“อย่าพยายามต่อต้าน…แต่พวกเ้าต้องยอมรับมัน และถ่ายทอดเคล็ดวิชาทั้งหมดมายังร่างแยกของข้า วิธีการนี้จะทำให้พวกเ้าถ่ายทอดเคล็ดวิชาได้เร็วขึ้นโดยที่พวกเ้าทั้งสองไม่ต้องใช้สมาธิมากเกินไป เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะอาจจะเป็ไปได้ว่าเผ่ามารอาจจะบุกเข้ามาได้ก่อน” กล่าวจบร่างแยกของอาจารย์ซุนก็ซึมซับเคล็ดวิชาทั้งหมดจนสิ้นก่อนจะส่งซิ่วอิงและหวงหลงเข้าสู่ค่ายกลกลืนเวลาด้วยความรีบร้อนจึงไม่อธิบายอะไรให้แก่ซิ่วอิงและทำการถ่ายทอดวิชาที่ดูดซับมา พร้อมกับบอกหวงหลงว่าอย่าเป็กังวลเพราะตนจะช่วยปกป้องหมู่บ้านด้วย ทำให้หวงหลงเบาใจ
ซึ่งปกติแล้วการถ่ายทอดวิชาโดยการส่งผ่านทางพลังจิตแล้วผู้ถ่ายทอดต้องใช้สมาธิเป็อย่างมากและห้ามเคลื่อนไหว แต่เคล็ดวิชาของอาจารย์ซุนนั้นแตกต่างไปทำให้ใช้เวลาเพียงน้อยนิดแต่ต้องรับความเสี่ยงสูงสำหรับผู้รับการถ่ายทอด
….
ณ โถงประชุมตำหนักหวงตอนนี้เหล่าผู้นำและผู้าุโประจำตระกูลรวมถึงอาจารย์ซุนก็ยังปรึกษาหารือกัน
“ท่านประมุขหวงพวกเราจะเอายังไงกันดีตอนนี้ค่ายกลักลืนโลหิตของพวกเรามิอาจจะต้านทานเผ่ามารได้แล้วขอรับ เพราะพวกเผ่ามารยอดฝีมือของเผ่ามารได้มารวมตัวกันมากขึ้น” ผู้าุโหนึ่งกล่าวรายงาน
“ตอนนี้พวกเราจะต้องอพยพเหล่าชาวบ้านที่ไม่รู้เื่ออกไปก่อนเพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้ฝึกตน และอีกอย่างแม้พวกชาวบ้านจะสังกัดตระกูลหวงก็จริงแต่หาใช่เป็คนจากดินแดนของเราไม่ ดังนั้นพวกเราจะต้องทิ้งพวกเขาไว้ที่แผ่นดินหลิงมิเช่นนั้นจะเกิดอันตรายแก่พวกเขามากกว่าเดิม" ประมุขหวงกล่าวในที่ประชุม
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะนำพวกเขาไปไว้ที่ไหนรึ ขอรับ” ผู้าุโสองถามออกไป
“หมู่บ้านหลิน เขตการดูแลของสำนักัฟ้า ที่นั้นมีสหายของข้าอยู่ข้าได้แจ้งเื่ทั้งหมดไปแล้ว เื่แบบนี้รอช้าไม่ได้ข้าต้องขอให้ผู้าุโสี่และห้าเป็ผู้คุ้มกันประชาชน เมื่อไปถึงให้ท่านตามหาผู้ใหญ่บ้านที่นั้น เขาจะช่วยเหลือพวกท่านเอง” ประมุขหวงกล่าว\
“น้อมรับคำบัญชา” ผู้าุโสี่และห้ายกมือประสานก่อนจะลุกออกไปกวาดต้อนชาวบ้านเพื่อให้ออกเดินทาง ทำให้ทั้งห้องโถงเหลือเพียงห้าคนคือ ประมุขหวง ฮูหยินหวง อาจารย์ซุนและ ผู้าุโหนึ่งและสอง
