จรดไว้ในทรวงว่า...

    ๑๒. นางฟ้าแม่สื่อ


    หนึ่งนาฏกลับขึ้นเวทีรอบนี้ร้องเพลงสากลฟังเบาสบาย ผ่อนบรรยากาศให้เย็นลงก่อนไนต์คลับปิดราวหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า จบเพลงเธอกล่าวขอบคุณแขกทุกท่านและขอมอบเพลงสุดท้ายของเธอในคืนนี้  จากโต๊ะมุมท้ายสุดธเจตเห็นภาพกว้างทั่วทั้งคลับ  ขณะนี้ชายผมเกรียนในชุดคล้ายเป็๞เครื่องแบบลุกจากโต๊ะหน้าเวทีไปยื่นกระดาษให้นักร้องสาว  เธออ่านแล้วท่าทางผิดแปลกไปทันที 

            ไม่ใช่ข้อความขอเพลง... 

            นายทหารหนุ่มขยับตัวยืดตรง  ชายอายุสักสี่สิบใส่เชิ้ตผ้ามันลายฉูดฉาดทับด้วยสูทสีสดสวมสร้อยคอทองคำเส้นโต  ลุกเดินมองซ้ายมองขวาออกจากคลับไปกับลูกน้องผมเกรียน  ปล่อยอีกสองคนไว้ที่โต๊ะ  เขาอ่านสถานการณ์เชื่อว่าทั้งคู่จะเคลื่อนไหวเมื่อนักร้องสาวลงจากเวทีในอีกไม่กี่นาที  ถึงยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางพอจะตัดสินแต่มีเหตุผิดปกติ  อาการชะงักเมื่ออ่านโน้ตข้อความของหนึ่งนาฏกระตุ้นให้เตรียมพร้อม...สำหรับอะไรก็ยังไม่รู้ 

            ดนตรีนำเข้าเพลงถัดไปขึ้น  ธเจตกะจังหวะเวลา  จวนจบเพลงออกจากโต๊ะก้าวช้า ๆ ไปทางเวที  ปรากฏว่าลูกน้องเสี่ยลุกขึ้นตามคาดหมายและเข้าหานักร้องสาวที่ลงจากเวที  เขาเดินสวนสองคนนั้นทางด้านหลังไปยังบริกรชายคนที่เล็งไว้  ยื่นธนบัตรจ่ายค่าบริการบอกไม่ต้องทอน  จากจุดที่ยืนคำนวณระยะห่างพอได้ยินแต่ไม่ใกล้จนน่าสงสัย  จับเสียงค่อยที่ลอยมา 

            “ขอเชิญคุณหนึ่งนาฏให้เกียรติท่านสักมื้อครับ” 

            “ข้าวต้มครัวหลวง  ใกล้ ๆนี่เองครับ”  เสียงอีกคนเสริม 

            เมื่อเขาหันกลับนักร้องสาวกำลังเดินลิ่วออกประตูทางเข้าไนต์คลับ  ลูกน้องเสี่ยสองคนตามหลัง  ภาพเบื้องหน้าจะมองว่าหล่อนเต็มใจรับคำเชิญก็ได้  ใส่ส้นสูงจ้ำพรวด ๆ เพราะเสี่ยรออยู่  หรือไม่สมัครใจจะมองว่าถูกประกบตามก็ได้จึงเร่งฝีเท้าให้พ้นๆ  

            หากเป็๲อย่างแรก  ความห่วงใยจะกลายเป็๲หมูเขาจะหามเอาคานเข้าไปสอด  ฉะนั้นจุดชี้ขาดคือนักร้องสาวเต็มใจไปต่อข้างนอกกับแขกหรือไม่  ยังสรุปไม่ได้ว่าเข้าหาหรือหลีกเลี่ยง  นักบินหนุ่มไม่เสี่ยงทำสิ่งใดโดยไม่มั่นใจจึงเพียงก้าวอย่างนิ่งสงบไปทางเดียวกับทั้งสามคน  คาดการณ์ว่าภายนอกโรงแรมจะมีรถจอดรอและนายเสี่ยคอยอยู่ในนั้น 

