอยู่ในท่าทางสับสน เธออดด่าออกมาไม่ได้ “นายไม่อยากจะช่วยซูจีแล้วเหรอไง?”
“เออใช่ ลืมซะสนิทเลย!” ทันใดนั้นดวงตาของฉินเฉาก็เปิดขึ้น แล้วยื่นมือข้างที่มีแหวนดูดจักรยานเก็บใส่เข้าไป ในขณะเดียวกันก็เรียกโซ่จับิญญาออกมาเวียงมันขึ้นไปบนดาดฟ้าของตึก ท่ามกลางเสียงโหยหวนหวีดหวิว
อันที่ผมโซ่นี้มีความยาวแค่ 2 เมตร แต่ปัจจุบันมีความยาวกว่า 10 เมตรเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็อย่างมาก ทั้งยังมีหนามเหล็กแหลมเพิ่มขึ้นด้วย หนามแหลมของโซ่เจาะทะลุกำแพงยึดไว้อย่างแ่า เขาใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาก็สามารถขึ้นไปบนดาดฟ้า
ฉึกกกก!!!! หนามแหละเจาะทะลุเข้าไปในกำแพงยึดเกาะไว้อย่างแ่า ฉินเฉากำโซ่ไว้แน่นร่างของเขาสั่นเล็กน้อย ขณะที่หยุดอยู่ชั้น 3 ห้อยโตงเตงเพราะถูกกระแสลมพัด
“ฮึ่ม!” แขนของฉินเฉากลายเป็กรงเล็บสีดำของสัตว์ร้าย เขาจับโซ่แล้วเริ่มเดินไต่ขึ้นกำแพงไปที่ดาดฟ้า
......................
“ปล่อยฉัน! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!” บนดาดฟ้าซูจีไร้ความเมตตา ส้นสูงของเธอปกคลุมไปด้วยเื เฉินหยิงหยางใกล้ตายแต่เขายังคงกอดขาเธอไว้แน่นแผ่นหลังของมันอาบชุ่มไปด้วยเื หน้าของมันถูกเตะด้วยส้นสูงตาขวาของมันบวมปิดมีเืไหลออกมา
“ฆะ...ฆาตกร...” เฉินหยิงหยางจวนเจียนใกล้หมดสติเต็มที มันใช้แรงเฮือกสุดท้ายกอดขาเหนียวรั้งซูจีไว้แน่น แม้มันจะาเ็สะบักสะบอมเพียงใดก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอะโอย่างเด็ดขาด ทว่าการที่มันสามารถยื้อยุดมาจนปัจจุบัน ก็นับว่าเกินขีดจำกัดของคนธรรมดาทั่วไปแล้ว เทียบกับซูจีที่ถูกอวี๋เชี่ยนเข้าสิงความแข็งแกร่งของเธอเหมือนกับนักรบสปาร์ตัน
ท้ายที่สุดเธอก็เตะจนเฉินหยิงหยางให้ปล่อยขาเธอจนได้
“ฮ่า ๆ ๆ!” ซูจีหัวเราะเสียงดัง ขณะลากส้นสูงเปื้อนเื “ทีนี้ก็ไม่มีใครหยุดฉันได้แล้ว!”
