บทที่ 8

“ฉันจะปล่อยนาย ถ้านายพูดว่า ขอโทษครับ! ผมไม่จะทำร้ายท่านเรย์ทริสอีกแล้วครับ! ว่าไง?”“กรุณาปล่อยผมไปนอนได้แล้วครับ ไอ้คุณเอลฟ์หูยาว”“อุบ! ฮะๆ! พูดอะไรไม่ดูตัวเอง”อะ..จริงด้วย.. ผมลืมไปเลย… ถึงหูผมจะยาวกว่ามนุษย์ แต่ก็ไม่ยาวขนาดเอลฟ์ซะหน่อย ระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าจะเตะเข้าเป้าเขาสักที จะได้ยอมปล่อยๆผมไป เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น ร่างคนที่เข้ามาในห้องไม่ใช่ใครที่ไหน กุนเทอร์ นั่นเอง! มาสักที! ช่วยเอาหมอนี่ออกไปที!“...เรย์ ปล่อย เอสก้า เดี๋ยวนี้”เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน...และที่สำคัญ...กุนเทอร์……... ดูโคตรโกรธเลย.. ผมว่าถ้าเขาถือมีดอยู่ในมือ เรย์ทริสคงโดนแทงตายไปแล้ว… ขอบคุณสายตาดุๆนั่น ในที่สุดเรย์ทริสก็ปล่อยมือออกจากผมสักที“โทษที.. แกล้งเล่นนิดหน่อยเอง นายไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลย”เรย์ทริสหน้าเจื่อนทันทีที่กุนเทอร์ใช้สายตาดุๆมองอย่างไม่วางตา ...ผมเองก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมกุนเทอร์โกรธขนาดนั้น? ..แต่ยังไงก็ต้องขอขอบคุณที่เขาสามารถคุมเจ้าเอลฟ์ไว้ได้“ขอบคุณมากครับ คุณกุนเทอร์ ราตรีสวัสดิ์นะครับ”ผมหันไปขอบคุณกุนเทอร์ก่อนขึ้นเตียงนอน เขาหันมายิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นเหมือนเคย“ราตรีสวัสดิ์ เอสก้า ห่มผ้าดีๆนะ บริเวณแถวนี้อากาศจะเย็นลงกว่าเดิมในเวลากลางคืน”“ครับ ขอบคุณครับ”หลังพูดคุยกันเสร็จผมก็เอนตัวลงนอน ผ้าห่มของที่นี่ค่อนข้างหนาใช้ได้ ถึงอุณหภูมิจะลดลงก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ขณะที่ผมกำลังจะเคลิ้มหลับ ผมได้ยินเสียงของสองคนนั้นพูดคุยกันเบาๆ ผมง่วงเกินกว่าที่จะได้ยินว่าเขาคุยอะไรกันแล้วด้วยสิ… แต่เหมือนผมจะได้ยินคำหนึ่งๆ ก่อนหลุดเข้าห้วงนิทราไป‘....สีเงิน’………..…........ .“..ฮึบ!”“ทำอะไรอยู่น่ะ…”“...คุณคามิล?”วันนี้ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษ หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ผมเลยพอมีเวลาหาอะไรทำระหว่างรอทุกคนเตรียมตัวให้เสร็จก่อนออกเดินทางกันต่อ ตอนที่ผมเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมก็เห็นมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง สักประมาณ 4-5 คน กำลังฝึกซ้อมดาบกันอยู่ หมู่บ้านนี้มีกองกำลังป้องกันของตัวเองด้วยนี่เอง คนที่ยืนสอนพวกเขาอยู่ก็คงเป็นทหารที่ทางอาณาจักรวอร์เลนเซียส่งมาดูแล ส่วนเรื่อง ผมทำอะไรอยู่นะเหรอ? ก็…“..