กระบี่วิถีมาร

    บทที่30 วิถีกระบี่ที่สาม

            หมิงเฉิงที่ได้ยินเสียงของ ซิ่วอิงในห้วงดวงจิตก็พลันสายตาเย็นเฉียบขึ้นมาทันที  เพราะด้วยขั้นพลังที่ต่างกันเกินไป หมิงเฉิงจึงทำได้แค่หนีพอซิ่วอิงพูดขึ้นมาอย่างนี้ ชายหนุมก็มีความมั่นใจขึ้นมาในทันที

             

            หมิงเฉิงหยุดอยู่กลางอากาศยืนนิ่งหลับตาเขาตอนนี้ไม่ได้หนีลาวาที่กำลังพุ่งมาหาเขา

             

            “เป็นอะไรไป...ไม่หนีแล้วงั้นรึ...??  ประมุขเงาจันทร์ พอเห็นว่าหมิงเฉิงไม่ได้หนีแต่ทว่าเขากลับยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ประมุขเงาจันทร์ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรที่หมิงเฉิงยืนนิ่งเพราะคิดว่าหมิงเฉิงนั้นยอมรับชะตากรรมแล้ว

             

            “ฮ่าๆๆๆ เอาจริงๆข้าเสียดายพรสวรรค์ในตัวเจ้ามากแต่ในเมื่อเจ้าคือศัตรู ข้าก็ไม่มีอันใดต้องเมตตา ประมุขเงาจันทร์พูดออกมาด้วยความโอหัง เพราะมั่นใจในเขตแดนจันทร์ดับของตน  เช่นนั้นก็ไปตายเสียเจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

             

            พูดจบประมุขเงาจันทร์ก็วาดมือออกไปบังคับลาวาในเขตแดนของตน ให้พุ่งเข้าใส่หมิงเฉิง ลาวาทั้งหมดพุ่งไปหาหมิงเฉิง แต่ทว่าหมิงเฉิงกลับยังคงยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว

             

            “ทำไมหมิงเฉิงไม่หลบเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่  อาวุโสหนึ่งที่พยุงหลี่น่าจ้าววิหารไท่ชิงพลันพูดขึ้นเมื่อเห็นหมิงเฉิงไม่หลบการโจมตีของประมุขเงาจันทร์ หลี่น่ายังคงยืนมองดูอย่างสงบแต่แท้จริงนั้นนางกำลังเคร่งเคลียด

             

            ในขณะที่ลาวากำลังถึงตัวหมิงเฉิงนั้นทันใดนั้นชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้น ฟุบ.... เสียงการเคลื่อนไหว หมิงเฉิงหายไปจากที่เดิมตูมมมม เสียงลาวาปะทะกันเข้ากับอากาศ แต่ทว่าหมิงเฉิงกลับไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

             

            “ฮ่าๆๆ.... เป็นแค่เด็กอมมือกลับไม่เจียมตัวริบังอาจมาสู้กับข้า..... ประมุขเงาจันทร์ที่คิดว่าการโจมตีของตนนั้นได้สังหารหมิงเฉิงไปแล้วก็พูดขึ้นมาอย่างได้ใจ

             

            ทันใดนั้นประมุขเงาจันทร์ก็รู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้ถึงประมุขเงาจันทร์หลันหลังกลับมาก็เห็นปลายกระบี่ที่ถูกสะบัดโดยหมิงเฉิงตอนนี้ใกล้จะตัดลำคอของตนประมุขเงาจันทร์เร่งพลังออกมาป้องกันแล้วเอียงตัวเบี่ยงหลบไปด้านข้างฉึบ....เสียงกระบี่ที่ดังเข้าโสทประสาทของประมุขเงาจันทร์ มวยผมของประมุขเงาจันทร์ที่ขาดและลอยขึ้นไปในอากาศ ในคลองจักขุของประมุขเงาจันทร์เห็นเพียงมวยผมของตนที่ถูกตัดขาด และห่างออกไป10เมตร ก็เห็นหมิงเฉิงยืนถือกระบี่  หากประมุขเงาจันทร์สัมผัสช้าไปกว่านี้เกรงว่าหัวคงได้หลุดออกจากบ่าเป็นแน่...

             

            กลิ่นอายของเขาตอนนี้แม้พลังยุทธ์ของประมุขเงาจันทร์จะเหนือกว่าแต่กลิ่นอายของหมิงเฉิงกลับคมกริบมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว  มวยผมที่ถูกตัดขาด ประมุขเงาจันทร์ไม่แม้แต่จะทันตั้งตัว

             

            ความเร็วของหมิงเฉิงนั้นเร็วมากเพราะนี่คือวิถีกระบี่ขั้นที่สาม หลอมรวมกระบี่หมิงเฉิงใช้เคล็ดกระบี่วิรุฬที่สองเพื่อลบกลิ่นอาย แล้วพุ่งมาข้างหลังของประมุขเงาจันทร์อีกเพียงนิดเดียวเขาก็จะจบชีวิตของประมุขเงาจันทร์ได้แล้ว

             

