หยุนหนิงเอ๋อที่นั่งฟังบทสนทนานั้นอยู่บนรถก็ได้แต่นึกในใจ ไม่ว่าจะเป็นางหรือหยุนหนิงเอ๋อร่างเดิมก็ถูกครอบครัวกลับกลอกอย่างครอบครัวของลุงใหญ่ถังหลอกลวงจนหลงเชื่อว่าตนเองยังโชคดีที่มีญาติผู้ใหญ่ที่มีจิตใจดีคอยเป็ห่วง ทั้งยังมอบความรักความเมตตาให้ไม่ต่างจากบุตรสาวแท้ๆ นางอยากจะหัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเองเสียจริง ก่อนหน้านี้นางบอกกับหยุนไป๋ไปว่าขอเวลาให้นางพิสูจน์ความจริงบางอย่างเสียก่อน แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้วกระมัง
ขณะที่หยุนหนิงเอ๋อนั่งนิ่งอย่างใช้ความคิด หงเอ๋อกลับเลิกม่านหน้าต่างรถม้าขึ้นมองดูด้านนอกก่อนจะวางมันกลับที่เดิม
“หนิงเอ๋อ ผู้ชายคนที่กำลังพูดกับเถ้าแก่เนี้ยคนนั้นเป็พี่ชายของเ้าหรือ” หงเอ๋อกระซิบถาม
“เขาเป็ลูกพี่ลูกน้องของข้าเองเ้าค่ะ ท่านรู้จักเขาด้วยหรือเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อกระซิบตอบ
“รู้จักดีทีเดียว เพราะเขาเป็ลูกค้าที่หอเฟิ่งอวี้ เมื่อหลายปีก่อนเขามาใช้บริการที่หอเฟิ่งอวี้เป็ประจำ แต่อยู่ๆ เขาก็หายไป ตอนนั้นพวกเราคิดว่าเขาคงไม่อยากรับผิดชอบที่ทำให้คนรักของเขาที่เป็นางโลมที่หอเฟิ่งอวี้ของเราท้องเขาจึงหายหน้าไป แต่ไม่คิดว่าเขายังอาศัยอยู่ที่อำเภอแห่งนี้ ข้าเพิ่งเจอเขาอีกครั้งก็ตอนที่เขาเริ่มกลับไปเป็ลูกค้าที่หอเฟิ่งอวี้นี่ล่ะ”
“เขาเป็ลูกค้าที่หอเฟิ่งอวี้มาหลายปีแล้ว และยังมีคนรักที่กำลังท้องอยู่ด้วยหรือเ้าคะ แล้วตอนนี้แม่นางคนนั้นกับเด็กไปอยู่ไหนแล้วเล่า”
“นางกับเด็กในท้องตายไปตั้งนานแล้ว ก็ั้แ่ที่หยุนเปียวหายหน้าไปนั่นล่ะ หญิงนางโลมอย่างเราเจอผู้คนมามาก อยู่ดีๆ ชายคนรักก็หายไป เท่านี้ก็รู้แล้วไม่ใช่หรือว่าตนเองถูกทิ้ง”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นทำไมถึงเสียชีวิตเ้าคะ”
“เฮ้อ...หลวนอี๋เป็คนที่เชื่อคนง่าย การที่นางเข้ามาเป็นางโลมก็เพราะบิดาผีพนันของนางหลอกมาขาย ตอนนั้นหลวนอี๋เป็นางโลมที่มีชื่อเสียงของหอเฟิ่งอวี้เรามาก มีเศรษฐีมากมาย้ารับนางไปเป็ภรรยาลับ แต่นางไม่ตอบตกลงกับใครเพราะนางแอบคบหาอยู่กับหยุนเปียว คนในหอเฟิ่งอวี้ไม่มีใครรู้ มีแต่ข้าที่รู้เื่นี้ เพราะข้านอนพักอยู่ห้องเดียวกับนาง