อยากลองใช้ดาบดูครับ”ใช่.. ผมถือโอกาสขอพวกเขาฝึกใช้ดาบด้วย ปัญหาคือผมถือดาบจริงไม่ไหว ทำยังไงก็ยกไม่ขึ้น... ครูฝึกเลยเอาดาบไม้มาให้ผมใช้แทน….“...จะดีเหรอ ดาบจริงๆนายยังยกไม่ขึ้นเลย”..อุก! ...ทำไมถึงพูดแทงใจดำผมขนาดนี้.. ผมเหลือบมองคามิลที่ไม่รู้ว่ามายืนดูผมตั้งแต่เมื่อไหร่.. ผมนึกว่าผมตื่นเช้าที่สุดแล้วซะอีก… ผมอายที่จะลองฝึกกับพวกเขาต่อ.. สุดท้ายก็เลยคืนดาบไม้ครูฝึกไป เดินกลับมานั่งเล่นที่หน้าโรงเตี๊ยม“...เรเปียร์เหมาะกับนายมากกว่า”คามิลนั่งลงข้างๆผมแล้วพูดขึ้น เรเปียร์? เขาหมายถึง ดาบเรเปียร์ใช่ไหม?“..อย่างงั้นเหรอครับ?”“อืม.. พวกดาบที่สร้างขึ้นมาสำหรับนักเวทโดยเฉพาะก็ได้”ดาบสำหรับนักเวทโดยเฉพาะงั้นเหรอ.. แต่ถึงผมได้มาก็คงใช้ไม่เป็นอยู่ดี ผมไม่มีพื้นฐานศิลปะต่อสู้มาก่อน อย่าว่าแต่มวยเลย..แม้กระทั้งกระบี่กระบองผมก็ยังไม่เคย… “นายน่ะ.. แปลกดีนะ..”เขามองผมนิ่งๆขณะพูด… ผมว่าเขานั่นแหละที่แปลก… เขาแทบไม่แสดงอารมณ์ออกมาเลย“...คุณคามิลก็แปลกเหมือนนะครับ”“..งั้นเหรอ”เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย แล้วหันหน้ากลับมองตรงไปข้างหน้า“งั้นเราก็คงมีอะไรคล้ายกัน”…? เมื่อกี้.. เขายิ้มออกมานิดหน่อยหรือเปล่านะ? ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ บางทีผมอาจจะตาฝาดไป…ในตอนนั้นเองคนพี่ก็เดินออกมาจากโรงเตี๊ยม ชายผมสีม่วงปลอกมังคุดมีใบหน้าที่งัวเงียสุดๆ เขาหาวและขยี้ตาอยู่หลายที ก่อนจะหันมาเจอผมกับน้องชายเขานั่งคุยกันอยู่“... อะไรน่ะ? นี่พวกนายคุยกันอยู่เหรอ?”โครมพูดแล้วมองผมกับคามิลสลับกันไปมา เขาดูตื่นๆนิดหน่อยพอรู้พวกเรานั่งคุยกัน ...นะ ผมเข้าใจ ผมเองยังไม่คิดเลยว่าคามิลจะมาคุยด้วย โครมที่เหมือนเพิ่งนึกออกว่าจะพูดอะไร ก็เปิดปากบอกว่า คุณป้าเจ้าของโรงเตี๊ยมทำพายบูลเบอร์รี่ให้ เขาเลยมาชวนพวกเราไปกิน แน่นอนว่าผมไม่พลาดของกินเด็ดขาด! ทั้งผมและคามิลเลยเดินกลับเข้าไปข้างในโรงเตี๊ยมโดยมีโครมเดินตามมาทีหลัง“..ในที่สุดก็มีเพื่อนกับเขาได้สักทีนะ”….........ตอนนี้เราทุกคนกำลังเดินทาง น่าแปลกมาก..