“พี่สาวมิตาจะให้มิตาไปทำงานที่เมืองนอกค่ะ ตอนนี้พี่เขยหางานให้มิตาได้แล้ว” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงหันกลับมา
“ไม่ได้นะ พี่ไม่ให้ไป” คำพูดของเขาทำให้รมิตารู้สึกเอ็นดูอีกฝ่าย ก่อนจะกำมือเขาแน่น
“พี่คินทร์ไม่อยากให้มิตาไปงั้นเหรอคะ”
“ใครจะอยากให้ไป ถ้ามิตาไปแล้วพี่จะอยู่ยังไง มีหวังคิดถึงตายพอดี” คำหวานของเขาทำให้หญิงสาวใจอ่อนยวบ
“มิตายังไม่ตอบตกลงพี่สาวไปหรอกค่ะ อีกใจหนึ่งมิตาก็ไม่อยากเป็ภาระพี่สาว การจะให้มิตาไปอยู่ด้วย อะไร ๆ ก็ใช่ว่าจะสะดวกสบายเหมือนอยู่ตามประสาพ่อแม่ลูก กว่ามิตาจะตั้งตัวได้ก็ใช้เวลาหลายเดือน มิตาไม่อยากให้พี่เขยต้องอึดอัดใจ” พี่เขยที่รมิตาพูดถึง นั่นคือโยธินลูกพี่ลูกน้องเขา ที่หักหลังทำร้ายกันอย่างเืเย็น
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” ชายหนุ่มได้สติกลับมา จึงเปลี่ยนสีหน้าแล้วส่ายศีรษะปฏิเสธ
“เปล่าครับ”
หลังจากนั้นไม่นานรถหรู ก็แล่นมาจอดยังบ้านพักขนาดไม่ใหญ่มาก รมิตาลงรถมาแล้วหันมองสำรวจบ้าน ก่อนจะหันกลับมายังเขาแล้วทำตาแป๋ว
“เราไม่ได้พักกันที่โรงแรมเหรอคะ” นคินทร์ปล่อยยิ้ม แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าใบเล็กของทั้งสองคนออกจากรถ
“เปล่า พี่มีมิตามาด้วย ก็เลยอยากให้สะดวกสบายหน่อย” เขาพูดพร้อมกับเดินนำเข้าไปภายในบ้าน แม้จะไม่ใหญ่โตมาก แต่ทุกอย่างก็ดูสะอาดน่าอยู่ไม่น้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันกลับมา แล้วพบว่าใบหน้าของหญิงสาวดูคล้ายกับกังวลบางอย่าง
“เป็อะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น”
“ถ้าหากว่าพักที่โรงแรม เราจะแยกห้องนอนได้สะดวก แต่แบบนี้แล้ว...”
“ไม่ต้องกลัว ที่บ้านนี้มีห้องหลายห้อง มิตาเลือกได้เลยว่าจะนอนห้องไหน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย ทำให้อีกฝ่ายพ่นลมหายใจออกมาบางเบา พลันหันไปยังตู้เย็นขนาดใหญ่ ก่อนจะเปิดออกมาแล้วพบว่ามีทุกอย่างแช่ไว้พร้อม
“ทำไมบ้านพักที่นี่อาหารสดแช่ไว้เต็มเลยคะ”
“พี่อยากทานฝีมือของมิตาบ้าง ก็เลยให้นุวัตรเตรียมไว้” เขาพูดพร้อมกับเดินเข้ามาหาหญิงสาว ก่อนที่เท้าของเธอจะถอยหนีเขาด้วยความใ ไม่นานนักใบหน้าของชายหนุ่มก็เข้ามาใกล้ เขาใช้สายตาหวานจับจ้องมองหญิงสาวครู่หนึ่งพร้อมรอยยิ้ม
“นาน ๆ พี่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับมิตาขนาดนี้ ขอให้พี่ได้ชิมฝีมือของมิตาบ้างนะ” เขาพูดอ้อน ก่อนที่หญิงสาวจะปล่อยยิ้มออกมา แล้วพยักหน้าตอบรับในทันที
ชายหนุ่มก้มมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะหันไปยังหญิงสาวที่สำรวจห้องครัวด้วยความสนใจ
“มิตา”
“คะ”
