หนึ่งนาฏกลับขึ้นเวทีรอบนี้ร้องเพลงสากลฟังเบาสบาย ผ่อนบรรยากาศให้เย็นลงก่อนไนต์คลับปิดราวหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า จบเพลงเธอกล่าวขอบคุณแขกทุกท่านและขอมอบเพลงสุดท้ายของเธอในคืนนี้ จากโต๊ะมุมท้ายสุดธเจตเห็นภาพกว้างทั่วทั้งคลับ ขณะนี้ชายผมเกรียนในชุดคล้ายเป็เครื่องแบบลุกจากโต๊ะหน้าเวทีไปยื่นกระดาษให้นักร้องสาว เธออ่านแล้วท่าทางผิดแปลกไปทันที
ไม่ใช่ข้อความขอเพลง...
นายทหารหนุ่มขยับตัวยืดตรง ชายอายุสักสี่สิบใส่เชิ้ตผ้ามันลายฉูดฉาดทับด้วยสูทสีสดสวมสร้อยคอทองคำเส้นโต ลุกเดินมองซ้ายมองขวาออกจากคลับไปกับลูกน้องผมเกรียน ปล่อยอีกสองคนไว้ที่โต๊ะ เขาอ่านสถานการณ์เชื่อว่าทั้งคู่จะเคลื่อนไหวเมื่อนักร้องสาวลงจากเวทีในอีกไม่กี่นาที ถึงยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางพอจะตัดสินแต่มีเหตุผิดปกติ อาการชะงักเมื่ออ่านโน้ตข้อความของหนึ่งนาฏกระตุ้นให้เตรียมพร้อม...สำหรับอะไรก็ยังไม่รู้
ดนตรีนำเข้าเพลงถัดไปขึ้น ธเจตกะจังหวะเวลา จวนจบเพลงออกจากโต๊ะก้าวช้า ๆ ไปทางเวที ปรากฏว่าลูกน้องเสี่ยลุกขึ้นตามคาดหมายและเข้าหานักร้องสาวที่ลงจากเวที เขาเดินสวนสองคนนั้นทางด้านหลังไปยังบริกรชายคนที่เล็งไว้ ยื่นธนบัตรจ่ายค่าบริการบอกไม่ต้องทอน จากจุดที่ยืนคำนวณระยะห่างพอได้ยินแต่ไม่ใกล้จนน่าสงสัย จับเสียงค่อยที่ลอยมา
“ขอเชิญคุณหนึ่งนาฏให้เกียรติท่านสักมื้อครับ”
“ข้าวต้มครัวหลวง ใกล้ ๆนี่เองครับ” เสียงอีกคนเสริม
เมื่อเขาหันกลับนักร้องสาวกำลังเดินลิ่วออกประตูทางเข้าไนต์คลับ ลูกน้องเสี่ยสองคนตามหลัง ภาพเบื้องหน้าจะมองว่าหล่อนเต็มใจรับคำเชิญก็ได้ ใส่ส้นสูงจ้ำพรวด ๆ เพราะเสี่ยรออยู่ หรือไม่สมัครใจจะมองว่าถูกประกบตามก็ได้จึงเร่งฝีเท้าให้พ้นๆ
หากเป็อย่างแรก ความห่วงใยจะกลายเป็หมูเขาจะหามเอาคานเข้าไปสอด ฉะนั้นจุดชี้ขาดคือนักร้องสาวเต็มใจไปต่อข้างนอกกับแขกหรือไม่ ยังสรุปไม่ได้ว่าเข้าหาหรือหลีกเลี่ยง นักบินหนุ่มไม่เสี่ยงทำสิ่งใดโดยไม่มั่นใจจึงเพียงก้าวอย่างนิ่งสงบไปทางเดียวกับทั้งสามคน คาดการณ์ว่าภายนอกโรงแรมจะมีรถจอดรอและนายเสี่ยคอยอยู่ในนั้น
