ซ่า! ซ่า! เสียงคลื่นกระทบชายหาดยามค่ำคืนบนเกาะกลางทะเล มันควรจะเป็วิวที่งดงามสำหรับใครหลายคน แสงของดวงจันทร์และดวงดาวที่สะท้อนลงบนทะเล แต่กลับมีบางสิ่งที่ทำลายความงดงามนั้นทิ้งไป
บางอย่างค่อยๆผุดขึ้นมาจากผิวน้ำโดยอย่างเงียบเชียบ ร่างคล้ายมนุษย์แต่มีแสงสะท้อนบ่งบอกว่าสร้างมาจากโลหะ ดวงไฟสีแดงปรากฏขึ้นบนใบหน้าพร้อมกับที่จ้องมองไปรอบๆพร้อมกับส่งเสียงปี๊บๆออกมาก่อนที่มันจะพาร่างของตนเข้าไปในป่าอย่างเงียบงัน
พร้อมกับแท่งเหล็กในมือที่กระทบกับแสงเห็นเป็คราบสีแดงฉาน
ตอนนี้หญิงสาวทั้งสองกำลังตะลึงกับภาพตรงหน้า อาหารจำนวนมากที่สั่งมากำลังถูกเด็กหนุ่มกินเข้าไปจานแล้วจานเล่า ปริมาณที่กินเข้าไปนั้นเยอะกว่าร่างเล็กที่สูงเพียงแค่ร้อยห้าสิบเซนควรจะกินได้ไปหลายขุม
ย้อนกลับไปหลังจากที่เด็กหนุ่มบอกชื่อของตัวเองแล้ว พวกเธอยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อเสียงร้องก็ดังออกมาจากท้องของเด็กหนุ่ม พวกเธอก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆก่อนจะพามาที่ร้านอาหารเพราะจะถามเด็กที่พึ่งฟื้นและกำลังหิวต่อไปก็ใช่ที่ ตอนแรกก็สั่งเพียงแค่ไม่กี่จานเพราะพวกเธอกินกันมาแล้วและบอกให้เด็กหนุ่มกินให้เต็มที่จึงเป็ที่มาของมหกรรมซัดแหลกในตอนนี้นี่เอง ที่น่ากลัวคือเ้าตัวไม่ได้กินมูมมามแค่ตักอาหารเข้าปากไปเรื่อยๆจนจานมันซ้อนกันเป็สิบใบเลยทีเดียว
“ จะว่าไปไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยว่าเป็เด็กผู้ชาย ” ผิวขาวเนียน รูปร่างเล็ก หน้าตาก็น่ารัก เสียงถึงจะเรียบนิ่งแต่ก็สูงกว่าเสียงผู้ชายอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เหมือนเด็กผู้หญิงชัดๆ
“ นั่นสินะ เอ้า นี่จ้ะ ” เธอยื่นแก้วน้ำให้เด็กหนุ่มที่ท่าทางจะสำลักอาหาร เขารีบยกมันขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว
“ อึกๆๆ ขอบคุณมากครับ ” เขาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาไหว้ตามแบบฉบับของคนไทยแบบเก้ๆกังๆ ดูท่าทางจะเป็ลูกครึ่งแบบที่พวกเธอคิดจริงๆ สายตาจ้องมองมาที่พวกเธอเหมือนจะพูดอะไรต่อแล้วก็หยุดไป
“ อ๋อ! พวกพี่ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยสินะ ” เด็กหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ
“ พี่ชื่อเพียงจันทร์ นันทปภากร เรียกแค่จันทร์ก็พอ ส่วนคนข้างๆนี่ก็ชื่อ... ”
“ ดารา นันทปภากร เรียกว่าดาวก็ได้จ้ะ ” ดาวยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเด็กหนุ่ม ในขณะที่จันทร์ก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกบางอย่างออก
