หลายวันผ่านไป—
่นี้ปารมีนั้นรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนของโรงเรียน ก็ดูเหมือนว่าเธอกำลังถูกจับตามองแถมมีเสียงซุบซิบ ๆ แต่พอเธอหันไปกลับไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ จนทำให้เธอนั้นหวาดระแวงไปหมด
เมื่อเดินมาถึงห้องแนะแนวซึ่งเป็ทั้งห้องทำงาน และเป็เขตปลอดภัยสำหรับเธอ เธอก็รู้สึกโล่งใจ พร้อมกับเดินไปที่โต๊ะด้วยท่าทีที่เหนื่อยอ่อน แต่เหนื่อยในที่นี้เธอนั้นเหนื่อยใจมากกว่า
“ทำไมรู้สึกว่าสายตาของนักเรียนที่มองเราแปลก ๆ ไปนะ...ให้ตายเถอะ น่าปวดหัวชะมัด”
ปารมีนั้นถอนหายใจพลางก้มมองดูนาฬิกาและตารางสอนที่เธอติดไว้ที่โต๊ะทำงานของเธอ
“เช้านี้ว่างสองคาบนี่น่า เฮ้อ— ค่อยยังชั่ว งั้นจัดห้องดีกว่า....”
หลังจากที่รู้สึกว่าได้เวลาในการหายใจหายคอแล้ว ปารมีก็เตรียมตัวเพื่อที่จะจัดห้องทำงานของเธอที่ดูเหมือนจะเริ่มรกขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่เธอเข้ามาเป็ครูแนะแนวได้เกือบสามเดือน แต่ไม่ทันได้ลงมืออะไรก็มีเสียงเอะอะโวยวายอยู่ด้านนอกห้อง พร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งอึกทึกเข้ามาใกล้ห้องทำงานของเธอ
“อาจารย์!! อาจารย์!!! มีคนตีกันอยู่ใต้ตึกคหกรรมค่ะ!!!”
นักเรียนหญิงคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นพร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน ปารมีที่กำลังจะฮัมเพลงเพื่อเก็บห้องก็ต้องชะงักงัน อารมณ์ที่กำลังเย็น ๆ ก็พุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
‘ไอ้เ้าพวกบ้า!!! เอาแต่เช้าเลยนะพวกเอ็ง!!!’
กร๊อบ!! เสียงไม้ปัดขนไก่ในมือของปารมีหัก พร้อมกับสีหน้าที่มีรอยยิ้มประดับทว่ากลับทำให้นักเรียนหญิงคนที่วิ่งมาตามเธอถึงกับกลืนน้ำลายดังเอือก
‘หืม— อาจารย์น่ากลัวเหมือนที่พวกนั้นบอกเลย’
-----------------
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ปารมีนั้นรู้สึกเหมือนกับพลังงานถูกสูบออกไปจนหมด กว่าจะถึงวันศุกร์เธอก็รู้สึกว่าร่างกายเธอนั้นเหมือนกับแบตโทรศัพท์ที่หมดเกลี้ยงกลับถึงคอนโดทีไรเธอจะรีบอาบน้ำและนอนทันที เพราะั้แ่เธอรับตำแหน่งอาจารย์ฝ่ายปกครองนั้น ก็มักจะมีเื่ให้เธอต้องไปแก้ปัญหาให้ไม่เว้นแต่ละวัน บ้างก็เป็เื่ทะเลาะตบตีกันธรรมดา บ้างก็เห็นเธอเป็ผู้หญิงอยากจะลองดีบ้าง บ้างก็ยกพวกไปตีกับโรงเรียนอื่นบ้าง จนทำให้เธอนั้นแทบอยากจะจับเ้าพวกตัวก่อเื่นั้นมาสอบวินัยเสียให้เข็ด
ปารมีดีใจมากที่ในที่สุดวันศุกร์ก็มาถึง เธอไม่เคยอยากให้วันศุกร์มาถึงเร็ว ๆ เหมือนเช่นวันนี้มาก่อนในชีวิต นี่เป็ครั้งแรก แม้ที่ทำงานเก่าจะมีความรู้สึกนี้ แต่เธอคิดว่ามันไม่แรงกล้าเท่ากับวันนี้แน่นอน
“เฮ้อ— ได้พักซะทีให้ตาย เหนื่อยชะมัด”
ปารมีบ่นขณะที่ทิ้งตัวนั่งที่โซฟาตรงโซนนั่งเล่น พร้อมกับบิดี้เีไล่ความเมื่อยล้า
“ออกไปหาอะไรกินดีกว่า— วันนี้ี้เีทำกับข้าว ขอสักวันหนึ่งเถอะ...”