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ดูจะราบรื่น จนพักหลังข้ารู้สึกว่าหยุนเปียวมาขอเงินจากหลวนอี๋บ่อยขึ้น ข้าเคยเตือนนางไปหลายครั้ง แต่นางกลับไม่ฟังและยังช่วยออกหน้าแทนหยุนเปียวด้วยว่าที่เขามาขอเงินก็เพราะเขากำลังจะไปเปิดกิจการ หลังจากนั้นเขาจะมาไถ่ถอนตัวนางและออกไปใช้ชีวิตข้างนอกด้วยกัน ข้าด่านางไปหลายคำว่าไปเชื่อคำพูดของผู้ชายคนนั้นง่ายๆ ได้ยังไง แต่นางก็ไม่เชื่อ และสุดท้ายข้าก็เลิกยุ่งกับนาง แม้ว่าข้าจะรู้ว่าหยุนเปียวก็เป็ผีพนันคนหนึ่ง แต่ข้าก็ไม่คิดที่จะเตือนนางอีกแล้ว เ้าต้องเข้าใจนะหนิงเอ๋อว่าเมื่อผู้หญิงตกหลุมรักผู้ชายคนไหน แม้เสียงรอบข้างจะเตือนนางว่าอย่างไร แต่นางก็ไม่เปิดใจรับฟังหรอก
หลังจากนั้นไม่นานหลวนอี๋ก็ท้อง นางขอร้องให้ข้านำเื่นี้ไปบอกกับหยุนเปียว เพราะหลังจากที่นางรู้ว่านางตั้งท้อง นางก็ไม่ออกมารับแขกอีกเลย ท่านแม่อู๋รู้เื่ก็สั่งขังนางไว้ในห้องไม่ยอมให้ออกไปไหน และยังยื่นคำขาดว่าหากหยุนเปียวไม่มาไถ่ถอนตัวนาง ท่านแม่อู๋จะบังคับให้นางทำแท้งและต้องทำงานให้หอนางโลมต่อไปโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน เพราะถือว่านางทำผิดกฎของหอนางโลมที่จงใจทำให้ตัวเองท้อง ก็หอนางโลมเป็สถานที่แบบใด ยาปลุกกำหนัดที่ว่าหายากหากมาที่นี่ก็สามารถหาได้ หรือแม้แต่ยาห้ามมีบุตรที่มีประสิทธิภาพที่สุดก็ไม่ได้ยากสำหรับหอเฟิ่งอวี้
แต่ยังไงข้าก็เป็สหายที่พักอยู่ห้องเดียวกับนาง ข้าจึงรับปากที่จะนำเื่นี้ไปบอกกับหยุนเปียว ข้าตามหาเขาอยู่หลายที่จนไปพบเขาที่บ่อนพนันแห่งหนึ่ง เมื่อหยุนเปียวรู้ว่าหลวนอี๋ตั้งท้อง เขาก็บอกกับข้าว่าไม่ให้ข้าไปหาเขาอีก เพราะเขาคิดว่าเด็กในท้องต้องไม่ใช่ลูกของเขาแน่ หญิงนางโลมที่นอนกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ไปพลาดพลั้งท้องกับใครมาแล้วจะให้เขายอมรับเขาทำไม่ได้
ข้าไม่กล้านำคำพูดของหยุนเปียวไปบอกหลวนอี๋หรอกนะ แต่กลับมีแม่นางรูปร่างอวบคนหนึ่งไปขอพบหลวนอี๋และพูดประโยคใจดำของหยุนเปียวให้นางฟัง จากนั้นหลวนอี๋ก็ปลิดชีพตัวเอง”
หยุนหนิงเอ๋อนึกไปถึงใบหน้าและท่าทางซื่อๆ ของหยุนเปียวอีกครั้ง ทำไมคนที่มีท่าทางเช่นนั้นถึงใจดำได้ขนาดนี้ ทั้งเอาเปรียบน้องชาย ทั้งเอาเปรียบหญิงนางโลมคนหนึ่งอย่างไม่สนใจชีวิตของนาง ผิดกับหยุนไป๋พี่ชายแท้ๆ ของนางมาก รายนั้นกลายเป็คนเลวเพราะไม่อยากให้ใครมารังแกตนเองได้เท่านั้น
“หนิงเอ๋อ เ้าฟังอยู่หรือเปล่า หรือว่าเ้าไม่เชื่อคำพูดของข้า แต่ที่ข้าพูดมาคือความจริงทั้งหมดเลยนะ หยุนเปียวไม่ใช่คนดี” หงเอ๋อพูดขึ้นอย่างร้อนใจ นางกลัวว่าหยุนหนิงเอ๋อจะไม่เชื่อคำพูดของนาง ก็บุคลิกท่าทางของหยุนเปียวนั้นย่อมไม่มีใครเชื่อแน่ว่าเขาจะเป็คนเลวร้าย
“ท่านไม่ต้องกังวลเ้าค่ะ ข้าเชื่อคำพูดของท่าน เพราะไม่ได้ท่านเป็คนแรกที่พูดแบบนี้ พี่หงเอ๋อ...ต่อไปนี้หากท่านอยากบอกอะไรกับข้า ท่านสามารถบอกข้าได้ทุกเื่ ข้าไม่ใช่คนหูเบาและไม่ใช่คนที่จะดื้อรั้นจนไม่ฟังใคร และอีกไม่นานท่านก็จะมาเป็พี่สะใภ้ของข้าแล้ว หากข้าไม่เชื่อท่านแล้วข้าจะไปเชื่อใครถูกไหมเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มและจับมือหงเอ๋อไว้
หงเอ๋อถอนหายใจโล่งและยิ้มอย่างมีความสุขในเวลาเดียวกัน “ขอบใจนะหนิงเอ๋อ ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำให้เ้าผิดหวังในตัวข้าแน่นอน”
“พี่ซูเจี๋ยทำไมนั่งหน้าบึ้งอย่างนั้นเล่าเ้าคะ มีใครทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือเปล่า รีบบอกข้ามาเ้าค่ะ ข้าจะไปจัดการให้” หยุนหนิงเอ๋อพูดทีเล่นทีจริง
“เป็แค่คนบ้าคนหนึ่งเท่านั้นล่ะ เ้าไม่ต้องสนใจหรอก” หูซูเจี๋ยไม่ยอมบอกเื่หยุนเปียว นางไม่อยากให้หยุนหนิงเอ๋อเสียใจถ้ารู้นิสัยที่แท้จริงของหยุนเปียว “เ้าเอาสินค้ามาส่งเองหรือ เจี้ยนจงไปไหนแล้วเล่า”
“เจี้ยนจง” หยุนหนิงเอ๋อขมวดคิ้วแล้วยิ้ม “ข้าให้พี่เจี้ยนจงมาส่งสินค้าแทนข้าไม่กี่ครั้ง แต่ดูท่าพวกท่านคงสนิทกันมากเลยนะเ้าคะ ถึงกับเรียกชื่อกันได้อย่างสนิทสนมเพียงนี้”
หูซูเจี๋ยหน้าแดง “เ้าพูดอะไร ข้านับเจี้ยนจงเป็สหายเพราะเขากับข้าอายุเท่ากันต่างหาก”
“ข้าก็ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย ท่านจะเขินทำไมเ้าคะ”
“หนิงเอ๋อ!” หูซูเจี๋ยหน้าแดงจนทำอะไรไม่ถูก พอดีกับมองไปที่ประตูเห็นหญิงชายคู่หนึ่งยืนอยู่ “ขออภัยเ้าค่ะที่ข้าไม่ได้ไปต้อนรับ ไม่ทราบว่าแม่นางกับคุณชาย้าดูสินค้าแบบใดเ้าคะ”
“สองคนนี้มากับข้าเองเ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อเริ่มแนะนำ “นี่คือพี่หงเอ๋อ ในอนาคตจะมาเป็พี่สะใภ้ของข้า ส่วนคุณชายท่านนี้...”
