หลังจากที่หยางเฉิงออกปากเอ่ยไล่ อวี้เจินก็รีบหอบเสื้อผ้าของตนออกจากเรือนนอนของเขาทันที หากว่าบุรุษผู้นั้นเกิดมีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง เช้าวันพรุ่งนี้นางคงต้องคลานลงจากเตียงนอนเป็แน่ แค่นี้ขาของนางยังสั่นจนแทบจะเดินเหินไม่ไหวอยู่แล้ว
เมื่อเดินออกมาจากเรือนนอนของหยางเฉิง อวี้เจินก็เพิ่งตระหนักได้ว่า...จวนสกุลหยางนั้นใหญ่โตยิ่งนัก และดูเหมือนว่าตอนนี้นางจะหลงทางเข้าเสียแล้ว
“อื้อ...อาถง ข้าจะไม่ไหวอยู่แล้ว”
อวี้เจินหยุดชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน เมื่อได้ยินเสียงหวานครางกระเส่าของสตรีนิรนามดังแว่วมากับสายลม นางเงี่ยหูฟังอยู่สักพักก็พอจะจับใจความได้ว่านั่นคือเสียงการร่วมรักของบุรุษและสตรี ว่าแต่ดึกดื่นเที่ยงคืนป่านนี้ ใครกันนะที่มาบรรเลงบทรักในสวนหย่อมของจวนสกุลหยาง
“คุณหนู...ท่านช่างตอดรัดดีจริงๆ อาถงคนนี้จะขึ้น์อยู่แล้ว” คราวนี้เป็เสียงร้องของบุรุษนิรนาม
ตอนแรกอวี้เจินคิดว่าคงจะเป็พวกบ่าวรับใช้ที่แอบมาเริงรักกัน นางจึงหันหลังกลับไม่คิดจะรบกวนทั้งคู่ ทว่าคำพูดที่บุรุษผู้นั้นเอ่ยเรียกอีกฝ่ายกลับจุดประกายความสนใจของอวี้เจิน จนทำให้นางต้องหันหลังกลับมาแล้วหาที่ซุ่มดู คุณหนูอย่างนั้นหรือ?
อวี้เจินใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ ‘หยางมู่’ หรือนายท่านจวนสกุลหยางนั้นมีบุตรชายทั้งหมดสามคน คุณชายใหญ่มีนามว่า ‘หยางชุน’ บุรุษผู้นี้คือพระเอกของเื่ นิสัยอ่อนโยน มีเมตตา หน้าตาก็หล่อเหลา จึงทำให้นางเอกอย่างไป๋อิงตกหลุมรักจนหัวปักหัวปรำ
ส่วนคุณชายรองมีนามว่า ‘หยางอี้’ เนื้อหาในนิยายไม่ค่อยกล่าวถึงบุรุษผู้นี้มากนัก บอกเพียงแค่ว่าเขาเป็บุตรชายของอนุภรรยาผู้หนึ่งของหยางมู่ มารดาจากไปั้แ่เขาอายุได้เพียงแค่สามขวบ ดังนั้นบุรุษผู้นี้จึงถูกส่งกลับบ้านเดิมของมารดาและเนื้อหาในนิยายก็ไม่ได้กล่าวถึงอีกเลย
คนสุดท้ายคือคุณชายสามมีนามว่าหยางเฉิง บุรุษผู้นี้คือตัวร้ายของเื่ และเขากับอวี้เจินก็เพิ่งผ่านการร่วมรักมาด้วยกันหมาดๆ เนื้อหาในนิยายกล่าวเอาไว้ว่าหยางเฉิงได้หลงรักไป๋อิงและวาดหวังจะแต่งนางเข้ามาเป็ภรรยา ทว่าไป๋อิงกลับมีใจรักใคร่หยางชุนพี่ชายต่างมารดาของเขา และนี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หยางเฉิงวางแผนสังหารพี่ชาย