ยิ่งใกล้ถึงที่หมายเท่าไหร่ อากาศโดยรอบก็เหมือนจะเย็นลง พวกเราต่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทั้งกุนเทอร์ เรย์ทริสและแมทเทียกำลังทวนแผนกันอยู่ในรถม้า ความจริงพวกเราทุกคนต่างทบทวนแผนกันอีกรอบตั้งแต่ก่อนจะเดินทางออกมาจากโรงเตี๊ยมแล้ว ส่วนผมที่มีหน้าที่หลักๆแค่คอยซัพพอร์ตพวกเขา เลยไม่จำเป็นต้องทบทวนอะไรเยอะ ทั้งสามคนมีสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียด… ผมเองก็มีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี.. ได้แต่หวังว่าจะไม่มีอะไรแย่ไปกว่ามังกรหรือปีศาจเห็บยักษ์ที่เคยเจอนะ… ถ้าเจอแค่พวกนั้นก็พอรับมือได้… ที่น่ากลัวว่าจะรับมือไม่ไหวก็คงเป็นเรื่องจำนวน “บางทีสาเหตุที่อากาศเย็นลงผิดปกติแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะจำนวนของปีศาจ”เรย์ทริสที่ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่พูดขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่กุนเทอร์ “ยังจำวันนั้นได้ไหม... กุนเทอร์… 1 วันก่อน พวกปีศาจจะบุกมาที่เมืองหลวง ทหารยามบอกว่าอากาศรอบๆเย็นลงผิดปกติ”“...แสดงว่าพวกมันจะบุกมาเพิ่มอีกงั้นเหรอ”“...”เพราะตอนนี้ทหารที่เมืองท่าเรือเอง ก็กำลังรับมือกับพวกมันอยู่… แต่ถ้ามันเพิ่มจำนวนขึ้นและมาโจมตีอีกระลอก ป้อมปราการอาจจะทนไม่ไหว “ตอนนี้ยังฟันธงอะไรไม่ได้… จนกว่าเราจะถึงที่หมาย...”“คิดว่าคงอีกไม่นานนี่แล้วล่ะ…”ระหว่างที่เรย์ทริสคุยกับกุนเทอร์อยู่ แมทเทียที่นั่งเงียบมาตั้งแต่เมื่อครู่ก็พูดขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปทางหน้าต่าง ...หือ? นั่นอะไรน่ะ? ป่าทั้งสองข้างทางต่างออกไปจากปกติ… มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น… ต้นไม้ถูกโค่นล้มจำนวนมากราวกับว่าโดนบางอย่างที่ใหญ่มากๆถล่มราบเป็นหน้ากลอง พอผมสังเกตไปที่พื้นก็เห็นบางอย่างที่คล้ายกับรากไม้สีดำกลืนกินพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้… “เกิดอะไรขึ้น?!”“ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ...เราต้องรีบกันแล้ว”กุนเทอร์เคาะเรียกคนขับรถม้า เป็นสัญญาณให้รีบไปมากกว่านี้ ผมว่าคนขับรถม้าเองก็อยากรีบไปอยู่แล้ว… บรรยากาศโดยรอบตอนนี้ดูอันตรายสุดๆ ผมหันกลับเข้ามาในรถม้าก็เห็นว่าเรย์ทริสถือธนูของเขาเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว.. ผมว่าอาวุธของเรย์ทริสใช้สะดวกที่สุดในกลุ่ม ธนูของเขาตอนนี้เป็นแค่แท่งไม้แท่งหนึ่งอยู่ แต่ถ้าเขานึกจะใช้เมื่อไหร่ มันก็กลายเป็นคันธนูให้ทันที“เอสก้า ถ้าเกิดอะไรขึ้น...เตรียมร่ายเวทเสริมพลังให้ฉันด้วย”“ครับ”เรย์ทริสหันมาพูดกับผมแวบหนึ่งก่อนจะหันไปตั้งสมาธิจดจ่อกับบริเวณรอบๆ ทุกคนในรถม้าตอนนี้เหมือนเกร็งตัวรอสัญญาณอะไรบางอย่าง... เสี้ยววินาทีนั้นเองผมก็เห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนที่มาทางพวกเรา ผมไม่สามารถเห็นได้ทันทีว่ามันคืออะไร เพราะสิ่งนั่นเคลื่อนที่อยู่ข้างใต้พื้นดิน “...!!! เอสก้า!”