ว่าแล้วเธอก็รีบลุกไปอาบน้ำอย่างกระดี๊กระด๊า เพราะพรุ่งนี้แล้วที่เป็วันหยุด เธอคิดว่าเธอจะพักให้เต็มที่ ให้สมกับที่ใช้พลังงานจัดการเ้าพวกเด็กแสบทั้งหลายไปจนหมดตลอดสัปดาห์
ปารมีเดินไปร้านข้าวต้มที่อยู่ในซอยข้าง ๆ คอนโดพร้อมกับสั่งอาหารที่ตัวเองอยากกินมาเต็มโต๊ะ จากนั้นก็จัดการอาหารเ่าั้ด้วยความหิวโหย และเมื่ออารมณ์หิวถูกระงับด้วยการกิน พร้อมกับความเหนื่อยล้าถูกเติมเต็มด้วยเหล่าอาหารรสชาติดีจนมันหายเป็ปลิดทิ้ง ปารมีก็เริ่มรู้สึกอยากจะกลับไปนอนพักผ่อนให้สมกับที่เป็คืนวันศุกร์
ทว่าเมื่อเธอเดินเตรียมจะกลับคอนโด เธอก็รู้สึกว่าเหมือนกับถูกจับตามองและถูกสะกดรอยตาม ตอนแรกเธอคิดว่าน่าจะเป็คนเดินถนนธรรมดา แต่เมื่อเธอลองเดินเข้าซอย ๆ หนึ่งที่ไม่ค่อยมีคน เธอก็แน่ใจแล้วว่าชายพวกนั้นสะกดรอยตามเธอมา
ั้แ่เมื่อไหร่?
จะว่าไปหลายวันมานี้เธอสังเกตเห็นรถแปลก ๆ มักจะจอดอยู่ที่หน้าคอนโดเธอ หรือไม่ก็บริเวณรอบ ๆ นั้น ตอนแรกเธอก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เธอก็บังเอิญเห็นรถคันนั้นที่หน้าโรงเรียนของเธอด้วย แต่่หลัง ๆ มานี้เธอไม่ได้สังเกตเพราะเธอนั้นเหนื่อยล้าเกินพอจะใส่ใจ
หรือว่ามันจะเกี่ยวกับรถคันนั้น ปารมีคิด พร้อมกับประมวลสมองหาหนทางในการที่จะหลีกจากสถานการณ์นี้ หัวใจที่มันเคยเต้นปกติก็เริ่มเต้นเร็วมากขึ้น จนเธอเริ่มจะหายใจลำบากขึ้นแล้ว
ท่าจะแย่ซะแล้ว—
เธอคิด เมื่อรู้แน่แล้วว่าชายพวกนั้นสะกดรอยตามเธอ เธอจึงรีบเดินออกจากซอยนั้นเพื่อไปยังที่มีคนเยอะ ๆ ยิ่งเธอเดินเข้าใกล้ปากซอยมากขึ้นเท่าไหร่ เสียงฝีเท้าที่ตามหลังเธอมานั้นก็เร่งมากขึ้นราวกับไม่ยอมให้เธอนั้นได้หลุดออกไปจากตรงนี้
ปารมีเริ่มสาวฝีเท้าของตัวเองให้เร็วมากขึ้นและอีกแค่ไม่กี่สิบเมตรก็จะออกจากซอยนี้แล้ว ก็ปรากฏเงาหนึ่งเข้ามาขวางทางเธออย่างรวดเร็ว
ตรงหน้าเธอมีชายคนหนึ่งสีหน้าดูไม่ค่อยเป็มิตรซักเท่าไหร่ยืนจ้องมาที่เธอ ส่วนด้านหลังนั้นก็มีชายอีกสองคนยืนล้อมหลังเธอเอาไว้ สถานการณ์ตอนนี้นั้นปารมีถูกบล็อกเอาไว้โดยสิ้นเชิง
ให้ตายสิ— เพิ่งกินข้าวไปเองนะ ต้องเอาออกแล้วเหรอ เสียดายจัง
ปารมีคิด พลางสอดสายตามองหาช่องทางที่จะเอาตัวรอดจากตรงนี้ พร้อมกับประเมินชายเ่าั้ด้วยว่ามีอาวุธติดมาด้วยหรือไม่ ถ้าสู้ด้วยมือเปล่า เธอคิดว่าแค่สามคนสำหรับเธอแล้วไม่เป็ปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าอีกฝ่ายมีอาวุธ มันก็อีกเื่—
