หนิงลี่ผ่านคืนแรกของการเข้าหอไปอย่างปกติ เธอหลับสนิทจนถึงเช้า ผิดกับเซียวหยางฟางที่นอนไม่หลับ เพราะเป็คืนแรกที่มีคนขึ้นมานอนบนเตียงเดียวกันกับเขา เมื่อคืนนี้นอกจากความตื่นเต้นแล้ว เขาทำได้แค่เพียงนอนจับมือและลืมตาดูหนิงลี่ทั้งคืนเท่านั้น
“เ้าตื่นนานแล้วหรือ” หนิงลี่ลืมตาขึ้นมาก็เห็นเซียวหยางฟางนอนจ้องหน้าตัวเองอยู่
“ข้ายังไม่ได้นอน” เซียวหยางฟางตอบอย่างพาซื่อ
หนิงลี่อดที่จะยิ้มขำกับท่าทางของสามีไม่ได้ นางเป็คนที่มาจากยุคสมัยใหม่ ถึงแม้จะไม่เคยผ่านประสบการณ์เื่นี้มาก่อน แต่นางก็ไม่ได้เขินอายเหมือนกับเซียวหยางฟาง หนิงลี่เขยิบเข้าหาสามีแล้วใช้หูแนบกับหน้าอกของเขา นางฟังเสียงหัวใจของเขาเต้นรัวก็ได้แต่ยิ้ม หนิงลี่กอดเซียวหยางฟางไว้หลวมๆ “ต่อไปเ้าต้องทำตัวให้ชิน หากไม่ชินก็ต้องแยกเตียง”
“เ้า...เ้า...เหตุใดต้องแกล้งข้าด้วย” เซียวหยางฟางผลักหนิงลี่ออกอย่างแรงโดยไม่ได้ตั้งใจ หนิงลี่ไม่ทันได้ตั้งตัว นางเกือบจะหงายหลังตกเตียงไปแล้ว แต่ยังดีที่เซียวหยางฟางคว้าข้อมือนางไว้ได้ทัน
หนิงลี่ยังใไม่หาย นางได้แต่ทำหน้าเหวอ ส่วนเซียวหยางฟางก็กลัวหญิงสาวจะโกรธ เขารีบกอดนางไว้ “ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะผลักเ้าแรงแบบนั้น แต่เ้าเอาแต่แกล้งข้า และตอนนี้หัวใจของข้าก็เต้นไม่หยุดเลย ข้าไม่รู้ว่าอาการเหล่านี้มันเรียกว่าอะไร ทั้งคืนข้าก็รู้สึกแบบนี้”
“ตื่นเต้น เ้าแค่ตื่นเต้นเท่านั้น” หนิงลี่แอบขำกับความไม่ประสาของเซียวหยางฟาง แต่นางก็ไม่คิดที่จะแกล้งเขาต่อ “เอาล่ะ เรารีบล้างหน้าแล้วออกไปดูท่านปู่กันดีกว่า”
เช้านี้หนิงเจี๋ยมาอยู่เป็เพื่อนพรานเฒ่าแต่เช้าเหมือนเช่นทุกวัน ั้แ่หนิงเจี๋ยย้ายออกจากบ้านแม่เฒ่าหนิง เขาก็มักจะมาให้พรานเฒ่าสอนให้เขาท่องตำราทุกวัน ซึ่งพรานเฒ่าก็ใจดี สอนตำราให้หนิงเจี๋ยอย่างอารมณ์ดีทุกวันเช่นกัน
“ท่านปู่” เซียวหยางฟางและหนิงลี่เดินเข้ามาคุกเข่าอยู่ข้างเตียง
“เจี๋ยเอ๋อ วันนี้ปู่ไม่สอนเ้าท่องตำราต่อแล้ว เ้าไปวิ่งเล่นข้างนอกก่อนเถอะ ปู่มีธุระกับพี่เขยและพี่สาวของเ้า” พรานเฒ่าพูดเสียงเบา รอจนหนิงเจี๋ยเดินออกจากห้องไป ท่านจึงพูดกับเซียวหยางฟางและหนิงลี่ด้วยท่าทางจริงจัง
“ฟางเอ๋อ หยกชิ้นนี้เป็หยกประจำตัวตระกูลของเรา อยู่กับปู่ครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งอยู่กับท่านพ่อของเ้า”
“ท่านพ่อ!” เซียวหยางฟางใ “ท่านพ่อไม่ได้...”