“Holy Power!!”ผมร่ายเวทใส่เรย์ทริสทันทีที่เขาเรียก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก... หลังจากวงแหวนเวทและแสงสว่างหายไป เรย์ทริสก็ไม่ได้นั่งอยู่ในรถม้าแล้ว… ถ้าถามว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน.. เดาได้จากประตูรถม้าที่ทุกเปิดทิ้งไว้ได้ไม่ยาก.. ใช่แล้ว เขาปีนขึ้นไปยืนอยู่บนหลังคารถม้าและสาดลูกธนูใส่บางอย่างที่เคลื่อนที่อยู่ใต้ดินไม่ยั้ง ผมรีบปิดบานประตูที่ถูกเปิดอ้าไว้ แล้วหันไปหากุนเทอร์ “ใกล้ถึงที่หมายแล้ว! เราจะล่อพวกมันไว้ ให้รถม้าอีกกลุ่มไปถึงที่หมายก่อน!”กุนเทอร์เคาะส่งสัญญาณให้คนขับรถม้าอีกครั้ง ดูเหมือนคนขับจะเข้าใจว่าต้องทำอะไร และเริ่มเบี่ยงเส้นทางให้รถม้าคันหลังวิ่งนำไปก่อน ผมมองเห็นมอร์แกนกับบารัสชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างและตะโกนอะไรบางอย่าง“ให้พวกเราช่วยไหม!?”“ไม่ต้อง! พวกฉันจะล่อไว้เอง!”กุนเทอร์ตะโกนกลับไป แล้วหันกลับมามองที่ผม“เอสก้ารออยู่นี่นะ แมทเทียฝากดูแลเอสก้าด้วย”แมทเทียพยักหน้าตอบกลับไป… อย่าบอกนะว่าเขาจะออกไปสู้ด้วยอีกคน ไม่ทันไรกุนเทอร์ก็เปิดประตูออกแล้วกระโดดลงไป บางอย่างที่เคลื่อนที่อยู่ข้างใต้เมื่อครู่ก็พุ่งขึ้นมาจากใต้ดินและตรงมาที่กุนเทอร์ทันที ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ผมก็ร่ายเวท Holy Barriers ช่วยเขา เหมือนกับเรย์ทริสที่ยิงลูกธนูออกไปทันทีที่มันยอมปรากฏตัวออกมา รูปร่างของมันเหมือนกับหนอนแต่เป็นหนอนยักษ์ที่มีปากและฟันยาวๆ กุนเทอร์เองก็รอช้าที่จะโจมตีกลับ แต่ผมไม่ทันได้เห็นว่าเขาโจมตีกลับยังไง เพราะผมนั่งอยู่ในรถม้าที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ทำให้มองเห็นไม่ถนัด.. ความจริงแล้วผมควรจะขึ้นไปยืนอยู่บนหลังคากับเรย์ทริส จะได้ช่วยร่ายเวทป้องกันให้เขาทัน… ไม่หรอก.. บางที Holy Power ที่ผมร่ายไปเมื่อกี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วก็ได้ อย่าลืมว่ามันเป็นBuffที่โกงที่สุดขณะนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงเอะอะของกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง เมื่อผมหันดูไปที่หน้าต่างอีกด้าน ก็รู้ได้ทันทีว่ามีทหารจำนวนหนึ่งควบม้าตรงมาช่วยพวกเรา สงสัยเพราะผมมัวแต่โพกัสกับปีศาจหนอนยักษ์เลยไม่ทันสังเกตว่ารถม้าของเราวิ่งมาจนถึงเขตแดนแล้ว มีการวางรั้วกั้นเป็นจุดๆ แต่ก็มีรั้วบางที่ที่พังจนเละเทะ ซึ่งเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงก็คือ พวกทหารเองก็กำลังต่อสู้กับปีศาจจำนวนหนึ่งอยู่ด้วย! ...