            ถึงลานจอดรถเขากวาดตามองรอบบริเวณ ข้างหน้าคือนักร้องสาวกำลังมุ่งไปยังรถยนต์คันเล็กค่อนข้างเก่าน่าจะเป็๞ของตัวเอง  ชำเลืองซ้ายรถตู้สีดำคันใหญ่จอดอยู่ไม่ห่างนัก  คันนั้น...ใช่ ข้างหลังคือจุดจอดรถของเขา  ข้างขวาเป็๞ทางออกถนน  ขณะนี้สมุนสองนายตามไปหยุดยืนขนาบซ้ายขวาและเจรจาบางอย่างกับหนึ่งนาฏ  สัญชาตญาณสั่งเขาคำนวณฉับพลัน 4 ต่อ 1 ไม่รอด !  ยังไม่รวมว่าน่าจะมีอาวุธ  อาจไม่อยู่กับตัวแต่ในรถ  เสี่ยงจะพาตัวเองไปปะทะความรุนแรง  เขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว เชื่อในสายตาตนเองว่าไม่เคยเห็นนักร้องสาวเยื้องย่างทิ้งหางตาให้ลูกค้าชาย  เวลาจำกัดนักบินหนุ่มตัดสินใจทันที  สาวเท้าไปสบาย ๆ พลางร้องทักทาย  

            “สวัสดีครับคุณหนึ่งนาฏ” 

            นักร้องสาวหันขวับ  แววตาตื่นตระหนกฉายประกายดีใจ  เขาคาดคะเนไม่ผิด 

            “กลับยังไงครับวันนี้”  ถามราวกับรู้จักกันมาก่อน 

            “ดิฉันขับรถมาค่ะ”  ตอบราวกับคุ้นเคยเช่นกัน 

            ลูกน้องเสี่ยมองหน้ากันแล้วถอนตัวไปเงียบ ๆ  ฝ่ายหนุ่มนักบินย่างเท้าอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงนักร้องสาว  ต้องเร่งให้หลุดจากสถานการณ์ตรงหน้า  พูดเบาลงให้ได้ยินกันสองคน  “ขอขับรถตามไปเป็๲เพื่อนนะครับ  ผมมาดี” เขาปรายตายังรถตู้ดำทะมึนซึ่งลูกน้องเสี่ยตรงดิ่งไป  หนึ่งนาฏรู้ว่าชายผู้เข้ามาแทรกแซงหมายถึงอะไร  พยักหน้ารับนิด ๆ แล้วเดินไปยังม้าสดาคูเป้คันเล็กด้วยกัน 

             

            ระหว่างขับรถไปตามเส้นทางกลับบ้านจิตใจค่อยสงบลง  นักร้องสาวนึกแปลกใจตัวเองขึ้นครามครันที่ตอบรับเขาทันควันไม่อึกอักสักนิด  ลูกค้าหนุ่มคนนั้น...ปกติเห็นที่แมนดารินบ่อยสุดและเฉพาะสุดสัปดาห์  มาเดี่ยวทุกครั้งนั่งฟังเพลงจิบเบียร์ไม่เกินสองแก้วกับแกล้มนิดหน่อย  ไม่เคยเสียกิริยาด้วยอิทธิพลแอลกอฮอล์  สาว ๆ ที่ทำงานชอบเขากันทุกคน  ทิปหนักสุภาพไม่รุ่มร่าม  สมาร์ทเดินตัวตรงอกผายไหล่ผึ่ง  เมื่อครู่ตอนเขาตรงมาที่เธอก็เช่นกัน  จังหวะก้าวเท้ามั่นคงแกว่งแขนสลับสม่ำเสมอไม่ลอกแลก  เธอรู้สึกว่าเขาไว้ใจได้  อย่างน้อยเขาก็แสดงเจตนาอย่างเปิดเผยและขอความยินยอมให้มาส่งจากเธอก่อน 

