“พรุ่งนี้ 10 โมงน่ะคะเด็ก ๆ “
เสียงพี่เล็กะโบอกทีมงานในรถที่นั่งออกมาด้วยกัน โดยวาตานั่งฝั่งตรงข้ามท่าทางเหนื่อยอ่อนเหมือนทุกวัน แม้วันนี้จะเหนื่อยแต่ก็เป็งานที่สนุกที่สุดเลยทีเดียว
“สงสัยเราคงได้คู่จิ้นคู่ใหม่ละน่ะพี่เล็ก แฟนบอยคนนั้นงานดีมากกกกกกกกกก เข้มขรึมจนอยากเข้าใกล้” เสียงน้องทีมงานพูดขึ้นพร้อมด้วยท่าทีชวนฝัน พี่เล็กทำท่าคิดนิดนึงก็หัวเราะออกมาอย่างนึกได้
“อื้มมมม นั่นสิเนาะแต่จะแค่จิ้นหรือเปล่าค่ะน้องวาขา” พี่เล็กแซวเมื่อนึกถึงท่าทีอ้อนของคนที่เอ่ยถึงทำเอาดาราหนุ่มที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มถึงกับสำลัก
“เอ้า ๆ ระวังๆ คะ เลอะหมดละนั่น” พี่เล็กยังคงแซวไม่เลิก ทำเอาเฮกันทั้งรถ
“เอ้อว่าแต่น้องเขากลับไปตอนไหนนะ เล่นเกมส์เสร็จพี่ก็ลืมถามไปเลยเหมือนกัน”
“เฮ้ยย!!!!! ตายละ” จู่ ๆ ดาราหนุ่มก็ร้องออกมาเสียงดังราวกับเพิ่งทำอะไรผิดพลาดใหญ่หลวง ทำเอาเงียบกริบกันทั้งรถ
“อะไรคุณวา ใครตายคะ”
“พี่ ๆ จอดๆ หน่อยครับ “แทนที่จะตอบคำถาม วาตารีบบอกพี่คนขับอย่างรวดเร็ว โชคดีที่เพิ่งออกมาไม่ไกล
“ผมลืมมมมมมมม ลืมจริง ๆ เลย โอ้ยให้ตายยยยยยย “
“ลืมอะไรครับ เดี๋ยวผมเลี้ยวรถกลับไปให้ครับ” ทันทีที่วาตาขอให้จอด รถก็แอบเข้าข้างทางโชคดีที่พอมีที่ให้จอด และวาตาก็รีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว
“ไม่เป็ไรครับ พวกพี่ไปกันเลยเดี๋ยวผมกลับคอนโดเอง สวัสดีครับพี่ ๆ ”
วาตาพูดอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบวิ่งย้อนกลับไปท่ามกลางความมืด ทำเอาทุกคนในรถอ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน คงมีแค่คนเดียวที่ไม่ใเมื่อนึกถึงใครอีกคน
..“เสร็จงานรอผมด้วย เดี๋ยวผมไปส่ง” ....
ดาราหนุ่มวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามายังพื้นที่จัดงานอีกรอบ ที่ตอนนี้เหลือแค่พนักงานทำความสะอาดเพียงไม่กี่คนและโชคดีที่ไม่มีใครจำเขาได้ ดาราหนุ่มสอดสายตามองไปยังที่ที่คิดว่าจะเจอแต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า
“ลืมอะไรไว้หรือเปล่าครับ” เสียงคนงานที่ละมือจากการจัดการกองขยะตรงหน้าร้องถามขึ้นหลังจากสังเกตท่าทีชายหนุ่มอยู่นาน
“ลืมคนครับ” วาตาตอบไม่คิดอะไรแต่ทำเอาคนถามขมวดคิ้วนิ่งไป