“ท่านอาจารย์ซุน เหตุใดท่านถึงไม่พาซิ่วอิงและหวงหลงเดินทางั้แ่ตอนนี้เลย แต่กลับให้พวกเข้าเรียนรู้เคล็ดวิชาก่อน” ประมุขหวงเอ่ยขึ้น
“วิชาของข้าแม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดเหมือนกันคือ วิชาที่ใช้จะอยู่ได้ไม่กี่วันถ้าเดินทางด้วยสัตว์อสูรกว่าจะไปถึงแดนหิมะย่อมสลายไปก่อนอีกทั้งวิชาเช่นนี้้าสมาธิสูงเป็อย่างมากในการฝึกย่อมไม่เหมาะที่จะฝึกในระหว่างการเดินทาง อีกทั้งเคล็ดวิชานี้ยังใช้พลังปราณที่สูงมาก
ทำให้ข้าไม่อาจจะใช้วิชา"ก้าวไกลแสนลี้หรือวิชาเมฆสีทอง" ได้หากเป็เมื่อก่อนการทำแบบนี้ย่อมเป็เื่ง่ายแท้ๆ แม้พวกเขาจะอยู่ในค่ายกลกลืนเวลาของข้าแต่ข้ากลัวว่าเผ่ามารจะบุกมาเสียก่อนอีกทั้งค่ายกลดังกล่าวยังมีข้อเสียคือเมื่อใช้ออกมาแล้วจะต้องไม่ห่างจากจุดที่ใช้หรือมิอาจเคลื่อนย้ายได้” อาจารย์ซุนถอนหายใจ
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะทำยังไงกันดี” ฮูหยินหวงเอ่ยถาม"
“มีทางเดียวคือพวกเราจะต้องภาวนาให้เผ่ามารยังไม่สามารถหาวิธีทำลายค่ายกลักลืนโลหิตของเ้า ก่อนที่หวงหลงและวิ่วอิงจะฝึกสำเร็จ หากเป็เช่นนั้นพวกเราก็รีบสลายตัว ฮ่าๆ” อาจารย์ซุนหัวเราะ
“ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กลับเวลาซินะ” ประมุขหวงพึมพำก่อนะเลิกการประชุมเพื่อไปทำหน้าที่ของตนโดยอาจารย์ซุนได้กลับมาที่ค่ายกลกลืนเวลาเพื่อเฝ้าดูเด็กทั้งสอง
….
ณ ค่ายกลกลืนเวลา อาจารย์ซุนได้เฝ้ามองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ถ้าเป็ไปได้ข้าก็ไม่อยากใช้วิธีเช่นนี้เลย เพราะวิธีเช่นนี้เหมาะกับการฝึกในพวกที่มีพลังขั้นสูงสุดเพราะเคล็ดวิชาต่างๆย่อมถ่ายทอดกันเป็ขั้นตามลำดับพลัง แต่การเรียนรู้และเข้าใจทั้งหมดในครั้งเดียวนี้ย่อมเป็อะไรที่แสนสาหัสเป็อย่างมากเพราะมีโอกาสกลับมาทำร้ายพวกเ้าได้ถ้าเ้าซึมซับพวกมันไม่สมบูรณ์ ข้าหวังว่าพวกเ้าจะผ่านไปด้วยดี” อาจารย์ซุนพึมพำออกมาก่อนจะนั่งรวบรวมสมาธิเพื่อเติมเต็มพลังปราณของตน เพื่อเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
….