“ขอโทษนะคะ— กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ”
เธอทำใจดีสู้เสือ ยิ้มพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทำท่าทีราวกับหญิงสาวธรรมดา เพื่อให้ชายเ่าั้เข้าใจผิดว่าอาจจะจำคนผิดก็ได้ แต่ว่า—
“เฮ้ย— ใช่คนนี้แน่ใช่มั้ย”
ชายที่ขวางทางเธอะโข้ามหัวถามเพื่อนของตนเสียงดัง
“ใช่พี่— คนนี้แหละ”
และเสียงที่ตอบกลับมา มันทำให้ปารมีนั้นต้องถอนหายใจพร้อมกับยืนทำสมาธิอีกครั้ง สงสัยว่าเธอคงไม่มีทางเลือก เพราะไม่งั้นเธอไม่รอดแน่ ๆ
“เสียใจด้วยนะนังหนู— ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าไปทำอะไรใครเอาไว้ แต่เขาจ้างข้ามาข้าจึงต้องทำงานให้เสร็จ ไม่ต้องห่วงคนที่จ้างพวกข้ามายังพอมีเมตตาอยู่บ้าง เพราะเขาบอกว่าแค่สั่งสอน ไม่ต้องให้ถึงตาย...”
ชายที่ขวางหน้าเธอนั้นพูดขึ้นพร้อมกับค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเธอ จากลักษณะแล้วน่าจะเป็พวกนักเลงธรรมดา เพราะร่างที่ผอมสูงชะลูด กับท่าทางที่กร่างเหมือนกุ๊ยทั่วไป เธอคิดว่าคงจัดการได้ไม่ยาก
ส่วนอีกสองคนนั้นคนหนึ่งก็ตัวประมาณเธอ ลักษณะก็คล้าย ๆ กัน ส่วนอีกคนนั้นก็รูปร่างอ้วนใหญ่ทว่าก็ไม่ต่างกับอีกสองคนนั้น
“ถ้างั้นพวกพี่พอจะบอกฉันได้มั้ยละคะ...ว่าใครกันที่จ้างพวกพี่มา”
ปารมีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัด ๆ ให้ดูน่ารัก ทั้ง ๆ ที่ในใจนั้นแทบอยากจะไปกระชากชายคนนั้นจับทุ่ม และะโเตะก้านคอพวกที่เหลือให้เดี้ยงเสียเดี๋ยวนั้น
แต่นั่นเธอจะเอาไว้เป็วิธีสุดท้าย ก่อนอื่นก็ต้องเจรจาก่อน ซึ่งเธอคาดเอาไว้ว่าน่าจะไม่ได้ผล
“อุ๊บ ฮ่าๆๆๆๆ แหม ๆ ไม่เคยเจอเหยื่อแบบนี้มาก่อนเลยนะ...คิดว่าพวกพี่จะตอบหรือไงจ๊ะ”
พวกชายเ่าั้ต่างก็หัวเราะเยาะปารมี พร้อมสายตาดูแคลนที่มองมาทางเธอ ปารมีเห็นดังนั้นก็ยิ้มจากนั้นแววตาของเธอก็เปลี่ยนไปฉับพลัน มันคมกริบและเรียบนิ่ง ก่อนที่เธอจะพุ่งไปซัดหมัดใส่ชายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
หมัดขวาของเธอนั้นกระแทกไปยังลูกกระเดือกของเป้าหมายอย่างแม่นยำ จากนั้นเธอก็ถอยมาอีกนิดก่อนจะหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาะโเตะก้านคอชายคนนั้นจนกระเด็นสลบไป
ชายอีกสองคนที่กำลังหัวเราะอยู่นั้น เห็นเพื่อนของตัวเองถูกจัดการในเวลาไม่ถึงนาที ก็ชะงักค้าง พร้อมกับกรูมาหาเธอพร้อมกัน