“เอ่อ เห็นผู้ชายผิวเข้ม ๆ สูง ๆ หน้าคม ๆ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวบ้างไหมครับ” ชายหนุ่มรีบอธิบายเพิ่มหวังว่าจะมีใครสักคนเห็นบ้าง
“อ้อออออ ก็คนที่ออกจากที่นี่เป็คนสุดท้ายไง หน้าตาหล่อ ๆ หน่อยอ่ะลุง” เด็กหนุ่มอีกคนร้องบอกผู้เป็ลุงที่กำลังคุยกับวาตาอยู่
“เอออออ นึกออกแล้วววว โน่นเห็นไปนั่งหลบอยู่หน้าห้างโน่น ไล่ก็ไม่ยอมกลับ บอกนัดเพื่อนไว้” วาตารีบมองตามมือของคนงานคนนั้นแล้วรีบวิ่งตามออกไปโดยไม่ลืมขอบคุณส่งท้าย
วาตาเดินมาเมียง ๆ มอง ๆ ตามจุดที่คนงานบอกจนกระทั่งสายตามาสะดุดกับชายเสื้อขาวที่นั่งหันหลังให้เขาอยู่เขารีบวิ่งไปหาด้วยความดีใจ
“ขอโทษน่ะคุณ ผมลืมสนิทเลย คุณยกโทษให้ผมน่ะ นะ ครับ”
ดาราหนุ่มรีบเอ่ยคำขอโทษด้วยเสียงสำนึกผิดอย่างที่สุด โดยไม่ทันมองว่าคนตรงหน้าใช่คนที่เขาตามหาหรือเปล่า จนเมื่อคนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมองวาตาถึงกับอึกอัก
“เอิ่มมมม ขอโทษครับ ผมทักคนผิด”
เขารีบว่า แต่อีกฝ่ายกลับลุกมาหามองเขาด้วยท่าทางกระหายอะไรบางอย่าง จนดาราหนุ่มลอบกลืนน้ำลาย
“ไม่เป็ไรครับน้อง ทักผิดพี่ไม่ว่าแต่ปลอบใจพี่หน่อยได้ไหมครับ ฐานทำให้พี่ดีใจเก้อ”
ไม่พูดเปล่าชายแปลกหน้าคนนั้นคว้าหมับเข้าที่แขนวาตาก่อนจะออกแรงกระชากอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย พี่ปล่อย!!!! “
วาตาออกแรงรั้งไว้จนกลายเป็การยื้อยุดฉุดกระชากกัน จนเมื่อใกล้จะหมดแรง เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นเหมือนพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยยังไงยังงั้น
“ปล่อย!!!!”
คำเดียวสั้น ๆ แต่ทำเอาชายแปลกหน้าชะงัก ก่อนจะลงไปนอนโอดโอยเพราะไม่ทันตั้งตัวรับหมัดหนัก ๆ ของภูผา ท่ามกลางความอึ้งกับความน่ากลัวของผู้มาช่วยวาตาถึงกับสตั๊นไปชั่วขณะ มองคนที่นอนเอ้งเม้งอยู่ตรงหน้าทีคนที่โผล่มาช่วยทีที่ตอนนี้หน้าตาบ่งบอกว่าพร้อมจะทำให้คนตรงหน้าแหลกคามือ
“ไปซะ!!!!!! ถ้าไม่อยากสลบอยู่ตรงนี้”
น้ำเสียงเฉียบขาดทำเอาชายแปลกหน้าแทบจะคลานออกไปจากตรงนั้นด้วยความกลัว ในขณะที่วาตาช็อกเป็ที่เรียบร้อย บทโหดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“เอ้า ยืนอยู่ทำไมรอให้มันยกพวกมารุมก่อนหรือไง”
ภูผาตะคอกราวกับโกรธกันมาเป็ปี ๆ ทำเอาวาตาได้สติเอามืออีกข้างจับแขนเบา ๆ เพราะเจ็บที่โดนกระชากไม่หาย
“ผมมมมมมมม ....”
