คำพูดของโยฮันสะท้อนภายในห้อง ปลุกทุกคนที่มีครอบครัวรออยู่บ้านให้อยากกลับไปเช่นเดียวกัน สถานการณ์กลับไม่เป็ใจ ด้านหน้าห้องประชุมเต็มไปด้วยซอมบี้มากมาย
“ พี่จะเอายังไง ผมว่าจะไปแล้วนะ ถ้ารอให้มืดกว่านี้คงยากกว่าเดิมแน่ ”
บาสยังคงไม่ตอบ เขา้าใช้ความคิด เหตุการณ์ต่อจากนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากเป็เหมือนภายในหนังสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือหาอาวุธป้องกันตัว จากนั้นก็หาสถานที่หลบภัย สิ่งที่ขาดไปไม่ได้คืออาหาร สถานการณ์ตอนนี้อาหารถือเป็สิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีอาหารพวกเขาจะอดตายแทนที่จะกลายเป็ซอมบี้
“ ฉันไม่มีที่ให้ไป แต่ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ แกจะกลับบ้านใช่ไหม ”
“ ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ขอไปเป็ตัวถ่วงของแกหรอก หากแกกลับถึงบ้านแล้วพบว่าคนอื่นไม่อยู่ให้แกรีบกลับมาที่นี่เลยนะ ”
“ พี่จะอยู่ที่นี่เหรอ ”
“ ใช่ จากภาพที่แกให้ดูคงไม่มีที่ไหนปลอดภัย ขอให้แกโชคดีไอ้น้องชาย ”
โยฮันยิ้มเล็กน้อยเขาคงต้องลารุ่นพี่ที่บริษัท เพียงแต่ว่ามีพนักงานหลายคน้าออกไปด้านนอกจึงขอให้เขาพาไปด้วย โยฮันกลับไม่ปฎิเสธ ทว่าเขาต้องบอกข้อตกลงให้ทุกคนรู้ ต่อจากนี้เขาคงไม่ใช่พนักงานของที่นี่ คงไม่จำเป็ต้องทำตามคำสั่งใคร ั้แ่นี้ไปบริษัทคงไม่สามารถจ่ายเงินเดือนให้เขาได้ นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ที่เขาพยายามพยุงมันเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกแผนกอื่นๆกดหัวใช้งานจะถูกเลิกใช้ในทันที
“ ผมขอบอกเอาไว้ก่อนนะ ผมพาออกไปได้ แต่ผมจะไม่ดูแลใคร ทางใครทางมัน ”
“ เฮ่ยไอ้กระจอก แกพูดแบบนี้ไม่ได้ แกรู้ไหมว่าถ้าแกไม่ทำตามคำสั่งฉันแกจะไม่ได้อะไรเลย ”
บาสขยำมือเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปชกหน้าหลานของผู้บริหารจนอีกฝ่ายล้มก้นกระแทกพื้นเสียงดัง บาสกลับไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาได้เตะเท้าเข้าบริเวณท้องน้อยอีกฝ่ายจนร้องครวญครางออกมาราวกับหมูถูกเชือด เขาเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้อย่างแจ่มแจ้ง คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่มีเงินมากมาย อำนาจทางการเงินไม่ใช่สิ่งที่ทำให้รอดตายได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้รอดคือความใจถึง หากกลัวก็จะถูกกดขี่ หากอยากมีชีวิตจะต้องใจกล้า
