บทที่ 29 ฝูงหมาป่าาเ็
จ้าวชิงรีบอุ้มเสิ่นจืออินที่มีส่วนสูงเพียงสามส่วนของคนธรรมดามาไว้ในอ้อมแขน แล้ววิ่งลงเขาไป
พวกเธอยังคงได้ยินเสียงหอนของหมาป่าอย่างเลือนราง
ทันใดนั้นเองโทรศัพท์ของจ้าวชิงก็ดังขึ้น เธอหยิบมันออกมาด้วยความดีใจ
“โชคดีจริง ๆ ที่ในเขาลึกแบบนี้ยังมีสัญญาณ”
“ฮัลโหล ซ่งหยาง...”
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงของเธอ
จ้าวชิงกอดเสิ่นจืออินไว้แน่น ก่อนจะหมอบลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้น พวกเธออยู่ที่ไหน?”
พวกเขาได้ยินเสียงปืนเช่นกัน จึงรีบถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของหมาป่า
เสิ่นจืออินดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของจ้าวชิง “พี่จ้าวชิงอย่าวิ่งไปไหนนะ หนูจะรีบกลับมา”
พูดจบเธอก็วิ่งไปทางเสียงปืน มือคว้าดาบไม้เล่มเล็กของเธอไว้
“เดี๋ยวก่อน...กลับมานะ!” จ้าวชิงร้องเรียก
น่าเสียดายที่ถึงแม้ขาของเสิ่นจืออินจะสั้น แต่เธอกลับวิ่งเร็วมาก
จ้าวชิงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ “ตอนนี้พวกเราอยู่ในเขาชิงหยาง ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน แต่คิดว่าน่าจะอยู่ลึกเข้าไป เพราะที่นี่มีฝูงหมาป่า...”
เธอพูดไปด้วยวิ่งตามเสิ่นจืออินไปด้วย เสียงหายใจฟังดูไม่มั่นคงนัก
[พวกเธอกลับมาก่อน พวกนั้นน่าจะเป็พวกที่หลุดรอดจากหมู่บ้านเสี่ยวหยาง] เสียงของเซี่ยจ้งดังมาตามสาย
“เสิ่นจืออินวิ่งไปทางนั้นแล้ว ฉันต้องไปตามเธอกลับมา”
พูดจบเธอก็วางสาย การวิ่งไปคุยโทรศัพท์ไปมันช่างเหนื่อยเสียจริง ๆ
……
“แย่ล่ะ มีฝูงหมาป่าโผล่มาได้ยังไง?”
บุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันในหุบเขาลึกแห่งนี้มีทั้งหมดสามคน แต่ละคนถืออาวุธ ตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่า
แต่สถานการณ์ตึงเครียดก็ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสามคนรีบร้อนหลบหนี พวกเขากลัวว่าเสียงปืนจะดึงดูดความสนใจของสายตรวจ แต่พวกเขารอไม่ไหว จึงตัดสินใจยิงปืนออกไปก่อน
เสียงปืนนัดนั้นได้สร้างความโกลาหลให้ฝูงหมาป่า หมาป่านับสิบตัวพุ่งเข้าใส่พวกเขาพร้อม ๆ กัน
แม้ว่าพวกเขาจะมีปืนอยู่ในมือ แต่เมื่อถูกล้อมด้วยฝูงหมาป่าจำนวนมาก พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานได้
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงสบถ ทันใดนั้นเอง หมาป่าตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ากัดที่คอของชายคนหนึ่ง
“อ๊าาา! ช่วยด้วย ช่วย...”
ไม่ทันขาดคำ คอของเขาก็ถูกกัดขาดในทันที
กลิ่นคาวเือบอวลไปทั่วบริเวณ ฝูงหมาป่าและชายที่เหลืออยู่สองคนต่างก็คลุ้มคลั่งราวกับเสียสติ ชายผู้มีไหวพริบกว่าเล็งปืนไปที่จ่าฝูง แม้แขนข้างหนึ่งจะถูกหมาป่าขย้ำอยู่ เขาก็ยังฝืนกัดฟันยิงปืนออกไป
ปัง!
