“หลวงพ่อ อย่ามายุ่งกับกรรมเวรของใครเลยเ้าค่ะ อย่างไรเสียข้าก็จักเอามันให้ตาย หากมันไม่ตายคุณพี่ก็จะได้ครองคู่กับมัน อย่าบังคับให้ข้าต้องทำร้ายท่าน” หลวงพ่อใช้จิตอันแน่วแน่ที่ละเอียด สอดส่องไปตามเสียงของิญญาร้าย พบว่านางสถิตอยู่ที่ต้นไทรใหญ่ มีทั้งควันธูป เปลวเทียนที่คนแวะเวียนกันมาบูชา ส่งผลให้อิทธิฤทธิ์ของเธอทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน
“เราต่างผูกพันกันมา ถ้าไม่มีบุญสัมพันธ์กันก็คงไม่ได้พบ ไม่ได้มีโอกาสช่วยเหลือ เ้าจะฝืนชะตาได้อย่างไรกลิ่นจันทร์ เ้าหารู้ไม่ว่ากำลังจะทำบาปมหันต์ ด้วยเพราะดวงธรรมที่สว่างนั้นไม่เคยปรากฏแก่ใจอันมืดบอดของเ้า ไม่ว่าจะตอนเป็หรือตอนตาย”
“อย่ามาเทศนาข้า ข้ารู้เพียงว่าจักทำให้อีกลิ่นทิพย์จำทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น ให้มันเ็ปเจียนตายอย่างที่เคย แลมันจะไม่มีโอกาสได้พูดความจริงให้คุณพี่ได้รับรู้ หากถึงตอนนั้นคุณพี่ก็จักเป็ของข้าแต่ผู้เดียว”
“ใยเ้าต้องหลอกตัวเอง”
“ข้าหาได้หลอกตัวเองไม่ คำสัญญาที่คุณพี่มีแก่ข้า นั่นคือตราที่ข้าประทับคุณพี่เอาไว้ว่าคุณพี่จักเป็ของข้าแต่ผู้เดียว” เสียงะโป่าวประกาศให้พระวัดป่ารับรู้ ก่อนที่ท่านจะค่อยๆ ถอนดวงจิตออกมาแล้วลืมตาช้าๆ
“อย่าให้ลูกสาวโยมถอดสายสิญจน์เส้นนั้นเด็ดขาด เพราะเมื่อลูกสาวโยมจำเื่ราวในอดีตชาติหมดสิ้นแล้ว ิญญาร้ายนั้นจะไม่ปล่อยลูกสาวโยม ถึงครานั้นอาตมาก็ไม่แน่ใจนักว่าจะช่วยได้มากน้อยเพียงใด”
“นี่มันจะไม่ยอมปล่อยลูกสาวอิฉันจริงๆ หรือเ้าคะ” วารีพนมมือไหว้ขณะที่เอ่ยถามกับพระรูปดังกล่าว ดวงตากลอกกลิ้งอย่างไม่สบายใจ
“เอาเป็ว่า โยมอย่าพึ่งทุกข์ใจไป ทำตามที่อาตมาเคยกำชับไว้เท่านั้นก็พอ”
เป็วันแรกหลังจากออกมาจากโรงพยาบาล หญิงสาวเดินทางมายังมหาวิทยาลัยสองมือกอดหนังสือเรียนเดินตรงไปยังตึกเรียนอย่างตั้งมั่น ด้วยเพราะคะนิ้งเพื่อนรักรอเธออยู่ที่ห้องเรียบร้อยแล้ว อินทิราเดินผ่านต้นไทรใหญ่ที่มีคนเข้ามากราบไหว้ รู้สึกขนลุกวูบวาบ จนต้องกำสายสิญจน์ที่มืออีกข้างจนแน่น ก่อนจะเหลือบตามองไปยังต้นไทรใหญ่ที่ใครๆ ต่างก็พากันเคารพกราบไหว้ หากแต่เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยทุกครั้งที่ต้องเดินผ่าน หญิงสาวกลั้นใจก้มหน้าเดินแล้วเร่งฝีท้าวให้พ้นจากบริเวณนั้น ก่อนจะพุ่งตัวไปชนกับร่างหนาของใครบางคน เธอดันแว่นของตัวเองขึ้นหนึ่งครั้งพลางดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย
