ท้องฟ้าตอนสองทุ่มครึ่งมืดสนิทไปนานแล้วแต่ไฟถนนในซอยแคบๆ กลับกะพริบติดๆ ดับๆ ชวนให้รู้สึกขนลุกแปลกๆ
นิรินก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดโลเคชันที่เพื่อนสนิทส่งมาให้มันชี้เป้ามาที่ซอยเปลี่ยวแห่งนี้จริงๆ
“ข้าวสวยนะข้าวสวยส่งพิกัดร้านเหล้าหรือรังโจรมาให้เนี่ย”
หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองพลางกระชับสายกระเป๋าสะพายแน่นขึ้นนิรินเพิ่งเรียนจบกิจกรรมรับน้องปีหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์มาหมาดๆ
ร่างกายเหนื่อยล้าจนแทบอยากจะทิ้งตัวลงนอนบนพื้นถนนแต่เพราะสัญญากับเพื่อนสนิทตัวแสบไว้ว่าจะมาฉลองสอบควิซผ่านเธอเลยต้องลากสังขารมาที่นี่
ร้านที่ข้าวสวยนัดชื่อ'TheGarage' เป็บาร์กึ่งคลับที่เปิดอยู่ติดกับอู่แต่งรถขนาดใหญ่
แต่ปัญหามันอยู่ที่ดันลงรถเมล์ผิดป้ายและ GoogleMaps ก็พาเธอลัดเลาะเข้าซอยหลังอู่รถที่มืดตึ๊ดตื๋อแทนที่จะเป็ถนนใหญ่ด้านหน้าร้าน
กลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งผสมกับกลิ่นอับชื้นของพื้นคอนกรีตหลังฝนตกทำให้นิรินต้องย่นจมูกสองเท้าภายใต้รองเท้าผ้าใบสีขาวก้าวเดินอย่างระมัดระวัง
ยิ่งเดินลึกเข้าไปเสียงเพลงบีตหนักๆ จากร้าน The Garage ก็ยิ่งดังชัดขึ้นเรื่อยๆบ่งบอกว่าเธอมาถูกทางแล้ว แค่เข้าผิดทางเท่านั้นเอง
“เอาวะเดินทะลุซอยนี้ไปก็น่าจะเจอทางเข้าแล้ว” เธอปลอบใจตัวเอง
ทว่าตอนที่กำลังจะเดินพ้นหัวมุมตึกแถวเก่าๆเพื่อทะลุไปยังลานจอดรถของร้านเสียงของแข็งกระทบเนื้อและเสียงร้องโหยหวนก็ดังแว่วเข้ามา
ผัวะ!
“โอ๊ย!เฮีย... ผมยอมแล้ว ปล่อยผมไปเถอะ!”
เท้าที่กำลังจะก้าวเดินของนิรินชะงักกึกร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
เสียงคนตีกัน...แถมยังฟังดูเ็ปเอามากๆ ด้วย
ตามสัญชาตญาณของคนรักตัวกลัวตายนิรินควรจะหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปให้เร็วที่สุด
แต่ไม่รู้ว่าผีตัวไหนเข้าสิงขาทั้งสองข้างของเธอกลับค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้กำแพงอิฐบล็อกแล้วชะโงกหน้าออกไปมองดูเหตุการณ์ในมุมมืดอย่างเงียบเชียบ
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นิรินเบิกตากว้างจนแทบถลนมือเรียวยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เผลอส่งเสียงร้องออกไป
ภายใต้แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนที่ติดอยู่หลังอู่รถชายฉกรรจ์รูปร่างผอมโซคนหนึ่งกำลังนอนขดตัวอยู่บนพื้นคอนกรีต ใบหน้าอาบไปด้วยเื
และคนที่ยืนค้ำหัวชายคนนั้นอยู่...คือผู้ชายร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อยืดสีดำสนิทที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
แขนเสื้อถูกถลกขึ้นไปจนถึงหัวไหล่เผยให้เห็นรอยสักลายเส้นดุดันที่พาดพันอยู่บริเวณต้นแขนแกร่ง
ในมือขวาของเขากำลังถือประแจเหล็กขนาดใหญ่...ประแจที่เปื้อนคราบเืสีเข้มจนดูน่ากลัว
“กูเคยเตือนมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาปล่อยของในถิ่นกู”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นหลุดออกจากปากของผู้ชายคนนั้นมันไม่ได้ตะคอก ไม่ได้โวยวาย แต่มันกลับฟังดูน่าขนลุกจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
“ผม...ผมแค่รับจ้างมาส่งของให้ลูกค้า เฮียไทน์ไว้ชีวิตผมเถอะ!” ชายบนพื้นยกมือไหว้ปลกๆตัวสั่นเป็เ้าเข้า
นิรินที่แอบดูอยู่ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น...เฮียไทน์?