ปารมีนั้นหันมาประจันหน้าชายทั้งคู่ก่อนที่จะตั้งท่ารับอย่างใจเย็น ชายคนหนึ่งพุ่งหมัดเข้ามาที่เธออย่างเร็ว ทว่าเธอนั้นคอยอยู่แล้ว เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยมือซ้ายปัดหมัดเบา ๆ พร้อมกับสวนหมัดขวาเข้าที่ลิ้นปี่อย่างจัง จากนั้นก็ถอยมาครึ่งก้าวแล้ววาดเท้าขวาเป็ครึ่งวงกลมแล้วตอกส้นเท้าใส่ศีรษะชายคนนั้นจนลงไปน็อคกับพื้นเป็คนที่สอง
คนที่สามที่เห็นเพื่อนถูกทำร้ายจนสลบถึงสองคน จึงควักบางอย่างออกมาจากด้านหลัง เมื่อปารมีเห็นเธอก็ชะงักค้างทันทีที่เห็นวัตถุสีดำมะเมื่อมจ่อชี้มาที่เธอ
มันคือ CZ75 ปืนพกขนาด 9 มม.!!
เวรแล้วไง— ปารมีพยายามควบคุมลมหายใจของเธอที่ตอนนี้มันเริ่มจะถี่เพราะอาการแพนิค พร้อมกับจ้องไปที่ชายร่างใหญ่คนนั้นเขม็ง โดยไม่ลืมที่จะหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้
ปืนชนิดนี้เป็ปืนเซมิออโต้ ระยะหวังผล 50 เมตร ซึ่งตอนนี้เธออยู่ในระยะที่ถ้าชายคนนั้นลั่นไกเมื่อไหร่โดนเธอร้อยเปอร์เซน และถ้าจะหันหลังวิ่งหนีละก็ แรงขาคนนั้นไม่สามารถวิ่งหนีะุได้ทันแน่นอน
ไม่คิดว่าพวกมันจะมีของเล่นมากันด้วย— สงสัยคนที่จ้างมาน่าจะกระเป๋าหนักพอควร ระยะห่างระหว่างเธอกับชายคนนั้นที่กำลังถือปืนจ่อเธออยู่ นิ้วโป้งขึ้นนกเอาไว้เตรียมรอยิง ทำให้ปารมียิ่งเร่งคิดหาทางเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว
ฉันจะมาตายตรงนี้ไม่ได้นะ!!
ขณะที่ปารมียืนคิดจนหัวแทบแตก มือไม้เย็นเฉียบอยู่นั้น ก็พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังชายคนนั้นมาจากไกล ๆ
“หยุดนะ!!นี่เ้าหน้าที่ตำรวจ!!”
ชายคนนั้นหันไปมองทางด้านหลังของตัวเองอย่างใ ปารมีเห็นจังหวะที่ชายคนนั้นกำลังสนใจตำรวจที่กำลังวิ่งมาอยู่นั้น เธอก็รีบวิ่งเข้าไปเตะที่มือชายคนนั้นจนปืนหลุดออกจากมือ จากนั้นไม่รอให้ชายคนนั้นได้ตั้งตัว เธอก็จัดการะโหมุนตัวเตะก้านคอชายคนนั้นจนทรุดสลบคาที่ก่อนที่ตำรวจจะวิ่งมาถึงไม่นานนัก
“โหน้อง— จัดการคนเดียวเลยเหรอเนี่ย”
ตำรวจที่เพิ่งวิ่งมาถึงนั้นต่างก็ยืนอึ้งอยู่กับคนร้ายสามคนที่นอนสลบเหมือดกระจัดกระจาย ปารมีที่เห็นว่าเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายแล้วเธอก็ปล่อยร่างเธอทรุดลงทันที เพราะตอนนี้เธอเริ่มจะควบคุมอาการแพนิคของเธอไม่ไหวแล้ว
“เฮ้ย— น้องเป็อะไร!!”