ทว่าะุนัดนั้นกลับไม่โดนเป้าหมาย มันถูกปัดกลางอากาศโดยดาบไม้เล่มเล็กที่พุ่งตัดหน้าอย่างไม่คาดฝัน
เหตุการณ์น่าเหลือเชื่อนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา จ่าฝูงหมาป่ายังคงยืนนิ่งอยู่ เพียงแต่หันไปมองตามทิศทางที่ดาบไม้เล่มนั้นพุ่งมา
เสิ่นจืออินเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เธอก้มลงหยิบก้อนหินที่แหลมคมขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะปาออกไปโดยเล็งไปที่ศีรษะของชายคนหนึ่ง
แม้ระยะห่างจะไกลถึงสามร้อยเมตร แต่ก้อนหินก็พุ่งไปถูกเป้าหมายอย่างแม่นยำ ศีรษะของชายคนนั้นถึงกับแตกเือาบ แม้จะไม่ถึงตายแต่เขาก็สลบไปในทันที
เหลือเพียงคนเดียวที่พยายามจะหนี แต่ก็ถูกหมาป่าสองตัวกระโจนเข้าใส่ และกัดอย่างไม่ปรานี เสียงร้องโหยหวนดังกึกก้อง ก่อนที่ชายคนนั้นจะล้มลง
จ้าวชิงวิ่งหอบหายใจมาถึง าก็จบลงแล้ว
เสิ่นจืออินกำลังป้อนยาให้หมาป่าที่ได้รับาเ็
หมาป่าฝูงนี้สูญเสียสมาชิกไปสี่ตัว และาเ็สาหัสอีกเจ็ดตัว
ด้วยความสูญเสียระดับนี้ หากพวกมันกลับไป ฝูงของพวกมันคงจะล่มสลาย เพราะการแข่งขันในป่านั้นโหดร้าย หมาป่าที่าเ็สาหัสนั้น สุดท้ายแล้วคงจะต้องตาย ส่วนที่เหลือรอดกลับไปได้ คงจะมีเพียงสี่หรือห้าตัวเท่านั้น
นี่เป็เื่ที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อฝูงหมาป่า
เสิ่นจืออินใช้พลังิญญาบังคับะุออกจากร่างกายของหมาป่าที่ถูกยิง ก่อนจะป้อนยาให้กับพวกมัน
“เอาล่ะ ไปพักข้าง ๆ นู่นไป”
เพียงเธอใช้นิ้วเล็ก ๆ ชี้ออกไป หมาป่าตัวนั้นก็หางตก และเดินไปอย่างว่าง่าย
ยาเม็ดสมานแผลระดับหนึ่ง แม้จะไม่สามารถรักษาแผลให้หายได้ในพริบตา แต่ก็เพียงพอที่จะห้ามเืได้
เวลาผ่านไปเพียงสิบลมหายใจ เืบริเวณาแของพวกมันก็หยุดไหล
ภาพฝูงหมาป่าเข้าแถวรอรับการรักษาอย่างว่าง่าย ปรากฏแก่สายตาจ้าวชิง จนเธอตกตะลึง ยืนอ้าปากค้างอยู่ไม่ไกล
‘บรรพบุรุษน้อย เธอยังมีเื่น่าประหลาดใจอะไรที่ฉันไม่รู้อีกบ้าง’
ในเวลานี้ ภายในใจของเธอเผลอเรียกเสิ่นจืออินว่า ‘บรรพบุรุษน้อย’ ตามฉินเจินโดยไม่รู้ตัว และยินดีที่จะเรียกเช่นนั้นจากใจจริง
เธอไม่กล้าเข้าไปใกล้มากเกินไป ดังนั้นเธอจึงมองเห็นไม่ชัดว่าเสิ่นจืออินรักษาฝูงหมาป่าอย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น การปรากฏตัวของเธอ ทำให้สายตาของฝูงหมาป่าจับจ้องมาที่เธอ เธอจึงยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่กล้าขยับ
ตอนนี้เสิ่นจืออินเป็เพียงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมพลังิญญา การใช้พลังิญญาเพื่อบังคับะุออกจากหมาป่าจำนวนมากเช่นนี้ นับว่าฝืนตัวเองอยู่บ้าง
แต่ไม่เป็ไร เธอยังสามารถกินยาเพื่อฟื้นฟูพลังได้
หลังจากกินยาฟื้นฟูพลังิญญาไปสามครั้งติดต่อกัน ในที่สุดเธอก็สามารถบังคับให้ะุทั้งหมดที่อยู่ในร่างกายของหมาป่าออกมาได้