ชื่อนี้มันคุ้นหูแปลกๆเหมือนเคยได้ยินข้าวสวยพูดกรอกหูอยู่บ่อยๆ
ผู้ชายที่ถือประแจค่อยๆย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าชายที่าเ็ แสงไฟนีออนสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเขาทำให้เห็นสันกรามคมกริบและจิวสีเงินที่เจาะอยู่ตรงหางคิ้วซ้าย
วินาทีที่เขาหันหน้ามาทางมุมที่แสงสาดส่องอย่างเต็มตานิรินก็แทบจะลืมวิธีการหายใจ
ใบหน้านั้น...ใบหน้าที่หล่อเหลาติดจะเ็า จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากหยักลึก
มันคือใบหน้าของ'พี่ไทน์' รุ่นพี่ปีสาม ภาควิชาเมคคาทรอนิกส์!
คนที่เป็ตำนาน 'เด็กเนิร์ด' ประจำคณะวิศวะ ผู้ชายที่วันๆเอาแต่ใส่แว่นตาหนาเตอะ ติดกระดุมเสื้อช็อปเรียบร้อยยันเม็ดบนสุดและไม่เคยสุงสิงกับใคร!
"มะ...ไม่จริงน่า" นิรินเผลอพึมพำออกมาเสียงแ่เบา
พี่ไทน์คนที่ข้าวสวยกรี๊ดนักกรี๊ดหนาคนที่เพื่อนเธอตั้งฉายาให้ว่า 'พ่อพระเดินดิน'คนที่เคยเดินสะดุดขอบฟุตบาทตกท่อจนแขนหักเมื่อเทอมที่แล้วเนี่ยนะ?
ผู้ชายเถื่อนๆรอยสักดุดันที่ต้นแขน ที่กำลังเอาประแจฟาดหน้าคนอื่นจนเือาบคนนี้คือพี่ไทน์คนนั้นจริงๆ เหรอ!
นิรินขยี้ตาตัวเองแรงๆสองสามที คิดว่าตัวเองอาจจะตาฝาด หรือไม่ก็เจอคนหน้าเหมือน
แต่ไม่ว่าจะมองยังไงจิวที่คิ้วซ้ายกับแววตาดุดันคู่นั้นมันก็ซ้อนทับกับใบหน้าเรียบเฉยใต้กรอบแว่นหนาเตอะของรุ่นพี่ที่คณะอย่างแยกไม่ออก
"มึงบอกลูกค้ามึงด้วยนะว่าถ้ากูเห็นหน้าพวกมึงป้วนเปี้ยนแถวอู่กูอีก..."
ไทน์เว้นจังหวะคำพูดค่อยๆ ยกประแจเปื้อนเืในมือขึ้นมาแตะที่แก้มของคนบนพื้นเบาๆ
"กูจะเอาประแจยัดปากมึงแล้วส่งกลับไปให้เ้านายมึงดูเป็ขวัญตา"
"คะ...ครับ! เข้าใจแล้วครับเฮีย!"
ชายคนนั้นรับคำเสียงสั่นก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปทางปากซอยฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าลืมเจ็บไปเลย
ไทน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเขายกมือซ้ายขึ้นเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าผากลวกๆ ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ในปาก
เสียงจุดไฟแช็กดังแช็ก...ท่ามกลางความเงียบงันของซอยเปลี่ยว
นิรินใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอกเธอรู้ตัวแล้วว่าตัวเองดันมารู้เห็นความลับระดับชาติเข้าให้แล้ว
ถ้าไอ้พี่ไทน์เวอร์ชันมาเฟียรู้ว่ามีคนแอบดูอยู่เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าสภาพตัวเองจะต่างจากไอ้คนเมื่อกี้ไหม
หญิงสาวค่อยๆก้าวเท้าถอยหลังอย่างระมัดระวังที่สุด พยายามไม่ให้เกิดเสียงดังแม้แต่นิดเดียว
กรอบ...
