บรรยากาศในยามเช้าตรู่ของคฤหาสน์ตระกูลธนพเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มินตรายืนจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ใบหน้าของเธอซีดเซียวไร้สีเื ใต้ตาคล้ำช้ำจากการนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน มือเล็กที่สั่นเทาลูบลงบนหน้าท้องแบนราบของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับ้าปกป้องชีวิตดวงน้อยที่เพิ่งหยั่งรากลงในร่างกายจากปีศาจร้ายที่กำลังรอคอยอยู่ด้านนอก
ปัง!
บานประตูห้องนอนถูกผลักออกโดยไม่มีการเคาะ อาชวินก้าวเข้ามาในชุดสูทสีดำสนิทราวกับมัจจุราชที่เตรียมมารับิญญา ั์ตาคมกริบกวาดมองร่างบอบบางที่สะดุ้งสุดตัวและรีบชักมือออกจากหน้าท้องราวกับถูกของร้อน
"เปลี่ยนชุดเสร็จหรือยัง" น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ
"ฉัน... ฉันบอกแล้วไงคะว่าฉันหายแล้ว ไม่ต้องไปโรงพยาบาลก็ได้" มินตราเค้นเสียงตอบ พยายามถอยห่างจนแผ่นหลังชิดกับโต๊ะเครื่องแป้ง
อาชวินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัว มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วออกแรงกระตุกเพียงนิด ร่างของเธอก็ปลิวเข้าหาแผงอกกว้าง "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันมินตรา ฉันบอกว่าจะพาไปตรวจ ก็คือต้องไป... หรือเธออยากให้ฉันเรียกหมอมาตรวจที่นี่ ให้พ่อกับแม่เธอมายืนลุ้นผลอัลตราซาวด์ด้วยกันดีไหม?"
คำขู่ที่แทงทะลุจุดตายทำเอามินตราส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว หยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้า "ไป... ไปก็ได้ค่ะ ปล่อยฉันก่อน"
ชายหนุ่มยอมปล่อยมือ แต่สายตาของเขายังคงจดจ้องใบหน้าตื่นตระหนกของเธออย่างจับผิดตลอดเวลาที่เดินนำลงไปที่รถสปอร์ตคันหรู
ตลอดเส้นทางสู่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ เครื่องปรับอากาศในรถที่ถูกเร่งจนเย็นฉ่ำไม่ได้ช่วยให้เหงื่อที่ซึมชื้นตามกรอบหน้าผากของมินตราแห้งลงได้เลย กลิ่นน้ำหนังแท้ผสมกับกลิ่นโคโลญจน์ของอาชวินที่เคยทำให้เธอใจสั่น บัดนี้กลับกลายเป็ตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารปั่นป่วนอย่างรุนแรง เธอต้องยกมือขึ้นปิดจมูกและปาก เบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่าง พยายามกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอเพื่อสกัดกั้นอาการคลื่นไส้
อาชวินเหลือบมองปฏิกิริยานั้นผ่านหางตา สันกรามของเขานูนขึ้นเป็ริ้วๆ เขาดึงพวงมาลัยหักเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถวีไอพีของโรงพยาบาลด้วยความเร็วที่ทำเอามินตราหัวทิ่ม
เมื่อเครื่องยนต์ดับลง มินตรารีบเปิดประตูรถก้าวลงมายืนสูดอากาศบริสุทธิ์ แต่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยมากับสายลมก็ทำเอาเธอแทบทรุด อาชวินเดินอ้อมมากระชากแขนเธอให้เดินตามเข้าไปในตัวอาคาร
มินตราก้าวเท้าตามแรงดึงราวกับหุ่นเชิดที่ไร้จิติญญา สายตาของเธอพร่ามัวไปด้วยความหวาดกลัว เธอรู้ดีว่าหากพยาบาลซักประวัติและเจาะเื ทุกอย่างจะถูกเปิดเผย
พวกเขาก้าวเข้าไปในลิฟต์โดยสาร อาชวินกดปุ่มชั้น 4 มินตราเงยหน้าขึ้นมองจอแสดงผล ตัวเลขสีแดงเปลี่ยนจาก 1... 2... 3... และหยุดลงที่ชั้น 4 พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนดัง ติ๊ง
บานประตูลิฟต์เปิดออก ป้ายตัวอักษรสีทองขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังหินอ่อนตรงหน้า ทำเอาเืในกายของมินตราเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจ
'ศูนย์สูตินรีเวชกรรม และเวชศาสตร์มารดา'
"ค...คุณคินน์" มินตราขืนตัวไว้สุดแรง ไม่ยอมก้าวออกจากลิฟต์ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ท...ทำไมพาฉันมาแผนกนี้ ฉันเป็โรคกระเพาะนะคะ ต้องไปแผนกอายุรกรรมสิ!"