เธอยิ้มอย่างพึงพอใจ อีกเพียง 2 ก้าวเธอก็จะตกจากดาดฟ้าร่วงลงสู่พื้น
“ยังมีคนอยู่ข้างล่าง!” ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนฟ้าร้องดังมาจากข้างล่าง เธอเห็นชายผมแดงสวมใส่ชุดยามพร้อมกับกรงเล็บอันแหลมคมราวกับสัตว์ร้าย ร่างของชายคนนั้นพุ่งทะยานขึ้นมาจากข้างล่าง คว้าแขนซูจีแล้วดึงเธอลงข้างล่าง
“กรี๊ดดดดดดดดด!” ิญญาอวี๋เชี่ยนกรีดร้องเสียงแหลม เธอพยายามดิ้นรนถอดิญญาออกไปจากร่างของซูจี เสียงส่งกรีดร้องมาอย่างโหยหวนไม่ยินยอม เสียงอันน่าสะพรึงกลัวดังผสานเสียงของกระแสลมยามค่ำคืนมันช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างมาก
“เธอจะหนีไปไหน!” ฉินเฉาขมวดคิ้ว วางร่างซูจีแล้วเหวี่ยงโซ่จับิญญาจากมือขวาของเขา มันลอยไปที่อวี๋เชี่ยนที่กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
โซ่จับิญญานี้เป็ศัตรูอย่างแท้จริงเมื่อใช้กับิญญา เหมือนกับงูดำ มันรีบเข้าไปพันร่างอวี๋เชี่ยนเอาไว้แน่น อย่างที่เธอไม่สามารถดิ้นรนหลุดรอดเงื้อมมือของมันได้
“มานี่!” ฉินเฉาะโออกมา ขยับแขนของเขา ดึงร่างของอวี๋เชี่ยนลงมา
เพราะว่าเป็ิญญาที่เพิ่งตาย พลังเหนือธรรมชาติของอวี๋เชี่ยนเป็พลังต่ำที่สุดของเหล่าผีสาว ตอนนี้เธอถูกจับด้วยโซ่จับิญญาของฉินเฉา ร่างิญญาของเธอสั่นสะท้านในความหวาดกลัว เธอไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แค่เซนเดียว ดวงตาที่กลวงโบ๋ของเธอจ้องไปที่ฉินเฉา เธอรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงจับเธอได้
“อวี๋เชี่ยนเธอตายไปแล้วนะ ทำไมยังจองเวรพยาบาทคร่าชีวิตผู้คนแบบนี้?”
ฉินเฉาพูดอย่างนุ่มนวลกับผีสาวที่ถูกโซ่ตรึงรัดไว้ บางทีอาจเพราะหลิวชวนเป็ห่วงเกี่ยวกับเื่ของเธออย่างมาก
“เอาจริงดิ!?” โรซี่บุ้ยที่อยู่ด้านข้างเบ้ปากแล้วพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ ว่า “ไม่เห็นนายสุภาพกับฉันแบบนี้บ้างเลย”
ฉินเฉาไม่สนใจปีศาจสาวที่สงสารตัวเอง เขาชี้มือไปที่เฉินหยิงหยางที่หมดสติแล้วพูดว่า “ชายคนนี้ไม่ได้เป็ศัตรู หรือ มีความขัดแย้งอะไรกันเธอทำร้ายเขาทำไม”
จากนั้นเขาชี้ไปที่ซูจี “ผู้หญิงคนนี้กับฟางเหวิน พวกเขาก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเธอเป็การส่วนตัวเลย แต่เธอก็ยังพยายามจะพรากชีวิตของพวกเขา อวี๋เชี่ยนตื่นเถอะนะ เดิมทีเธอไม่ใช่คนแบบนี้ เธออยากเป็ิญญาร้ายจริง ๆ เหรอไง? เธออยากให้ทุกครั้งที่หลิวชวนได้ยินชื่อเธอ เขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเหรอ?”
ที่จริงแล้วตาของอวี๋เชี่ยนกลวงโบ๋ แต่เมื่อได้ยินคำว่า หลิวชวน ทันใดนั้นแสงสลัว ๆ ก็ปรากฏในดวงตาของเธอ
“หละ... หลิว...ชวน...” เหมือนอวี๋เชี่ยนจะได้สติกลับคืนมา เธอค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นอย่างช้า ๆ ทันใดนั้นลมยามกลางคืนที่โชยพัดมาได้พัดผมมันยุ่งเหยิง จนเปิดเผยไปเห็นใบหน้าอ่อนโยนของเธอ
“เ้าหมาน้อย...” ดวงตาที่พร่ามัวของอวี๋เชี่ยนมีน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างไม่คาดคิด เ้าหมาน้อยยังอยู่ดีรึเปล่า?”