ภายในจิตใจของหวงหลงและซิ่วอิงตอนนี้เต็มไปด้วยอักขระและท่าทางของเคล็ดวิชามากมายในด้านซิ่วอิงนั้นด้วยความที่นางมีจุดชีพจรเป็ผนึกวิเศษไป๋อิงที่สามารถรองรับพลังได้มากมายพร้อมกับนางฝึกฝนตนเองจนอยู่ระดับเริ่มต้นตอนกลางแล้วย่อมผ่านไปได้ด้วยดีแม้จะต้องใช้เวลานานไปสักหน่อยและนางยังจะได้โชคอีกด้วยเพราะความที่เคล็ดวิชาดังกล่าวได้ซึมซับพลังปราณของฮูหยินหวงมาด้วยทำให้นางสามารถบรรลุพลังยุทธ์เข้าสู่ระดับจอมยุทธ์ขั้นต้นได้อย่างง่ายดาย
แต่กลับกันหวงหลงซึ่งยังไม่เริ่มฝึกฝนเพื่อบรรลุระดับยุทธ์อย่างจริงจังมีเพียงการฝึกฝนทางร่างกายเพียงอย่างเดียว ต่อให้มีการฝึกฝนลมหายใจแห่งัจนเทียบเคียงระดับเริ่มต้นตอนต้นก็ตาม….แต่หาใช่ระดับพลังที่แท้จริงไม่ ดังนั้นตอนนี้หวงหลงยังถือว่ายังไม่บรรลุระดับพลังใดๆเลย ดังนั้นการเรียนรู้เคล็ดวิชัเทวะในขั้นที่สูงกว่ายอมเป็อันตรายเป็อย่างมาก ถึงขั้นทำให้เสียสติและถึงแก่ความตายได้
และหน้าที่ของอาจารย์ซุนนอกจากต้องเติมเต็มพลังปราณยังต้องทำหน้าที่ตรวจสอบหวงหลงเป็ระยะๆเพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้
…..
“ตู้มมมม” เกิดเสียงะเิขึ้นสั่นหวั่นไหวบริเวณที่เกิดเหตุคือค่ายกลักลืนโลหิตชายแดนกั้นระหว่างหมู่บ้านหวงและโลกภายนอกจากเสียงดังกล่าวบ่งบอกได้ว่าบัดนี้ ค่ายกลักลืนโลหิตได้ถูกทำลายลงแล้วพร้อมกับปรากฏร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้มีดวงตาสีแดงฉาน ร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม บนร่างกายมีรอยสักอันแปลกประหลาดสีแดง และมือสองข้างถือขวานขนาดใหญ่ พอๆกับขนาดตัวของมัน
“ฮึๆ คิดว่าค่ายกลกระจอกแบบนี้ จะใช้กับแม่ทัพมารอย่างข้าได้เช่นนั้นรึ” มันทำเสียงดูแคลนก่อนจะพุ่งตรงไปยังหมู่บ้านหวงอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ซ่อนเร้นพลังของตนแต่อย่างใดเพื่อเป็การท้าทายเ้าของบ้าน
…
“ค่ายกลักลืนโลหิตถูกทำลายแล้วเช่นนั้นรึ ไม่คิดว่าจะเร็วถึงเพียงนี้ น้องหญิงเ้าหลบอยู่ที่นี่” ประมุขหวงทำสีหน้าเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เพราะเขาััถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถต่อต้านได้
“ท่านพี่ข้าจะไปกับท่าน ท่านเคยสัญญากับข้าแล้วว่าท่านจะไม่ทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง” ฮูหยินหวงกุมมือประมุขหวงอย่างหนักแน่นจนประมุขหวงอ่อนใจจึงพยักหน้าตอบรับ
ตอนนี้ในหมู่บ้านหวงมีเพียงยอดฝีมือเพียงยี่สิบสี่คนเท่านั้นประกอบด้วย ประมุขหวง ฮูหยินหวง าุโหนึ่ง าุโสอง และทหารยอดฝีมืออีกยี่สิบคน ซึ่งปกติแล้วตำหนักหวงจะมียอดฝีมือทั้งหมดหนึ่งร้อยคน ประกอบด้วยผู้นำสองคนคือประมุขหวงและฮูหยินหวงที่อยู่ในระดับราชันย์ยุทธ์ าุโจำนวนยี่สิบคนอยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์ และที่เหลือเป็ทหารยอดฝีมืออีกเจ็ดสิบแปดคนที่อยู่ในระดับยอดยุทธ์
ทำให้ครั้งนี้หมู่บ้านหวงถือว่ารับศึกหนักเป็อย่างมากเพราะประมุขหวงััได้ว่ามีจำนวนผู้บุกรุกที่มีพลังยุทธ์สูงประกอบด้วยระดับยอดยุทธ์มีหนึ่งร้อยคน ระดับปรมาจารย์ยุทธ์มีสี่คน ในระดับราชันย์ยุทธ์มีสอง และที่น่าหวาดหวั่นที่สุดคือในระดับเทพยุทธ์อีกหนึ่ง
ดังนั้นประมุขหวงและคนอื่นๆจึงรีบออกไปถ่วงเวลาไว้ก่อนเพราะด้วยพลังระดับเทพยุทธ์แล้วย่อมสามารถตรวจสอบพลังของค่ายกลกลืนเวลาที่บุตรชายและซิ่วอิงใช้ฝึกฝนได้อย่างแน่นอน
….