“พี่เชนทร์” เธอใพร้อมกับปล่อยยิ้มออกมอย่างโล่งอก
“ขอโทษค่ะ อิงค์ไม่ระวัง”
“ยังเจ็บตรงไหนอยู่ไหม” ชายหนุ่มถามด้วยสายตาแสนอบอุ่น อินทิราส่ายศีรษะไปมาช้าๆ พลางดันแว่นหนาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“ตั้งใจเรียนนะ” รอยยิ้มอ่อนโยนของเขา พร้อมกับมือหนายกขึ้นมาขยี้ศีรษะเธอด้วยความเอ็นดู ทำให้หญิงสาวยิ้มตอบกลับไปเช่นเดียวกันพลางพยักหน้ารับ แล้วหันตัวเดินจากไป
ท่ามกลางนักศึกษาคนอื่นๆ ที่แอบจับตามองดูเขาและเธอ บ้างก็แอบถ่ายภาพเก็บไว้ด้วยความอิจฉาตาร้อน เขาคือผู้ชายเบอร์หนึ่งของมหาวิทยาลัย ผู้หญิงห้อมล้อมราวกับว่าเขาคือพระเอกดัง และไม่นานนักภาพของคเชนทร์และอินทิราถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วในกรุ๊ปไลน์ของนักศึกษา และเริ่มมีข่าวซุบซิบกันหนักมากยิ่งขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว
“ผู้หญิงของคุณเชนทร์หรือแก”
“ไม่รู้ย่ะ แต่ดูจากภาพ ก็พอจะดูออกอ่ะนะ ว่าคุณเชนทร์ของพวกเรา นั้นเอ็นดูหล่อนขนาดไหน”
“ก็แค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราว หน้าตาก็งั้นๆ อาหมวยเรียกพี่”
“ฉันเห็นด้วย ได้ข่าวว่าคุณเชนทร์ชอบผู้หญิงหน้าไทย หล่อนไม่น่าจะใช่ตัวจริง”
“ฉันมีข่าวเด็ดมานำเสนอ” ว่าแล้วก็มีภาพของคะนิ้งเด้งขึ้นมาให้ทุกคนในกรุ๊ปได้เห็น
“จำน้องสาวของคุณเชนทร์ได้ไหม และแน่นอนว่า ผู้หญิงปริศนาที่อยู่กับคุณเชนทร์นั้นเป็เพื่อนของคะนิ้ง มันก็เท่านั้นเอง”
“แค่เพื่อนน้องสาว”
“จะวางใจได้ยังไง ภาพชัดเจนขนาดนั้น ฉันกำลังอกหัก” โซเชียลร้อนเป็ไฟในทันทีที่ภาพปริศนา ถูกยกเป็หัวข้อหลักในการสนทนาของเหล่าบรรดานักขุดทั้งหลาย
“เฮ้ย เชนทร์ นายดูนี่ดิ” พีทส่งมือถือให้คเชนทร์ดูภาพปริศนาที่กำลังถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย และดูเหมือนจะขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว
“อะไรวะเนี่ย” ชายหนุ่มสบถขึ้นมาเบาๆ หลังจากเห็นรูปนั้น ก่อนจะเลื่อนอ่านความคิดเห็นของนักสืบโซเชียลช้าๆ ด้วยความประหลาดใจ
“ก็เออดิ ฉันอ่ะควรถามนายว่าเกิดอะไรขึ้น” พีทดึงมือถือกลับไปแล้ว จ้องหน้าถามเพื่อนอย่างจริงจัง
“ก็ไม่ได้มีไร แค่บังเอิญเจอกันเมื่อเช้า” คเชนทร์ตอบคำถามของพีทพร้อมๆ กับพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในตอนเช้า