“นั่นคือเื่ที่ปู่แต่งขึ้นเพื่อหลอกชาวบ้านเท่านั้น แต่ปู่ก็ไม่มั่นใจนักว่าพ่อของเ้ายังจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ ั้แ่ที่ปู่พาเ้าหนีออกมา ปู่กับพ่อของเ้าก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย”
ครอบครัวเซียวเป็สำนักคุ้มภัยเล็กๆ ในเมืองหลวง คืนนั้นเป็วันฉลองวันเกิดครบขวบของเซียวหยางฟาง การรักษาความปลอดภัยในจวนจึงไม่ได้เข้มงวดมากนัก เพราะบิดาของเซียวหยางฟางใจดีอนุญาตให้คนในจวนดื่มฉลองกันได้อย่างเต็มที่ เมื่อมีโจรฝีมือดีบุกเข้าปล้น คนในจวนจึงต่อสู้กันไม่ไหว อีกทั้งฮูหยินเซียวหรือมารดาของเซียวหยางฟางยังเป็หญิงรูปร่างและหน้าตาสะสวย หัวหน้าโจรจึงคิดจะพาตัวนางกลับไปที่รังโจรด้วย แต่เซียวฉงเต๋อบิดาของเซียวหยางฟางมีหรือจะยินยอม เมื่อเห็นว่าคนในจวนถูกโจรฆ่าตายไปจนเกือบหมด เขาจึงให้บิดาพาเซียวหยางฟางหนีไปพร้อมกับหยกครึ่งชิ้น ส่วนตัวเขาก็รีบตามไปช่วยภรรยา
ั้แ่วันนั้นครอบครัวเซียวก็แตกกันไปคนละทิศละทาง แต่ผ่านไปหลายปีท่านปู่เซียวก็ไม่คิดที่จะพาหลานชายกลับเข้าเมืองหลวง เพราะท่านคิดว่าการบุกปล้นของโจรในคืนนั้นยังเป็เื่ที่น่าสงสัย สำนักคุ้มภัยเล็กๆ จะเป็ที่หมายตาของโจรไปได้อย่างไร อีกทั้งการสังหารคนในจวนของโจรกลุ่มนั้นก็เหมือนกับ้าล้างบางคนสกุลเซียวโดยที่ไม่้าทรัพย์สิน แล้วโจรกลุ่มนั้น้าสิ่งใดแน่
ท่านปู่เซียวจึงต้องคิดอย่างระวัง เซียวฉงเต๋อบุตรชายเพียงคนเดียวและลูกสะใภ้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม ดังนั้นท่านจึงคิดที่จะรักษาชีวิตของเซียวหยางฟางที่เป็ทายาทเพียงคนเดียวของท่านเอาไว้ให้ดีที่สุด และวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ท่านจะต้องบอกความจริงกับหลานชาย เพราะหากสายไปกว่านี้ เวลาของท่านก็คงจะหมดลง ส่วนหลังจากนี้หลานชาย้าที่จะไปตามหาบิดาและมารดาของตนเองต่อหรือไม่นั้น ก็สุดแท้แต่ความคิดของเขา
“ปู่ขอโทษเ้าที่ไม่เคยบอกความจริงให้เ้ารู้ แต่กลับปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนป่านนี้” เฒ่าเซียวพูดอย่างเสียใจ
“ท่านปู่ทำไปเพราะ้าปกป้องชีวิตของข้า อีกทั้งที่ผ่านมาท่านปู่ก็ฝึกฝนข้าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะสอนตำราหรือแม้แต่วรยุทธ์ ทุกวันนี้ท่านปู่มอบสิ่งที่ดีที่สุดข้าแล้วขอรับ”
“หากมีวันใดที่เ้าอยากไปตามหาบิดาและมารดา เ้าก็นำหยกชิ้นนี้ติดตัวไปด้วย เพราะหยกอีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่บิดาของเ้า หยกชิ้นนี้จะเป็สิ่งพิสูจน์ตัวตนของเ้าได้”