ส่วนบุตรสาวของหยางมู่นั้นอวี้เจินไม่แน่ใจนักว่ามีกี่คน แต่คนที่มีบทบาทในนิยายมากที่สุดเห็นจะเป็ ‘หยางชิงหลิง’ คุณหนูใหญ่สกุลหยาง และเป็พี่สาวร่วมอุทรของหยางเฉิง
หยางชิงหลิงและหยางเฉิงนั้นเป็บุตรของหยางฮูหยิน ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับการดูแลดีกว่าพี่น้องคนอื่นๆ ส่วนหยางชุนนั้นเป็เพียงบุตรชายของอนุ ถึงแม้ว่าจะเป็คุณชายใหญ่ของจวน แต่เขาและมารดาก็มักจะถูกหยางฮูหยินและบุตรของนางกลั่นแกล้งอยู่เสมอ
เดิมทีหยางฮูหยินก็ไม่ชอบขี้หน้าอนุจาง มารดาของหยางชุนอยู่แล้ว เมื่อหยางชุนเติบโตขึ้นและเผยแววว่าเขามีความรู้ความสามารถโดดเด่นกว่าหยางเฉิง หยางฮูหยินก็ยิ่งไม่ชอบขี้หน้าของสองแม่ลูกเข้าไปกันใหญ่
หยางชุนในวัยเพียงแค่ห้าหนาวสามารถสอบเข้าสำนักศึกษาระดับสูงได้เป็อันดับที่หนึ่ง ต่างจากหยางเฉิงที่ไม่สามารถสอบเข้าสำนักศึกษาแห่งไหนได้เลย จนหยางมู่ต้องติดสินบนให้สำนักศึกษาระดับกลางรับเขาเข้าเรียน ด้วยเหตุนี้หยางมู่จึงเอ็นดูบุตรชายคนโตมากกว่า
ยิ่งพวกเขาทั้งสองเติบโตขึ้น หยางมู่ก็เห็นความแตกต่างของบุตรชายได้อย่างชัดเจน หยางชุนสามารถสอบเข้ารับราชการได้ ในขณะที่หยางเฉิงเอาแต่เที่ยวเตร่ ดื่มสุราเคล้านารีไปวันๆ ดังนั้นหยางมู่จึงคาดหวังให้หยางชุนขึ้นเป็ผู้นำตระกูลต่อจากเขา
“คุณหนู ท่านอยู่แถวนี้หรือไม่ ฮูหยินใหญ่เรียกพบเ้าค่ะ”
สองร่างที่กำลังเริงรักกันอย่างเมามันเป็อันต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงร้องะโของใครบางคนดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
“แย่แล้ว พวกเราจะให้นางเห็นในสภาพนี้ไม่ได้เด็ดขาด” สตรีนางนั้นมีสีหน้าใ เมื่อรู้ว่าสาวใช้กำลังตามหาตนเอง
“เช่นนั้น...คุณหนูก็รีบใส่เสื้อผ้าเถิดขอรับ” บุรุษร่างกำยำกล่าวพลางหยิบอาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่ให้กับสตรีคนรักด้วยความรีบร้อน
อวี้เจินมั่นใจได้ในทันทีว่าสตรีนางนั้นต้องเป็หยางชิงหลิงอย่างแน่นอน เพราะสาวใช้ที่กำลังตามหานางอยู่บอกว่าฮูหยินใหญ่เป็คนเรียกพบ ซึ่งฮูหยินใหญ่ที่ว่าจะต้องเป็มารดาของหยางชิงหลิงและหยางเฉิงอย่างแน่นอน
หลังจากที่ช่วยสตรีคนรักสวมใส่อาภรณ์จนเสร็จสิ้น บุรุษผู้นั้นก็มีสีหน้าซีดเซียว เมื่อพบว่าอาภรณ์ของตนได้หายไปหนึ่งชิ้น “คุณหนู ข้าหากางเกงไม่เจอ!”
