เมื่อได้ยินหญิงสาวบอกว่ากำลังลดน้ำหนักหลินซือหย่วนก็กวาดสายตามองเธออีกครั้ง
ยัยเด็กน้อยตรงหน้าดูอวบอิ่มไปบ้างแต่พอได้ยินว่ากำลังลดน้ำหนัก แถมยังปฏิเสธของหวาน หลินซือหย่วนก็เผลอขมวดคิ้ว
"จะลดอะไรกันนักหนา?! ฉันวางไว้ตรงนี้นะเธอจะกินหรือไม่กินก็ตามใจ" หลินซือหย่วนวางขนมลงบนจักรเย็บผ้าอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะเดินออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง
หลินซือหย่วนมุ่งตรงไปยังห้องครัว
ขณะนี้แม่เฒ่าหลินกำลังเตรียมกับข้าวมื้อกลางวันอยู่
"เยวี่ยเยวี่ยกินไอศกรีมหรือยัง?" แม่เฒ่าหลินถาม
หลินซือหย่วนส่งเสียงตอบรับในลำคอแบบส่งๆ"เธอบอกว่ากำลังลดน้ำหนัก กลัวกินขนมแล้วจะอ้วน เลยไม่กินครับ"
พอได้ยินหลันเยวี่ยพูดถึงเื่ลดน้ำหนักแม่เฒ่าหลินก็ถอนหายใจ "เด็กคนนั้นคงเ็ปกับชื่อที่เด็กๆบ้านรองกับบ้านสามของสกุลหูเรียกกัน เลยอยากจะลดน้ำหนักแบบนี้"
แม่เฒ่าหลินก็ไม่ได้หูหนวกนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินพวกหูหลิงหลิงเรียกหลันเยวี่ยว่า ยัยหมูตอน
หลินซือหย่วนเติมฟืนในเตาพร้อมกับบ่นเื่หลันเยวี่ยที่อยากลดน้ำหนัก "ผมว่าเพราะไม่เคยอดอยากปากแห้งต่างหากถึงได้เป็แบบนี้"
แม่เฒ่าหลินถาม"ทำไมหลานไม่บอกเยวี่ยเยวี่ยไปล่ะว่าไม่รังเกียจที่เธออ้วนไม่จำเป็ต้องลดน้ำหนัก อยากกินอะไรก็กินได้ตามสบาย?"
"เธอยังไม่ได้เป็อะไรกับผมซะหน่อย ทำไมผมต้องไปยุ่งเื่ชาวบ้านด้วย?อีกอย่าง ผู้หญิงคนนั้นรู้ตัวว่าอ้วนแล้วอยากสวยขึ้นเรามีสิทธิ์อะไรไปก้าวก่าย ถึงผมจะคิดว่า..."
หลินซือหย่วนยังพูดไม่ทันจบก็โดนแม่เฒ่าหลินเอาไม้เคาะหัว
"แกมันไอ้ลูกหมี! แกรู้อะไร? ผู้หญิงอ้วนหน่อยนั่นแหละถึงจะดีมีวาสนาน่ะเข้าใจไหม? สาวอวบส่งเสริมสามีใครได้เมียเ้าเนื้อก็เหมือนได้โชคดีเข้าบ้าน"
หลินซือหย่วนเบ้ปากใส่คำพูดของย่า"ย่าครับ นั่นมันเื่งมงาย ไม่เห็นจะวิทยาศาสตร์ตรงไหนเลย"
เจอหลานชายชอบเถียงคำไม่ตกฟากแม่เฒ่าหลินก็ยิ่งโมโห "เ้าเด็กคนนี้ย่าพูดคำ แกเถียงสิบคำเหรอ? คันหลังนักใช่ไหม? อยากให้ย่าช่วยคลายเส้นหน่อยหรือเปล่า?"