            แต่ประมุขเงาจันทร์กลับสัมผัสกลิ่นอายของเขาได้ก่อน  กระบี่ที่หมิงเฉิงสะบัดออกไปจึงทำได้เพียงตัดมวยผมของประมุขเงาจันทร์ ประมุขเงาจันทร์ดีดตัวออกมาด้านหลัง สีหน้าตอนนี้กำลังเคร่งเคลียดเห็นได้ชัดว่า หมิงเฉิงเข้ามาใกล้ตนได้ขนาดนี้โดยที่ตนไม่สามารถสัมผัสกลิ่นอายได้

             

            ประมุขเงาจันทร์ก็เหงื่อตกขึ้นมาทันทีจากนั้นก็หลี่ตาลงแล้วพูดขึ้น

             

            “ข้าประมาทเจ้าไปจริงๆ..... ประมุขเงาจันทร์พูดคำนี้ออกมาเพราะสัมผัสได้ว่า วิถีกระบี่ของหมิงเฉิงนั้นไม่ใช่เรื่องที่ตนจะดูถูกได้

             

            รอบๆตัวของหมิงเฉิงตอนนี้เต็มไปด้วยปราณกระบี่ที่คมกริบเขาแสดงวิถีกระบี่ขั้นที่สามขั้นหลอมรวมกระบี่ออกมา ผู้ที่ดูการต่อสู้ก็ต้องตะลึงในความสามารถของหมิงเฉิง

             

            “หืออ...อายุเพียงเท่านี้กลับบรรลุวิถีกระบี่ขั้นหลอมรวม ช่างทำให้ข้าสนใจในตัวเจ้าจริงๆหึหึหึ .... ห่างใกลออกไปเด็กหนุ่มที่ยืนดูการต่อสู้ก็พูดออกมาด้วยความแปลกใจ

             

            หมิงเฉิงยังคงรักษาความเยือกเย็นเขาตอนนี้ยืนถือกระบี่จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ประมุขเงาจันทร์ หมิงเฉิงระเบิดพลังและใช้เคล็ดกระบี่วิรุฬหกทิศออกมาอย่างไม่ยั้งมือเพราะเขาต้องการจบการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุด ด้วยขั้นพลังที่ต่างกันหากสู้ยืดเยื้อ หมิงเฉิงคงแพ้เป็นแน่

             

            ประมุขเงาจันทร์โมโหอย่างสุดขีด  ย่าาาาาาาา..... ประมุขเงาจันทร์กลีดร้องออกมาด้วยความโมโหแต่ก็ทำอะไรหมิงเฉิงไม่ได้เพราะเขาเร็วเกินกว่าตนจะโจมตีได้จึงทำได้เพียงป้องกัน   จากนั้นประมุขเงาจันทร์ก็วาดฝ่ามือออกมาแล้วบังคับลาวาให้มาเป็นโล่กำลังให้แก่ตน

     

             

            ร่างของหมิงเฉิงนั้นเรือนรางดูไม่ออกว่าร่างไหนร่างจริงเพราะความเร็วจึงทำให้หมิงเฉิงดูเหมือนแยกเป็นหลายร่างเขาสะบัดกระบี่ใส่ประมุขเงาจันทร์อย่างต่อเนื่อง แต่ทว่ากลับฟันประมุขเงาจันทร์ไม่เข้า

             

            ฉึบ ฉึบ ฉึบ  เสียงกระบี่ที่สะบัดใส่โล่ป้องกันของประมุขเงาจันทร์ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแต่หมิงเฉิงกลับฟันไม่เข้า หมิงเฉิงยังคงสะบัดกระบี่เข้าใส่อยู่อย่างนั้น

             

            “ฮ่าๆๆๆๆ.....ประมุขเงาจันทร์หัวเราะออกมาอย่างได้ใจเพราะกระบี่ของหมิงเฉิงไม่สามารถตัดผ่านโล่ป้องกันของตนได้ 

             

            หมิงเฉิงหยุดสะบัดกระบี่เข้าใส่แล้วพุ่งถอยหลังออกมา  ผู้คนที่ยืนดูการต่อสู้ก็งงกับการกระทำของหมิงเฉิงเห็นได้ชัดว่ากำลังได้เปรียบแต่ทำไมเขาหยุดสะบัดกระบี่เข้าใส่ประมุขเงาจันทร์

             

            ทันใดนั้นบรรยากาศรอบๆของหมิงเฉิงก็คมกริบขึ้นมาแม้แต่อากาศยังให้ความรู้สึกคมกริบ500เมตรภายใต้รัสมีนี้ก่อเกิดเป็นกลิ่นอายที่คมกริบบาดแทงหมิงเฉิงกำลังปลดปล่อยวิถีกระบี่ที่สามออกมา ขั้นหลอมรวมกระบี่นั้น หมิงเฉิงคือกระบี่และกระบี่คือหมิงเฉิง ทุกอย่างบนตัวล้วนเป็นกระบี่

             

            ไอสังหารที่ปลดปล่อยออกมาเข้มข้นเป็นเท่าตัว    แคลก.... ปราการณ์เขตแดนจันทร์ดับของประมุขเงาจันทร์เริ่มมีรอยร้าวประมุขเงาจันทร์ที่เห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที