ยอดเขาเสียดฟ้า... สถานที่ที่ถูกขนานนามว่าเป็ "สุสานคนเป็" ของสำนักกระบี่เหล็ก
ลมกรรโชกแรงหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของภูตผี อากาศบนยอดเขาเบาบางและหนาวเหน็บจนน้ำค้างแข็งเกาะตามใบหญ้า แต่ที่นี่ยังมีสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งที่ต้องทำงานหนักท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายเยี่ยงทาส
"อึก... ฮือ..."
เสียงครางต่ำๆ เล็ดลอดออกจากริมฝีปากที่แห้งแตกของหลินเฟิง ร่างกายท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า เต็มไปด้วยรอยแส้และรอยแผลเป็ใหม่ๆ ที่ทับซ้อนกัน ข้อมือขวาที่หักห้อยรุ่งริ่งอยู่ข้างลำตัว ถูกพันไว้ด้วยเศษผ้าสกปรกอย่างลวกๆ มันบวมเป่งเป็สีม่วงคล้ำและส่งกลิ่นเหม็นตุๆ ออกมา
"เร็วเข้า! อย่าอู้!"
เพี๊ยะ!
เสียงแส้หนังฟาดลงกลางหลังของหลินเฟิงจนเนื้อแตก เืสดๆ ซึมออกมาไหลรวมกับเหงื่อไคลที่สกปรก
"ข้า... ข้ากำลังทำอยู่..." หลินเฟิงกัดฟันแน่นจนได้รสคาวเื ใช้ไหล่ซ้ายและแขนข้างเดียวที่เหลืออยู่ดันก้อนหินขนาดมหึมา "หินเหล็กทมิฬ" ที่หนักกว่าร้อยชั่งให้เคลื่อนไปข้างหน้าทีละนิ้ว
นี่เป็วันที่สองแล้วที่เขาไม่ได้กินข้าวแม้แต่เม็ดเดียว น้ำก็แทบไม่ได้แตะ ความหิวโหยกัดกินกระเพาะจนปวดแสบเหมือนมีไฟเผา แต่ความเ็ปจากาแตามร่างกายกลับรุนแรงยิ่งกว่า
รอบกายเขา เต็มไปด้วยบ่าวรับใช้และศิษย์ที่ทำผิดกฎนับร้อยคน ทุกคนมีสภาพไม่ต่างจากศพเดินได้ ผอมโซ ดวงตาลึกโหล ไร้ซึ่งความหวัง
"ช่วย... ช่วยข้าด้วย..."
เสียงแหบพร่าดังมาจากด้านข้าง ชายชราคนหนึ่งที่แบกหินอยู่ใกล้ๆ ล้มฟุบลง หน้ากระแทกพื้นดินแข็งๆ หินเหล็กทมิฬทับขาของแกจนได้ยินเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ
"ลุงลั่ว!" หลินเฟิงใ รีบปล่อยมือจากหินของตัวเอง จะเข้าไปพยุงชายชรา
ชายชราผู้นี้ชื่อ 'ลั่ว' เป็อดีตพ่อครัวที่ถูกลงโทษเพียงเพราะทำน้ำแกงหกใส่รองเท้าศิษย์สายใน เขาเป็คนเดียวที่แอบแบ่งน้ำให้หลินเฟิงดื่มเมื่อวาน
"อย่าแส่หาเื่!"
เสียงตวาดดังขึ้นพร้อมกับเงาทะมึนของศิษย์คุมกฎร่างั์ มันเดินอาดๆ เข้ามา ไม่ได้สนใจอาการาเ็ของลุงลั่วแม้แต่น้อย แต่กลับเงื้อแส้ขึ้นสูง
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
"ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ไอ้แก่! แกล้งตายรึไง!"
"อย่า! เขาขาหัก ท่านไม่เห็นรึ!" หลินเฟิงะโก้อง เอาตัวเข้าไปบังวิถีแส้
เพี๊ยะ!
ปลายแส้ตวัดเข้าที่ใบหน้าของหลินเฟิงจนเกิดรอยแผลยาวเืสาด แต่เขาไม่ถอย แววตาจ้องมองศิษย์คุมกฎอย่างกินเืกินเนื้อ
"โอ้... ไอ้นี่มันกล้าแฮะ" ศิษย์คุมกฎแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "อยากทำตัวเป็วีรบุรุษงั้นรึ? ได้!"
มันถีบเข้าที่ยอดอกของหลินเฟิงเต็มแรง ร่างผอมแห้งกระเด็นไปกระแทกโขดหิน หลินเฟิงจุกจนตัวงอ ไอโขลกๆ ออกมาเป็เืลิ่ม
จากนั้น ศิษย์คุมกฎก็หันไปทางลุงลั่วที่นอนร้องครวญคราง
"คนไร้ค่า... เก็บไว้ก็เปลืองข้าวสุก"
พูดจบ มันก็ใช้เท้าเขี่ยร่างของชายชรา... กลิ้งตกลงไปในหุบเหวลึกข้างทางเดิน!
"ไม่นะ!!!" หลินเฟิงะโสุดเสียง พยายามตะเกียกตะกายไปที่ขอบหน้าผา
แต่สายไปแล้ว... ร่างของลุงลั่วร่วงหล่นลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ไม่มีแม้แต่เสียงร้องสุดท้าย
หลินเฟิงชะโงกหน้ามองลงไป มือซ้ายกำเศษดินแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เืไหลซึมออกมาผสมกับดิน
"มองอะไร?" ศิษย์คุมกฎเดินมายืนค้ำหัว ถ่มน้ำลายลงบนศีรษะของเขา "ถ้าไม่อยากตามมันลงไป ก็กลับไปทำงานซะ! กฎของที่นี่ง่ายนิดเดียว... ทำงานจนตัวตาย หรือไม่ก็ตายแล้วถูกโยนทิ้ง!"
หลินเฟิงก้มหน้าลงต่ำ ซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและความอาฆาตแค้น
'คนพวกนี้... ไม่ใช่มนุษย์'
เขาค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้น เดินกลับไปดันก้อนหินของตัวเองต่อ ทั้งที่น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลพรากอาบแก้มที่เปื้อนฝุ่น
ในวินาทีนั้น จิตใจที่เคยอ่อนโยนของหลินเฟิงได้ตายไปพร้อมกับลุงลั่ว สิ่งที่เหลืออยู่คือสัตว์ร้ายที่าเ็ รอคอยวันเวลาที่จะฉีกกระชากโซ่ตรวนและขย้ำคอหอยของศัตรู
ความมืดเริ่มปกคลุมยอดเขาเสียดฟ้า คืนนี้หลินเฟิงต้องนอนขดตัวสั่นเทาอยู่ข้างกำแพงหิน ท้องร้องโครกคราก เขาควานหาอะไรก็ได้รอบตัว... เจอเพียงรากไม้ขมๆ และเศษมอสชื้นๆ เขาหยิบมันใส่ปาก เคี้ยวกลืนลงไปเพื่อประทังชีวิต
"ข้าจะต้องรอด..."
เขาพึมพำกับดวงจันทร์สีเืบนท้องฟ้า
"ข้าจะไม่ตายที่นี่... ข้าจะรอดกลับไปทวงหนี้แค้นพวกมันทุกคน!"