ถึงผมจะรู้กฎการเล่นโชงิแต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้นไม่ได้หมกมุ่นกับมันขนาดนั้นด้วย ่แรกก็ชนได้อยู่หรอกแต่ตอนนี้ไม่ใช่คู่มือคุณโดรันแล้ว เพราะเป็ของที่ชอบถึงได้เก่งถือเป็คำพูดที่ถูกต้องเลย
ผมไปขออาหารกลางวันจากคุณมิกะที่ห้องครัวแล้วก็นั่งห่างออกมาเล็กน้อยในโรงอาหารเพื่อไม่ให้ไปรบกวนสองคนนั้น
“คุณบารัลทางร้านไม่เป็ไรเหรอครับ?”
“ฝนตกแบบนี้ลูกค้าไม่ค่อยมีหรอกฝากเมียไว้แล้วด้วย ที่สำคัญกว่านั้นนะคุณโทยะ กระดานโชงิเนี่ย ช่วยทำให้อีกเซ็ตหนึ่งได้รึเปล่า?”
“เอ๋? ให้ทำส่วนของคุณบารัลอีกเหรอครับ?”
เพราะคุณบารัลบอกว่าอยากฝึกที่บ้านด้วยผมก็เลยทำมาอีกเซ็ตหนึ่ง แล้วเพิ่งจะมอบให้ไปไม่นานนี่เอง
“ชิม่อนที่ร้านเครื่องป้องกันบอกว่าเ้าตัวก็อยากได้บ้างน่ะขอร้องล่ะ”
“ก็ได้อยู่หรอกครับแต่ว่า......”
ไปหาผู้ชำนาญคนไหนซักคนทำให้ก็ได้นี่นา......ถึงจะคิดแบบนั้นแต่การจะทำให้ได้อย่างเรียบร้อยมันก็ต้องใช้เวลาพอควรล่ะนะ
“แหมขอบใจนะ เท่านี้ก็”
“รุกฆาต”
“หืม!?”
คำพูดของคุณโดรันที่กอดอกพร้อมจ้องมองบนกระดานไม่วางตาทำให้คราวนี้คุณบารัลต้องมากอดอกจ้องมองบนกระดานบ้าง ติดกันงอมแงมจริง ๆ แฮะไม่นึกเลยว่าจะเป็ถึงขนาดนี้
ขณะที่กำลังคิดเื่แบบนั้นอยู่คุณมิกะก็ยกอาหารกลางวันของผมมาให้
“เอ้านี่ขอโทษที่ให้คอย พวกคุณพ่อก็เลิกซะทีได้ไหม”
“โทษทีขอแค่ตานี้เท่านั้นล่ะ”
คุณโดรันมองหน้าคุณมิกะด้วยท่าทางราวกับอ้อนวอนเอาเถอะ ถ้าฝนไม่ตกล่ะก็ ทั้งสองคนคงไม่ว่างตอนกลางวันแล้วก็ไม่มาหมกมุ่นอยู่แบบนี้หรอก ฝนตกยาวก็ใช้เป็ข้ออ้างได้อยู่ คงคิดกันแบบนั้นล่ะมั้ง
อาหารกลางวันที่คุณมิกะนำมาคือพาสต้าผักูเากับซุปมะเขือเทศแล้วก็แอปเปิ้ลหั่นครึ่ง
“จะว่าไปคุณมิกะคนอื่น ๆ ล่ะ?”
“ลินเซ่จังคิดว่าอยู่ในห้องนะส่วนเอลเซ่จังกับยาเอะจังออกไปข้างนอกน่ะจ้ะ”
“กลางฝนเนี่ยนะ?”
“ไปซื้อขนมแบบใหม่ที่แพเรนท์น่ะ”
อ๋อไอ้นั่นสินะ อุตส่าห์หาวานิลลาเจอทั้งทีก็เลยไปคุยกับคุณอาเอลว่าจะทำอะไรได้บ้างรึเปล่าจากนั้นก็ลองทำโรลเค้กวานิลลาออกมา
ก็นะถึงผมจะแค่บอกสูตรกับวิธีทำ แล้วก็แทบจะยืนมองอย่างเดียวก็เถอะ แต่ว่าเท่านี้ก็อร่อยขึ้นแล้ว ถ้ามีโอกาสให้ทำโรลเค้กสตรอว์เบอร์รีบ้างดีกว่า
พอเล่าเื่นั้นให้พวกเอลเซ่ฟังพวกเธอก็มาบีบคอผมแล้วดุว่า ทำไมไม่เอากลับมาด้วยเล่า ด้วยล่ะ ไม่มีเหตุผลเลย
แล้วสินค้าใหม่นั้นก็จะเริ่มวางขายวันนี้นั่นเอง......เพราะงั้นถึงได้ออกไปกลางฝนแบบนี้เลย
เป็ความยึดติดในของหวานที่น่ากลัวเป็บ้า
“กลับมาแล้วโอย เปียกโชกเลย”
“กลับมาแล้วเ้าค่ะ”
โอ๊ะพูดถึงก็มาเลย ทั้งสองคนกลับมาแล้ว พวกเธอหุบร่มที่กางอยู่ แล้วยืนอยู่ตรงทางเข้า
โลกทางนี้ไม่มีของอย่างร่มพลาสติกถึงจะมีรูปร่างเป็ร่ม แต่ของที่ใช้ ๆ กัน อยู่โดยพื้นฐานแล้วก็เป็ผ้ากับไม้แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีดัดแปลงให้เหมาะสมโดยการเคลือบของอย่างยางไม้ทำให้ร่มไม่ดูดซับน้ำมากนัก
“ยินดีต้อนรับกลับจ้ะซื้อมาได้ไหม?”