“ จะว่าไปนามสกุลของน้องล่ะ ” ถ้ารู้นามสกุลการจะหาตัวครอบครัวของเด็กทั้งสองก็จะง่ายขึ้น อย่างน้อยก็จำกัดขอบเขตค้นหาลงมาได้เยอะเลยทีเดียว ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือการกะพริบตาปริบๆกับท่าทางงงๆของเด็กหนุ่ม ส่งผลให้สองสาวผงะไป
“ หรือว่า...ไม่มีนามสกุลงั้นเหรอ ” อีกครั้งที่อีกฝ่ายพยักหน้าแทนคำตอบ นั่นทำให้การสนทนาหยุดไปทันควัน ระหว่างทางเดินกลับหลังจากจ่ายเงินค่าอาหารและกลับมาถึงบ้านพัก ทั้งสองคนก็เริ่มคุยกันเกี่ยวกับเื่ของเด็กหนุ่ม
“ เด็กคนนี้เป็ใครกันแน่ล่ะเนี่ย ” ระหว่างทางลองถามว่านั่งเรือแบบไหนมาก็ทำท่าทางงงๆ ถามถึงเด็กผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันก็ไม่รู้ สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้เขานั่งเฝ้าเด็กหญิงที่ยังคงหลับอยู่ ส่วนพวกเธอก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็ชุดนอน
“ คงต้องรอเด็กอีกคนตื่นก่อนนั่นแหละ หรือไม่งั้นจันทร์ก็โทรให้พี่กรช่วยสิ ” หน้าของหญิงสาวบูดบึ้งทันทีที่ได้ยินชื่อพี่ชายของตน
“ โทรไปแล้ว แต่ไม่มีคนรับ ” เป็แบบนี้ถ้าไม่ได้มีเคสด่วนก็คงหลับไปแล้ว แต่ถ้าให้เดาน่าจะเป็กรณีหลังมากกว่า เพื่อนเธอถึงได้อารมณ์เสียอยู่แบบนี้ ทำให้เธอได้แต่ยิ้มแห้งๆพลางเดินไปดูเด็กทั้งสองคน
“ อ้าว ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ ” เปิดประตูเข้าไปก็พบกับเด็กหนุ่มที่กำลังจะเดินออกมา บนเตียงมีเด็กสาวที่ตื่นแล้วนั่งอยู่ เธอกำลังมองไปรอบๆอย่างแปลกใจ
“ ที่นี่ที่ไหน ” ดวงตาสีฟ้าสีเดียวกับเส้นผมของเด็กสาวมองมาที่คนที่โตที่สุดในห้อง แต่คนที่ตอบกลับเป็เด็กหนุ่ม
“ ข้างนอกน่ะ ” คำตอบนั้นทำให้คนที่โตกว่างุนงง ผิดกลับเด็กสาวที่ตาเป็ประกายในทันทีแต่เธอก็ยังมองหาใครบางคนอยู่ดี และก็เป็เด็กหนุ่มที่รู้ว่าเธอมองหาใครอยู่
“ ลุงไม่ได้มาด้วยกันหรอก ” สีหน้าของเด็กสาวเปลี่ยนเป็มืดมนไปในทันที เธอทำท่าจะลุกออกจากเตียงแต่ก็ล้มลงไปนอนอีกรอบ แต่ก็ยังพยายามจะลุกขึ้นมาอีก
“ อย่าฝืนสิ ถึงจะไม่มีแผล แต่ร่างกายอ่อนแอมากนะ ตอนนี้ต้องนอนพักก่อน ” เป็คนที่โตกว่าที่เดินไปหา และบังคับให้เด็กสาวนอนลงไปแต่โดยดี ก่อนที่จะเดินออกไปตามเพื่อนของเธอ ทิ้งให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันเพราะทั้งคู่น่าจะสนิทกัน ซึ่งผิดถนัด
“ ทำไมถึงเป็นาย ” ดวงตาสีฟ้าตวัดมองร่างของเด็กหนุ่มด้วยอารมณ์โกรธ ทางด้านเด็กหนุ่มได้แต่ก้มหน้าลง
“ ขอโทษ ” เขาพูดได้เท่านี้ และก็เดินออกมาพบกับสองสาวที่ถือชามข้าวต้มสวนมา
“ พี่ทำมาให้เด็กคนนั้นน่ะ โลกาไปอาบน้ำก่อนเถอะ ชุดแขวนไว้แล้วล่ะ ” เขาพยักหน้าก่อนจะเดินไปอาบน้ำและเปลี่ยนชุด ก่อนที่เ้าตัวจะเดินออกไปที่ระเบียงแล้วจ้องมองเข้าไปในป่า
“ ‘สัญญาต้องเป็สัญญา’ สินะ ”