เมื่อห้ามเืจากาแของหมาป่าตัวสุดท้ายเสร็จแล้ว จ่าฝูงก็เดินเข้ามาถูหัวกับเสิ่นจืออินอย่างรักใคร่
‘ขอบคุณนะ’
หมาป่าทุกตัวต่างส่งเสียงขอบคุณเสิ่นจืออิน
เสิ่นจืออินยกแขนเล็ก ๆ ขึ้นลูบหัวหมาป่าที่ค่อนข้างสะอาดและไม่มีเืมากนัก “ไม่เป็ไร พวกแกก็ช่วยกำจัดภัยให้ประชาชนเหมือนกัน”
ถึงแม้ว่าจุดประสงค์แรกเริ่มจะเป็เพราะคนทั้งสามคนนั้นบุกรุกเข้าไปในดินแดนของพวกมันก็ตาม
ฝูงหมาป่าจากไป ในขณะที่สายตรวจคนอื่น ๆ ก็วิ่งหอบฮักมาถึงอาณาเขตของฝูงหมาป่า
เสิ่นจืออินบอกพวกมันว่าทั้งหมดเป็เพื่อนของเธอ ฝูงหมาป่าจึงอนุญาตให้พวกเขาก้าวเข้ามาในดินแดนของพวกมันได้ชั่วคราว แต่ไม่อยากเผชิญหน้ากับมนุษย์ จึงพากันจากไปอย่างเป็ระเบียบ
ตอนจากไปพวกมันยังคาบศพหมาป่าสี่ตัวที่ตายไปด้วย
รอจนกระทั่งพวกมันหายลับไปหมดแล้ว จ้าวชิงถึงกับเหงื่อออกทั้งตัว และทรุดลงนั่งกับพื้น
ขณะนั้นท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว วันนี้ช่างเป็วันที่น่าใยิ่งกว่าการไปจับพวกค้ามนุษย์เสียอีก
ในบรรดาผู้รอดชีวิตสามคนจากหมู่บ้านเสี่ยวหยาง หนึ่งในนั้นคือหัวหน้าของแก๊งค้ามนุษย์ เป็คนที่้าฆ่าจ่าฝูงหมาป่า
ชีวิตของเขายังคงอยู่ แม้จะยังไม่ตาย แต่มันก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย
“เขาจะตายไม่ได้นะ” จ้าวชิงพูดอย่างร้อนรนพลางส่องไฟฉาย
เสิ่นจืออินไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะ? เขาเลวขนาดนั้นไม่สมควรตายเหรอ?”
ถึงแม้ว่าจะเข้าใจกฎหมายสมัยใหม่บ้าง แต่ความคิดในการทำสิ่งต่าง ๆ ของเสิ่นจืออินก็ยังคงเหมือนกับชาติที่แล้ว
คนชั่วแบบนี้ ในชาติที่แล้วคงถูกเธอฆ่าไปแล้ว
จ้าวชิงอธิบายกับเธออย่างอดทน “เขาสมควรตาย แต่ถ้าพวกเราสามารถเค้นเอาข้อมูลเพิ่มเติมจากปากของเขาได้ ก็จะมีเหยื่ออีกมากที่ได้รับการช่วยเหลือ”
เสิ่นจืออินพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก็หยิบยาเม็ดออกมาหนึ่งเม็ด บีบปากของเขาอย่างรุนแรงแล้วใส่เข้าไป
ในเมื่อไม่ว่าจะตายเร็วหรือตายช้าก็ต้องตาย งั้นแกก็ทิ้งคุณค่าอะไรไว้บ้างก่อนตายแล้วกัน
ฉินเจินและคนอื่น ๆ ยกไฟฉายส่องมา พอเห็นทั้งสองคนปลอดภัยดีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่พอเห็นสามคนที่นอนสลบอยู่ตรงนั้น พวกเขาก็ประหลาดใจ
“นี่มัน...”
พวกเขามองหน้าจ้าวชิงด้วยความงุนงง ถึงจะยอมรับในความสามารถของผู้หญิง แต่สู้ทีเดียวสามคน... ตอนนี้เธอยังทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ
“ถูกสัตว์ป่ากัด” ฉินเจินตรวจดูาแของพวกนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสรุปออกมา
“เอาตัวพวกมันไป จ้าวชิง เธอกลับไปเขียนรายงานชี้แจงมาให้ฉันด้วย!”
“!!!” เธอเกลียดการเขียนรายงานที่สุด!
เสิ่นจืออินหาวหวอด อุ้มขวดนมและยกขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะปรือตาแล้วกางแขนออก
“อุ้มหน่อย~”
ตอนนี้เธอเหนื่อยมากและอยากนอนแล้ว