สิ่งที่พวกเขาสู้อยู่นั้น มีลักษณะคล้ายกับโครงกระดูกมนุษย์ แต่ที่กระดูกช่วงขาของพวกมันกลับมีลักษณะเป็นขาของแมงมุม มีจังหวะหนึ่งที่ผมเห็นทหารคนหนึ่งล้มลงและถูกกระดูกรูปทรงแหลมคมนั่นแทงเข้าที่ไหล่ ...แย่ล่ะ จะมัวแต่กลัวอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ… ผมพยายามเรียกสติตัวเองแล้วหันบอกแมทเทีย“เราต้องลงไปช่วยพวกเขา! คุณแมทเทีย!”“ตัวติดฉันไว้ล่ะ เจ้าหนู”ดูเหมือนแมทเทียจะเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาเคาะเป็นสัญญาณให้คนขับรถม้าแล้วเปิดประตูออก จากนั้นก็หันมาคว้าตัวผมเอาไว้แล้วกระโจนออกจากรถม้าพร้อมกัน เราคลุกดินกันนิดหน่อย แต่ไม่เป็นอะไรมาก แมทเทียรีบลุกขึ้นจากพื้นแล้วตั้งการ์ดรับการโจมตีจากปีศาจโครงกระดูกทันที “เอสก้า!”ผมหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นกุนเทอร์วิ่งมาหา ดูจากสภาพชุดเขาแล้วคงจัดการเจ้าปีศาจหนอนยักษ์นั้นเรียบร้อยแล้ว ดาบของกุนเทอร์ยังเปื้อนเลือดอยู่เลย เขาใช้ดาบฟันปีศาจโครงกระดูกบริเวณรอบๆจนหมด กระดูกของพวกมันแตกกระจุยจนเหลือแต่ซาก ส่วนแมทเทียเองก็กำจัดพวกมันได้ง่ายๆเหมือนกันเขาใช้ทั้งโล่และดาบตบพวกมันจนแหลก“คุณกุนเทอร์! เราต้องรีบช่วยพวกทหารตรงนั้น!”ผมหันไปเร่งกุนเทอร์.. ผมกลัวว่าจะไปช่วยพวกเขาไม่ทัน กุนเทอร์หันมาพยักหน้าให้ผมแล้วพูด“อยู่หลังฉันไว้ ตามมา!”ผมกับกุนเทอร์ออกวิ่งกันต่อ ส่วนแมทเทียบอกว่าจะอยู่ช่วยทหารจัดการปีศาจที่รั้วด้านหน้า พวกเราเลยแยกกันไปคนละทาง ระหว่างนั่นผมก็ถามถึงเรย์ทริสว่าเขาไปไหน เพราะตอนที่ผมลงมาจากรถม้า ผมก็ไม่เห็นเขายืนอยู่บนหลังคาแล้ว.. กุนเทอร์อธิบายอย่างรวบรัดว่า เรย์ทริสอยู่ช่วยทหารกลุ่มนั้นสู้กับปีศาจหนอนยักษ์ต่อ… ผมนึกว่ามันตายไปแล้วซะอีก? เหมือนกุนเทอร์จะรู้ว่าผมสงสัย เขาเลยบอกเพิ่มเติมว่า เขาฆ่ามันตายไปแค่ตัวเดียว ยังมีพวกมันมาเพิ่มอีก 3-4 ตัว เรย์ทริสเลยไล่ให้เขาไปช่วยกันฐานที่มั่นก่อน เพราะดูจากสภาพตอนนี้แล้ว ถ้าไม่แบ่งกำลังกันออกไปช่วยจะแย่เอา “Holy Barriers!!”พอวิ่งมาถึงผมก็เสกโล่ขนาดใหญ่ออกมาป้องกันพวกทหารทันที คงเพราะเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ ทำให้พวกเขาแตกตื่นกันพอสมควร… โชคดีที่กุนเทอร์ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ เขาตะโกนบอกทหารทุกคนว่าอย่าตื่นตระหนกและมีสมาธิเอาไว้ จากนั้นกุนเทอร์ก็พุ่งตัวไปฟาดฟันกับปีศาจโครงกระดูกเพื่อเคลียร์ทางให้ผมสามารถรักษาคนเจ็บได้โดยไม่มีอะไรมาขัดจังหวะ ..