“แต่ในรูป มันไม่ได้เหมือนแค่บังเอิญเจอกันนะ” พีทแสดงท่าทางไม่เชื่อเช่นเดียวกับกลุ่มโซเซียล
“ก็แค่รูปเปล่าวะ ถ้ามีคนถ่ายรูปนายกับฉันตอนนี้ ที่นั่งใกล้กันจนจะจูบปากอยู่แล้ว มันก็มองได้หลายมุมเหมือนกันนั่นแหละ” พีทฟังจบจึงค่อยๆ ขยับตัวถอยห่างจากคเชนทร์ รู้สึกขนลุกพิลึกเมื่อคิดภาพตามคำพูดของเพื่อน ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอเพื่อตั้งสติครู่หนึ่ง
“อย่างนี้ อิงค์ไม่โดนกระแสแย่หรือวะ” พีทเปลี่ยนเื่โดยฉับพลัน
“เป็ข่าวกับผู้ชายอย่างฉัน มันแย่ตรงไหน ฉันเป็ลูกเ้าของมหาวิทยาลัยที่ฮอตที่สุด หน้าตาดีระดับพระเอก ใครๆ ก็อยากได้เป็แฟนทั้งนั้น อิงค์ควรจะดีใจ” คเชนทร์เชิดหน้าขึ้นพูดออกมาอย่างภูมิใจ ก่อนจะหันไปตั้งใจฟังอาจารย์สอนพร้อมกับพีทที่ส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่เห็นด้วย
กลิ่นจันทร์ิญญาร้ายที่สิงสถิตอยู่ในต้นไทร ทำได้เพียงยืนน้ำตาไหลพราก ดวงจิตของคเชนทร์ถูกสัญญาเก่าดูดกลับมาหากลิ่นทิพย์เหมือนครั้งในอดีต ชาติภพมิอาจกั้นกรรมสัมพันธ์ที่เขาและเธอมีให้กันได้ ความเ็ปยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเธอััได้ถึงความรู้สึกแท้จริงของชายหนุ่ม ว่าเขาหลงรักอินทิราหมดแล้วทั้งหัวใจ ความรักนั้นบริสุทธิ์งดงามดังดอกไม้สีขาว ดวงิญญาของกลิ่นจันทร์ทำได้เพียงกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนและเ็ป
“แลเหตุใดรักนั้นมิใช่ของกู เหตุใดจึงเป็เช่นนั้น ตัวกูก็เคยเหมือนอีกลิ่นทิพย์ทุกอย่าง เหตุใดกูจึงมิได้รักบริสุทธิ์นั้น เหตุใดจึงเป็อีกลิ่นทิพย์ เหตุใดจึงต้องเป็มันทุกชาติภพ” ดวงิญญานางรำร่ำไห้จนน้ำตากลายเป็สีเืหันขวับ มองชายหนุ่มคนรักเก่าในอดีตเดินตรงมายังต้นไทรใหญ่ ด้วยท่าทางรีบร้อน
“เดี๋ยวเชนทร์” คำกล่าวรั้งของพีท ทำให้คเชนทร์เอี้ยวตัวกลับไปหา
“มีอะไร”
“นายลืมสมุดเลคเชอร์ไว้” พีทยื่นคืนให้กับเพื่อน ก่อนจะแสดงสีหน้าเสมือนมีความในใจบางอย่าง ลังเลจะบอกเขา
“นายมีอะไรจะพูดกับฉัน ก็พูดมาตรงๆ” คเชนทร์เดาท่าทีของเพื่อนออกภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น
“เอาตรงๆ ฉันไม่สบายใจเื่ที่เกิดขึ้น อย่างน้อยนายควรแสดงความเป็สุภาพบุรุษ พูดปกป้องเธอบ้าง ไม่ใช่ให้คนอื่นเข้าใจผิดไปแบบนี้ นายไม่เสียหายแต่ผู้หญิงเขาเสียหาย ครั้งนี้อิงค์อาจจะได้รับผลกระทบจากแฟนคลับของนาย มันไม่เป็ผลดีกับตัวอิงค์เลย” พีทจำใจพูดเตือนสติเพื่อนรัก
