ศานต์จอดรถได้รีบวิ่งไปที่ชานชาลาร่องรอยควันดำของรถพุ่งเข้าใส่หน้าจนสำลักเขาไออย่างรำคาญโบกมือปัดควันไปมาพลางชะเง้อหาเธอดอกเข็มกับลูกไปแล้วรถที่กำลังวิ่งออกนอกสถานีคันนั้นเหมือนมีเชือกที่ลากหัวใจเขาไปด้วยชายหนุ่มยอมแพ้ยืนส่งเธอจนกว่ารถโดยสารข้ามจังหวัดห่างออกไปนอกสายตา
“ลาก่อนนะเข็มลูกพ่อ” ศานต์หันหลังกลับอย่างหมดแรงเขาขับรถออกไปอย่างไร้จุดหมายรู้ตัวอีกทีก็ตอนเสียงโทรศัพท์ดังจนรำคาญพอมองดูเป็ชื่อนิลตาก็ตัดสายทิ้งปิดเครื่องหนี
ระหว่างมองทางศานต์เห็นป้ายบอกทางบางแสนไม่กี่สิบกิโลเมตรกิโลเมตรจึงขับตรงไปแบบไม่คิดอะไร
“นี่อะไรกล้าตัดสายฉันงั้นเหรอ” นิลตาหงุดหงิดกดโทรศัพท์พลางกุมท้องที่เจ็บไว้ “อย่าให้รู้นะว่าตามไปพลอดรักกับอีนั่น” หญิงสาวโมโหที่ลูกน้องแจ้งว่างานไม่สำเร็จ
“ปิดเครื่องเหรอไอ้ผัวบ้านี่” นิลตาทิ้งโทรศัพท์ลงข้างตัวในใจเริ่มตระหนกกลัวศานต์รู้เื่ที่เธอส่งคนไปรังควาญดอกเข็ม
“ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาสิ”
“ค่ะคุณผู้หญิงเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่าคะ”
“ไปเอาผ้าชุบน้ำมาให้หน่อย” นิลตาสั่งแล้วกลับขึ้นไปนอนบนเตียงคิดไว้ว่าหากศานต์กลับมาหาเื่เธอจะแกล้งป่วยให้เขาไม่กล้าเอ่ยปาก
ศานต์เปิดกระจกรถรับลมทะเลจากข้างทางชายหนุ่มใช้เพียงหูฟังเสียงส่วนดวงตาปิดไว้เพราะแสงจ้าของดวงอาทิตย์ทำเขามองอะไรไม่เห็นความร้อนที่แผดเผาเหมาะกับใจที่ทุกข์ทนของเขาเหลือเกิน
“ผู้หญิงในรูปคนนี้เป็ภรรยาคุณเหรอคะ” ศานต์นึกถึงสีหน้าดอกเข็มตอนหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่มีรูปเขากับนิลตาออกงานสมาคมคู่กันมาถาม
ดอกเข็มกับศานต์เริ่มสนิทกันเมื่อไหร่ไม่รู้ั้แ่เขาให้เธอเลี้ยงตอบแทนที่ช่วยหางานให้ทั้งคู่นัดเจอกันตลอด่นั้นบริษัทมีปัญหามากมายจากการรวมกิจการ คุณพ่อเขาป่วย นิลตาก็เข้ากันไม่ได้การเจอดอกเข็มเป็ความสุขเพียงหนึ่งเดียวของศานต์
ตอนแรกเขาไม่ได้คิดว่าคบหากับเธอในฐานะอะไรแต่ยิ่งเวลาผ่านทั้งคู่ก็ยิ่งผูกพันฝังลึกเขาไม่กล้าเอ่ยปากว่าชอบเธอเพราะตัวเองแต่งงานแล้วเพียงแต่คำถามของเธอทำให้ศานต์รู้ว่าหญิงสาวมีใจ
“ใช่… ผมแต่งงานแล้วเพราะธุรกิจน่ะ” พออธิบายเพิ่มว่าตนแต่งกับนิลตาเพราเหตุใดก็เหมือนหาความชอบธรรมที่จะนอกใจให้ตัวเอง “พูดแบบนี้คงจะไม่ดี ไม่ว่าจะแต่งเพราะอะไรก็คือแต่งไปแล้วทำให้คุณลำบากใจขอโทษนะ”
ดอกเข็มมองแววตาลำบากใจของศานต์แล้วไม่กล้ามองต่อเธอได้แต่หันหลังด้วยความเสียใจ
“รู้เร็วกว่านี้ก็ดีหรอก”