“ข้าเป็สามีของหนิงเอ๋อ” มู่หรงเฉินตอบหน้านิ่ง
หูซูเจี๋ยหันไปมองหยุนหนิงเอ๋อ “เ้าแต่งงานแล้วหรือ? ั้แ่เมื่อไหร่? แล้วทำไมไม่มาบอกข้าให้ไปร่วมงานมงคล”
“ท่านอย่าไปฟังเขาเลยเ้าค่ะ เขาพูดจาไร้สาระ” หยุนหนิงเอ๋อรีบพูด
“ข้าพูดไร้สาระที่ไหน เ้าของถามแม่นางท่านนี้ดูก็ได้” มู่หรงเฉินหันไปมองหงเอ๋อ
หงเอ๋อมองมู่หรงเฉินก่อนพยักหน้ารับ “คุณชายท่านนี้เป็สามีของหนิงเอ๋อจริงๆ เ้าค่ะ”
มู่หรงเฉินหยิบพัดขึ้นมาพัดอย่างพอใจ ทั้งยังหันไปส่งยิ้มกว้างให้หยุนหนิงเอ๋อพร้อมทำปาก ‘ข้าเป็สามีเ้า’
หยุนหนิงเอ๋อคร้านจะสนใจมู่หรงเฉิน แต่นางก็แอบคิดไว้ในใจแล้วว่านางต้องตกลงกับเขาให้เป็เื่เป็ราว เพราะถ้าขืนเขายังแนะนำตัวเองเช่นนี้ต่อไป มีหวังนางต้องถูกชาวบ้านครหาแน่ ก็นางกับเขาเป็สามีภรรยากันจริงๆ เสียที่ไหน
“ข้าจะอธิบายเื่นี้ให้ท่านฟังทีหลัง แต่ตอนนี้ข้าอยากถามท่านเื่ของหยุนเปียวเ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อรีบเปลี่ยนเื่
“หยุนเปียว ทำไมหรือ? เ้าอยากพูดอะไรเกี่ยวกับเขา” หูซูเจี๋ยปล่อยมือหยุนหนิงเอ๋อและพูดน้ำเสียงคล้ายว่าจะไม่พอใจ เพราะนางคิดว่าหยุนหนิงเอ๋ออาจจะมาเกลี้ยกล่อมให้นางใจอ่อนกับหยุนเปียวโดยเอาเื่การค้ามาบังคับ
“ก่อนหน้านี้ข้ากับพี่หงเอ๋อนั่งอยู่บนรถม้าจึงได้ยินที่ท่านกับหยุนเปียวคุยกันเ้าค่ะ ข้าแค่อยากถามว่าหยุนเปียวมาสร้างความรำคาญให้ท่านนานแล้วหรือยังเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อไม่แม้แต่จะเรียกหยุนเปียวว่าพี่อีกแล้ว
หูซูเจี๋ยได้ยินอย่างน้อยก็สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย “เขาก็ซื้อของมาฝากข้าบ่อยๆ แต่ข้าไม่เคยรับของจากเขาเลยนะ เ้าพูดเื่นี้ขึ้นมาก็ดีเหมือนกัน เ้าช่วยกลับไปบอกพี่ชายของเ้าทีว่าอย่าให้เขาซื้อของอะไรมาฝากข้าอีก หากใครมาเห็นเข้าคงไม่พ้นที่ข้าจะถูกคนนินทา ลำพังแค่ชีวิตแม่หม้ายข้าก็ถูกนินทามากพอแล้ว”
“เพราะอย่างนี้ข้าถึงอยากจะให้พี่หงเอ๋อมาอยู่เป็เพื่อนท่านเ้าค่ะ เพียงแต่...” หยุนหนิงเอ๋อลำบากใจ
“เถ้าแก่เนี้ย เื่นี้ข้าอธิบายกับท่านเองดีกว่าเ้าค่ะ” จากนั้นหงเอ๋อก็เล่าเื่ของนางให้หูซูเจี๋ยฟังอย่างไม่ปิดบัง