“เขาจะยังอยู่ดีได้ยังไง ในเมื่อเธอกลายเป็แบบนี้!?” ฉินเฉากอดแขนพูดอย่างใจเย็นว่า “ตอนนี้เขาทั้งโศกเศร้าเสียใจ หัวใจสลาย เพราะว่าเธอฆ่าตัวตาย แม้ว่าเธอจะตายอย่างมีความสุข แต่เธอทิ้งให้คนที่ห่วงเธอเสียใจ หลิวชวนผอมลงไปมาก พ่อของเธอร้องไห้บ่อย ๆ แล้วยังมีแม่ของเธอ ตอนนี้เธอนอนเป็อัมพาตอยู่บนเตียง ทุก ๆ วันเธอละเมอน้ำตานองหน้าร้องะโเรียกชื่อของเธอยามหลับ”
เมื่อได้เย็นความเป็มาเป็ไปของคนที่เกี่ยวข้องห่วงใยกับเธอ หัวใจของเธอก็เ็ปเป็อย่างมาก เธอก้มหน้าลงด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
“ฉันมันเป็คนสกปรก มีแค่ความตายช่องนั้นถึงจะสามารถชำระล้างิญญาอันโสมมของฉันได้”
อวี๋เชี่ยนร้องไห้เป็เวลานาน ทันใดนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า
“ฉันทำร้ายผู้บริสุทธิ์มามาก ฉันรู้ว่านี่เป็คำขอที่เห็นแก่ตัวเอามาก ๆ แต่ได้โปรดอภัยให้ฉันด้วย ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายใครเลยจริง ๆ หลังจากตายไปิญญาของฉันคิดแต่จะแก้แค้น ฉันเลยทำแต่เื่เลวร้าย”
“จริง ๆ แล้วฟางหัวทำอะไรกับเธอกันแน่?” ฉินเฉาขมวดคิ้ว
“ฟางหัว...” ตอนนี้อวี๋เชี่ยนปกติดี แต่เมื่อได้ยินชื่อฟางหัว ทันใดนั้นดวงตาของเธอกลายเป็สีแดง กรีดร้องโหยหวนร่างกายสั่นสะท้านอย่างหนัก โซ่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเพราะถูกลาก
“ใจเย็น ๆ!” ฉินเฉารีบเปิดใช้งานความสามารถของโซ่จับิญญา โซ่ปรากฏแสงสีเขียวสลัว ๆ ออกมามันยับยั้งอวี๋เชี่ยนที่กำลังคลั่ง
หลังจากดิ้นรนสักพักในที่สุดอวี๋เชี่ยนก็สงบ
“ใช่แล้ว มันเป็เพราะฟางหัว” อวี๋เชี่ยนพยายามอย่างมากที่จะทำให้ตัวเองใจเย็น จากนั้นเธอก็เริ่มเล่าความลับที่ไม่มีใครรู้
“สองเดือนก่อนเป็วันเกิดของเ้าเดรัจฉานฟางหัว มันจัดงานปาร์ตี้วันเกิดอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อนร่วมหอชวนฉันไปงานนั้น ฉันก็จำได้ว่าฟางหัวยื่นแก้วแชมเปญให้ฉัน ๆ ไม่เคยดื่มของแบบนั้นก็เลยลองชิมดู แต่ไม่คิดว่า… ไม่คิดว่าฟางหัวมันใส่ยาปลุกเซ็กส์ในไวน์ คืนนั้นมันปู้ยี่ปู้ยำอย่างฉัน”
“ั้แ่นั้นมาเขาก็ตามตื๊อฉัน ซื้อทุกสิ่งที่ฉัน้า เมื่อฉันได้ใช้ของแบรนด์เนม ชั่วขณะนั้นฉันก็ได้เข้าไปสู่สังคมคนชั้นสูง ฉันไม่สามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์นั้นได้ ฉันเกลียดไอ้ฟางหัวชาติชั่วนั่น มันเห็นร่างกายฉันเป็ของเล่น หลังจากที่ฉันตายฉันก็ได้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้วันเกิดคืนนั้น มันพนันกับเพื่อนว่าภายในสองเดือน มันจะสามารถร่างกายฉันได้ แล้วก็ไม่ใช่แค่นั้นมันจะสามารถหัวใจของฉันด้วย...”