ถึงลานจอดรถเขากวาดตามองรอบบริเวณ ข้างหน้าคือนักร้องสาวกำลังมุ่งไปยังรถยนต์คันเล็กค่อนข้างเก่าน่าจะเป็ของตัวเอง ชำเลืองซ้ายรถตู้สีดำคันใหญ่จอดอยู่ไม่ห่างนัก คันนั้น...ใช่ ข้างหลังคือจุดจอดรถของเขา ข้างขวาเป็ทางออกถนน ขณะนี้สมุนสองนายตามไปหยุดยืนขนาบซ้ายขวาและเจรจาบางอย่างกับหนึ่งนาฏ สัญชาตญาณสั่งเขาคำนวณฉับพลัน 4 ต่อ 1 ไม่รอด ! ยังไม่รวมว่าน่าจะมีอาวุธ อาจไม่อยู่กับตัวแต่ในรถ เสี่ยงจะพาตัวเองไปปะทะความรุนแรง เขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว เชื่อในสายตาตนเองว่าไม่เคยเห็นนักร้องสาวเยื้องย่างทิ้งหางตาให้ลูกค้าชาย เวลาจำกัดนักบินหนุ่มตัดสินใจทันที สาวเท้าไปสบาย ๆ พลางร้องทักทาย
“สวัสดีครับคุณหนึ่งนาฏ”
นักร้องสาวหันขวับ แววตาตื่นตระหนกฉายประกายดีใจ เขาคาดคะเนไม่ผิด
“กลับยังไงครับวันนี้” ถามราวกับรู้จักกันมาก่อน
“ดิฉันขับรถมาค่ะ” ตอบราวกับคุ้นเคยเช่นกัน
ลูกน้องเสี่ยมองหน้ากันแล้วถอนตัวไปเงียบ ๆ ฝ่ายหนุ่มนักบินย่างเท้าอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงนักร้องสาว ต้องเร่งให้หลุดจากสถานการณ์ตรงหน้า พูดเบาลงให้ได้ยินกันสองคน “ขอขับรถตามไปเป็เพื่อนนะครับ ผมมาดี” เขาปรายตายังรถตู้ดำทะมึนซึ่งลูกน้องเสี่ยตรงดิ่งไป หนึ่งนาฏรู้ว่าชายผู้เข้ามาแทรกแซงหมายถึงอะไร พยักหน้ารับนิด ๆ แล้วเดินไปยังม้าสดาคูเป้คันเล็กด้วยกัน
ระหว่างขับรถไปตามเส้นทางกลับบ้านจิตใจค่อยสงบลง นักร้องสาวนึกแปลกใจตัวเองขึ้นครามครันที่ตอบรับเขาทันควันไม่อึกอักสักนิด ลูกค้าหนุ่มคนนั้น...ปกติเห็นที่แมนดารินบ่อยสุดและเฉพาะสุดสัปดาห์ มาเดี่ยวทุกครั้งนั่งฟังเพลงจิบเบียร์ไม่เกินสองแก้วกับแกล้มนิดหน่อย ไม่เคยเสียกิริยาด้วยอิทธิพลแอลกอฮอล์ สาว ๆ ที่ทำงานชอบเขากันทุกคน ทิปหนักสุภาพไม่รุ่มร่าม สมาร์ทเดินตัวตรงอกผายไหล่ผึ่ง เมื่อครู่ตอนเขาตรงมาที่เธอก็เช่นกัน จังหวะก้าวเท้ามั่นคงแกว่งแขนสลับสม่ำเสมอไม่ลอกแลก เธอรู้สึกว่าเขาไว้ใจได้ อย่างน้อยเขาก็แสดงเจตนาอย่างเปิดเผยและขอความยินยอมให้มาส่งจากเธอก่อน