“ได้เวลาที่พี่ต้องออกไปหาลูกค้าแล้ว พี่ไปก่อนนะ” ชายหนุ่มทำท่าจะก้าวเท้าเดินออกจากบ้านไป ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยห้ามไว้ได้ทัน
“พี่คินทร์คะ เดี๋ยวก่อนค่ะ” ชายหนุ่มหันกลับมา ก่อนที่สองเท้าของเธอจะเดินเข้าไปหา
“แล้วมิตาล่ะคะ”
“มิตาไม่ต้องไปหรอก อยู่บ้านและทำกับข้าวรอพี่นะ พี่คุยงานเสร็จแล้วจะรีบกลับ”
“คะ” หญิงสาวทำหน้าไม่เข้าใจ เพราะโดยหน้าที่แล้วเธอเป็เลขาของเขา อย่างไรก็ควรทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ก่อนที่ชายหนุ่มจะแย้มยิ้มออกมา
“อยู่ที่นี่ พี่อยากกลับมาแล้วทานอาหารฝีมือมิตาเลย” เขาพูดจบ จึงถือวิสาสะก้มลงหอมแก้มเธอ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่รมิตาจะหน้าร้อนผ่าวพลางเบิกตากว้าง นิ่งอึ้งคล้ายกับิญญาหลุดออกจากร่าง ทอดสายตามองเขาเดินขึ้นรถไป
รมิตากะพริบตาถี่ ๆ พลางสังเกตการเต้นหัวใจตัวเองแล้วมองรถของชายหนุ่มแล่นออกจากบ้านไป เวลานี้หญิงสาวรู้สึกคล้ายกับตกอยู่ในภวังค์ ยิ่งใกล้ชิดเขามากเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกตกหลุมรักเขามากขึ้นเท่านั้น ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในบ้าน หยิบเสื้อผ้าเขาออกจากกระเป๋าใบเล็ก จัดทุกอย่างเข้าตู้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงมาทำกับข้าว มือบางเปิดตู้เย็น รื้อดูวัตถุดิบในตู้อย่างละเอียด ก่อนจะตัดสินใจทำต้มจืด ไก่ทอด และผัดผักอย่างง่าย ๆ เธอล้างทุกอย่างด้วยน้ำสะอาด ฝานมะระและยัดไส้ด้วยหมูสับ ควันจากหม้อโชยฟุ้งขึ้น พร้อมหันไปหุงข้าว แล้วกลับมาทอดไก่ที่หมักไว้
แม้จะดูยุ่งยากอยู่ไม่น้อย แต่หญิงสาวก็ทำอย่างตั้งใจ เธอจับทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว พร้อมรอยยิ้มบางบนใบหน้า ก่อนที่สายวิดีโอคอล ของพี่สาวจะโทรเข้ามาอีกครั้ง รมิตาจึงหันไปกดรับ ก่อนใบหน้าของหลานสาวจะโผล่เข้ามาในจอ
“สวัสดีค่ะคนสวย” รมิตาเอ่ยทัก แล้วจับจ้องมองใบหน้าหลานสาวด้วยความคิดถึง
“คิดถึงน้าไหมคะ” ทว่าเด็กน้อยทำตาแป๋วพร้อมกับพ่นฟองน้ำลายขนาดใหญ่ออกมาให้แม่เธอรีบเช็ดออก ก่อนเสียงหัวเราะของรมิตาจะหลุดขำออกมา
“งั้นนอนก่อนนะลูก แม่ขอคุยกับน้าก่อน” ว่าแล้วรวิพาก็วางลูกสาวตัวเล็กลง แล้วหันมาหาน้องสาวของเธอ พลางขมวดคิ้วแปลกใจ
“ไม่อยู่ห้องเหรอ” รมิตาชะงัก นิ่งไปครู่หนึ่ง
“อ่อ พอดีว่ามิตามาทำงานต่างจังหวัดค่ะ”
“อะไรกัน ทำงานไม่ถึงสองเดือน ออกต่างจังหวัดแล้วเหรอ”
“ก็เป็งานนี่คะ ปฏิเสธได้ที่ไหนกัน” หญิงสาวพูดพร้อมกับตั้งกล้องไว้ แล้วหั่นผักไปพลาง ๆ ก่อนที่พี่สาวของเธอจะขมวดคิ้วแปลกใจ
“แล้วทำไมต้องทำกับข้าวด้วยล่ะ ทำไมไม่ซื้อกิน” คำถามของพี่สาวทำให้รมิตาอึกอักครู่หนึ่ง ก่อนเธอจะตัดสินใจตอบไปตามความจริง