“แน่นอนตรงกันข้ามเลยคนน้อยเพราะฝนนี่แหละ ช่วยได้มากเลย”
เอลเซ่ยกถุงขึ้นมาให้ดูเป็รอยยิ้มที่ดีนะ ให้ตายสิ
“อร่อยมากเลยเ้าค่ะ”
“เนอะ”
กินกันมาแล้วเหรอเหลือเกินจริง ๆ
“เอ้านี่ส่วนของคุณมิกะ”
“ขอบใจจ้ะเดี๋ยวเอาเงินมาจ่ายให้ทีหลังนะ”
เอลเซ่นำกล่องสีขาวสี่กล่องออกมาจากในถุงแล้วส่งหนึ่งกล่องในนั้นให้คุณมิกะ คุณมิกะเองก็ไม่พลาดฝากซื้อมาด้วยสินะ
“ที่เหลือล่ะ?”
“กล่องหนึ่งของลินเซ่อีกกล่องหนึ่งของพวกเรา ส่วนที่เหลืออีกกล่องเอาไปส่งให้ท่านดยุคซะ”
“เอ๋? ผมเหรอ?”
ว่าแต่พวกเธอยังจะกินอีกเรอะ!?
“นอกจากนายแล้วใครมันจะไปถึงเมืองหลวงกลางฝนแบบนี้ได้อีกล่ะยะ การแบ่งปันของให้คนที่เคยดูแลเรามันเป็สามัญสำนึกจริงไหม?”
ถ้างั้นพวกเธอมาด้วยก็ได้นี่นาพอถามกลับไปแบบนั้น ก็โดนปฏิเสธมาอย่างน่ากลัว อะไรกันล่ะนั่น
ช่วยไม่ได้ไปเลยละกัน ของมันก็เป็แค่ของ แต่รีบเอาไปให้กินคงจะดีกว่าล่ะมั้ง
อ๊ะจริงสิ เอาโชงิไปเป็ของฝากให้ดยุคด้วยดีกว่า
ผมขออนุญาตคุณโดรันเพื่อขอใช้เศษไม้ที่กอง ๆ อยู่ในสวนด้านหลัง จากนั้นผมก็ใช้งาน【โมเดลลิ่ง】สร้างกระดานกับตัวหมากมาสองเซ็ตทำมาหลายรอบก็เลยชินไปเรียบร้อยแล้ว
ผมทำเสร็จในเวลาประมาณสิบนาทีจากนั้นก็เช็คความถูกต้องเผื่อเอาไว้ อืม ไม่มีปัญหา เพราะก่อนหน้านี้ก็สร้างฮิฉะ*เกินมาตัวหนึ่งน่ะนะ
พอกลับไปที่โรงอาหารก็ส่งเซ็ตหนึ่งให้คุณบารัล จากนั้นก็หยิบโรลเค้กกับกล่องใส่ตัวหมากนำใส่ถุงแล้วอุ้มกระดานโชงิไว้ข้าง ๆ
“งั้นก็ไปล่ะครับ”
ผมถือร่มแล้วออกไปที่สวนด้านหลังอีกครั้งเพื่อเคลื่อนย้ายด้วย【เกท】อย่าสะดุดตามากนักจะดีกว่าแฮะ
ทางออก......เป็เงาประตูของคฤหาสน์ละกัน
“【เกท】”
“อร่อย!เ้านี่อร่อยจัง!”
“ไม่มีมารยาทเลยนะซู แต่ก็อร่อยจริง ๆ นะ ของที่ชื่อโรลเค้กนี่น่ะ”
ท่านเอเลนกับซูกินโรลเค้กด้วยความดีใจเป็อย่างมากได้ผลด้วยแฮะ ทางดยุคเองก็กินไปพลางครางไปพลาง

“แหมอิจฉาผู้คนของลีฟเล็ท ที่จะกินเ้านี่เมื่อไหร่ก็ได้จริง ๆ ถ้าใช้【เกท】ได้อย่างเธอล่ะก็คงไปซื้อมาทุกวันเลยล่ะ”
“ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ผมจะบอกสูตรกับวิธีทำให้พ่อครัวของคฤหาสน์ละกันครับยังไงก็ไม่ได้เป็ความลับอยู่แล้วด้วย”
“จริงหรือโทยะ! ท่านแม่ จากนี้ไปจะได้ทานกันทุกวันแล้วน่อ!”
