บันทึกรักบ้านสกุลเทพ

    นางสาวเนตรอัปสร สกุลเทพ 1

     ในโลกนี้นั้นมีสิ่งที่เรียกว่า ‘สิ่งลี้ลับ’ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นภูต ผี ปีศาจ หรือแม้กระทั่งเทพ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งลี้ลับที่คนธรรมดาไม่อาจรับรู้ได้ว่ากันว่าสมัยก่อนเมื่อนานแสนนาน มีสิ่งมีชีวิตหลากหลายอาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่แบ่งแยก เป็นภพภูมิเดียวกัน ‘สามภพ’ เป็นชื่อเรียกของมัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ต่อมามีการแบ่งแยกออกจากกัน จากหนึ่งกลายเป็นสาม ไม่ข้องเกี่ยวกันโดยตรงอีกเลย นานวันเข้ามนุษย์โลกก็เริ่มที่จะมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นอีก เริ่มหวาดกลัว หวาดระแวง สิ่งมีชีวิตอื่นจึงต้องพากันซ่อนเร้น เพราะเหล่ามนุษย์ไล่ล่าเข่นฆ่าอย่างโหดร้ายวันเวลาผันผ่านไป มนุษย์มีการพัฒนารวดเร็ว ความเป็นจริงค่อยๆ เลือนหาย มนุษย์ที่ยังพอมองเห็นถูกมองว่าหลอกลวง แต่ถึงกระนั้น ความจริงก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงบันทึกสกุลเทพ หลังจากอ่านบันทึกที่เป็นสมบัติของตระกูลจบ นางฟ้าก็ปิดมันแล้วเก็บเอาไว้ที่เk8ดิม ข้อความที่อ่านเมื่อครู่เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกที่เธอชอบมากที่สุด มันเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้าใจอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น เมื่อก่อนตอนที่ยังเด็ก นางฟ้ายังคิดว่ามันเป็นหนังสือนิทานเลยบ้านของเธอเป็นครอบครัวที่มีพลังพิเศษ ถ้าถามว่าพิเศษยังไง ก็แค่พิเศษกว่าคนทั่วไปเล็กน้อยคนในครอบครัวของเธอเป็นมนุษย์ที่สามารถมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่าต้นตระกูลของเธอสืบเชื้อสายของเทพและปีศาจด้วย ต่อให้เป็นอย่างนั้นจริง แต่เวลาผ่านมาตั้งนานแล้ว สายเลือดก็คงเจือจางไปหมดแล้วมั้งเมื่อก่อนนางฟ้าไม่เชื่อ เธอหัวเราะจนกลิ้งตอนพ่อกับแม่เล่าให้ฟัง แม้ว่าท่าทางของพวกท่านจะจริงจังแค่ไหน นางฟ้าก็ทำใจเชื่อไม่ลง คิดไปเองกว่าพวกท่านแค่อำเล่นพออายุได้สิบสองปี ที่บ้านมีญาติมาเยี่ยม พวกญาติๆ ทำพิธีอัญเชิญอะไรสักอย่างให้เธอกับพี่ชายฝาแฝด ว่ากันว่าอายุสิบสองก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ของโลกฝั่งนั้นแล้ว พ่อกับแม่ถามคำถามที่มักได้ยินบ่อยๆ ตอนเด็กอย่างจริงจังว่าโตขึ้นอยากจะใช้ชีวิตแบบไหนนางฟ้าจำได้ว่าตอนนั้นตอบไปว่าอยากใช้ชีวิตธรรมดาส่วนพี่ชายฝาแฝดกลับตอบว่าอยากเป็นนักอัญเชิญ เหตุผลคือญาติที่มาทำพิธีอัญเชิญให้เทดี หลังจากนั้นเธอกับพี่ชายก็ถูกจับแยกกัน พี่ชายถูกพาตัวไปหลังจากวันนั้นทันทีแม่ของนางฟ้าเล่าให้ฟังว่าตระกูลของเรามีสองสาขา บ้านเราเป็นคนทรงกับมือปราบ อีกสาขาอยู่ภาคเหนือเป็นนักอัญเชิญพวกเขาบอกว่าเธอกับพี่เกิดมามีพรสวรรค์ เห็นสิ่งลี้ลับได้ตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งพวกเราก็ไม่รู้มาก่อนว่าสิ่งที่พวกเราเห็นนั้นคนอื่นๆ เขาไม่เห็น ใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าจะเข้าใจพี่ชายของนางฟ้าเคยทำพิธีอัญเชิญตามหนังสือที่มีอยู่ในบ้านสำเร็จตั้งแต่อายุแปดขวบ ส่วนเธอที่เป็นน้องสาวเป็นผู้มีพลังวิญญาณสูงตั้งแต่เกิดดังนั้นเมื่ออายุถึงเกณฑ์พวกเราจึงถูกถามให้เลือกนางฟ้าใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ที่กรุงเทพตามปกติ ส่วนพี่ชายก็ถูกพาไปอยู่ที่จังหวัดน่าน นานๆ ทีจะกลับมาบ้านสักครั้ง ตอนนี้นางฟ้าก็ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรหรืออยู่ที่ไหนเหมือนกันแต่ถ้าถามว่าเธอได้ใช้ชีวิตปกติจริงๆ ไหม คำตอบคือ...ไม่!แม่ของเธอสอนทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับให้ทั้งหมด ให้เหตุผลว่าถึงแม้เธอจะต้องการใช้ชีวิตธรรมดา แต่ต่อไปก็ต้องถ่ายทอดให้ลูกหลานต่อ ซึ่งเธอก็ไม่คิดอะไรมาก...