“แม่ น้อง พี่กลับมาแล้ว!”เย่เทียนเฉินผลักประตูนเดินเข้าไปพลางะโเสียงดัง
“แม่ แม่ได้ยินไหม พี่กลับมาแล้ว พี่ชายกลับมาแล้ว!”
เย่เฉี่ยนเหวินทนไม่ไหวรีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งตรงไปยังประตูหลัวเยี่ยนก็รีบตามออกไป เดิมทีคิดว่าลูกชายจะไม่ได้กลับมาแล้วเวลานี้ได้ยินเสียงลูกชายของตน คนเป็แม่ที่ไหนจะไม่ดีใจ
“พี่ชาย พี่ชาย!”
ไม่ทันไรเย่เทียนเฉินก็ถูกเย่เฉี่ยนเหวินกอดแน่นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะพลางส่ายหัว ั้แ่เด็กเด็กสาวคนนี้ก็เป็เช่นนี้ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกซาบซึ้งใจนี่เป็ความรักเป็ความสัมพันธ์ที่เข้มข้นเหนือสิ่งอื่น เขาในสมัยก่อนนั้นไม่ว่าเขาจะทำตัวเหลวไหลอย่างไรก็ยังคงรักน้องสาวคนนี้อีกทั้งตัวเขาในตอนนี้ได้สาบานอยู่ในใจนานแล้วว่าจะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี
“เทียนเฉิน ลูกกลับมาแล้วจริงๆ!”หลัวเยี่ยนเห็นว่าลูกชายของคนกลับมาอย่างปลอดภัย ก็อดไม่ได้ที่จะตาแดงขึ้นมา
“แม่ แม่เป็อะไรไปครับ ร้องไห้ทำไมลูกชายกลับมาบ้านก็เป็เื่สมควรแล้ว มาให้ผมกอดหน่อย”เย่เทียนเฉินกล่าวยิ้มๆพลางเข้าไปกอดผู้เป็แม่
ความจริงเย่เทียนเฉินทราบว่าเป็เพราะเื่ของตนเองในสมัยก่อนทำให้ตระกูลเย่ไม่ได้มีความสามัคคีกันในหมู่สมาชิกพ่อของเย่เทียนเฉินเป็ลูกชายคนที่สามแต่เดิมก็ไม่ได้เป็ที่ชื่นชอบของท่านปู่อยู่แล้วรวมกับที่ตนเองกระทำผิดต่อตระกูลหลิ่ว ทำให้ตระกูลเย่ต้องตกอยู่ในวิกฤตตอนนี้ยังมาถูกตระกูลฉีขอถอนหมั้น คาดว่าท่านปู่ ลุงใหญ่ และลุงสองทั้งสามคงคาดโทษคุณพ่อที่ทำให้เสียหน้าอีกครั้ง
พ่อของเย่เทียนเฉินเป็รองนายกเทศมนตรีของเมืองh ตำแหน่งไม่ถือว่าใหญ่โตอะไร แต่ก็ยังพอไปได้ ผ่านการต่อสู้ชิงตำแหน่งมาหลายปีขนาดนี้ก็ทำให้มีประสบการณ์มากมายแต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถปืนขึ้นไปตำแหน่งสูงๆได้ ประการแรกหลังจากที่ตระกูลเย่แยกตัวออกมาจากท่านปู่ก็ไม่มีอำนาจทำเื่อะไรก็ไม่มีหน้ามีตา ประการที่สองตระกูลเย่ผิดใจกับตระกูลหลิ่วซึ่งเป็ตระกูลชั้นหนึ่งในจิงตูอำนาจของตระกูลหลิ่วยิ่งใหญ่กว่าตระกูลเย่มาก ไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะผิดใจกับตระกูลหลิ่วเพราะตระกูลเย่
ดังนั้นเย่เทียนเฉินอยากจะชดใช้หนี้ที่ตนก่อไว้กับครอบครัวในหลายปีมานี้และไม่อยากให้พ่อแม่และน้องสาวของตนมี่เวลาที่ไม่สบายใจแต่ตนเองกลับมีรอยยิ้มเต็มหน้าอยู่เสมอ