"ถ้าเธอเป็โรคกระเพาะจริง หมอสูติฯ ก็ส่งตัวเธอลงไปเองนั่นแหละ" อาชวินหันมาดึงแขนเธอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา "แต่ฉันอยากให้หมอที่นี่ใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูมดลูกเธอเป็อันดับแรก... มานี่!"
"ไม่! ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ตรวจ!"
มินตราดิ้นรนสุดชีวิต มือเล็กรั้งขอบประตูลิฟต์ไว้แน่น หยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ความกลัวที่จะสูญเสียลูกในท้องทำให้เธอมีเรี่ยวแรงมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน "ขอร้องล่ะคุณคินน์ อย่าทำแบบนี้ ฮึก... ฉันกลัวแล้ว..."
อาชวินชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นหยาดน้ำตาและแววตาที่เว้าวอนอย่างสุดแสนจะทรมานของเธอ ท่าทางปกป้องตัวเองและหน้าท้องอย่างเอาเป็เอาตายของมินตรา ยิ่งตอกย้ำข้อสันนิษฐานในหัวของเขาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ความโกรธแค้นที่ถูกหักหลัง ความรู้สึกถูกหยามเกียรติ และความหวงแหนที่ถูกบิดเบือน ตีรวนขึ้นมาเป็พายุอารมณ์ เขาขบกรามแน่นจนเจ็บร้าว เอื้อมมือไปแกะนิ้วของเธอออกจากขอบประตูลิฟต์ทีละนิ้วอย่างเืเย็น
"สายไปแล้วมินตรา" เขากระซิบชิดใบหู "ถ้าในนั้นมันมีมารหัวขนอยู่จริงๆ... ฉันจะจัดการขั้นเด็ดขาดวันนี้เลย"
มินตราสะอื้นฮัก ร่างกายอ่อนยวบลงราวกับขี้ผึ้งลนไฟ เธอถูกเขากระชากให้เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์พยาบาล พยาบาลสาวในชุดสีขาวเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มต้อนรับ
"สวัสดีค่ะ มีนัดหมายไว้หรือเปล่าคะคุณผู้ชาย"
"ผม้าให้ผู้หญิงคนนี้ตรวจการตั้งครรภ์... แบบด่วนที่สุด ตรวจเืและอัลตราซาวด์ทุกอย่างที่ทำได้" อาชวินสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับล้วงกระเป๋าสตางค์เพื่อหยิบบัตรประชาชนของมินตราที่เขายึดมาั้แ่เมื่อเช้าออกมายื่นให้
พยาบาลรับบัตรไปคีย์ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ "ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวเชิญคุณผู้หญิงไปเปลี่ยนชุดและชั่งน้ำหนักวัดความดันที่ห้องด้านในเลยค่ะ"
มินตราหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนหลังมือของอาชวินที่ยังคงจับข้อมือเธอไว้แน่น โชคชะตาของเธอและลูกจบสิ้นลงแล้วจริงๆ
ทว่า... ในวินาทีที่พยาบาลกำลังจะยื่นเอกสารให้มินตราเซ็นยินยอมการตรวจ เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของอาชวินก็ดังแผดเสียงขึ้นทำลายความตึงเครียด
อาชวินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขากำลังจะล้วงมือไปกดตัดสายทิ้ง แต่เมื่อเหลือบเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอว่าเป็ 'เลขาฯ ของคุณธนพ' สัญชาตญาณความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารก็สั่งให้เขากดรับสาย
"มีอะไร ฉันติดธุระสำคัญอยู่" เขากรอกเสียงห้วนจัดลงไป
"ค...คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงของเลขาฯ วัยกลางคนสั่นเครือและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด "ท่านประธาน... คุณธนพท่านหมดสติล้มลงกลางห้องประชุมบอร์ดบริหารครับ! ตอนนี้ชีพจรเต้นอ่อนมาก รถพยาบาลกำลังพาท่านไปที่โรงพยาบาลเดียวกับที่คุณคินน์อยู่พอดีครับ!"
ดวงตาของอาชวินเบิกกว้าง ร่างกายที่เคยตั้งตรงอย่างเย่อหยิ่งแข็งทื่อราวกับถูกสาป เืในกายของเขาเย็นเฉียบลงกะทันหัน "อาการเป็ยังไง! พ่อฉันเป็อะไร!"
"หมอในรถพยาบาลสงสัยว่าท่านอาจจะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันครับ! คุณคินน์รีบมารอที่หน้าห้องฉุกเฉินเลยนะครับ!"