            ตอนได้รับแผ่นโน้ตชวนไปกินมื้อดึกหลังเลิกงานเธอเหลียวหาผู้จัดการแต่ไม่เห็น  บวกกับเกรงใจที่เขาช่วยรับหน้าแทนหนหนึ่งแล้ว  ร้องเพลงจบตั้งใจจะรีบกลับเข้าพื้นที่เฉพาะพนักงานด้านหลัง  เชื่อว่านั่นเป็๞คำตอบปฏิเสธที่ชัดเจนพอ  หากแต่ถูกตื๊อทันทีที่ลงจากเวที  เธอตัดสินใจทิ้งกระเป๋าที่มีเพียงเครื่องแต่งหน้าและของกระจุกกระจิกไว้ห้องแต่งตัว  ตรงออกประตูเดียวกับลูกค้าคนพลุกพล่านกว่า  ทำใจดีสู้เสือว่าขอแค่ถึงรถก็ขับกลับบ้านได้  คงไม่บ้าระห่ำฉุดลากกลางลานมีทั้งยามและพนักงานรับรถซึ่งรู้จักเธอทั้งนั้น  ที่ไหนได้เสี่ยนั่นยังไม่ละมือ  คงนึกว่าเธอแค่ทำเล่นตัว  แม้ว่าไม่มีเหตุร้ายหรือใช้กำลังบังคับเกิดขึ้นเธอรู้สึกถูกคุกคาม  อย่างไรก็ตามขณะนี้ไร้เงารถตู้สีดำ  มีแต่รถสปอร์ตสีเขียวมะกอกขับตามหลัง 

            ยามวิกาลรถบนท้องถนนบางตา  นักร้องสาวชักชั่งน้ำหนักไม่ถูกระหว่างอุ่นใจกับขุ่นใจที่ปล่อยให้ชายกึ่งแปลกหน้าขับรถตามมาถึงบ้าน  แม้ด้วยอาชีพเธอใช้อารมณ์ถ่ายทอดบทเพลง  แต่ในฐานะผู้หญิงทำงานดึกดื่นเธอไม่เลือกจะเชื่อความรู้สึกยิ่งกว่าความไม่ประมาท  คราวนี้ออกนอกกฎของตัวเอง  ทำไงได้...มาถึงขนาดนี้แล้ว  หากใครสักคนจะลอบตามเพื่อรู้ที่อยู่ก็ทำได้ไม่ยากอยู่ดี 

            เธอชำเลืองกระจกข้างรถ  ชายที่ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อขับตามมา... 

     

    เรืออากาศโท หม่อมราชวงศ์ธเจตรู้สึกราวเหินลอยเหยียบคันเร่งพารถแล่นฉิวสู่วังอักขระกานต์  เพราะคุณหญิงวิมุขมาศอยากให้พาไปฟังเพลงที่แมนดารินแท้ๆ เชียว  หนุนส่งให้เขาได้รู้จักหนึ่งนาฏเป็๞การส่วนตัวหลังเงื้อง่ารอรีมานับเดือน ปากแดงจะรู้ตัวไหม...ป่วนประสาทจนเขาต้องเลื่อนหลีกมามณเฑียร  จับพลัดจับผลูได้ปกป้องหนึ่งนาฏ  เขยิบข้ามขั้นไปรู้จักบ้านช่อง  เธอกล่าวขอบคุณและถามชื่อเขา  สนทนาต่ออีกนิดหน่อยว่าเธอเดินสายร้องเพลงสามสี่แห่งต่อคืน  เลิกงานตรงกลับบ้านไม่เคยเจอปัญหา  มีลูกค้าชวนทีเล่นทีจริงบ้างแต่ไม่มีใครขนาดตามถึงรถ 

            นึกไปยิ้มกริ่มไป  ครั้งนี้ถือว่ารัมภาเพียงพิศทำดีมีผลงาน  เกือบลืมสนิท...สมัยเด็กเวลาเถาเล็กเชื่อฟังทำให้อารมณ์ดี  เขาเคยพาลอดรั้วหลังวังข้ามไปฝั่งตลาด  ตกรางวัลเป็๲ไอศกรีมรถเข็น  สั่นกระดิ่งทองเหลืองกริ๊ง ๆ เรียกเด็ก ๆ  เถาเล็กปากห้อยตาลุกวาว  ข้าวเหนียว-ลูกชิด-มันเชื่อม-สับปะรดเชื่อม ตามแต่จะเลือกให้พ่อค้าตักใส่ขนมปังผ่ากลางตามด้วยไอศกรีมกะทิราดนมข้นจืดโปะถั่วลิสง ขำหน้าเด็กชาววังเกิดมาไม่เคยกินไอศกรีมขนมปังรถเข็น 

            คุณชายธเจตผิวปากหวืออารมณ์ดีเปิดประทุนแอสตัน มาร์ตินรับลมยามดึก 

            ยังไงต้องขอบใจ...นางฟ้าแม่สื่อ  


    นิยายแนะนำ