"ย่า ผมไม่ได้คันหลัง ปล่อยผมไปเถอะครับ" หลินซือหย่วนรีบวิ่งหนีออกไปเขาหวั่นใจเหลือเกินว่าจะโดนย่าจับมาคลายเส้น
นับั้แ่มีไอศกรีมแท่งวางอยู่ข้างๆหลันเยวี่ยก็รู้สึกว่าตัวเองทำงานไม่เป็สุข ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด
ที่จริงก็หิวจนตาลายอยู่แล้วอย่าว่าแต่ขนมเลย แค่วางแป้งจี่ไว้ข้างๆหูหลันเยวี่ยก็อดใจไม่ไหวอยากจะคว้ามากินแล้ว
พอหิวจนทนไม่ไหวหูหลันเยวี่ยก็คิดว่าจะกินขนมสักชิ้นรองท้องก่อน แล้วค่อยทำงานต่อ
หูหลันเยวี่ยรู้ดีว่าตัวเองพ่ายแพ้ให้กับของหวาน
ที่เธออ้วนขนาดนี้ไม่ใช่แค่เพราะได้กินแต่เนื้อหรือไม่ค่อยออกกำลังกายแต่เป็เพราะไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเื่ของหวานตอนอยู่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์ต่างหาก
เวลาอยากกินอะไรหวานๆก็กินหมั่นโถวสักลูก และต้องใส่น้ำตาลทรายขาวเพิ่มอีก
หูหลันเยวี่ยตั้งใจว่าจะหยิบมากินแค่ชิ้นเดียว
ในขณะที่มือกำลังล้วงเข้าไปในถุงปลายนิ้วเพิ่งััโดน เสียงหนึ่งก็ดังมาจาก้า
"เธอบอกว่าไม่กินไอศกรีมคุกกี้ เพราะจะลดน้ำหนักไม่ใช่เหรอ?"
เสียงของชายหนุ่มที่ดังขึ้นมากะทันหันทำให้หูหลันเยวี่ยสะดุ้งสุดตัว ขนมในมือร่วงลงพื้น
"หลินซือหย่วน นายนี่เท้าเบาเหมือนแมวเลยนะ ไม่มีเสียงเลยสักนิดใหมดเลย!" สาวน้อยจ้องเขาเขม็งด้วยสายตาขุ่นเคือง
หลินซือหย่วนเหลือบมองสาวน้อยที่กำลังก้มลงเก็บขนมที่ตก"หูเธอไม่ดีเองชัดๆ"
หูหลันเยวี่ยเก็บขนมขึ้นมาจากพื้นแล้ววางกลับที่เดิมตั้งใจจะทำงานต่อ
หูหลันเยวี่ยคิดว่าในเมื่อเธอจะทำงานหลินซือหย่วนก็ควรจะไปได้แล้ว
แต่หลินซือหย่วนไม่มีทีท่าว่าจะไปไหนยืนปักหลักอยู่ตรงประตู และมองหูหลันเยวี่ยทำงาน
"หลินซือหย่วน ทำไมนายยังไม่ออกไปอีก?" หูหลันเยวี่ยไม่ชินที่ทำงานแล้วมีคนจ้องอยู่ข้างๆ
ถึงสาวน้อยจะไล่แล้วแต่หลินซือหย่วนก็ยังยืนนิ่งเป็ท่อนไม้อยู่แบบนั้น "เธอก็ทำของเธอไปสิ ไม่ต้องสนใจฉัน"
ในขณะนั้นเองเสียงหญิงสาวก็ดังมาจากนอกบ้าน "พี่ซือหย่วนอยู่บ้านไหมคะ?"
เสียงของหญิงสาวฟังดูแหบแห้งแต่กลับเป็เสียงที่ดังกังวาน
ครู่ต่อมาก็ได้ยินเสียงตอบรับของแม่เฒ่าหลิน"เกาลี่หรือ หนูมีธุระอะไรกับพี่ซือหย่วนเหรอ?"
ผู้หญิงเ้าของเสียงที่ชื่อเกาลี่รีบตอบด้วยรอยยิ้ม"ย่าใหญ่ หนูไม่ได้มีธุระอะไรกับพี่ซือหย่วนหรอกค่ะหนูแค่อยากขอยืมจักรเย็บผ้าหน่อย ไม่ทราบว่าสะดวกหรือเปล่าคะ?"
พอได้ยินว่าเกาลี่มาขอยืมจักรเย็บผ้าแม่เฒ่าหลินก็รีบบอกไปว่า "มีคนใช้จักรเย็บผ้าแล้วนี่สิหนูเกาลี่ ไปขอยืมจากบ้านคนอื่นใช้ก่อนแล้วกันนะ"
พอได้ยินว่ามีคนใช้จักรเย็บผ้าอยู่เกาลี่ก็ดูผิดหวัง "อย่างนี้นี่เองงั้นหนูจะรอให้จักรเย็บผ้าบ้านคุณย่าว่างก่อนแล้วค่อยมาขอยืมใหม่ว่าแต่พี่ซือหย่วนนอนอยู่หรือว่าออกไปข้างนอกเหรอคะ?"