ตอนนี้ผมโฟกัสไปที่ทหารหลายคนที่นอนเจ็บอยู่ที่พื้น บางคนอาการแย่มาก ตอนผมที่นั่งลงใกล้ๆเขาก็พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง ถึงจะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา แต่ผมอ่านปากของเขาออก… เขาบอกว่าให้ฆ่าเขาที… ผมเข้าใจถึงความเจ็บปวดของเขา... เขาคงทนเจ็บต่อไม่ได้อีกแล้ว…“Blessing!!”จะรอช้าอีกไม่ได้แล้ว.. ทันทีที่ผมร่ายเวทออกไป วงแหวนเวทวงใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าผมอีกครั้ง ร่างของทหารทุกคนที่นอนเจ็บอยู่บริเวณรอบๆมีแสงสว่างสีขาวจ้าเข้าโอบล้อมเอาไว้ก่อนหายไป รอบนี้ผมรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยหลังร่ายเสร็จ ถ้าให้เดา... คงเป็นเพราะว่าผมใช้เวทรักษาคนหลายๆคนในทีเดียวแน่ๆ… น่าจะกินมานาพอสมควร ผมหันมองรอบๆตัวเพื่อดูผลลัพธ์…“พะ พระเจ้า… นี่มันอะไร?”พวกทหารทุกคนที่นอนเจ็บอยู่เมื่อครู่ ค่อยๆลุกขึ้นมากันทีละคน บาดแผลของทุกคนดูจะหายเป็นปลิดทิ้ง ผมหลุดยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ตอนแรกผมนึกว่าจะรักษาไม่ทันซะแล้ว ตอนนี้สายตาทุกคู่มองมาที่ผม… ดูเหมือนพวกเขาจะสติแตกกันอีกแล้วสิ ทำไงดี… พอผมหันไปก็เจอกุนเทอร์เดินมาพอดี… อ๊ะ… ปีศาจโครงกระดูกพวกนั้นหายไปหมดแล้ว… ผมมองไปที่พื้นก็เห็นซากกระดูกกระจัดกระจายเต็มพื้น กุนเทอร์คงกวาดเรียบหมดเลยสินะ กู๊ดจ๊อบ! “จับดาบขึ้นมา! มันยังไม่จบ!”จู่ๆก็มีเสียงกู่ร้องดังขึ้นจากข้างหลังผม อ้าว.. คนที่เจ็บหนักสุดเมื่อกี้นี้นี่เอง ตอนแรกผมไม่ทันสังเกตชุดเกราะของเขา พอมาดูดีๆก็พบว่าชุดเกราะเขาไม่เหมือนทหารคนอื่น ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเขามียศที่สูงกว่า ทหารทุกคนที่แตกตื่นอยู่เมื่อครู่ก็ได้สติอีกครั้ง ต่างกลับมาประจำตำแหน่งของตัวเองและเตรียมรับมือปีศาจอีกครั้ง“ผู้การเรซ.. ผม กุนเทอร์ เอลเบอร์ ท่านบรอเดอริคส่งพวกผมมาให้ช่วยเหลือสถานการณ์ที่นี่ คิดว่าท่านน่าจะได้รับจดหมายด่วนแล้ว”“เราได้รับจดหมายแล้ว ขอขอบคุณมาก ท่านเอลเบอร์ แล้วก็…”เขาหันมาหาผม ใบหน้าของเขาค่อนข้างดุสมกับเป็นผู้การเลยล่ะ แต่ตอนนี้หน้าของเขาดูผ่อนคลายลงและมองมาที่ผมพร้อมร้อยยิ้ม“นักเวทคนนี้เป็นนักเวทที่อยู่ในการดูแลของผม ชื่อ เอสก้า ครับ”กุนเทอร์แนะนำตัวให้ผมเสร็จ ผมก็โค้งทักทายผู้การเรซตามรูปแบบที่ผมแอบฝึกมา“โอ้ ท่านนักเวทเอสก้า ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นพิธีรีตอง.. เราเองต่างหากที่ต้องทำ ..