ตอนที่ 20 บังเอิญเจอ
“กู้ชวน นายสอบเป็ยังไงบ้าง” เจียงฉือมาหยุดยืนข้างๆ เด็กหนุ่ม ก่อนจะถามด้วยรอยยิ้ม
กู้ชวนไม่ได้ตอบอะไร หยิบถุงร้อนที่อุณหภูมิอุ่นร้อนแล้วจากกระเป๋าเสื้อส่งให้เขา
เจียงฉือเห็นเขาเงียบไม่พูดไม่จา ก็คิดว่าเผลอไปสะกิดโดนแผล เลยปลอบเขายิ้มๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก “ไม่เป็ไรนะ ข้อสอบคราวนี้ยากมาก” พูดจบ ก็มองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
“ไปกันเถอะ” กู้ชวนกล่าว
เจียงฉือเห็นว่าบนใบหน้าของเขาไม่มีเค้าลางความโกรธ ก็ยื่นมือออกไปรับของในมือเขา ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินไปร้านอาหารด้วยกัน…
พอเข้ามาในร้านอาหาร เจียงฉือก็เปลี่ยนชุดและเริ่มทำงาน กู้ชวนนั่งอยู่มุมหนึ่ง แต่ไม่ได้สั่งอาหาร สายตาของเขาไล่ตามเงาร่างที่กำลังยุ่งอยู่กับงานของเด็กหนุ่ม รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอยู่ภายในใจ
“พี่ ทำไมพี่ถึงอยากมากินข้าวที่นี่ล่ะ” ด้านนอกร้าน สวี่หลิงเอ๋อร์มองสวี่กู้แล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไร ก็แค่อยากมาที่นี่” สวี่กู้ตอบ สายตามองลอดผ่านประตูกระจกเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านใน ตอบโดยที่จิตใจไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว
“ก็ได้”
สวี่หลิงเอ๋อร์บุ้ยปากมองพี่ชายที่อยู่ๆ ก็สนใจอย่างอื่น ก่อนจะผลักประตูเข้าไป
“ยินดีต้อนรับครับ ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับ” เจียงฉือเอ่ยถามโดยใช้ท่าทางปกติในการรับลูกค้า
“โอ๊ะ ว่าที่เพื่อนร่วมโต๊ะ” อยู่ๆ สวี่กู้ก็โพล่งขึ้นมาจากด้านหลังของสวี่หลิงเอ๋อร์ และพูดหยอกล้อด้วยใบหน้าทะเล้น
เจียงฉือเห็นสวี่กู้ก็หุบยิ้มทันที หัวคิ้วขมวดเป็ปมแน่น กู้ชวนที่อยู่ไกลๆ สังเกตเห็นความผิดปกติของเขา จึงมองตามสายตาเขาไป แล้วอารมณ์ก็ไม่ดีไปด้วยทันที
สวี่กู้เห็นสีหน้าอึดอัดของเจียงฉือก็หมดอารมณ์
“เอาซี่โครงนึ่งสองที่” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเจือไปด้วยความไม่พอใจ พูดจบก็มองแผ่นหลังที่ไกลออกไปของอีกฝ่าย แล้วลากสวี่หลิงเอ๋อร์ไปนั่งตรงที่นั่งใกล้ประตูอย่างฉุนเฉียว
“พี่ พี่สนใจผู้ชายคนนั้นเหรอ” สวี่หลิงเอ๋อร์ถามด้วยสีหน้าท่าทางมีเลศนัย
“เปล่า” สวี่กู้ตอบอย่างอึกอัก