“ข้ายังอยากใช้ชีวิตที่เงียบสงบอยู่กับท่านปู่ที่นี่ไปอีกนานขอรับ”
“ฟางเอ๋อ ปู่รู้ดีว่าปู่คงเหลือเวลาอยู่กับเ้าอีกไม่นาน การที่ได้เห็นเ้าเติบโตและได้แต่งงานมีครอบครัว เท่านี้ปู่ก็พอใจแล้ว” พรานเฒ่ายิ้มให้หลานชาย “ลี่เอ๋อ ปู่ฝากเ้าให้ช่วยดูแลหลานชายคนนี้แทนปู่ด้วย ปู่รู้ว่านี่คือภาระอันใหญ่หลวงสำหรับชีวิตลูกผู้หญิงของเ้า”
“ท่านปู่อย่าพูดเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ หยางฟางเป็คนดี และข้าก็ดีใจที่ท่านปู่ไว้ใจให้ข้าดูแลเขา ข้าขอสัญญากับท่านปู่ว่าชั่วชีวิตนี้ ข้าจะดูแลเขาให้ดีและจะอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าทุกข์หรือสุข ข้าจะไม่ปล่อยมือจากเขาแน่นอนเ้าค่ะ” หนิงลี่พูดให้สัญญาอย่างมั่นใจ
“ข้าก็จะดูแลลี่เอ๋ออย่างดี และจะมีนางเป็ภรรยาเพียงคนเดียว ข้าสัญญาว่าจะมีลูกมีหลานไว้สืบสกุล และจะทำให้สกุลเซียวรุ่งเรืองต่อไปขอรับ”
“ดีๆ พวกเ้าใช้ชีวิตด้วยกันให้ดี ตอนนี้ปู่เหนื่อยแล้ว พวกเ้าออกไปข้างนอกก่อนเถอะ”
เซียวหยางฟางและหนิงลี่เดินออกจากห้องไปอย่างไม่วางใจ แต่พรานเฒ่าเซียวกลับโบกมือไล่ให้ทั้งสองรีบเดินออกไป ท่านหลับตาลงนอนและยิ้มอย่างมีความสุข หลานชายของท่านโตแล้วและยังมีภรรยาคอยดูแล ท่านปู่เซียวจากไปอย่างสงบโดยไม่มีสิ่งใดให้ห่วงอีกต่อไป
พิธีศพของพรานเฒ่าเซียวถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เซียวหยางฟางเลือกชายป่าห่างไกลที่เงียบสงบเป็ที่ฝังศพ เขานั่งคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพอยู่เป็เวลานาน หนิงลี่เดินเข้าไปนั่งอยู่ข้างเขา ก่อนที่จะเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้อย่างให้กำลังใจ
ความอบอุ่นจากมือของหนิงลี่ส่งผ่านไปยังเซียวหยางฟาง ชายหนุ่มก้มหน้าร้องไห้อย่างไม่คิดที่จะกลั้นน้ำตาไว้อีกแล้ว “ลี่เอ๋อ ท่านปู่ไม่อยู่กับข้าแล้ว ั้แ่เล็กจนโต ข้าอยู่กับท่านปู่มาตลอด ตอนนี้...ตอนนี้...”
“ท่านปู่ไปสบายแล้วนะ ต่อไปเ้าจะต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขเหมือนที่ท่านปู่คาดหวัง เราจะสร้างครอบครัวที่มีความสุขไปด้วยกัน เท่านี้ท่านปู่ก็จะไม่ห่วงอะไรแล้ว”
“ขอบใจนะลี่เอ๋อ”
หวังซื่อ หนิงหลัน และหนิงเจี๋ยต่างก็น้ำตาซึมที่เห็นภาพตรงหน้า ปกติแล้วพวกเขามักจะเห็นเซียวหยางฟางที่ทั้งเข้มแข็งและเงียบขรึม แต่วันนี้ชายหนุ่มกลับร้องไห้อย่างไม่สนใจสายตาของผู้ใด แผ่นหลังที่ก้มลงไปที่หลุมศพสร้างความะเืใจให้พวกเขาอยู่ไม่น้อย