“ข้าคือประมุขหวงเหตุใดพวกท่านถึงได้ล่วงลำ้เข้ามายังหมู่มาของข้า” ประมุขหวงตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับแม่ทัพมารผู้ถือขวานั์อยู่ในมือ
“ข้าคือแม่ทัพมาร อังลี่ เป็หนึ่งในสี่แม่ทัพมารขององค์จักพรรดิมารผู้ยิ่งใหญ่ แล้วสาเหตุที่ข้ามาที่แห่งนี้พวกเ้าย่อมรู้อยู่แก่ใจ” แม่ทัพมารชื่อ อังลี่ แสยะยิ้มอย่างน่ารังเกียจ
“ถ้าเ้าไม่เอ่ยบอกแล้วพวกข้าจะรู้ได้เช่นไร ” ประมุขหวงเอ่ยถามแม้ในใจจะร้อนรน
“เ้ากล้าเล่นลิ้นกับข้าเช่นนั้นรึ ดีถ้าเช่นนั้นข้าจะไปลากตัวมันมาเอง” กล่าวจบแม่ทัพมารได้สั่งให้รู้น้องของตนบุกเข้าไปยังหมู่บ้านหวงแต่ไม่ทันได้อย่างกายเข้าประตูหมู่บ้านก็ถูกแช่แข็งจนแน่นิ่ง
“เคล็ดวิชาเซียนหิมะ ไอเย็นตรึงิญญา” ฮูหยินแสดงตัวออกมาพร้อมกับกระบี่ที่ปกคลุมด้วยไอเย็น
“ในเมื่อผู้บุกรุกเช่นท่านไม่ให้เกียรติข้าเช่นนี้ อย่าหาว่าข้าใจร้ายไม่ได้” ประมุขหวงกล่าวจบก็ปลดปล่อยพลังของตนออกมาพร้อมกับสะบัดมือออกไปจนเกิดเป็กระบี่ั์สีดำทมิฬขาดเกือบเท่าตนเองขึ้นมา
“พลังระดับเ้าไม่ต้องถึงมือข้า” กล่าวจบแม่ทัพมารก็สั่งให้รองแม่ทัพซ้ายและขวาที่ติดตามตนมาเข้ารับมือกับฮูหยินหวงและประมุขหวง อีกทั้งยังสั่งให้สังหารผู้คนที่พบเจอทั้งหมด ดังนั้นตอนนี้ยอดฝีมือของหมู่บ้านหวงต่างพากันเข้าต่อต้านคนจากกองทัพมาร
ประมุขหวงต้องเข้าปะทะกับรองแม่ทัพมารขวา โดยรูปร่างของมันก็กำยำไม่ต่างจากแม่ทัพของมันพร้อมกับใช้ขวานขนาดใหญ่ที่ต้องจับสองมือเข้าจู่โจม ประมุขหวงต้องยกกระบี่ประจำกายขึ้นมาป้องกันไว้ไม่เช่นนั้นอาจจะาเ็สาหัสได้…ด้วยความที่ทั้งสองมีระดับพลังยุทธ์ใกล้เคียงกันคือประมุขหวงอยู่ในระดับราชั้นย์ยุทธ์ขั้นสูง และรองแม่ทัพมารขวาอยู่ขั้นกลางทำให้เื่พลังประมุขหวงมากกว่า
“ขวานสับนภา” รองแม่ทัพขวายกขวานของตนขึ้นพร้อมกันนั้นปราณที่ปล่อยออกมาเพิ่มไปที่ขวานจนมีขนาดใหญ่จนเหมือนจะตัดผ่านท้องฟ้าได้ตามชื่อของมัน