หลายคนที่เห็นหลานผู้บริหารถูกเตะล้วนยืนมองด้วยความตะลึง ถ้าเื่นี้ไปถึงหูของผู้บริหารจะต้องถูกไล่ออก
“ พวกแกกลัวอะไรกัน ไม่เห็นเหรอว่าด้านนอกมีอะไรอยู่ พวกที่เงินเดือนสูงกว่าตอนนี้เป็ซอมบี้ไปหมดแล้ว คิดเหรอว่าจะมีคนไล่พวกแกออกได้ ”
โยฮันไม่ได้เข้าห้ามปรามแต่อย่างใด เขาพอจะรู้จักนิสัยของพี่บาสเป็อย่างดี นิสัยนักเลงรักพวกพ้องคือสิ่งที่รุ่นพี่คนนี้แสดงออกมาให้เขาเห็นตลอดที่อยู่ภายในแผนกเดียวกัน หากมีเื่กับแผนกอื่นพี่บาสพร้อมชนเสมอเพื่อช่วยคนในแผนกตนเอง
“ พี่ งั้นผมไปนะ ”
“ ไปเลย ทางฝั่งนี้ฉันจัดการเอง แกไม่ต้องเป็ห่วง ”
“ คุณโยฮันใช่ไหมคะ ขอฉันไปด้วยได้หรือเปล่า ” เลขาสาวถอดรองเท้าส้นสูง ถึงแม้ว่าเธอจะอยู่ในลุคเลขาสาว เธอกลับออกกำลังกายและฝึกเทควันโด้เป็ประจำ
โยฮันพยักหน้าให้อีกฝ่ายแล้วเริ่มปีนป่ายไปยังเพดานห้องประชุม เมื่อออกมาด้านนอกเขาก็มองดูซอมบี้ในจุดที่ใช้ขึ้นมากับพี่บาส พวกมันยังคงหันมองเขาเช่นเดิมไม่ได้แยกตัวไปไหน
“ พี่บาส พี่เคาะประตูให้ผมหน่อยได้ไหม ดูเหมือนพวกมันจะไม่ยอมไปไหนเลย ”
“ โอเค ทิ้งรถไว้ให้ฉันสักคันด้วยเผื่อเอาไว้ออกไปหาอาหาร ”
บาสพูดด้วยท่าทางยิ้มแย้มปล่อยให้ร่างของหลานผู้บริหารนอนสลบบนพื้นดิน จากนั้นเขาก็ใช้เก้าอี้ฟาดไปยังประตูทางเข้าห้องประชุมจนทำให้เกิดเสียงดังสะท้อนไปทั่วโรงงาน
ซอมบี้มีประสาทหูดีกว่าปกติ เมื่อพี่บาสเคาะประตูหน้าทางเข้าห้องประชุมพวกมันก็เริ่มออกวิ่งไปยังด้านหน้าห้องประชุมจนทางขึ้นบันไดหนีไฟไม่เหลือซอมบี้แม้แต่น้อย
“ ผมจะเหลือรถหัวหน้าแผนกให้นะพี่ ”
“ ขอบใจน้องชาย ฉันจะเอาไปชนให้หนำใจเลย ”
บาสรู้ว่าโยฮันจำเื่ที่เคยคุยกันได้ ในอดีตพวกเขาเคยคุยเื่รถหรูของหัวหน้าแผนกที่ชอบชักสีหน้าให้พวกเขาบ่อยๆ หากได้ขับสักครั้งเขาจะชนเสาไฟสักร้อยต้นแล้วหักพวงมาลัยพารถทิ้งแม่น้ำ หลังจากยิ้มให้โยฮันบาสก็เริ่มทุบประตูต่อ เขาจำเป็ต้องทุบไปอีกสักระยะจนกว่าจะไม่เห็นคนที่้ากลับบ้านอยู่บนระเบียง
“ ผมพาออกมาแล้ว ทางใครทางมัน ทางที่ดีให้หาอาวุธติดไม้ติดมือไว้ด้วย ถ้าไม่อยากเป็ซอมบี้อย่าให้พวกมันข่วนหรือกัดได้ ”