จนกระทั่งก่อนหน้านี้วันที่นางฟ้าเรียนจบสาขาที่ใฝ่ฝัน แต่กลับพบว่ามันไม่ใช่ทางที่ใช่จริงๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป เด็กจบใหม่จำนวนไม่น้อยที่ทำงานไม่ตรงสายที่เรียนมา หรือเรียนมาจนจบแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจริงๆ อย่างเช่นเธอเป็นต้นนางฟ้ากลับมาช่วยงานที่บ้าน อันที่จริงก็ช่วยมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับโลกอีกฝั่งเยอะแยะเลยทีเดียว นอกเหนือจากนั้นเลยก็คือการเงินของที่บ้าน นางฟ้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่างานพวกนี้จะทำเงินให้ได้เยอะขนาดนี้ ก็ว่าอยู่ลำพังอาชีพนักเขียนกับแม่ที่ไม่ได้ทำงานประจำอะไรมีเงินที่ไหนมาใช้ไม่เคยขาดมือแม่ของเธอบอกว่าบ้านของเราจะรับการจ้างวานจากทั้งคนและที่ไม่ใช่คน พวกเขาจะแวะเวียนมาขอความช่วยเหลือ ดูตามความเหมาะสม หากช่วยได้ก็จะช่วย หากช่วยไม่ได้ก็จะปฏิเสธไป บางงานทำแล้วก็มีค่าใช้จ่ายในบ้านไปเป็นเดือนๆ เลยทีเดียว...และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่เธอจะลองทำงานด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เพราะแม่จะพาพ่อไปหาแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเหอะ จะพากันไปเที่ยวล่ะสิไม่ว่า“ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ คุณชายมาถึงแล้วครับ เชิญทางนี้” ผู้ชายที่ดูท่าทางอายุไม่เกินสามสิบต้นๆ ต้อนรับในตอนที่มาถึงเชิญไปยังอีกห้องอย่างสุภาพโอ้โห นอกจากจะให้มานั่งรอในห้องรับแขกมาชั่วโมงกว่ายังต้องให้เดินไปพบที่อื่นอีก ต้องเป็นคนแบบไหนกันนะ เป็นคนจ้างวานขอร้องคนอื่นให้ช่วยแท้ๆ เธอไม่ทำก็ได้นะ นางฟ้าคิดอย่างหงุดหงิดใจบ่นโน่นบ่นนี่แต่ก็เดินตามไปอยู่ดี เห็นแม่กำชับว่าเป็นเรื่องสำคัญหรอกเดินเข้ามาอีกห้องที่เป็นห้องแยกออกจากห้องรับแขกเมื่อครู่ ตอนนี้เธออยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตัวอาคารด้านนอกว่าหรูแล้ว แต่ห้องผู้ป่วยห้องนี้กลับหรูกว่าอีกต้องรวยแค่ไหนถึงจะได้มีบุญมานอนห้องนี้ได้กันนะ จะมารักษาที่นี่ต้องมีเงินสักเท่าไหร่ หรูยิ่งกว่าโรงแรมเสียอีก“เชิญทางนี้ครับ” ผู้ชายคนเดิมผายมือเชิญให้เข้าไปด้านใน นางฟ้าหยุดมองไปรอบๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงนอนแทนที่จะเป็นเตียงของโรงพยาบาลทั่วไป มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด มีพยาบาลคนหนึ่งคอยดูแลอย่างใกล้ชิดนางฟ้าเลื่อนสายตามองข้างเตียงที่ว่างเปล่า เธอเห็นร่างโปร่งแสงที่มีใบหน้าเดียวกับผู้หญิงที่นอนอยู่ได้อย่างชัดเจน เราสบตากันก่อนที่เธอจะก้มหัวให้เล็กน้อย แล้วเดินไปทางผู้ชายที่หน้าตาแสนจะหล่อเหลาที่นั่งจ้องมือตัวในมืออยู่บนโซฟาบอกตรงๆ ว่าหล่อมากเลยแหละ แต่นอกจากความหล่อแล้วก็มีเพียงความนิ่งเฉยบนใบหน้า ทั้งยังไร้มารยาทอีกด้วย เหอะ...“สวัสดีค่ะ” นางฟ้ากล่าวทักทายอีกฝ่ายพยักหน้าขณะที่สายตาไม่ละจากจอมือถือด้วยซ้ำ “เชิญนั่งครับ”นางฟ้าหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาที่ราคาน่าจะแพงอีกตัว แอบกลอกตาใส่ความไร้มารยาทของอีกฝ่ายเบาๆ“คุณนรา? ได้ยินว่าเป็นคนรู้จักของคุณแม่ คุณดูเด็กกว่าที่คิดไว้นะ”นางฟ้าเข้าใจแล้วว่าเขาคิดว่าเป็นแม่ของเธอ ความจริงก็ควรจะเป็นอย่างนั้น หากแม่ไม่พาพ่อไปเที่ยวซะก่อน“เปล่าค่ะ นราคือแม่ของฉัน”ชายหนุ่มชะงัก เงยหน้าขึ้นจากจอที่กำลังดูกราฟวิเคราะห์หุ้นมามอง “หือ? แล้วคุณเป็นใครล่ะ?”นางฟ้าฉีกยิ้มเล็กน้อย เลื่อนนามบัตรไปด้านหน้าของเขา “ชื่อของฉันคือนางสาวเนตรอัปสร สกุลเทพ เป็นลูกสาวของคุณนรา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

    …………………………………………………………