สายถูกตัดไปแล้ว แต่อาชวินยังคงถือโทรศัพท์ค้างไว้ที่หู ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบัดนี้ซีดเผือดและตึงเครียดขีดสุด
มินตราที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ ััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงนี้ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสับสน
"คุณผู้หญิงคะ เชิญด้านในเลยค่ะ" พยาบาลเอ่ยเรียกซ้ำ
อาชวินลดโทรศัพท์ลง เขาหันมามองใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของมินตรา ั์ตาสีเข้มของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและพายุอารมณ์ที่รุนแรงกว่าเดิม เขาก้มมองหน้าท้องของเธอ สลับกับมองไปทางลิฟต์ที่กำลังจะพุ่งตรงไปยังห้องฉุกเฉิน
การตัดสินใจเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
มือหนาที่จับข้อมือของมินตราอยู่ ออกแรงกระชากร่างเล็กให้ปลิวกลับมาปะทะตัวเขาอย่างแรง จนพยาบาลที่เคาน์เตอร์ใ
"เราจะไม่ตรวจอะไรทั้งนั้น ยกเลิกให้หมด!" อาชวินหันไปตวาดใส่พยาบาล ก่อนจะลากมินตราให้เดินตามเขากลับไปที่ลิฟต์ด้วยความเร็วที่แทบจะเป็การวิ่ง
"ค...คุณคินน์ เกิดอะไรขึ้นคะ จะพาฉันไปไหน!" มินตราถามเสียงหลง พยายามก้าวเท้าให้ทัน่ขายาวๆ ของเขา
"พ่อฉันหัวใจวาย" เขาตอบเสียงลอดไรฟัน กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็สันนูน "กำลังถูกส่งตัวมาที่ห้องฉุกเฉิน"
คำตอบนั้นทำเอามินตราหยุดชะงัก ลืมความหวาดกลัวเื่การตรวจครรภ์ไปชั่วขณะ คุณธนพ... ผู้ชายใจดีที่ให้ที่พักพิงและเมตตาเธอมาตลอดกำลังตกอยู่ในอันตราย หัวใจของเด็กสาวกระตุกวูบด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง
เมื่อลิฟต์เปิดออกที่ชั้น G อาชวินลากเธอวิ่งฝ่าฝูงชนตรงไปยังโซนอุบัติเหตุและฉุกเฉินทันที บรรยากาศหน้าห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยความโกลาหล พยาบาลและบุรุษพยาบาลกำลังเข็นเตียงผู้ป่วยที่มีร่างของคุณธนพนอนไม่ได้สติเข้าไปด้านใน โดยมีคุณพลอย มารดาของมินตรา วิ่งตามมาด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาและเสียงสะอื้นแทบขาดใจ
"คุณคะ! คุณธนพ! อย่าเป็อะไรนะคะ!" คุณพลอยร้องไห้โฮ ทรุดตัวลงหน้าประตูห้องฉุกเฉินที่เลื่อนปิดลงอย่างรวดเร็ว
"แม่!" มินตราสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุมของอาชวิน วิ่งเข้าไปประคองร่างของผู้เป็แม่ไว้แน่น "แม่ใจเย็นๆ นะคะ คุณลุงต้องไม่เป็ไร"
อาชวินยืนนิ่งอยู่เื้ั ั์ตาสีรัตติกาลจ้องมองประตูบานทึบที่ปิดกั้นความเป็ความตายของบิดาบังเกิดเกล้า สองมือที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้เขาจะเติบโตมาด้วยความเหินห่างและแอบต่อต้านบิดาในหลายๆ เื่ แต่ลึกๆ แล้ว คุณธนพคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่เขามี
บรรยากาศหน้าห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงสะอื้นของคุณพลอยที่ซบหน้าลงกับไหล่ของมินตรา มินตราลูบแผ่นหลังของแม่เบาๆ พยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองเอาไว้
ในจังหวะที่มินตราเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับั์ตาคมกริบของอาชวินที่กำลังจ้องมองมา
แววตาของเขาไม่ได้มีความโศกเศร้าฟูมฟายเหมือนคนทั่วไป แต่มันกลับสงบนิ่ง ว่างเปล่า และเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว
มินตราขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายบางอย่างในเสี้ยววินาทีนั้น...
คุณธนพคือเสาหลักของบ้าน คือคนเดียวที่มีอำนาจเหนืออาชวิน และเป็เกราะกำบังเดียวที่ทำให้มินตราและแม่สามารถอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้นได้อย่างปลอดภัย หากเกิดอะไรขึ้นกับคุณธนพ... อำนาจทั้งหมดในครอบครัว ธุรกิจ และทุกชีวิตในคฤหาสน์ จะตกอยู่ในกำมือของอาชวินอย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ไม่มีใครคอยห้ามปรามเขาได้อีกต่อไป ไม่มีใครหน้าไหนปกป้องเธอได้อีกแล้ว
อาชวินยังคงสบตากับเธอ ริมฝีปากหยักได้รูปขยับเป็คำพูดไร้เสียงที่ส่งตรงถึงเธอเพียงคนเดียว ท่ามกลางเสียงสะอื้นของแม่
'เื่ของเรา... ยังไม่จบ'
ดวงตากลมโตของมินตราเบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ความลับที่เพิ่งรอดพ้นจากการถูกเปิดโปงอย่างหวุดหวิด ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... มันคือการเริ่มต้นของฝันร้ายขุมใหม่ ที่มีปีศาจร้ายผู้ถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จ รอคอยที่จะขย้ำเธออยู่ปลายทาง