“ว่าอย่างไรนะ! เ้าหาดีแล้วหรือ?”
“ขอรับ ข้าจำได้ว่าถอดเอาไว้แถวๆ นี้”
“แล้วมันจะหายไปไหน?” หยางชิงหลิงเริ่มร้อนรน หากสาวใช้ของนางพบว่านางกับ ‘หลี่ถง’ บ่าวชายท้ายจวนลักลอบมีความสัมพันธ์กัน สาวใช้ผู้นั้นต้องนำเื่นี้ไปบอกแก่มารดาของนางอย่างแน่นอน นางจะทำอย่างไรดี!
“คุณหนูอยู่แถวนี้หรือไม่เ้าคะ เอ...นางบอกจะออกมาเดินเล่นแถวนี้มิใช่หรือ เหตุใดถึงหาตัวไม่เจอนะ แย่ละ! หรือว่าคุณหนูจะโดนจับตัวไป!”
สาวใช้ผู้นั้นมีสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อคิดเองเออเองว่าคุณหนูของนางอาจจะถูกใครบางคนจับตัวไป คุณหนูของนางยิ่งชอบสร้างศัตรูเอาไว้เยอะซะด้วยสิ คิดได้ดังนั้นนางจึงรีบวิ่งไปทางเรือนหลักเพื่อขอความช่วยเหลือ ไม่นานคบเพลิงก็ถูกจุดพร้อมกับบ่าวรับใช้จำนวนหนึ่งที่ออกตามหาคุณหนูใหญ่กันให้วุ่น
หยางชิงหลิงอยากจะบ้าตาย ความลับของนางจะถูกเปิดเผยตอนนี้ไม่ได้นะ หากข่าวฉาวของนางโด่งดังไปทั่วว่านางกับบ่าวชายแอบมีความสัมพันธ์กัน คุณชายเฟิงเยี่ยที่มารดาหมั้นหมายไว้ให้จะต้องไม่ยอมแต่งนางเข้าจวนสกุลเฟิงอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นบรรดาคุณหนูในห้องหอที่เคยมีเื่กับนาง หรือแม้แต่พวกน้องสาวต่างมารดาจะต้องหัวเราะเยาะนางเป็แน่ ฉะนั้นนางจะให้ใครรู้เื่นี้ไม่ได้เด็ดขาด!
“พวกท่าน...กำลังหากางเกงตัวนี้กันอยู่ ใช่หรือไม่?”
อวี้เจินมุดออกมาจากหลังพุ่มไม้ที่ใช้หลบซ่อน พร้อมกับชูกางเกงตัวหนึ่งขึ้น ดวงตาของหยางชิงหลิงและหลี่ถงเบิกค้าง เมื่อพบว่ามีคนล่วงรู้ความลับของพวกเขาทั้งสองเสียแล้ว
“เ้าเป็ใคร?”
อวี้เจินไม่ได้ตอบคำถามของหยางชิงหลิง นางยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ในตอนที่นางกำลังแอบดูหยางชิงหลิงและบ่าวชายร่วมรักกัน ความคิดหนึ่งของนางก็ผุดขึ้น นางจึงได้ขโมยกางเกงของบ่าวชายผู้นั้นไปขณะที่ทั้งสองกำลังอยู่ในห้วงสวาท นางคิดว่าหากสามารถต่อรองกับหยางชิงหลิงได้ ไม่แน่ว่าจุดจบของนางอาจจะไม่ใช่การตายคาแท่งหยกของหยางเฉิง!
ใช่แล้ว...มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้นางรอด!
อวี้เจินมองหน้าหยางชิงหลิงอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณหนู ข้าสัญญาว่าจะไม่เอาความลับของท่านในวันนี้ไปเปิดเผย เพียงแต่ว่า...”
หยางชิงหลิงหาใช่สตรีขลาดเขลา นางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจ ก่อนจะเอ่ยถาม “เ้า้าอะไร?”
“ข้า้าความช่วยเหลือ”