“ลูก ไหนมาให้แม่ดูหน่อย ให้แม่ดูหน่อยสิ ได้รับาเ็มารึเปล่าผอมลงรึเปล่า?” หลัวเยี่ยนมองเย่เทียนเฉินด้วยความตื่นเต้นกังวลพลางกล่าวถามเย่เทียนเฉิน
“แม่ ผมไม่เป็ไรครับ พวกเราไปกันเถอะ!”เย่เทียนเฉินไหล่ผู้เป็แม่เบาๆพลางกล่าวออกมา
“พี่ พวกเราจะไปไหนกันเหรอ?” เย่เฉี่ยนเหวินถามอย่างสงสัย
“ใช่ๆ พวกเราจะไปไหนกัน?” หลัวเยี่ยนผู้เป็แม่กล่าวถามพลางมองเย่เทียนเฉินแปลกๆ
เย่เทียนเฉินมองของสาวกับแม่ครู่หนึ่งนำกระเป๋าเป้ทหารโยนไว้บนโซฟา กล่าวยิ้มๆว่า “ผมขอประกาศว่าผมปลดประจำการอย่างเป็ทางการแล้วจากนี้ก็จะตั้งใจอยู่เป็เพื่อนแม่กับน้อง ตอนนี้พวกเราไปบ้านเดิมตระกูลเย่กัน”
ได้ยินว่าตนปลดประจำการแล้วในใจหลัวเยี่ยนก็ยังรู้สึกดีใจ เริ่มแรกลูกชายยืนยันว่าจะไปเป็ทหารให้ได้เธอก็ไม่เห็นด้วย รวมกับเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ ในใจของเธอก็ยิ่งไม่สบายใจตอนนี้ลูกชายปลดประจำการด้วยตัวเอง นี่เป็เื่ดี จะได้ลดความกังวลใจตลอดวันลงได้
“พี่ชาย ย้ายก็ย้ายอย่างมากพวกเราก็แค่ไม่ได้อยู่ในจิงตู ย้ายกันไปทั้งครอบครัวอยู่กันอย่างสบายอกสบายใจ”เย่เฉี่ยนเหวินกล่าวออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึงด้วยกลัวว่าพี่ชายจะไม่สบายใจ
“เทียนฉิน เื่ตระกูลฉีมีพ่อของเธอไปจัดการให้ก็พอแล้ว พวกเราไม่ต้องไปยุ่งหรอก หิวแล้วใช่ไหมเดี๋ยวแม่ทำบะหมี่ไข่ไก่ที่ลูกชอบที่สุดให้กิน”หลัวเยี่ยนเองก็หยุดร้องไห้แล้วกล่าวออกมา
“แม่ ยังไงเื่นี้มันเป็เื่ของผมผมอยากจะไปจัดการเอง” เย่เทียนเฉินพูดออกมาอย่างจริงจัง
ได้เห็นเย่เทียนเฉินผู้เป็ลูกชายมีความเข้มขรึมจริงจังเช่นนี้หลัวเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ั้แ่เล็กจนโต เย่เทียนเฉินไม่มีวิชาความรู้พอเกิดเื่ขึ้นก็จะให้พ่อแม่ไปจัดการ ไม่เคยมีท่าทีเช่นวันนี้ลุกขึ้นยืนอย่างกล้าหาญ บอกว่าจะแก้ไขด้วยตัวเอง
หลัวเยี่ยนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเขย่งเท้าเอามือััหน้าผากลูกชาย ถามอย่างสงสัยว่า “ลูก ลูกไม่เป็ไรใช่ไหม?”
“พี่ พี่เป็ไรไป?” เย่เฉี่ยนเหวินเองก็พูดออกมาพลางมองพี่ชายแปลกๆ
เย่เทียนเฉินอับจนคำพูดตนเองเมื่อก่อนเสเพล ตอนนี้ไม่ง่ายเลยที่จะเปลี่ยนแปลง เติบโตสมชายคราหนึ่งแม่กับน้องสาวมองเขาราวกับมองมนุษย์ต่างดาว เหมือนกับพวกเขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะสามารถเปลี่ยนมาเป็ปกติเช่นนี้ได้
“ไปเถอะ ไปบ้านเดิมตระกูลเย่ เื่ของผมผมจะจัดการเอง” เย่เทียนเฉินสองมือจูงน้องสาวและแม่เดินมุ่งหน้าออกไปจากบ้าน
“ลูก ลูก....”