แต่์ก็ไม่เคยเข้าข้างคนสวยนิรินก้าวถอยหลังไปเหยียบเข้ากับขวดพลาสติกเปล่าที่ตกอยู่บนพื้นเต็มแรง
เสียงกรอบแกรบดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งซอยแคบๆ
ชิบหายแล้ว!
การเคลื่อนไหวของคนที่กำลังสูบบุหรี่หยุดชะงักทันทีไทน์ค่อยๆ หันหน้าขวับมาทางมุมกำแพงที่นิรินยืนแอบอยู่
สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่ไร้กรอบแว่นตาบดบังตวัดมองฝ่าความมืดตรงดิ่งมาที่เธอราวกับเรดาร์จับเป้าหมาย
นิรินสะดุ้งสุดตัวขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สายตาคู่คุกคามนั้นตรึงให้เธอขยับตัวไปไหนไม่ได้เหมือนลูกไก่ที่โดนงูเหลือมจ้องมอง
ไทน์พ่นควันสีเทาออกจากริมฝีปากช้าๆก่อนจะโยนบุหรี่ในมือลงพื้นแล้วใช้ปลายรองเท้าผ้าใบขยี้จนดับ
จากนั้น...เขาก็ค่อยๆ ก้าวเดินตรงมาหาเธอ
"หนีสิเว้ยยัยนิรินมัวยืนบื้ออะไรอยู่!" นิรินสบถในใจก่อนจะดึงสติกลับมาได้แล้วหันหลังเตรียมสับตีนแตกวิ่งหนี
แต่ไม่ทันเสียแล้วเท้าเพิ่งก้าวไปได้แค่สองก้าวร่างสูงใหญ่ของคนกระหายเืก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับหายตัวได้
ปึก!
ฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็และเส้นเืปูดโปนกระแทกเข้ากับกำแพงอิฐบล็อกข้างๆ ศีรษะของนิริน ปิดทางหนีของเธอไว้มิดชิด
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆและกลิ่นเปปเปอร์มินต์รินรดอยู่เหนือกระหม่อมบาง
นิรินหลับตาปี๋ตัวสั่นเทาไปหมด มือเล็กยกขึ้นมากำสายกระเป๋าสะพายแน่นจนข้อขาว
"มาทำอะไรตรงนี้ครับ...หืม?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยถามอยู่ข้างใบหูมันไม่ใช่การตะคอก แต่มันเย็นะเืจนแทบจะแช่แข็งคนฟังให้ตายทั้งเป็
นิรินค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ใบหน้าหล่อร้ายกาจของเขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันแววตาที่เคยมองเห็นแต่ความซื่อในมหา'ลัยตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความอันตรายขั้นสุด
และที่แย่ไปกว่านั้น...ประแจเหล็กเปื้อนเืในมือขวาของเขา กำลังเคาะเล่นกับกำแพงข้างๆตัวเธออย่างเป็จังหวะ
กึก... กึก...กึก...
"นะ...หนู... หนูแค่เดินหลงทางมาค่ะ" นิรินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นแต่มันก็ทำได้ยากเหลือเกิน
ไทน์เลิกคิ้วขึ้นข้างที่มีจิวสีเงินมุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย...เป็รอยยิ้มที่ดูจิตประสาทที่สุดเท่าที่นิรินเคยเห็นมา
"หลงทาง?หลงมาลึกขนาดนี้เลยเหรอครับ น้องนิริน?"