“ขอบใจที่เตือนสติ ฉันจะเป็คนแก้ข่าวพวกนั้นเอง” พีทคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะใช้มือตบไหล่คเชนทร์เบาๆ แล้วหันหลังเดินกลับไป
“ข้ารู้ว่าคุณพี่พอใจให้คนอื่นเข้าใจเป็เยี่ยงนั้น ท่านพอใจให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าอีกลิ่นทิพย์เป็ของคุณพี่” ดวงตาแดงก่ำกัดฟันพูดพร้อมกับจ้องตรงมายังคเชนทร์ด้วยความรู้สึกเ็ป
คุณเอื้องฟ้านั่งดูเหล่านางรำฝึกซ้อมอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปแย้มยิ้มเมื่อเห็นพระพายและแก้วจันตาเดินเข้ามาร่วมชมการซ้อมรำด้วย เหล่านางทาสที่อยู่บริเวณนั้นรีบขยับหลบให้เ้านายกันพัลวัน
“สวยจังเลยเ้าค่ะคุณป้า หญิงสาวเข้ามานั่งพับเพียบด้านข้างด้วยกิริยาสำรวม ก่อนจะกล่าวชมเสียงหวาน” พระพายตามเข้ามานั่งด้านข้างในอิริยาบถไม่ต่างกัน ก่อนจะรินน้ำชารสเลิศยกดื่มแก้กระหาย
“เข้าใจชมนะแก้วจันตา ว่าแต่จะอยู่ที่นี่สักกี่วัน อยู่นานๆ อย่าพึ่งรีบกลับตามพ่อกับแม่เ้าไป” คุณเอื้องฟ้าขยับตัวให้อยู่ในท่าถนัดแล้วหันมากำชับว่าที่ลูกสะใภ้ดวงแววตามุ่งมั่น
“ข้าขอคุณพ่อไว้สิบวันเท่านั้นเองเ้าค่ะ”
“สิบวัน” พระพายใถึงกับทวนคำอีกครั้ง
“นานไปฤาไม่” ก่อนจะเปลี่ยนเป็กระซิบถามอย่างไม่พอใจ ที่หล่อนจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของเขาเสียนานนม
“ไม่นานนะเ้าคะ” หญิงสาวกระซิบกลับ แล้วหันไปยิ้มให้กับคุณเอื้องฟ้าเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้นเล่าพ่อพระพาย งานราชการที่มีในมือไม่มากนัก แล้วพ่อก็อนุญาตให้ลูกอยู่กับแม่ไปก่อนมิใช่รึ แลน้องมาอยู่กับเราก็ถือเสียว่าจะได้ดูนิสัยใจคอกันไป แก้วจันตาก็เหมือนกันนะลูก หากมีอะไรขุ่นข้องทำให้เ้าไม่พอใจให้บอกป้า” คุณเอื้องฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงอันอ่อนนุ่ม ยังคงเอ็นดูแก้วจันตาเสมือนลูกหลานอีกคน
“เ้าค่ะ” หญิงสาวก้มหน้ารับทราบ ก่อนจะปรายตามองเหล่านางรำอย่างตั้งใจ เธอไล่มองดูทุกคนอย่างชื่นชม แล้วสะดุดที่นางรำคนหนึ่ง ที่มีรูปร่างงดงามโดดเด่นกว่าใคร สวยจนแก้วจันตาต้องหยุดมอง ก่อนจะนึกได้ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเคยแอบไปฝึกรำผู้เดียวในป่า ซ้ำยังโดนพระพายกล่าวหาว่าหล่อนคิดจะจับเขาทำสามีอีกด้วย