“แม่ ยี่สิบปีแล้ว ลูกชายไม่ได้ทำให้พวกแม่สบายใจเลยั้แ่นี้เป็ต้นไป ผมจะรับผิดชอบครอบครัวเอง” เย่เทียนเฉินพูดขัดแม่
เย่เฉี่ยนเหวินกับหลัวเยี่ยนตะลึงงันพวกเธอคิดไม่ถึงเลย ในสายตาของพวกเธอ พี่ชายที่เสเพล ลูกชายที่ไม่เอาถ่านเติบโตขึ้นมาแล้วจริงๆ รู้เื่อะไรควรไม่ควรแล้ว หลัวเยี่ยนเกือบจะร้องไห้ออกมาแต่เมื่อมองใบหน้าของลูกชายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก็พยายามอดทนไว้ลูกชายรู้เื่รู้ราวขึ้นมาเป็เื่ที่เธอดีใจที่สุด
ระหว่างทางไปบ้านเดิมตระกูลเย่ ไม่ง่ายเลยที่เย่เทียนเฉินที่ใช้เหตุผลต่างๆนาๆมารับมือกับน้องสาวและแม่อย่างลวกๆมิฉะนั้นพวกเธอจะตามถามอยู่ตลอด ทั้งเื่ตอนที่ตนเองอยู่ในกองทัพและยังมีเื่ความเปลี่ยนแปลงของตนเองอีก
ถึงบ้านเดิมตระกูลเย่แล้วเย่เทียนเฉินพาน้องสาวและแม่ผลักประตูใหญ่ของบ้านเดิมแล้วเดินเข้าไปด้วยกันภายในบ้านตระกูลเดิม มีเย่หงพ่อของเย่เทียนเฉิน เย่หย่วนซานปู่ของเขาลุงใหญ่เย่มู่ไป๋ ลุงสองเย่เห่อกั๋ว และมีอีกคนหนึ่งที่เย่เทียนเฉินไม่รู้จักแต่ดูจากการที่คนๆนั้นพูดคุยกับเย่หย่วนซานอย่างร่างเริงแล้วฐานะของคนๆนี้คงจะไม่ต่ำต้อย
“พ่อ!” เย่เทียนเฉินะโเรียกเย่หงพลางเดินตรงเข้าไปโดยที่ไม่มองคนอื่นเลยสักนิด
เย่หงเห็นว่าเย่เทียนเฉินผู้เป็ลูกกลับมาแล้วก็รู้สึกยินดี ดูแล้วลูกชายของตนเองจะไม่เป็อะไร ขอแค่ปลอดภัยก็ดีแล้วแต่คงไม่ดีนักที่จะแสดงท่าทีตื่นเต้นยินดีต่อหน้าแขก เกรงว่าจะทำให้ตระกูลเย่เสียมารยาทได้
แต่ปู่ของเย่เทียนเฉิน ลุงใหญ่ ลุงสองพบว่าเย่เทียนเฉินรอดกลับมา ต่างก็รู้สึกใ เพราะจากข่าวที่ได้ยินมาพวกเขาออกไปปฏิบัติภารกิจของทหารหน่วยรบพิเศษ ถูกลอบโจมตี ไม่มีหวังจะรอดกลับมาและเป็เพราะเหตุนี้ ตระกูลเย่ที่อยากจะยกเลิกการหมั้นอยู่แต่แรกแล้วก็รีบมาถึงประตูกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น
“เทียนเฉินกลับมาแล้ว งั้นก็ดีเหลือเกิน ผู้าุโเย่ต้องขออภัยจริงๆ การยกเลิกการหมั้นหมายในครั้งนี้เป็พวกเราตระกูลเย่ที่ไม่ดีเองแต่อับจนหนทางจริงๆ หรูเสวี่ยของพวกเราหัวแข็งดื้อรั้น ถูกผมตามใจจนเสียคนหวังว่าผู้าุโจะเข้าใจ”