“หลายวันต่อมามันก็มีแฟนใหม่ มัน้าจะเขียนฉันทิ้ง มันให้ไอ้พวกสารเลวนั่น ให้ลูกน้องของมันรุมข่มขืนฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ...หึหึ เห็นไหมฉันเป็ผู้หญิงสกปรกโสมมมากแค่ไหน ผู้หญิงสกปรกแบบนี้ เธอจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้ยังไง?”
อวี๋เชี่ยนมองมาที่เขาด้วยดวงตาแดงก่ำ มันทำให้ฉินเฉารู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างจับใจ
“ไอ้สัตว์นรก!” ฉินเฉากำหมัดจนข้อต่อนิ้วส่งเสียงดัง ‘แกร็ก-แกร็ก’ เขาอยากจะให้ฟางหัวอยู่ที่นี่ แล้วจะทุบมันให้กลายเป็เศษเนื้อเละ ๆ
“แล้วทำไมเธอถึงไม่เล่าเื่นี้ให้หลิวชวนฟัง เขาต้องให้อภัยแล้วยอมรับเธอแน่ ๆ ฉันกล้าพูดได้เลยว่าเขารักเธอมากจริง ๆ ”
“เขาปฏิเสธ...” ทันใดนั้นอวี๋เชี่ยนกลายเป็เสียใจอย่างมาก ร่างของเธอสั่นเทา “ฉันลองแล้ว แต่เขาปฏิเสธฉัน ๆ เข้าใจใครจะอยากได้ของมือสองต่อจากคนอื่น? ไม่สิ... ไม่ใช่แค่ของมือสอง ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีกี่มือที่มาแตะต้องร่างกายของฉัน ฮ่า ๆ ∼ ฮ่า ๆ ๆ ∼”
อวี๋เชี่ยนทึ้งผมตัวเอง แล้วหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ ฉินเฉามองไปที่เธออย่างทอดถอนหายใจ เขาเอาบุหรี่แม่น้ำแดงออกมาจากกระเป๋าเขาแล้วจุดมันอย่างช้า ๆ
ปกติเขาไม่ได้สูบ เขาจะสูบเมื่อคิดถึงแฟนเก่าเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
“อวี๋เชี่ยน เธอรู้มั้ย” นิ้วชี้แล้วนิ้วกลางของฉินเฉาคีบบุหรี่ราคาถูกแล้วพูดว่า “ครั้งหนึ่งหลิวชวนมาหาฉัน มาพร้อมกับบุหรี่นี่แหละ เขาถามฉันว่าจะขอโทษเธอด้วยตัวเองยังไง แม้ว่าเธอกับหลิวชวนจะอยู่ด้วยกันมานาน แล้วเขาก็ดูแลเธอราวกับเ้าหญิงเสมอมา แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าหลิวชวนให้ความสำคัญกับหน้าตา เขารู้สึกเสียหน้านิด ๆ ถ้าตอบรับเธอในตอนนั้น ทั้งหมดเพราะเธอทิ้งเขาก่อน แต่ต่อจากนั้นเขาก็มาขอร้องฉันให้ช่วยพูดกับเธอ แต่ทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้วคำพูดนี้เธอไม่มีวันได้ยินมัน...”
จบตอน#