“กระบี่สะบั้นมาร” ประมุขหวงได้ใช้หนึ่งในเคล็ดวิชากระบี่ของตนเข้าต่อกรกับเคล็ดวิชาของรองแม่ทัพมารขวาทำให้เกิดแรงะเิส่งผลทำให้เกิดลมกระโชกแรง แต่ประมุขหวงไม่รอช้าจึงได้พุ่งเข้าไปโจมตีรองแม่ทัพมารขวาอย่างรวดเร็ว
“แทงขั้วิญญา” ประมุขหวงใช้เคล็ดวิชาต่ออย่างรวดเร็วที่แม้แต่รองแม่ทัพมารขวามิอาจตั้งตัวได้ทันจนปะทะกับรังสีกระบี่พุ่งเข้าไปหมายจะปลิดชีพตนแต่ด้วยสัญชาตญาณ ทำให้แม่ทัพมารขวายกขวานในมือตนขึ้นมาได้ทัน แต่ต้องแลกกับรอยร้าวบนขวานที่เกิดจากรังสีกระบี่
“เป็ไปได้อย่างไร” แม่ทัพมารขวาแสดงสีหน้าตื่นตระหนกเพราะขวานที่มันใช้เป็ขวานระดับปฐีที่ไม่ใช่ว่าจะเกิดรอยร้าวได้ง่ายเช่นนี้ รองแม่ทัพมารขวาจึงมองไปที่กระบี่ในมือประมุขหวงอีกครั้งอย่างพิจารณา
“กระบี่ของแกได้มาจากที่ใด” รองแม่ทัพมารขวาเอ่ยปากถามประมุขหวง
“ฮ่าๆ แกไม่จำเป็ต้องรู้” กล่าวจบประมุขหวงก็เข้าจู่โจมอีกครั้งด้วยเคล็ดวิชากระบี่สะบั้นมารและเคล็ดวิชาแทงขั้วิญญาไปเรื่อยๆ แม้รองแม่ทัพมารขวาจะสามารถป้องกันได้และโต้กลับมา แต่มันหารู้ไม่ว่าตัวของมันกำลังจะเผชิญกับหายนะ
…
ส่วนทางฝั่งของรองแม่ทัพมารซ้ายผู้มีรูปร่างไม่ต่างจากรองแม่ทัพมารขวาสักเท่าไหร่ มันใช้ศาตราเป็ขวานคู่ได้เข้าปะทะกับฮูหยินหวง ซึ่งรองแม่ทัพมารซ้ายใช้ขวานที่เน้นไปด้วยความเร็วเข้าจู่โจมฮูหยินหวงทั้งสองสู้กันได้อย่างสูสีเพราะระดับพลังของทั้งสองเท่ากัน
“ไอเย็นตรึงิญญา” ฮูหยินหวงใช้เคล็ดวิชาของตนโดยปล่อยไอเย็นหมายจะแช่แข็งแม่ทัพมารซ้ายแต่มันไหวตัวได้ทันก่อนจะะโเพื่อหลบไอเย็น
“ขวานบินทลายปฐี” แม่ทัพมารซ้ายใช้พลังปราณของตนกระแทกขวานให้พุ่งตรงไปยังฮูหยินหวงอย่างรวดเร็วโชคดีที่ฮูหยินหวงไหวตัวได้ทัน
“ไอเย็นคุ้มกาย” ฮูหยินหวงใช้เคล็ดวิชาอีกครั้งจนเกิดพลังไอเย็นเข้าปกคลุมไปทั่วฮูหยินหวงทำให้ขวานบินของรองแม่ทัพมารซ้ายไม่อาจเจาะเข้าไปถึงตัวฮูหยินได้มันจึงควบคุมขวานกลับไปหาตัวมันเอง
“จะทนได้สักเท่าไหร่” รองแม่ทัพมารซ้ายใช้วิชาเดิมอีกครั้งเพื่อหวังทำลายไอเย็นที่คุ้มกลายฮูหยินหวง โดยครั้งนี่มันได้ใช้เคล็ดวิชากับขวานของมันทั้งสองข้างพร้อมกันทำให้พลังการทำลายเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า