ไม่ทันที่ดาราหนุ่มจะพูดอะไร กลุ่มพนักงานที่เขาเข้าไปในห้างกรูกันออกมาตามเสียง
“เป็ไงบ้างคุณ”
“ไม่เป็ไรครับ”
“มันทำอะไรพวกคุณหรือเปล่า ไอ้นี่มันติดยาชอบมานอนหาเหยื่อที่นี่ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป ดีน่ะที่คุณไม่เป็อะไร”
“ติดยา???? โหววววว”
วาตาเผลอร้องออกมาอย่างไม่อยากเชื่อที่ตัวเองหลุดรอดมาได้ รู้ถึงหูพี่เล็กมีหวังได้ฟังเทศนาอีกหลายบทแน่ ๆ เขาแอบกลืนน้ำลายอีกรอบพร้อมกับมองหน้าอีกคนที่ตอนนี้เริ่มลดระดับความน่ากลัวลงไปได้ระดับหนึ่ง
“ครับ ๆ ขอบคุณมากครับ”
“คราวหน้าคราวหลังอย่าเข้าไปทักใครสุ่มสี่สุ่มห้าอีกนะคุณเดี๋ยวนี้อาชญากรมันเยอะ ยิ่งหน้าตาดี ๆ แบบคุณเนี่ยเจอมาหลายรายแล้ว “
“ครับ ๆ ขอบคุณครับ” วาตาบอกพลางยกมือไหว้ขอบคุณทุกคน
เมื่อทุกคนแยกย้ายไปกันหมดแล้วเหลือเพียงเขาและภูผาตามลำพัง
“ไปได้หรือยัง ลืมไปหรือไงพรุ่งนี้ผมต้องทำงานแต่เช้า” ชายหนุ่มพูดเสียงเข้มราวกับ้าปกปิดบางอย่าง
“ผมขอโทษ ผมผิดเองที่... ลืม.. คุณ” วาตาว่าเสียงอ่อย
“ลืม????? ลืมหรอ!!!!! บ้าชะมัด”
“แต่พอนึกได้ผมก็รีบวิ่งมาเลยน่ะครับ ที่จริงคุณก็น่าจะกลับไปเลยก็ได้น่ะไม่เห็นต้องรอผมเลย”
“.......” ภูผาไม่ตอบ แต่ถอนหายใจหนัก ๆ แล้วก้าวเท้ายาว ๆ เดินออกไปแทนทำเอาอีกคนต้องวิ่งตามเพื่ออธิบาย
“เอาเป็ว่าผมขอโทษน่ะที่ลืมอ่ะ ต่อไปผมสัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก คุณอย่าโกรธผมเลยน่ะ”
“จะไปไหนก็ไปเลยไป ผมจะกลับบ้าน”
“เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ไม่ต้อง!!!!!” ภูผาคะคอกกลับเสียงดังลั่นจนอีกฝ่ายใ
“ทำไมต้องคะคอกด้วยหละครับ ผมก็ขอโทษแล้วนี่ไง”
“ทำอะไรทำไมไม่รู้จักคิด ถ้าผมมาไม่ทันคุณรู้ไหมจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง นั่นมันคนติดยา ติดยาเลยนะ“
อึ้งสิครับ วาตาถึงกับอึ้งไปเลยเพราะไม่คิดว่าที่อีกฝ่ายโกรธเป็ฟืนเป็ไฟจะเป็เื่นี้ แต่ทำเอาดาราหนุ่มยิ้มหน้าบาน รีบเดินไปเดินข้าง ๆ
“ขอบคุณที่เป็ห่วงน่ะครับ ต่อไปผมจะระวังตัว”
“ไม่ได้ห่วง!!!!”
“เอ้า “
วาตาร้องเสียงหลงอย่างผิดหวังหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ จนอีกฝ่ายที่เดินไปไกลแล้วต้องเดินกลับมาตามพร้อมด้วยท่าทีหงุดหงิดสุดๆ ๆ และก็ทำดาราหนุ่มผิดหวังอีกรอบเพราะนึกว่าเขาจะย้อนกลับมาบอกว่าเป็ห่วง
“อยากนอนที่นี่ก็ตามใจ” แต่ทันทีที่อีกฝ่ายหันหลังจะเดินกลับ วาตาก็สวมกอดหมับเข้าจากข้างหลังจนอีกฝ่ายชะงัก
“ทำอะไรอีกเนี่ย”
เขาโวยวายรีบแกะไม้แกะมือออกพัลวัล มองซ้ายมองขวาอย่างกลัวว่าใครจะมาเห็น แต่ไม่นานภูผาก็รับรู้ได้ถึงความชื้นที่ทะลุเสื้อติดกับแผ่นหลังเขาแล้วตามมาด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ
“ไม่ต้องหันมา ผมไม่ชอบให้ใครเห็นน้ำตา”