คนที่มีการตอบสนองอย่างผิดปกติต่อคำพูดของผมก็คือซูเฮ้ น้ำลายยืดแล้วนั่น เป็บุตรีของดยุคนา
“โธ่ซูนี่ล่ะก็ ถ้าทานทุกวันเดี๋ยวก็อ้วนหรอก แค่วันละครั้งก็พอแล้วนะ”
ดัชเชส**พูดแทรกขึ้นมาพร้อมหัวเราะชอบใจรู้สึกว่าวันละครั้งมันก็ไม่ได้ต่างกันเลยนะ ตอนที่มาคราวหน้าถ้าซูเกิดอ้วนขึ้นมาสุด ๆ ล่ะก็ ผมคงรู้สึกละอายใจขึ้นมานิด ๆ แหงเลย......
“แล้วก็นี่คือของที่เรียกว่าโชงิสินะ?”
“ครับเป็เกมที่......ต้องเล่นสองคน จะลองดูไหมครับ?”
ดยุคมองกระดานโชงิกับตัวหมากที่อยู่ตรงหน้าส่วนผมก็วางเรียงตัวหมากตามตำแหน่ง
“ท่านพ่อเราเล่นด้วย!”
“เอาน่ารอก่อน คนแรกก็ต้องเริ่มจากพ่อสิ”
ดยุควางเรียงตัวหมากตามผมอ๊ะ ตำแหน่งของฮิฉะกับคาคุ***ต้องสลับกันนะ
“อย่างแรกก็วิธีเดินตัวหมากนะครับ ตัวนี้ชื่อ ‘ฟุ****’ มีบทบาทเป็ทหารครับเดินหน้าได้แค่ทีละช่องเท่านั้น แต่ถ้าเข้าไปถึงที่มั่นของอีกฝ่ายได้............”
“หืม......”
ดยุคจำวิธีเดินตัวหมากไปเรื่อยๆ จำได้ค่อนข้างเร็วทีเดียว ถ้าเป็แบบนี้ เดี๋ยวเดียวก็คงเก่งแล้วมั้ง
แต่ว่าผมก็ต้องมาเสียใจภายหลังเพราะต้องเสียเวลาไปกับเื่นี้มากทีเดียว
“อีกหนึ่งตา!ขอแค่หนึ่งตา! ต่อไปเป็ครั้งสุดท้ายแล้ว!”
บทพูดนั้นเมื่อกี้ผมก็ได้ยินมาแล้วล่ะครับ......สุดท้าย ดยุคเองก็ติดงอมแงมเหมือนคุณโดรันกับคุณบารัลแล้วผมก็ต้องเป็คู่ดวลให้ไม่รู้จบซะที นี่มันมืดไปเรียบร้อยแล้วนะครับ......ซูก็รอเหนื่อยจนหลับบนโซฟาไปเรียบร้อยแล้วด้วย
ถึงผมเคยคิดไปแล้วแต่โลกนี้มีสิ่งบันเทิงน้อยชะมัดเลยน้าเพราะงั้นถึงได้กลายมาเป็อารมณ์แบบนี้ไงล่ะ
“นี่มันสนุกจริงๆ อยากลองเล่นกับท่านพี่แล้วสิ!”
ดยุคพูดเื่เหลือเชื่อออกมาอยู่ตรงหน้าผมที่กว่าจะโดนปล่อยตัวก็เป็เวลาดึกไปเรียบร้อยแล้วผมคิดว่า
4ตัวหมากในโชงิ เทียบได้กับตัวเบี้ย วิธีเดินคือเดินหน้าตรง กินก็กินตรง ๆ
คงไม่หรอกกระทั่งพระาาคงไม่ติดงอมแงมไปด้วยหรอกนะคงไม่ละเลยการบริหารประเทศเพราะโชงิหรอกนะ......
อะฟ้าหลังฝนนี่นา
◇ ◇ ◇
*ตัวหมากในโชงิเดินเหมือนเรือในหมากรุกไทยกับหมากรุกฝรั่ง
**ชื่อเรียกภรรยาของดยุค
***ตัวหมากในโชงิเดินเหมือนบิช็อปในหมากรุกฝรั่ง
****ตัวหมากในโชงิ เทียบได้กับตัวเบี้ย วิธีเดินคือเดินหน้าตรง กินก็กินตรง ๆ