ท่านช่วยชีวิตเราไว้ทั้งๆที่เราขอให้ท่านทำอะไรโง่เขลา.. หากท่านอยากให้เราตอบแทนอะไร ท่านบอกเราได้เลย”ผู้การเรซพูดออกมาด้วยความรู้สึกอับอาย.. ความจริงเขาไม่ควรรู้สึกอับอายเลย อาการบาดเจ็บที่ไม่ตายทันทีแต่ตายอย่างช้าๆเป็นอะไรที่ทรมาน… ไม่มีใครอยากทนเจ็บนานๆหรอก“ผมยินดีช่วยเหลืออยู่แล้วครับ แค่ไม่มีใครเป็นอะไร ผมก็พอใจแล้ว”ผมกล่าวพร้อมรอยยิ้มกลับไป หลังจบภารกิจยังไง ผมก็ได้ค่าตอบแทนอยู่แล้วด้วย ไม่ต้องการค่าตอบแทนอะไรเพิ่มจากใครทั้งนั้นแหละ... “เอาไว้หลังจากจัดการปีศาจได้แล้ว ท่านเอสก้าคอยตัดสินใจอีกทีก็ได้”พอผู้การเรซพูดกับผมเสร็จ ก็หันไปปรึกษากับกุนเทอร์ จากที่ผมฟัง พวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับแค่ปีศาจโครงกระดูกอย่างเดียว มีปีศาจรูปแบบใหม่อีกรูปแบบที่เขาตั้งชื่อว่า ปีศาจพันตา ด้วย ความสามารถหลักๆของมันคือเมือกที่เป็นพิษ นอกจากนี้มันยังสามารถดูดซับพลังจากหินเวทมนตร์บริเวณรอบๆมาใช้แบ่งตัวของพวกมันออกหลายๆตัวได้ด้วย ท่าทางผู้การจะยังไม่รู้เรื่องปีศาจหนอนยักษ์ที่พวกผมเจอเมื่อครู่ กุนเทอร์เลยอธิบายเกี่ยวกับปีศาจอีกแบบที่เพิ่งเจอมาเมื่อกี้ให้ผู้การเรซฟัง เขามีสีหน้ายุ่งยากขึ้นมาทันที ...ศัตรูที่รับมืออยู่ก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว ยังจะมีรูปแบบใหม่โผล่มาอีก เขาคงคิดแบบนั้นอยู่ในใจแน่ๆ“..แต่ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องปีศาจรูปแบบใหม่ที่เราเจอมา.. เรามีวิธีกำจัดพวกมันแล้ว”ผู้การเรซได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นทันที… เขามองมาทางผมแวบหนึ่งแล้วพูดกับกุนเทอร์“...เข้าใจล่ะ ถ้าเช่นนั้นขอฝากด้วย”พวกเรารีบเดินไปยังป้อมปราการซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล พอไปถึงที่นั้นเราก็เจอกับทีมที่เหลือ โครมกับคามิลกำลังช่วยรักษาคนเจ็บจำนวนหนึ่งอยู่ ส่วนมอร์แกนกับบารัสกำลังยืนคุยแผนอยู่กับทหารนายหนึ่งอยู่ที่โต๊ะ พอพวกเขาเห็นผมกับกุนเทอร์เดินเข้ามาก็รีบเดินตรงมาหาพวกเราทันที“พวกนายไม่เป็นอะไรใช่ไหม!? แล้วแมทเทียกับเรย์ทริสละ?”บารัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล หางและหูของเขาตกลงเมื่อเห็นว่าพวกผมมากันไม่ครบ“พวกเราแยกกัน เรย์ทริสกำลังจัดการกับปีศาจที่ไล่ตามพวกเราเมื่อกี้ ส่วนแมทเทียอยู่ช่วยพวกทหารจัดการกับปีศาจโครงกระดูก”กุนเทอร์ตอบคำถาม แล้วกลับเข้าเรื่องแผนที่จะทำต่อ พวกเราทุกคนเดินไปที่โต๊ะที่มีแผนที่วางเตรียมไว้อยู่ ผู้การเรซที่ยืนอยู่ถัดจากกุนเทอร์ก็เริ่มพูดถึงแนวตั้งรับทั้งหมดที่เหลือตอนนี้ และอธิบายปัญหาเกี่ยวกับปีศาจรูปแบบใหม่ให้พวกมอร์แกนและโครมฟัง เหมือนกับที่เขาอธิบายให้ผมกับกุนเทอร์ฟังเมื่อครู่โครมและคามิลซึ่งได้ยินเรื่องปีศาจที่ดูดซับพลังจากหินเวทมนตร์มาใช้ก็มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที“...สภาพหินเวทมนตร์พวกนั้นเป็นยังบ้างครับ? หลังจากโดนพวกมันดูดซับพลังไป”โครมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันไปถามผู้การเรซ“แน่นอนว่ากลายเป็นคริสตัล เหมือนๆกับที่พวกเราใช้กัน…”“พอทราบไหมครับว่า พวกมันแพ้ธาตุอะไรบ้าง?”“คิดว่าไม่น่าจะแพ้ธาตุน้ำกับธาตุไม้ เราเดาเอาจากหินเวทมนตร์รอบๆเมืองที่พวกมันดูดซับไปใช้ พวกเราเคยลองใช้ไฟกับพวกมันแต่ไม่ค่อยได้ผล อย่างมากก็แค่ทำให้มันเคลื่อนไหวช้าลง ...ต้องขออภัยด้วยทางเราเองก็มีข้อมูลของพวกมันไม่มาก”ผู้การเรซมีสีหน้าลำบากใจ เขาก้มหน้าลงและนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ...ผมว่าเขาคงลองมาหลายวิธีแล้ว แต่ด้วยสาเหตุเรื่องระยะเวลาและจำนวนของพวกมัน ทำให้เขายังไม่สามารถหาวิธีในการรับมือกับพวกมันได้“.....แล้ว….เราสามารถคืนสภาพให้หินเวทมนตร์กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมครับ?”“..?”ทุกคนหันหน้ามาหาผมพร้อมกันราวกับนัดกันมา… ดูสายตานั่นสิ.. คงคิดว่า มันใช่เวลาถามเรื่องนี้ไหม? อยู่ในใจใช่ไหม… แต่ผมจำเป็นต้องถามจริงๆ“ทำได้.. โดยการโอนถ่ายพลังเวทให้ แล้วหินเวทมนตร์จะฟื้นคืนสภาพเดิม.. ทำไมเหรอ?”คามิลให้คำตอบทันทีที่ผมถาม “อืม… ผมคิดว่า…. ผมพอจะคิดวิธีฆ่าปีศาจพันตาได้แล้วล่ะครับ”“..!! ว่าไงนะ..!”ตอนนี้สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ผมอย่างไม่วางตา… ใจเย็นนะทุกคน…“...เราจะใช้หินเวทมนตร์ฆ่ามันจากภายในกันครับ”
To be continued
** แจ้งเพิ่มเติมเรื่องเวลาที่ไรท์หายไปนานๆนะคะ ช่วงนี้ไรท์ไม่สบายค่ะ ปวดไมเกรนบ่อยๆ รวมกับทำโปรเจคเกมกับโปรเจคคอมมิคส่วนตัวไปด้วย นิยายเลยจะลงช้าหน่อย แต่ขอสัญญาว่าไม่เทนิยายแน่นอนค่ะ //ปล.ไรท์แอบทำอะไรบางอย่างอยู่ ไว้จะมาเซอร์ไพร์ทุกคนนะคะ ^^ **ขอบคุณนักอ่านทุกๆท่านที่ยังติดตามนิยายเรื่องนี้อยู่นะคะหากมีข้อผิดพลาดๆต้องขออภัยไว้ใน ณ ที่นี้ด้วย โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ ^v^

โครม เกลเซอร์

คามิล เกลเซอร์

เทียบสเกลปีศาจกับมนุษย์