โยฮันบอกทุกคนที่ตามออกมาจากนั้นเขาก็เริ่มวิ่งลัดเลี้ยวไปตามทางที่เคยใช้ประจำ เขา้ากลับไปยังแผนกวิศวกรไฟฟ้าเพื่อนำกุญแจจักรยานไฟฟ้าใช้มันหลบหนีออกจากที่นี่ ทว่าเขากลับหยุดวิ่งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครหลายคนกำลังวิ่งตามเขาสุดแรง
หลายคนเลือกที่จะตามเขาเพราะเชื่อว่าโยฮันจะต้องมีทางที่ปลอดภัย เลขาสาวก็เช่นเดียวกันเธอวิ่งตามมาไม่ห่าง
“ นายจะออกไปจากโรงงานไม่ใช่เหรอ ฉันคิดว่านายจะต้องไปที่ลานจอดรถแน่ ฉันมีกุญแจนายจะไปด้วยกันไหม ”
“ ผมบอกว่าทางใครทางมันแล้วไง คุณมีกุญแจไม่ได้หมายความว่าจุดหมายหลังจากขึ้นรถจะเป็ที่เดียวกัน ”
“ ฉันไปส่งนายได้ ”
การคุยกับเลขาไม่ได้ทำให้เขาหัวเสียแต่อย่างใด เธอดูมีเหตุผลมากกว่าคนอื่น นอกจากนั้นแล้วเขายังสังเกตได้ว่าตลอดเวลาที่อยู่ภายในห้องประชุม เธอคอยสังเกตท่าทางของทุกคน รวมไปถึงเขาราวกับกำลังวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ตนเอง แต่สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดคือพนักงานหลายคนที่กลายเป็ปัญหา หากมีเพียงแค่เขากับเลขาสาวสามารถมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถได้เลย หลายคนที่ตามมากำลังจะทำให้เขาต้องช่วยพาไปเก็บกุญแจ ซึ่งมันจะทำให้เขาต้องเจอซอมบี้
“ พวกคุณมีกุญแจรถกันไหม ”
พนักงานจำนวน 13 คนส่ายหน้า จากกฎของโรงงานพวกเขาต้องฝากกุญแจรถไว้ที่แผนกจึงไม่มีใครพกกุญแจติดตัวนอกจากเลขาสาว เธอเห็นว่าสถานการณ์กำลังแย่ลงเพราะเสียงทุบประตูหยุดลงแล้ว อีกไม่นานซอมบี้จะต้องได้ยินเสียงเท้าของทุกคนที่นี่อย่างแน่นอน เลขาสาวจึงหาทางออกให้ทุกคน
“ ฉันคิดว่าพวกคุณควรจะหารถยนต์สักคัน มอเตอร์ไซค์ของพวกคุณคงวิ่งผ่าฝูงซอมบี้ไม่ได้ เอาแบบนี้ไหม ในแผนกของฉันมีรถหรูอีก 3 คัน มันเป็รถประจำตำแหน่งของผู้บริหารที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หากให้คนที่อยู่ระแวกใกล้กันร่วมทางกันไปอาจจะปลอดภัยมากกว่าขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปเอง ”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย โยฮันเป็หนึ่งในนั้น ความคิดของเลขาสาวไม่เลว เขาจึงบอกให้เธอนำทางเพราะตัวของเขาไม่มีบัตรผ่านบางเขตแน่นอน
“ คุณรู้จักทางไปแผนกบัญชีไหม ”
“ ผมรู้ เลี้ยวซ้ายตรงหน้าแล้ววิ่งไปอีกสัก 200 เมตรจากนั้นเลี้ยวขวาก็ถึง ”