ฮูหยินจึงต้องรีบคลายเคล็ดวิชาของตนก่อนจะใช้กระบี่ในมือของตนเข้าต้านขวานบิน ฮูหยินหวงใช้กระบี่ในมือกวัดแกว่งออกมาอย่างรวดเร็วและงดงามสามารถปัดป้องขวานบินคู่ได้อย่างหมดจด
“ฮึ มีลูกเล่นน่ารำคาญ” กล่าวจบรองแม่ทัพมารซ้ายได้พุ่งตัวพร้อมง้างขวานคู่ของตนเพื่อเข้าจู่โจมฮูหยินหวงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ฮูหยินหวงก็สามารถตั้งรับได้อย่างทันท่วงทีพร้อมกลับโต้กลับไปอย่างรวดเร็ว
….
ส่วนฝั่งพวกผู้าุโและยอดฝีมือตระกูลหวงแม้มีจำนวนที่น้อยกว่าแต่พอมีทักษะที่จะต่อกรเหล่ามารที่เข้ามาจู่โจมได้เพราะในระหว่างที่ประมุขหวงและฮูหยินหวงต่อกับรองแม่ทัพทั้งสองนั้น…พวกเขาได้พยายามใช้เคล็ดวิชาของตนมาลดจำนวนฝั่งตรงข้ามโดยที่แม่ทัพมารและเหล่าลูกสมุนไม่ทันสังเกตุเห็น
โดยให้ผู้าุโและยอดฝีมือจะเน้นการใช้ค่ายกล “ัคำราม” ซึ่งเป็ค่ายกลที่เน้นการตั้งรับมากกว่าการโจมตีการตั้งรูปแบบค่ายกลจะเน้นการปล่อยปราณมาเป็ระยะเข้าโจมตีคู่ต่อสู้โดยไม่หวังผล เพียงให้คู่ต่อสู้ผงะแล้วถอยไปอย่างไม่ระวังตัว เปรียบเหมือนกับัที่คำรามออกมาเพื่อขมขู่คู่ต่อสู้เท่านั้น
โดยมีอาวุธลับคือประมุขหวงและฮูหยินหวงที่คอยเก็บศัตรูรอบๆนอกโดยที่พวกมันไม่รู้ตัว และให้คิดว่าเป็การโดนลูกหลงจากการต่อสู้ที่รุนแรง
….
การต่อสู้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยที่ฝั่งประมุขหวงไม่มีใครตายมีเพียงอาการอ่อนล้าเท่านั้นแต่เผ่ามารกับล้มตายหายไปกว่าครึ่งเพราะมันไม่อาจที่จะต้านทานพลังของราชันย์ยุทธ์อย่างประมุขหวงและฮูหยินหวงได้โดยเฉพาะเมื่อพวกมันถูกเล่นงานทีเผลอ
“บัดซบ….พวกเ้าหยุดก่อน” แม่ทัพมารร้องตระโกนขึ้นเมื่อมันสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง แต่การกระทำของมันก็ช้าไปเสียแล้วเมื่อ
“ตุบบบ” พร้อมกับประมุขหวงและฮูหยินหวงเผลอรอยยิ้มอย่างชั่วร้าย…..