หูซูเจี๋ยนั่งฟังหงเอ๋อเล่าเื่ของตนเองโดยไม่พูดขัดสักคำ และสีหน้าของนางก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดออกมา
“หนิงเอ๋อเพียงแค่กลัวว่าข้าจะไม่มีที่พักจึงอยากพาข้ามาฝากไว้กับท่านเ้าค่ะ” หงเอ๋อไม่ได้หลบสายตาของหูซูเจี๋ย
“พี่ซูเจี๋ย หากท่านไม่สะดวกให้พี่หงเอ๋อมาช่วยงานในร้าน เช่นนั้นข้าขอให้นางพักอยู่หลังร้านได้ไหมเ้าคะ ตอนนี้นางไม่มีบ้านและครอบครัวให้กลับไปแล้ว ข้าเป็ห่วงนางเ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อกำลังจะพูดต่อ
“พวกเ้าไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้ว ข้าบอกเมื่อไหร่ว่าข้าไม่สะดวกหรือลำบากใจ” หูซูเจี๋ยยิ้มให้กับหงเอ๋อ “หนิงเอ๋อเป็น้องสาวของข้า หากท่านจะมาเป็พี่สะใภ้ของนางก็เท่ากับท่านจะมาเป็พี่สาวของข้าด้วย ท่านไม่ต้องคิดมากหรอกเ้าค่ะ ส่วนเื่ที่ว่าจะให้ท่านไปหลบอยู่แต่หลังร้านนั้นก็เป็ไปไม่ได้ ท่านมีหน้าตาสะสวยออกอย่างนี้ต้องออกมาช่วยงานที่หน้าร้านกับข้าสิเ้าคะ ทุกวันนี้ข้าทำงานคนเดียวเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว”
“แต่ท่านไม่กลัวว่าจะมีคนมองไม่ดีหรือ ข้า...ข้าเคยเป็นางโลมมาก่อน”
“นางโลมแล้วอย่างไร มันก็แค่อาชีพหนึ่งเท่านั้น ส่วนคนจะมองว่าร้านขายผ้าของข้าเป็ยังไงข้าก็ไม่สนใจหรอกเ้าค่ะ เพราะร้านขายผ้าของเราเน้นขายสินค้า ข้ามั่นใจในสินค้าที่ดีและมีคุณภาพของหนิงเอ๋อ หากลูกค้าจะดูถูกเราเพราะเื่นี้ เราก็ไม่จำเป็ต้องไปค้าขายกับเขาเ้าค่ะ”
“ข้าขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยมากเ้าค่ะ” หงเอ๋อน้ำตาคลอ
“เถ้าแก่เนี้ยอะไรกันเ้าคะ เรียกข้าซูเจี๋ยก็ได้ ส่วนข้าขอเรียกท่านว่าพี่หงเอ๋อก็แล้วกันเ้าค่ะ” หูซูเจี๋ยยิ้ม
ระหว่างที่สามสาวกำลังสนทนากันอย่างมีความสุข ทางด้านมู่หรงเฉินที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ก็แอบสังเกตหูซูเจี๋ยเป็พิเศษ เขากำลังสงสัยว่านางกับลี่เจี้ยนจงต้องมีบางอย่างผิดปกติ ‘หนอยแน่...ให้ออกมาส่งสินค้า แต่เ้าแอบมาปลูกต้นรักเสียแล้วหรือลี่เจี้ยนจง’
ลี่เจี้ยนจงใช้มือถูจมูกตัวเองแล้วยิ้ม ‘ทำไมวันนี้จามบ่อยจังนะ รึจะมีคนคิดถึงเรา เป็ใครกัน? หรือว่า...’