โยฮันเริ่มออกวิ่งนำหน้า เขารู้สึกเศร้าที่ไม่วางแผนให้ดีกว่านี้ หากรู้ว่าพนักงานที่ตามมาด้วยจะเป็ปัญหา เขาจะอาสาไปเก็บกุญแจมาให้ทุกคนภายในห้องประชุมจากนั้นก็วิ่งกลับไปหาน้องสาวที่โรงเรียนแล้วรีบกลับบ้าน
ขณะวิ่งผ่านทางเดินทอดยาวไปราว 200 เมตร เลขาสาวได้วิ่งไปหยิบจับท่อนเหล็กระหว่างทางแล้วรีบวิ่งตามมา โยฮันรู้สึกทึ่งไม่น้อยเพราะเธอทำตัวราวกับฝึกให้รับมือกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
“ ไม่ต้องใ พ่อของฉันพอมีชื่อเสียงในกองทัพ ฉันจึงมักตามไปเล่นในค่ายทหารบ่อยพ่อจึงจับให้ฉันฝึกนิดๆหน่อยๆทำให้รู้จักประเมินสถานการณ์ นายผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้วไม่ใช่เหรอ”
โยฮันส่ายหน้า เขาไม่ผ่านการคัดเลือกเป็ทหารเกณฑ์เพราะหน้าอกเล็กเกินไป ทันใดนั้นด้านหน้าของเขาก็ปรากฎซอมบี้จำนวน 5 ตัวกำลังยืนโยกตัวไปมาไร้จุดหมาย หลังจากได้ยินเสียงฝีเท้าคนหลายสิบพวกมันต่างออกวิ่งโดยที่ยังไม่ทันได้หันมองเลยว่าศัตรูเป็ใคร แค่ได้ยินเสียงร่างของพวกมันก็เคลื่อนไหวตามเสียงไปก่อนแล้ว
“ อยู่ข้างหลังผมไว้ อย่าร้องเด็ดขาด ”
โยฮันห้ามทุกคนไม่ให้ส่งเสียงแล้วกระชับท่อนเหล็กเอาไว้ในมือให้มั่น เขายังไม่กล้าฆ่าคน แต่หากให้ทำร้ายร่างกายโดยที่ซอมบี้ไม่สามารถเดินได้ เขาคิดว่าตนเองอาจจะถนัด
เมื่อซอมบี้ตัวแรกวิ่งเข้ามาใกล้โยฮันได้กวาดเท้าไปด้านหน้าเตะขาทั้งสองข้างของมันจะล้มไปด้านข้างตามด้วยใช้ท่อนเหล็กทุบขาของมันจนหักผิดรูปไม่สามารถเดินได้อีก ซอมบี้ตัวต่อไปถูกเตะหน้าอกแล้วตามไปซ้ำที่ขาจนหักผิดรูปไม่ต่างกัน ตัวต่อไปถูกเตะท้องน้อย บางตัวต้องเตะเอวเพื่อให้ล้มแล้วตามไปซ้ำ ทุกคนที่เห็นการลงมือของโยฮันต่างยิงฟันด้วยความหวาดเสียวเพราะไม่เคยเห็นการต่อสู้ใกล้ๆเช่นนี้มาก่อน
“ ตามมาเร็ว ”
ทุกคนออกวิ่งตามโยฮัน ตลอดเส้นทางมีซอมบี้ประปราย โยฮันกลับพุ่งเข้าไปเตะพวกมันแล้วหักขาทิ้งราวกับว่ากระดูกเป็กระดาษแผ่นบางๆ จนกระทั่งมาถึงห้องผู้บริหาร เลขาสาวจึงแตะบัตรพาทุกคนเข้าไปด้านใน ต่อให้ไฟฟ้าจะดับราวจับประตูยังคงมีแบตเตอรี่ด้านในจึงต้องแสกนบัตรเข้าไป
“ ได้มาแล้ว รถจะจอดอยู่ด้านข้างกันเลย พวกคุณแบ่งๆกันเลยนะ ”
“ แล้วคุณจะไปที่ไหน ”
พนักงานหันมองเลขาสาว จากท่าทางของเธอทำราวกับว่าจะไม่ได้ไปยังลานจอดรถที่เดียวกัน