สรรพนามที่ถูกเรียกทำเอานิรินเบิกตากว้างเขารู้จักชื่อเธอได้ยังไง! พวกเขาอยู่กันคนละภาควิชาแถมเธอยังเป็แค่เฟรชชี่ปีหนึ่งที่แทบจะไม่เคยคุยกับเขาเลยด้วยซ้ำ
"พะ...พี่รู้จักชื่อหนูด้วยเหรอ"
"เด็กโยธาปีหนึ่งที่ชอบไปนั่งหลับในห้องสมุดโต๊ะริมนอกสุด...ทำไมพี่จะไม่รู้จักล่ะครับ"
คำตอบของเขาทำเอานิรินขนลุกเกรียวนี่ตาเนิร์ดแว่นหนาคนนั้นแอบสังเกตเธออยู่เหรอเนี่ย โคตรโรคจิตเลย!
ไทน์โน้มหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนริมฝีปากเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอไปอย่างจงใจ
"เห็นอะไรไปบ้างล่ะเมื่อกี้" เขาถามเสียงกระซิบ
"มะ...ไม่เห็นค่ะ! ไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ เห็นแค่หมาขี้เรื้อนกัดกัน!"นิรินหลับหูหลับตาโกหกหน้าตาย ท่องไว้ในใจว่าเอาตัวรอดเป็ยอดดี
ไทน์หลุดหัวเราะในลำคอเบาๆเป็เสียงหัวเราะที่ไม่ได้มีความขบขันเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
ประแจเหล็กเย็นเฉียบถูกยกขึ้นมาแตะที่ปลายคางของนิรินเบาๆบังคับให้เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขา
"เด็กดีเขาไม่โกหกกันนะครับรู้ไหม"
สายตาของเขาจดจ้องเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง
"หนูพูดความจริงนะคะ!ปล่อยหนูไปเถอะ หนูจะไม่บอกใครเื่นี้ สัญญาเลย!"นิรินยกนิ้วขึ้นมาสามนิ้วแบบลูกเสือสำรองเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ
ไทน์มองท่าทางตลกๆของคนตรงหน้าแล้วแววตาดุดันก็อ่อนแสงลงวูบหนึ่งแต่เพียงเสี้ยววินาทีมันก็กลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม
เขาค่อยๆลดประแจลง ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากบาง
"เห็นแล้วก็เหยียบไว้...ให้มันตายไปกับความมืดตรงนี้"
"..."
"แต่ถ้ามีข่าวรั่วไหลออกไปแม้แต่คำเดียว..."ไทน์เว้นจังหวะ นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านไล้ไปตามริมฝีปากล่างของนิรินอย่างอุกอาจ"เฮียจะใช้ประแจอันนี้... ไป 'ปิดปาก' เราถึงที่เตียงเลย คอยดู"
พูดจบเขาก็ผละตัวออก หันหลังเดินกลับเข้าไปทางหลังอู่รถ ทิ้งให้นิรินยืนขาสั่นพั่บๆอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
เมื่อแน่ใจว่าภัยคุกคามเดินจากไปไกลแล้วนิรินก็แทบจะทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น
เธอหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดลึกๆก่อนจะออกตัววิ่งสับตีนแตกออกจากซอยเปลี่ยวแห่งนั้นชนิดที่ว่านักวิ่งทีมชาติยังต้องอาย
เื่ไปดื่มฉลองอะไรนั่นลืมไปได้เลยตอนนี้เธอขอแค่กลับหอพักไปคลุมโปงให้เร็วที่สุดก็พอ!
ไอ้พี่ไทน์ฮอตเนิร์ด...หลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ! เธอจะฟ้อง สคบ.!