ตอนได้รับแผ่นโน้ตชวนไปกินมื้อดึกหลังเลิกงานเธอเหลียวหาผู้จัดการแต่ไม่เห็น บวกกับเกรงใจที่เขาช่วยรับหน้าแทนหนหนึ่งแล้ว ร้องเพลงจบตั้งใจจะรีบกลับเข้าพื้นที่เฉพาะพนักงานด้านหลัง เชื่อว่านั่นเป็คำตอบปฏิเสธที่ชัดเจนพอ หากแต่ถูกตื๊อทันทีที่ลงจากเวที เธอตัดสินใจทิ้งกระเป๋าที่มีเพียงเครื่องแต่งหน้าและของกระจุกกระจิกไว้ห้องแต่งตัว ตรงออกประตูเดียวกับลูกค้าคนพลุกพล่านกว่า ทำใจดีสู้เสือว่าขอแค่ถึงรถก็ขับกลับบ้านได้ คงไม่บ้าระห่ำฉุดลากกลางลานมีทั้งยามและพนักงานรับรถซึ่งรู้จักเธอทั้งนั้น ที่ไหนได้เสี่ยนั่นยังไม่ละมือ คงนึกว่าเธอแค่ทำเล่นตัว แม้ว่าไม่มีเหตุร้ายหรือใช้กำลังบังคับเกิดขึ้นเธอรู้สึกถูกคุกคาม อย่างไรก็ตามขณะนี้ไร้เงารถตู้สีดำ มีแต่รถสปอร์ตสีเขียวมะกอกขับตามหลัง
ยามวิกาลรถบนท้องถนนบางตา นักร้องสาวชักชั่งน้ำหนักไม่ถูกระหว่างอุ่นใจกับขุ่นใจที่ปล่อยให้ชายกึ่งแปลกหน้าขับรถตามมาถึงบ้าน แม้ด้วยอาชีพเธอใช้อารมณ์ถ่ายทอดบทเพลง แต่ในฐานะผู้หญิงทำงานดึกดื่นเธอไม่เลือกจะเชื่อความรู้สึกยิ่งกว่าความไม่ประมาท คราวนี้ออกนอกกฎของตัวเอง ทำไงได้...มาถึงขนาดนี้แล้ว หากใครสักคนจะลอบตามเพื่อรู้ที่อยู่ก็ทำได้ไม่ยากอยู่ดี
เธอชำเลืองกระจกข้างรถ ชายที่ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อขับตามมา...
เรืออากาศโท หม่อมราชวงศ์ธเจตรู้สึกราวเหินลอยเหยียบคันเร่งพารถแล่นฉิวสู่วังอักขระกานต์ เพราะคุณหญิงวิมุขมาศอยากให้พาไปฟังเพลงที่แมนดารินแท้ๆ เชียว หนุนส่งให้เขาได้รู้จักหนึ่งนาฏเป็การส่วนตัวหลังเงื้อง่ารอรีมานับเดือน ปากแดงจะรู้ตัวไหม...ป่วนประสาทจนเขาต้องเลื่อนหลีกมามณเฑียร จับพลัดจับผลูได้ปกป้องหนึ่งนาฏ เขยิบข้ามขั้นไปรู้จักบ้านช่อง เธอกล่าวขอบคุณและถามชื่อเขา สนทนาต่ออีกนิดหน่อยว่าเธอเดินสายร้องเพลงสามสี่แห่งต่อคืน เลิกงานตรงกลับบ้านไม่เคยเจอปัญหา มีลูกค้าชวนทีเล่นทีจริงบ้างแต่ไม่มีใครขนาดตามถึงรถ
นึกไปยิ้มกริ่มไป ครั้งนี้ถือว่ารัมภาเพียงพิศทำดีมีผลงาน เกือบลืมสนิท...สมัยเด็กเวลาเถาเล็กเชื่อฟังทำให้อารมณ์ดี เขาเคยพาลอดรั้วหลังวังข้ามไปฝั่งตลาด ตกรางวัลเป็ไอศกรีมรถเข็น สั่นกระดิ่งทองเหลืองกริ๊ง ๆ เรียกเด็ก ๆ เถาเล็กปากห้อยตาลุกวาว ข้าวเหนียว-ลูกชิด-มันเชื่อม-สับปะรดเชื่อม ตามแต่จะเลือกให้พ่อค้าตักใส่ขนมปังผ่ากลางตามด้วยไอศกรีมกะทิราดนมข้นจืดโปะถั่วลิสง ขำหน้าเด็กชาววังเกิดมาไม่เคยกินไอศกรีมขนมปังรถเข็น
คุณชายธเจตผิวปากหวืออารมณ์ดีเปิดประทุนแอสตัน มาร์ตินรับลมยามดึก
ยังไงต้องขอบใจ...นางฟ้าแม่สื่อ