คนที่กำลังสะอื้นร้องเมื่อคนร่างใหญ่กว่ากำลังจะหันมา เขาหยุดตัวเองไว้แค่นั้นแล้วก็ปล่อยให้อีกฝ่ายซบหน้าอยู่อย่างนั้น เสียงสะอื้นหายไปแล้ว แต่ความชื้นยังรู้สึกได้ดีแปลว่าอีกฝ่ายยังไม่หยุดร้องจริง ๆ
“ปล่อยเถอะ เดี๋ยวใครมาเห็นจะเป็เื่ใหญ่”
“ช่างใครเถอะน่า”
บทที่จะดื้อวาตาก็ดื้อสุด ๆ เหมือนกัน แล้วเขาก็ยิ่งกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปต่อหน้า
“เอาจริงนะถ้ามันทำร้ายคุณขึ้นมาผมจะทำยังไง คุณรออยู่นานกว่าผมด้วยซ้ำและมันก็ติดยา คนติดยามันทำอะไรได้ทุกอย่าง แม้แต่ฆ่าคน ..... ถ้าเป็แบบนั้นจริง ๆ ผมคงเสียใจมากที่ทิ้งคุณไว้อย่างนี้ ผมขอโทษน่ะ ขอโทษจริง ๆ จะให้ผมไถ่โทษยังไงคุณบอกผมมาเลยนะผมยินดีทำทุกอย่าง”
“แน่นะ”
“อือ” วาตาพยักหน้าหงึก ๆ ยังไม่ยอมละจากแผ่นหลังกว้างนั่น
“หยุดร้องไห้ แล้วปล่อยผมได้แล้ว อายคนอื่นเค้า”
สั้น ๆ แต่ได้ใจความทำเอาคนที่ซบไม่ยอมปล่อยยิ้มออก พลิกหน้าเช็ดคราบน้ำตากับแผ่นหลังกว้างนั้นสองสามรอบเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นน้ำตาแล้วก็ยอมปล่อยอีกฝ่ายเป็อิสระ น้ำตาแห้งไปแล้วเหลือแต่รอยยิ้ม ยิ้มที่ทำอีกฝ่ายแทบละลายไปต่อหน้า
“ยิ้มอะไร”
“ดีใจ”
“....”
“ที่เป็ห่วงผม”
“....”
คราวนี้ภูผาไม่ปฏิเสธแม้จะไม่ยอมรับ แต่วาตารับรู้ได้ถึงความเป็ห่วงที่เ้าตัวพยายามปกปิดนั้น ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนิ่ง เขาก็ยิ่งขยับหน้าเข้าใกล้มากขึ้นอีกนึกอยากจะจูบขอบคุณเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่โดนมือใหญ่ ๆ ผลักหน้าผากจนหน้าหงาย
“อย่าแม้แต่จะคิด”
เสียงเข้มจริงจังจนเกือบจะน่ากลัวอยู่แล้วถ้าภูผาไม่เผลอยกมุมปากยิ้มเบา ๆ อย่างลืมตัว
“โหยยยยยยยยยยยยยย ก็แค่อยากขอบคุณ ก็แค่อยากขอโทษ”
วาตาโวยวายอย่างขัดใจนึกอยากจะเอาสัญญามาอ้างเพื่อให้ได้ทำอะไรได้ตามใจ แต่กลัวอีกฝ่ายโกธรเข้าให้จริง ๆ ก็เลยหยุดความคิดไว้แค่นั้น
“ไม่ต้องคิดเอาสัญญาบ้า ๆ นั่นมาขู่ด้วย”
แหนะรู้ทันไปอีก วาตายิ้มเขิน ๆ แต่กลับน่ารักที่สุดในความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ตอนนี้เอาแต่อึ้งมองท่าทีนั้นอย่างไม่รู้ตัว
“แล้ว... กลับกันได้ยัง”
ยิ่งถูกจ้องมองนาน ๆ เข้า แม้จะชอบแต่วาตาก็ไม่อาจระงับความเขินของตัวเองลงได้ เลยหาทางออกทางอื่นแทนทำเอาอีกฝ่ายทำตัวไม่ถูกเพราะดันเผลอปล่อยความรู้สึกผ่านสายตาไปยังท่าทีน่ารัก ๆ นั้นเสียแล้ว
“จะบอกว่า... น่ารักใช่ไหม ไม่ต้องแค่น่ารัก รักเลยก็ได้น่ะครับ ผมพร้อมมาก”
นั่นสุดท้ายเขาก็อดปล่อยคำพูดเสี่ยว ๆ จีบไปอีกไม่ได้
“ไร้สาระ !!!!!”
และคำพูดเสี่ยว ๆ นั้นทำให้อีกฝ่ายหน้าแดงจนทำตัวไม่ถูกเป็ที่เรียบร้อย และแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อนก่อนจะรีบเดินหนีจนวาตาต้องรีบวิ่งตาม
สรุปวันนี้ภูผาก็ยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ เอ เขาอยากถามจริง ๆ หรือว่าอยากรู้เื่อื่นมากกว่ากันแน่
ก็แค่ลูกพี่ลูกน้องจะอะไรกันนักหนา.....