สวี่หลิงเอ๋อร์มองพี่ชายที่โตมาด้วยกันั้แ่เด็ก เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน พี่ชายจึงสนิทกับเธอเพียงคนเดียว ดังนั้นตอนที่เธออายุหกขวบ พี่ชายจึงบอกเธอว่า เขาอาจจะแตกต่างจากคนอื่น ตอนนั้นเธอยังเด็กก็เลยไม่เข้าใจความหมายของเขา ต่อมาพอโตขึ้นถึงได้ค่อยๆ เข้าใจว่า ที่เขาบอกว่าแตกต่างก็คือเขาไม่ชอบผู้หญิง แต่ที่เขาทำเล่นๆ กับพวกผู้หญิงก็เพื่อปิดบังเื่นี้จากสายตาของคนอื่น สวี่หลิงเอ๋อร์ครุ่นคิด ก่อนจะมองไปยังพี่ชายที่ตอนนี้สีหน้าฝืดเฝื่อนด้วยความเข้าอกเข้าใจ แล้วเอ่ยอย่างหนักแน่นว่า “พี่ เดี๋ยวฉันจะช่วยพี่เอง”
สวี่กู้ได้ฟังคำพูดของน้องสาว ในใจก็รู้สึกยินดีเล็กน้อย ขณะที่เขากำลังรอให้เจียงฉือมาเสิร์ฟอาหารอย่างใจจดใจจ่ออยู่นั้น ใครจะรู้ว่า…
“สวัสดีครับ ซี่โครงนึ่งสองที่ที่คุณสั่งได้แล้วครับ” เสียงของชายแปลกหน้าดังขึ้น
สวี่กู้มองพนักงานตรงหน้า และจ้องเขาเขม็งด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
พนักงานถูกเขาจ้องจนหนังศีรษะชาดิก
“โอเค นายไปเถอะ!” เสียงไพเราะของสวี่หลิงเอ๋อร์ดังขึ้น พลางยิ้มสวยให้ชายหนุ่ม
พนักงานเสิร์ฟเห็นใบหน้าสวยของเธอ หน้าพลันแดงก่ำทันที ก่อนเขาจะจากไปอย่างเขินอาย
“ฮิๆ พี่เองก็กินแห้วเหมือนกันนี่นา” สวี่หลิงเอ๋อร์หันกลับมาหัวเราะเยาะพี่ชายตัวเอง
สวี่กู้ไม่สนใจเธอ สายตาสอดส่องหาเงาร่างของเจียงฉือไปทั่ว แล้วก็พบว่าเจียงฉือยกถาดอาหารไปนั่งตรงข้ามกับชายคนหนึ่งด้วยรอยยิ้ม ผู้ชายคนนั้นหันหลังให้เขา ทว่ามองจากเงาด้านหลังก็พอจะคุ้นตาอยู่บ้าง
“เอาน่า เลิกมองได้แล้ว มองจนลูกตาจะหลุดออกมาอยู่แล้วนะ ฉันจะช่วยขอช่องทางติดต่อของเขาให้พี่เอง” พูดจบ สวี่หลิงเอ๋อร์ก็ลุกขึ้นและเดินไปหาเจียงฉือ
“จะถือสาไหมคะ ถ้าฉันจะขออนุญาตนั่งร่วมโต๊ะด้วย” สวี่หลิงเอ๋อร์พูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม
เจียงฉืออยากจะตอบออกไปมากว่าถือสา เขาไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า แต่พอคิดได้ว่าถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็ร้านของเถ้าแก่เนี้ย และเถ้าแก่เนี้ยก็ดีกับเขามาก จะทำให้ลูกค้าต้องขุ่นเคืองเพียงเพราะความรู้สึกไม่ชอบไม่ได้ สุดท้ายจึงพยักหน้าตอบรับ
“กู้ชวนเหรอ” สวี่หลิงเอ๋อร์หันหลังเตรียมจะไปพาพี่ชายของตนมา ก็สังเกตเห็นผู้ชายที่นั่งตรงข้ามกับเจียงฉือเข้าเสียก่อน จึงเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“พี่คะ” สวี่หลิงเอ๋อร์กวักมือส่งสัญญาณให้พี่ชายมาตรงนี้ ก่อนจะมายืนอยู่ตรงหน้ากู้ชวนอย่างดีอกดีใจ ขณะที่คิดจะนั่งลง ก็ได้ยินเสียงเ็าของอีกฝ่ายพูดขึ้นว่า “เจียงฉือ นายมาตรงนี้”
เจียงฉือเห็นสีหน้าบึ้งตึงของกู้ชวน ก็รู้ว่าเขาไม่ชอบคบค้าสมาคมกับคนอื่น ก็เลยยิ้มแหยๆ ให้สวี่หลิงเอ๋อร์และลุกขึ้นไปนั่งข้างเขา