เช้าวันรุ่งขึ้นณ ลานเกียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
"มึงบ้าไปแล้วนิรินเมื่อคืนมึงเมาเหล้าหรือมึนกาววะ ถึงได้ตาฝาดขนาดนั้น"
ข้าวสวยเพื่อนสนิทผมบ๊อบหน้าม้าของนิริน แหวขึ้นเสียงดังลั่นโรงอาหารหลังจากที่นิรินเล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนให้ฟังจนจบ
นิรินทำหน้ามุ่ยรีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อนตัวดีที่แหกปากจนคนมองกันทั้งโต๊ะ
"เบาๆสิเว้ยอีข้าว! กูไม่ได้ตาฝาด กูเห็นกับตาจริงๆ ผู้ชายรอยสักเต็มแขน เจาะคิ้วถือประแจเปื้อนเื นั่นแหละ ไอ้พี่ไทน์ปีสามภาคเมคคาฯ ชัวร์ๆ"
ข้าวสวยกลอกตาบนอย่างเอือมระอาก่อนจะยกแก้วชาเย็นขึ้นดูด
"แกจะบ้าเหรอพี่ไทน์เนี่ยนะตีคน? พี่ไทน์ที่เป็ประธานชมรมบอร์ดเกมเนี่ยนะ?พี่ไทน์ที่วันๆเอาแต่อ่านเท็กซ์บุ๊กจนแว่นหนาเท่าก้นขวดเนี่ยนะ!"
"เออ!คนนั้นแหละ กูยืนยัน นั่งยัน นอนยันเลย!"
"ไร้สาระ!พี่เขาเดินเหยียบมดยังร้องไห้เลยมั้งแกรู้ไหมว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนพี่เขาเพิ่งจะช่วยลูกแมวตกท่อจนตัวเองเสื้อช็อปเลอะเทอะไปหมดคนดีศรีวิศวะขนาดนั้น จะไปกระทืบคนได้ยังไง"
ข้าวสวยสาธยายสรรพคุณความดีงามของไทน์เป็ฉากๆนิรินฟังแล้วก็ได้แต่เบะปากคว่ำ
"นั่นมันเปลือกเว้ยข้าว!มึงโดนเขาหลอกแล้ว คนทั้งคณะก็โดนหลอก ผู้ชายคนนั้นมันคือมาเฟียแฝงมาเรียนชัดๆ"
"พอๆเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว อ่านหนังสือสอบควิซวิชาสแตติกดีกว่า เดี๋ยวก็เอฟคู่หรอก"ข้าวสวยตัดบท หยิบหนังสือชีทเรียนขึ้นมาเปิดหน้าตาเฉย
นิรินถอนหายใจเฮือกใหญ่อึดอัดจนแทบจะบ้าตายที่ไม่มีใครเชื่อความจริงที่เธอเห็น
เธอหยิบปากกาไฮไลต์ขึ้นมาหมุนเล่นพลางคิดหาทางจับโป๊ะไอ้รุ่นพี่จอมลวงโลกคนนั้นให้ได้
เคร้ง! โครม!
แต่แล้ว...เสียงของแข็งหล่นกระแทกพื้นก็ดังสนั่นมาจากทางเดินข้างโรงอาหารเรียกความสนใจจากนิรินและนักศึกษาคนอื่นๆ ให้หันไปมอง
ภาพที่เห็นคือผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาที่ติดกระดุมเรียบร้อยยันเม็ดบนสุดสวมทับด้วยเสื้อช็อปสีเืหมูตัวโคร่ง กำลังนอนสะดุดล้มคว่ำหน้าอยู่บนพื้น
ข้างๆตัวเขามีหนังสือกองโตและชีทเรียนตกกระจายเกลื่อนกลาด
และที่สำคัญ...แว่นตากรอบหนาสีดำของเขากระเด็นหลุดไปตกอยู่ห่างจากตัวไปเกือบเมตร
นิรินเบิกตากว้างเมื่อจำได้ว่าผู้ชายซุ่มซ่ามคนนั้นคือใคร
"พี่ไทน์!"ข้าวสวยร้องเสียงหลงรีบวางแก้วชาเย็นแล้ววิ่งปรี่เข้าไปช่วยรุ่นพี่สุดที่รักเก็บหนังสือทันที
นิรินลุกขึ้นยืนช้าๆมองดูภาพตรงหน้าด้วยความสับสนขั้นสุด
ไทน์ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง เขายกมือขึ้นคลำหาแว่นตาของตัวเองสะเปะสะปะท่าทางเงอะงะและดูน่าสงสารจนสาวๆ โต๊ะข้างๆ รีบเข้ามาช่วยหา
ข้าวสวยหยิบแว่นตาขึ้นมาส่งให้ไทน์"นี่ค่ะพี่ไทน์ เป็อะไรมากไหมคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
"ขะ...ขอบคุณครับน้องข้าวสวย พี่ไม่เป็ไรครับ พี่แค่เดินสะดุดมดนิดหน่อย"
ไทน์รับแว่นมาสวมกลับเข้าที่เดิมก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มบางๆ เป็รอยยิ้มที่ดูซื่อบริสุทธิ์และไร้พิษสงที่สุดในโลก
"เดินสะดุดมด?!"นิรินทวนคำเสียงหลงแทบจะะโ
นี่เขาใช้วลีเดียวกับที่ข้าวสวยเพิ่งพูดเป๊ะเลย!
ดวงตากลมโตของนิรินจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะนั้นอย่างจับผิด
ไม่มีจิวที่คิ้วซ้าย...(แต่มีพลาสเตอร์ยาสีเนื้อแปะทับไว้เนียนๆ) ไม่มีรอยสัก...(เพราะความยาวของแขนเสื้อช็อปปกปิด่ต้นแขนเอาไว้จนมิดชิด)
นี่มันเทวดาเดินดินชัดๆ!
ในขณะที่ทุกคนกำลังช่วยไทน์เก็บหนังสือนิรินก็เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา มือเรียวเท้าสะเอวแน่น
"เดินสะดุดมดหรือเดินสะดุดตอกันแน่คะรุ่นพี่"
คำพูดของนิรินทำเอาบรรยากาศรอบๆเงียบกริบ ข้าวสวยถลึงตาใส่เพื่อนสนิททันที
"ไอ้นิริน!มึงพูดอะไรของมึงเนี่ย ขอโทษพี่ไทน์เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ไทน์ค่อยๆลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า เขาช้อนสายตาผ่านเลนส์แว่นหนาเตอะขึ้นมามองนิริน
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับคนใก่อนจะระบายยิ้มซื่อๆ ออกมา
"มองหน้าพี่ทำไมครับน้องนิริน...พี่ทำอะไรผิดเหรอ?"
น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและสุภาพขั้นสุดชนิดที่ว่าใครฟังก็ต้องละลาย
แต่นิรินกลับรู้สึกถึงความเย็นะเืที่แฝงอยู่ในรอยยิ้มมุมปากนั้นมันคือรอยยิ้มเดียวกันกับเมื่อคืนตอนที่เขาเอาประแจเคาะกำแพงขู่เธอ!
"พี่ไทน์พี่ไม่ต้องมาแกล้งตีหน้าซื่อเลยนะ เมื่อคืนหนูเห็นหมดแล้วว่าพี่..."
"น้องนิรินคงจำคนผิดแล้วล่ะครับเมื่อคืนพี่อ่านหนังสืออยู่หอทั้งคืนเลย"ไทน์รีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เขาขยับเข้าไปใกล้นิรินอีกก้าวหนึ่งจนปลายรองเท้าผ้าใบชนกันก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
"พี่บอกแล้วไงครับ...ว่าเด็กดีไม่ควรพูดโกหก"
ลมหายใจอุ่นๆที่เจือกลิ่นเปปเปอร์มินต์แบบเดียวกับเมื่อคืนเป๊ะ ทำเอานิรินขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ก่อนที่ไทน์จะผละออกไปแล้วส่งยิ้มโง่ๆ ให้กับทุกคนรอบข้าง
"ขอบคุณน้องๆทุกคนมากนะครับที่ช่วยพี่เก็บของ พี่ขอตัวไปเรียนก่อนนะครับ พอดีสายแล้ว"
ชายหนุ่มในคราบ(ฮอต)เนิร์ดหอบกองหนังสือเดินจากไปปล่อยให้นิรินยืนอ้าปากค้าง ทำหน้าเหมือนคนโดนผีหลอกกลางแดดเปรี้ยงๆ
ไอ้รุ่นพี่ตอแหล!ไอ้มาเฟียจอมลวงโลก!
หนอย...คิดว่าขู่แค่นี้แล้วคนอย่างนิรินจะกลัวเหรอ ฝันไปเถอะ! คอยดูนะเธอจะกระชากหน้ากากไอ้พี่ไทน์คนนี้ออกมาให้คนทั้งคณะดูเป็ขวัญตาให้ได้!