ตำรวจคนที่เพิ่งถามเธอเมื่อสักครู่ใที่อยู่ ๆ ปารมีนั้นก็ทรุดลงพร้อมกับที่เธอมีอาการมือเกร็งสั่น มือหนึ่งเอามือทาบอกราวกับกำลังทรมาน ลมหายใจถี่กระชั้น
“หมู่— หมู่— เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า!!”
“ครับ!!”
ไม่นานทั้งรถตำรวจและรถพยาบาลก็มาถึง ทำเอาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นถึงกับงงงวยว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น
หลังจากที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนขึ้นรถไปโรงพยาบาลเพราะถูกปารมีจัดการจนสลบ พร้อมกับปารมีนั้น ในเงามืดไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนักก็ปรากฏชายคนหนึ่งที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์ สายตานั้นมองยังที่ที่เพิ่งเกิดเหตุเมื่อครู่อย่างใจเย็น
“ครับ— ตอนนี้ตำรวจมาแล้วครับ ส่วนผู้หญิงคนนั้นรู้สึกว่าจะเป็อะไรสักอย่างจู่ ๆ ก็ทรุดลงไป ขึ้นรถพยาบาลไปแล้วครับ”
[...........จับตาดูต่อไป]
“รับทราบครับ คุณนักรบ”
--------------------
นักรบนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่จากคนที่เขาสั่งให้ติดตามปารมี คอยรายงานและถ่ายคลิปความเคลื่อนไหวของเธอส่งให้เขาดูทุกวัน
หลังจากวันนั้น เขาก็คอยสังเกตการณ์ทั้งคนของเขาและปารมีไปด้วย เพราะคิดว่าทั้งคู่น่าจะหาโอกาสนัดพบกัน แต่ทว่ามันกลับเป็สิ่งที่เขาไม่คาดคิด หรือว่ามีอะไรที่เขาคาดการณ์ผิดไป
จะว่าไปท่าทีของปารมีในวันนั้นก็แปลกจากที่คาดเดาเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเขาคงต้องสืบดูให้ลึกกว่านี้อีกหน่อยเสียแล้ว
หน้าจอแทบเล็ตเขามีคลิปปารมีที่กำลังต่อสู้กับคนร้ายสามคนเล่นวนซ้ำ ๆ ไปมา นักรบมองที่คลิปพร้อมกับนึกถึงอาการของปารมีหลังจากที่สู้เสร็จเขาก็เริ่มสงสัยขึ้นมาอีก
‘เธอเป็อะไรกันแน่!!’
โชคดีที่คนของเขาโทรแจ้งตำรวจก่อนและก็มาทันเวลาพอดี อาจจะดูใจร้ายที่คนของเขาไม่ได้ไปช่วย แต่ว่าสำหรับเขานั้นเขายังไม่ไว้วางใจปารมีง่าย ๆ ยิ่งเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนบางคนที่ทุจริตในบริษัทเขาแล้วด้วยนั้น เขายิ่งไม่ไว้ใจมากขึ้นไปอีก ดังนั้นเขาจึงต้องจับตาดูไปเรื่อย ๆ จนแน่ใจ
เขาจ้องไปที่คนร้ายทั้งสามคนที่เข้ามาทำร้ายปารมี สงสัยว่ามันเป็แค่เื่บังเอิญของจิ๊กโก๋แถวนั้น หรือมีใครจ้างมาอีกที ดูเหมือนว่าปารมีกับพวกนั้นจะคุยอะไรกันด้วย แต่เขาไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน เพราะถ่ายห่างจากที่เกิดเหตุพอสมควร
หรือว่าเขาควรจะลงมือด้วยตัวเองดี—
โปรดติดตามตอนต่อไป