คนที่เปิดปากพูดนั้นกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งวีไอพีของห้องรับแขกใหญ่เขาคือคนจากตระกูลฉี ฉีชางเซิ่ง ตระกูลฉีเป็ตระกูลชั้นสองในจิงตูแต่เดิมก็ไม่สามารถแต่งงานกับตระกูลชั้นสามอย่างตระกูลเย่ได้แต่หลังจากมีการเจรจาของผู้าุโตระกูลเย่และผู้าุโตระกูลฉีหลายครั้งจึงได้มีมติเป็เอกฉันท์ ้าพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
แต่หลังจากที่เกิดเื่เย่เทียนเฉินแอบดูหลิ่วหรูเหมยคุณหนูใหญ่จากตระกูลชั้นหนึ่งของจิงตูอาบน้ำตระกูลฉีก็มาขอถอนหมั้นหลายครั้ง ต่างก็ถูกผู้าุโตระกูลเย่เกลี้ยกล่อมว่าเป็เพียงการเข้าใจผิดผู้าุโตระกูลเย่นั้นไม่มีอำนาจแล้ว แต่ก็ไม่อยากเห็นตระกูลเย่เสื่อมลงดังนั้นจึงอยากอาศัยการเป็พันธมิตรกับตระกูลฉีมาทำให้ตระกูลรุ่งโรจน์ขึ้นบ้างใครจะรู้ว่าครั้งนี้ฉีชางเซิ่งจะมาขอถอนหมั้นด้วยตัวเองถึงประตู ยากที่จะปฏิเสธ
แต่ก่อนที่ฉีชางเซิ่งจะมา ก็ได้รับคำแนะนำจากพ่อมาแล้วตระกูลเย่แม้ว่าจะตกต่ำ ไม่มีผู้มีอำนาจในมือ แต่จะอย่างไรปีนี้เป็ปีที่ดีของผู้าุโตระกูลเย่เย่หย่วนซาน อีกทั้งยังเป็บุคคลที่มีหน้ามีตาทางสังคมในเมืองจิงตูที่เป็สถานที่รวมตัวของเหล่าเสือเหล่าัไว้ข้างในหากสามารถไม่ล่วงเกินใครได้ ก็อย่าไปล่วงเกินหาคำพูดเหมาะสมเพื่อถอนหมั้นก็โอเคแล้ว ดังนั้นคำพูดที่ตระกูลฉีนำมาใช้ก็คือชีวิตความเป็ความตายของเย่เทียนเฉินนั้นไม่แน่นอนฉีหรูเสวี่ยกลัวที่จะแต่งงานด้วย และมีคนที่พึงใจอยู่แล้ว จึงรอไม่ไหวดังนั้นจึงอยากที่จะถอนหมั้น
เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินกลับมาแล้วคนปลิ้นปล้อนเช่นฉีชางเซิ่ง แน่นอนว่าสามารถโยนคำแก้ตัวทิ้งไปในทันทียกเื่ลูกสาวมีคนรักอยู่แล้วขึ้นมาพูดใหม่
“ผู้ว่าการฉีครึ่งปีที่แล้วตระกูลฉีกับตระกูลเย่เกี่ยวดองกันแม้แต่ของหมั้นหมายก็แลกเปลี่ยนกันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ตระกูลฉีอยากจะเปลี่ยนใจเห็นตระกูลเย่ของพวกเราเป็อะไร?”