"พี่ซือหย่วนนอนอยู่ หนูเกาลี่ เธอมีธุระอะไรกับเขาเหรอ?"
แม่เฒ่าหลินรู้ว่าที่เกาลี่มาขอยืมจักรเย็บผ้าเป็เื่โกหกจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออยากมาใกล้ชิดหลินซือหย่วนมากกว่า
แผนการเล็กๆน้อยๆ ของเกาลี่ แม่เฒ่าหลินจะไม่รู้ได้อย่างไร
เกาลี่ไม่ได้มีธุระอะไรกับหลินซือหย่วนจริงๆพอโดนแม่เฒ่าหลินถามซ้ำๆ ว่ามีธุระอะไรกับพี่ซือหย่วน เกาลี่ก็ตอบไม่ถูก
แม่เฒ่าหลินเห็นเกาลี่หน้าแดงพูดไม่ออกเธอก็ไม่เซ้าซี้ต่อ เธอรอให้เกาลี่เป็คนพูดเอง
แม่เฒ่าหลินก็ไม่ได้คิดจะให้เกาลี่เข้ามาในบ้านซึ่งไม่เหมือนกับท่าทีปกติของคนเฒ่าคนแก่ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ชอบเกาลี่เอามากๆ
เกาลี่ก็ไม่ใช่คนไม่มีไหวพริบ
แม่เฒ่าหลินไม่ให้ยืมจักรเย็บผ้าแถมยังไม่ให้เข้าไปนั่งในบ้าน ถ้ายังยืนโง่ๆ อยู่ในลานบ้านต่อไปอาจจะโดนไล่ออกมาก็ได้
เมื่อคิดทบทวนดูเกาลี่ก็ฝืนยิ้ม "ย่าใหญ่คะในเมื่อบ้านย่ามีคนยืมจักรเย็บผ้าแล้ว งั้นหนูกลับบ้านก่อนนะคะ"
"อืม กลับไปเถอะ ใกล้ได้เวลากินข้าวเที่ยงแล้ว อย่าปล่อยให้พ่อแม่รอนาน"แม่เฒ่าหลินกลัวว่าเกาลี่จะดื้อดึงไม่ยอมไป
ยังดีที่เกาลี่มีไหวพริบ
พอเกาลี่ไปแล้วแม่เฒ่าหลินก็กลับไปทำกับข้าวมื้อกลางวันในห้องครัวต่อ
ระหว่างนั้นทั้งหลันเยวี่ยกับหลินซือหย่วนก็ไม่ได้พูดอะไรกันเลย
พอคิดว่าเกาลี่น่าจะไปไกลแล้วหลันเยวี่ยก็พูดขึ้น "หลินซือหย่วนฉันได้ยินว่า เกาลี่ที่มาขอยืมจักรเย็บผ้าคนนั้นอยากแต่งงานกับนายดูท่าจะเป็เื่จริงนะ! ทำไมนายไม่ออกไปคุยกับเธอบ้างล่ะ? นายรังเกียจว่าเธอผิวคล้ำเหรอ?เกาลี่ชอบนายตรงไหนกันล่ะเนี่ยเหมือนว่าเธอจะตามจีบนายอยู่ตลอดเลยนะ"
หูหลันเยวี่ยไม่ใช่หญิงสาวไร้เดียงสาแม้จะไม่ได้เห็นหน้าเกาลี่ แต่จากบทสนทนาระหว่างเกาลี่กับแม่เฒ่าหลินเมื่อครู่เธอก็เข้าใจแล้วว่าเกาลี่มาด้วยเจตนาอื่น
ตอนแรกหลันเยวี่ยคิดว่าที่ถิงถิงบอกว่าเกาลี่ชอบหลินซือหย่วนถึงขนาดต้องมาติดพันเป็เื่ที่แต่งขึ้นเองเสียอีก ที่ไหนได้ ข่าวลือนั้นกลับเป็เื่จริง