“ เมื่อเช้าฉันจอดรถที่ลานจอดด้านหน้า ส่วนรถของพวกคุณจะอยู่ด้านข้างเราคงต้องแยกกันแล้ว ”
“ คุณไปส่งพวกเราก่อนได้ไหม ”
พนักงานหญิงคนหนึ่งหันมองไปยังโยฮัน เธอ้าให้เขาไปส่งขึ้นรถ โยฮันกลับส่ายหน้าเขาเสียเวลามามากพอแล้วจึงปฎิเสธโดยไม่ต้องคิด เลขาสาวจึงพูดเสริมเพื่อไม่ให้ทุกคนคาดหวังกับโยฮัน
“ ที่นั่นไม่น่าจะมีซอมบี้เยอะมาก ถ้ามีก็แค่พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าโรงจอดรถเท่านั้น หากพวกคุณมีสติแล้วทำเหมือนคุณโยฮันโอกาสรอดจะสูงมาก ทุกคนต้องไม่ลืมว่าหลังจากนี้ต้องพึ่งตัวเอง ”
“ ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอแยกทาง ”
โยฮันผลักประตูแล้ววิ่งนำหน้าเลขาสาวไปยังลานจอดรถด้านหน้าโรงงาน เขารู้ดีว่ารถของเลขาและเหล่าผู้บริหารจะจอดตรงไหน ลานจอดรถทั้งหมดล้วนแล้วมีที่ส่วนบุคคลเตรียมไว้ให้บุคคลระดับนี้
“ คุณจอดรถไว้ข้างหน้าใช่ไหม ”
“ ใช่ค่ะ ”
“ ผมไม่มีเวลาแล้ว ขอล่วงเกินเลยแล้วกันคุณเลขา หลังจากที่เราขึ้นรถแล้วคุณจะต้องไปส่งผมที่โรงเรียน ”
โยฮันเข้าไปอุ้มร่างของเลขาแล้ววิ่งด้วยกำลังที่มากกว่าเดิม หากให้ใช้ความเร็วปกติคงช้ากว่าที่คิด นอกจากนั้นซอมบี้ต้องวิ่งไล่ตามพวกเขาอีก เขาจึงต้องรีบวิ่งหนีพวกมันด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
“ คันนั้นค่ะ ”
โยฮันวิ่งไปยังรถเก๋งหรูสีขาว เขาไม่ได้สนใจราคาเพราะสนใจแค่ว่ามันขับได้เร็วมากแค่ไหน การที่เขาเปลี่ยนใจไม่ไปนำกุญแจจักรยานไฟฟ้าที่แผนกเพราะคิดว่ารถของเลขาสาวคงเร็วกว่า แต่เมื่อนึกได้ว่าเขาสามารถขโมยรถคนอื่นได้ บนใบหน้าของโยฮันต่างก็เต็มไปด้วยความเ็ป เขาจำเป็ต้องโยนความคิดปกติทิ้งไปเพราะตอนนี้กฎหมายดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผล คนที่จับเขาคงกลายเป็ซอมบี้ไปมากกว่าครึ่งแล้ว
“ ขึ้นมาเร็วค่ะ ”
โยฮันรีบขึ้นไปบนรถ ทันใดนั้นเขาก็พบว่าเลขาสาวนำปืนออกมาจากข้างเบาะแล้วประกอบมันอย่างชำนาญ หลังจากนั้นเธอก็สตาร์ทรถพาเขาพุ่งชนแผงกั้นขึ้นไปบนถนน รถยนต์หลายคันที่จอดแน่นหน้าทางออกไม่ใช่ปัญหาเพราะมีทางออกส่วนตัวของเหล่าผู้บริหาร
“ โรงเรียนใช่ไหมคะ ”
“ ครับ โรงเรียนประจำที่ 2 ”
โยฮันเบิกตาโตพลางนำมือจับไปยังที่จับหลังจากที่เลขาดริฟต์รถหนึ่งครั้งแล้วเหยียบคันเร่งจนความเร็วแตะ 100 ภายในเวลา 5 วินาที.