“พี่เย่อย่าได้โกรธไป เื่แบบนี้มันบังคับกันไม่ได้คุณชายตระกูลฉิน ฉินเหิงกับหรูเสวี่ยของตระกูลเราเกิดรักแรกพบ ดังนั้น....ต้องขอให้ผู้าุโเย่เข้าใจด้วยการแต่งงานของหนุ่มสาว คนเป็พ่อแม่อย่างพวกเราไม่สามารถบีบบังคับได้หรอก”ฉีชางเซิ่งยิ้มออกมาอย่างเสแสร้งพลางกล่าวออกมา
หลัวเยี่ยนแม่ของเย่เทียนเฉินได้ยินคำกล่าวของฉีชางเซิ่งก็โกรธมากเห็นได้ชัดว่านี่เป็ข้ออ้างของตระกูลฉี ว่ากันตามตรงก็คือวันนี้ดูถูกตระกูลเย่อยากจะถอนหมั้น อะไรคือการแต่งงานของหนุ่มสาวพ่อแม่บีบบังคับไม่ได้ในจิงตูท่ามกลางตระกูลใหญ่เหล่านี้การแต่งงานของบุตรธิดาหลายครั้งเป็การแต่งงานทางการเมือง เพื่อให้ทั้งสองตระกูลสามารถร่วมมือกันเติบโตขึ้นไปอีกขั้น หลายครั้งที่บุตรธิดาเหล่านี้ไม่ได้เป็ผู้เลือก
เมื่อเห็นว่าหลัวเยี่ยนภรรยาของตนอยากจะเข้าไปโต้แย้งเย่หงก็รีบลุกขึ้นยืน เขาไม่อยากให้ภรรยาเข้ามายุ่ง เดิมทีเพราะเื่ตระกูลหลิ่วท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง ทั้งสามต่างก็ไม่สบายใจกับครอบครัวของเขามากแล้วตอนนี้ถ้าภรรยาโวยวายขึ้นมาอีก ก็ยิ่งตำหนิตนเองมากขึ้น อีกทั้งเขาไม่อยากให้ภรรยาต้องพบกับความอยุติธรรมอีกด้วย
“ผู้ว่าการฉี....”
“พี่เย่เื่นี้จริงๆแล้วก็เป็ความผิดของตระกูลฉีของเรา ดังนั้นเพื่อเป็การชดเชยอีกหนึ่งปีเลขานุการคณะกรรมการของเมืองh เลขาฯหยางจะเกษียณถึงตอนนั้นตำแหน่งนี้ พวกเราจะพยายามเพื่อให้พี่เย่ได้ไป” ฉีชางเซิ่งไม่รอให้เย่หงพูดก็รีบเปิดปากพูดออกมาก่อน
เมื่อได้ฟังคำพูดนี้ของฮีชางเซิ่งผู้าุโตระกูลเย่ พี่ใหญ่และพี่รองของเย่หง ต่างก็มีรอยยิ้มยินดีบนใบหน้าจากรองผู้ว่าดารขึ้นไปเป็เลขานุการคณะกรรมการ เป็การข้ามไปหลายขั้นสามารถขึ้นไปสู่ตำแหน่งใหญ่โตเช่นนี้ได้ ตระกูลเย่คิดไม่ถึงจริงๆ
“ผมไม่้าผมแค่อยากจะคุยข้อตกลงเพื่อลูกชายของผมเท่านั้น” เย่หงไม่หวั่นไหวในสายตาของเขาครอบครัวญาติพี่น้องนั้นสำคัญกว่าทุกสิ่ง
“เหอๆ ผู้าุโเย่อย่างไรเสียคราวนี้ก็เป็ตระกูลฉีของผมที่ทำไม่ถูก เพื่อแสดงความขอโทษผู้าุโก็พูดแล้วว่า จะโอนหุ้นครึ่งหนึ่งของเครือไห่หวางให้ตระกูลเย่”ฉีชางเซิ่งหัวเราะแห้งๆสองครั้ง เสนอสิ่งแทนสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไปอีกครั้งหนึ่ง
ในตอนที่คนตระกูลเย่ยังไม่ตอบนั้นเย่เทียนเฉินก็ลุกขึ้น บิดี้เีครั้งหนึ่งก่อนจะพูดว่า “ในเมื่อตระกูลฉีมีความจริงใจเช่นนี้ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงแล้วกัน อย่างแรกพ่อของผมตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการของพ่อผมต้องได้อย่างที่สองหุ้นครึ่งหนึ่งของเครือไห่หวางก็โอนมาให้ผม หากว่าทำไม่ได้อย่างที่พูดตระกูลฉีคงต้องเสียหน้าครั้งใหญ่แล้ว ผมคิดว่าตระกูลฉีคงไม่อยากเสียหน้าหรอกนะครับ?”