หลี่ิอยู่ในถ้ำมานานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้ แม้ในถ้ำจะมืดสนิทแต่ไม่ขาดอากาศหายใจ ไม่รู้ว่าโพรงถ้ำแห่งนี้เอาอากาศเข้ามาทางไหนก็สุดจะรู้ เขาจึงเลิกใส่ใจตามหาแล้วเริ่มฝึกฝนบ่มเพาะวิชากระดูกหินในระดับปัฐพี เพื่อเพิ่มความเร็วในการดูดซับซากกระดูก
เมื่อรู้สึกหิวก็กินเนื้อัเป็สิ่งที่เขาทำเป็ประจำซ้ำๆ จนกระทั่งแขนและขาที่หักหายดีใช้การได้ตามปกติ แต่ตอนนี้เนื้อัถูกกินจนหมดสิ้นแล้ว คงต้องหาทางหาอาหารเพิ่ม
"ข้าจะทำอย่างไรดี ถึงจะออกไปจากที่นี่ได้ จริงสิไม่รู้ว่าโพรงแห่งนี้ขุดไปถึงที่ใด แต่ไม่มีแสงไฟก็ยากเหลือเกินจะทำการได้สะดวก"เขาได้แต่เดินไปมาอยู่ในหลุมนี้เท่านั้น จากการใช้มือคลำผนังแล้วเดินไปรอบถ้ำ ทำให้เขาอดตระหนกไม่ได้ ที่แท้เ้าหนอนี้เีนั่นมันไม่คิดจะไปไหนเลย ที่นี่คือที่เกิดที่อยู่และที่ตายของมัน เพราะฉะนั้นทางออกมีทางเดียวเท่านั้นคือ้า
หลี่ิจึงเดินไปตรงจุดที่ัดำและเ้าหนอนโสโครกตกลงมา ครั้นเอามือไปแตะ้าจึงััถูกอะไรบางอย่าง
"นี่มันขาและส่วนน่องแสดงว่า สัตว์ป่าที่ตกลงมายังหลุมโคลนพร้อมกับเรา ได้ไหลลงมาอุดปากถ้ำ นับว่าโชคดีที่เรายังไม่อดตาย"
หลี่ิจึงจับขาซากสัตว์ป่าออกแรงดึงมันลงมา นับว่าน่าเหลือเชื่อเขาออกแรงไม่มากนักก็สามารถดึงซากสัตว์ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเขาหลายเท่าลงมาได้
"ฟู่"เสียงดินโคลนไหลลงมาในถ้ำเป็จำนวนมากจนเขาต้องรีบล้มตัวหลบ แต่ดูเหมือนจะมีสัตว์ป่าขนาดใหญ่อุดปากถ้ำอีกครั้ง ทำให้ดินโคลนเ่าั้หยุดตกลงมาฝังหลี่ิทั้งเป็
"บ้าชะมัด!เกือบถูกฝังทั้งเป็ ทำยังไงดีล่ะ"เขาครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จึงหาวิธีได้ "เอ่อ.ใช่แล้ว! เราต้องดูดซับกระดูกกองนี้ให้หมดก่อน แล้วจึงค่อยเปิดปากถ้ำให้ดินโคลน้าไหลลงมา หวังว่าถ้ำแห่งนี้จะมีพื้นที่มากพอจะรองรับดินโคลนได้ทั้งหมด ดีล่ะ.ทำอย่างนี้แหละลองเสี่ยงวัดดวงดู"ว่าแล้วหลี่ิจึงได้ย้ายหัวัดำและร่างครึ่งบนของอสูร 5 ประทีปกลืนกินเอาไว้ข้างบนกองดินมุมปากถ้ำก่อน นี่คือซากสัตว์ิญญาที่ล้ำค่า
แล้วดึงซากสัตว์ป่าที่ถูกดินโคลนฝังออกมากิน เนื้อของมันอร่อยสู้เนื้อัไม่ได้เลย ถึงแม้จะไม่สดใหม่แต่ก็ไม่เน่าเสีย คงเป็เพราะดินโคลนและความลึกของโพรงถ้ำช่วยเก็บรักษาเนื้อได้เป็อย่างดี
เมื่ออิ่มท้องแล้วหลี่ิจึงเริ่มฝึกวิชากระดูกหินขั้นปฐีต่อ ่แรกยังใช้เวลามากพอสมควรในการดูดซับกระดูกหนึ่งชิ้น จนกระทั่งการดูดซับใช้เวลาน้อยลงและน้อยลงเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็สำเร็จเคล็ดวิชากระดูกหินขั้นปฐี
"เราสำเร็จวิชาขั้นปฐีแล้ว ใช้เวลาดูดซับกระดูกแค่ 30 ลมหายใจเท่านั้น แต่มันก็ช้าอยู่ดี เรากินซากสัตว์หมดไป 4 ตัวแล้ว ขืนเป็แบบนี้ต่อไปคงอดอาหารตายแน่ เมื่อไม่มีตำราระดับสูงกว่านี้ก็ต้องบัญญัติขึ้นมาเอง ไม่น่ายากอะไรในเมื่อเรามีประสบการณ์มากพอแล้ว"
การดูดซับกระดูกที่ผ่านมาทำให้ซากกระดูกที่อสูร 5 ประทีปกลืนกินทิ้งไว้หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่หลี่ิไม่รู้ตัวเนื่องจากภายในถ้ำดำมืดจนมองอะไรไม่เห็นนั่นเอง
ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นยังใช้ได้ดี หลี่ิสามารถดูดซับกระดูกสัตว์ป่าธรรมดา ใช้เวลาแค่เพียง 5 ลมหายใจเท่านั้น ซึ่งความสำเร็จตอนนี้ได้บรรลุวิชากระดูกหินถึงขั้นฟ้าแล้ว ในที่สุดกองกระดูกภายในถ้ำได้หมดลง
"เฮ่อ.หมดเสียที ได้เวลาเปิดปากถ้ำให้ดินโคลน้าไหลลงตรงช่องว่างที่ตระเตรียมไว้ ไม่รู้ว่าจะรองรับดินโคลน้าได้หมดหรือเปล่า เอาละ.มาวัดดวงกัน"เมื่อตัดสินใจได้แล้ว
หลี่ิจึงดึงซากสัตว์ที่อุดปากถ้ำลงมา ดินโคลนจึงไหลลงตามโพรงเป็จำนวนมากแล้วก็หยุด ครั้นดึงซากสัตว์ออกดินโคลนก็ไหลลงมาอีกครั้ง ทำเช่นนี้ซ้ำๆถึง 6 ครั้งก็ไม่มีดินโคลนไหลลงมาอีก
หลี่ิถึงกับโล่งใจเมื่อทุกอย่างสำเร็จตามความคิด เขาได้ยินเสียงนกร้องแม้กระทั่งอากาศบริสุทธิ์ไหลลงมาตามโพรงกระทบกับนาสิกและร่างกาย ได้รับรู้ถึงความสดชื่นเย็นสบายไม่อึดอัดเหมือนอยู่ในถ้ำนั่นอีกแล้ว
เขาจึงรีบปีนขึ้นข้างบนด้วยพละกำลังมหาศาล นิ้วทั้งสิบแข็งแกร่งราวกับตะขอเหล็ก สามารถเกาะเจาะผนังหินบวกกับวิชาตัวเบา 7 ก้าวข้ามทะเลที่ฝึกถึงขั้นระดับสูงแล้ว ใช้เวลาไม่นานนักก็ขึ้นมาถึงปากหลุม
แสงจ้าของดวงตะวันทำให้หลี่ิต้องเอามือปิดหน้า แล้วใช้มือขยี้ตาที่พร่ามัวอยู่ครู่นึงจึงคุ้นชินกับแสงสว่าง เมื่อมองไปรอบกายถึงกับอ้าปากตาค้าง ดินโคลนที่เคยอยู่เสมอกับพื้นดินไหลลงไปยังโพรงถ้ำจนหมดสิ้น เกิดเป็หลุมกว้างเกือบ 1 ลี้ลึกกว่า 100 จั้ง
เขาจึงปีนขึ้นมาจนถึงปากหลุมอย่างทุลักทุเล เมื่อหันกลับไปมองยังอดตื่นเต้นไม่ได้
"นี่เป็เวลาเที่ยงดวงอาทิตย์ตรงหัวพอดี ต้องรีบดึงซากัดำและอสูร 5 ประทีปกลืนกินขึ้นมาก่อนค่ำ ไม่เช่นนั้นจะเป็จุดสนใจของเหล่าสัตว์นักล่า"หลี่ิกวาดตามองโดยรอบเห็นต้นไม้โบราณขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น แลเห็นเถาวัลย์มากมายเกาะเกี่ยวพัวพันต้นไม้ใหญ่อย่างมากมาย จึงปีนขึ้นไปกระชากเถาวัลย์ลงมาเป็จำนวนมากกองสุมรวมกันดูราวกับูเาลูกย่อมๆ แล้วจัดการฟั่นเถาวัลย์ทำเป็เชือกกว่าจะแล้วเสร็จก็ย่ำค่ำพอดี
จึงผูกเชือกกับต้นไม้ใหญ่อย่างแ่า แล้วโรยตัวลงไปยังก้นหลุมเข้าไปยังโพรงถ้ำ คว้าเอาหัวัดำขึ้นมายังปากหลุมแล้วนั่งลงข้างศีรษะสัตว์ิญญา การจะดึงเอาแก่นิญญาออกจากซากสัตว์ิญญานั้น นอกจากจะใช้ของมีคมผ่าเอาออกมา ยังมีอีกหนึ่งวิธีนั่นคือการดูดซับพลังิญญานั่นเอง
หลี่ิหน้าตาเคร่งเครียดเมื่อมองซากของัดำ
"คราวก่อนเคล็ดวิชากระดูกหินขั้นสูงไม่อาจดูดซับพลังิญญาได้ หวังว่าครั้งนี้ด้วยระดับขั้นสูงกว่าขั้นปฐีจะทำสำเร็จ"
เขาตั้งจิตแน่วแน่ด้วยทรงญาณที่แก่กล้า แล้วจึงทำการดูดซับพลังิญญาของัดำอายุ 5,000 ปี ซึ่งยากเย็นเป็อย่างยิ่ง หลี่ิรับรู้ถึงเ็ปคลั่งแค้นและโศกเศร้า ซึ่งเป็ความรู้สึกก่อนตายของเ้าของร่าง พลังิญญาที่ท่วมท้นอัดแน่นอย่างเข้มข้น วิ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรทั่วร่างราวกับน้ำป่าไหลหลาก หน้าตาของเขาแดงก่ำกลุ่มควันโพยพุ่งปกคลุมร่าง ต่อมเหงื่อรูขุมขนกำลังเร่งระบายความร้อนดั่งดวงตะวันให้ออกจากอวัยวะภายใน ทำให้ร่างของหลี่ิเดี๋ยวโป่งพองเดี๋ยวบิดเบี้ยว ความร้อนที่แผดเผาร่างอยู่นั้นสามารถหลอมเหล็กให้ละลายได้