“เข็มชอบผมเหรอ” ถึงเสียงของดอกเข็มจะเบาแต่ศานต์ก็ได้ยินทั้งยังทำให้ใจเต้นแรงเขาก้าวมาข้างหน้าจับมือถามเธอ
“ตอนนี้เราไม่ควรมาพูดเื่นี้กันนะคะ” หญิงสาวบอกแล้วเก็บมือตัวเอง เบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“ถ้างั้นเรากลับกันเถอะเดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง” เดิมนัดกันว่าจะไปหาที่นั่งชิวริมแม่น้ำกินดื่มเหมือนทุกครั้ง แต่บรรยากาศวันนี้มันเสียไปแล้วเขาจึงไม่ฝืน
ดอกเข็มตามเขาไปขึ้นรถไม่พูดอะไรจนกระทั่งถึงห้องพักของตนที่อยู่เขตนิคมอุตสาหกรรมแถวนั้นคนพลุกพล่านห้องพักเรียงกันจนแออัด
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” เธอพูดแล้วมองเขาที่เหมือนมีเื่จะพูดแต่ไม่พูด
“ฉันขอตัวนะคะ” ก่อนจะเปิดประตูรถศานต์จับมือเธอไว้
“ต่อไปเราจะยังมาเจอกันไหม”
“คุณคิดว่ามันเหมาะสมเหรอคะ” เธอตอบกลับให้เขาได้คิดแต่ตอนได้เห็นสีหน้าชายหนุ่มใจกลับเต้นแรงไม่คิดเลยว่าจะเสียใจขนาดนี้
“มันมืดแล้วแถมมีผู้ชายตั้งวงกินเหล้าผมไปส่งคุณที่ห้องนะ” ศานต์เปลี่ยนเื่คุยเพราะเห็นว่าหน้าหอพักที่หญิงสาวต้องเดินผ่านมีกลุ่มผู้ชายเมามายหลายคน
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะเดินผ่านทุกวัน”
ชายหนุ่มยังไม่ยอมปล่อยมือเธอ“งั้นระวังตัวด้วยนะ”
วันนั้นศานต์กลับบ้านไปด้วยความเสียใจพอถึงก็ไม่ได้อยู่สงบต้องทนฟังนิลตาหาเื่
“ฉันถามไม่ได้ยินเหรอคุณบอกมาว่าอีนั่นมันเป็ใครทำไมคุณถึงนัดเจอมันบ่อย ๆไม่รู้จักละลายใจจนเพื่อนฉันบังเอิญเห็น คุณจะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“จะเอาไปไว้ไหนก็เื่ของคุณผมเหนื่อยอย่าเซ้าซี้ได้ไหม” ชายหนุ่มถอดเสื้อโยนทิ้งตะกร้าอย่างหงุดหงิด
“คุณไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่คุณมีชู้ใช่ไหม นอกใจฉันใช่ไหม ทำอย่างนี้ได้ยังไง” นิลตาโวยวายไม่หยุดศานต์ได้แต่กัดฟันทนเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูดังปัง
ทำไมเขาต้องมาทนอยู่กับผู้หญิงแบบนี้ด้วยกับคนที่รักกลับไม่มีโอกาสให้บอกความในใจเลยด้วยซ้ำคิดไม่ทันขาดคำนิลตาก็มาทุบประตูห้องน้ำอีกจนเขาแทบอยากเอาหัวโขกชักโครกให้ตายไปเดี๋ยวนั้นเลย
วันต่อมาที่บริษัทศานต์ออกจากบ้านแต่เช้าแม้แต่ข้าวก็ไม่กินพนักงานต่างใที่เห็นผู้บริหารหนุ่มมานั่งกินข้าวในโรงอาหารทว่าสายตาที่ลูกน้องมองกับที่ผู้บริหารด้วยกันมองมันต่างกันโดยสิ้นเชิง
“บริษัทรวมกันยังไม่ทันไรบางคนก็หาทางซื้อใจพนักงานแล้วปูทางให้ตัวเองเก่งจริง ๆ สร้างภาพเป็คนติดดิน น่าสนใจดี”กรรมการาุโซึ่งอยู่บริษัทเก่าของศานต์ว่าประชดกลางห้องประชุม
เขาอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วตอบกลับไปไม่ไว้หน้าใคร “ผมหิวข้าวไม่มีเวลามานั่งคิดหรอกว่าใครอยากขึ้นเป็ใหญ่ขืนคิดเยอะขนาดนั้นกับข้าวหมดพอดี”
“สงสัยกับข้าวบ้านท่านประธานจะไม่อร่อยแล้วนะครับลูกเขยถึงไม่อยากทานที่บ้าน”กรรมการอีกสองสามคนหัวเราะหลังได้ฟังคำพูดนั้นบิดาของนิลตาส่งสายตาไม่พอใจไปที่ศานต์
“ศานต์เขาขยันออกจากบ้านแต่เช้าไม่ใช่เื่แปลกทำไมพวกคุณถึงได้มีปัญหากันจัง”
“พวกเราแค่แซวเล่นน่ะครับท่านศานต์ยังหนุ่มอยู่เืร้อนก็ไม่แปลกแต่อย่าหักโหมจนละเลยครอบครัวละ”
“พูดเื่ไร้สาระมากพอแล้วไหนล่ะความคืบหน้าการเจรจาขยายการผลิตกับลูกค้ารายใหม่”
ถึงในห้องประชุมพ่อตาจะปกป้องแต่ส่วนตัวก็เรียกไปตำหนิอยู่ดีวันนั้นทั้งวันของชายหนุ่มกลายเป็วันที่แย่ที่สุดวันหนึ่งพอกลับถึงบ้านก็รีบนอนหันหลังให้นิลตา
“ฉันได้ยินคุณพ่อเล่าว่าที่บริษัทพวกกรรมการกระแหนะกระแหนคุณ” เขาไม่ทันหลับเสียงนิลตาก็ดังขึ้นให้เหนื่อยใจกว่าเดิม
“อืม”
“แย่จริงๆ ต่อไปคุณไม่ต้องไปกินข้าวโรงอาหารรวมกับพนักงานแล้วนะ ให้คนเอาไปนินทาสนุกปาก”
“แล้วนี่คุณจะไปไหนคะ” เขาลุกจากเตียงกะทันหันนิลตาจึงร้องถาม
ศานต์หันมาตอบหน้าเนือยๆ “ยาพารา”
“ปวดหัวก็บอกฉันสิคะเดี๋ยวฉันไปเอามาให้” หญิงสาวจับแขนเขาให้กลับไปนั่งบนเตียง
“รออยู่นี่แหละเดี๋ยวฉันไปเอามาให้”
ศานต์ถอนหายใจโล่งอกที่นิลตาเลิกพูดสักทีก่อนจะเอนตัวนอนตามเดิมพร้อมความคิดถึงดอกเข็ม
‘ไม่คิดเลยว่าไม่เจอเข็มแค่วันเดียวผมก็เป็ทุกข์ขนาดนี้’
“แต่ว่าความทุกข์ครั้งนั้นมันเทียบวันนี้ไม่ได้เลยเข็มหวังว่าคุณกับลูกจะมีชีวิตที่ดีนะ”ศานต์ลดมือลงจากหน้าผากเช็ดน้ำตาที่คลอออก สตาร์ทเครื่องรถยนต์ขับไปหาโรงแรมใกล้ ๆสำหรับพักใจในคืนนี้
พระพายร้องไห้หลังนั่งรถได้ชั่วโมงกว่าเขาน่าจะไม่สบายตัวเพราะฉี่ใส่ผ้าอ้อมผู้เป็แม่จึงต้องกางผ้าขนหนูสะอาดบนเบาะข้างวางเขาไว้แล้วเปลี่ยนผ้าอ้อมให้
ดอกเข็มดีใจมากที่ลูกไม่ร้องไห้มากตอนเธอเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หลายคนมองมาแต่ที่กลัวคือเขาจะอึนี่แหละภาวนาให้เกิดขึ้นตอนถึงจุดพักรถนะลูก
คนพึ่งคลอดลูกปวดเมื่อยไปทั่วร่างต้องนั่งตลอดทั้งวันแถมยังต้องอุ้มลูกไว้อีกหญิงสาวมองตัวเล็กในอ้อมกอดครั้งใดก็ก้มลงหอมแก้มเขาเติมพลังใจ
“อดทนหน่อยนะลูกอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว แม่ขอโทษที่พาหนูมาลำบากนะครับ”
เธอพูดกับเขาอีกตอนกลางดึกที่เ้าตัวน้อยตื่นขึ้นมาแล้วทำท่าจะร้อง
“เด็กดีของแม่ไม่ร้องเลยเก่งมากครับ”ถึงจะเมื่อยแต่ดอกเข็มไม่กล้าวางลูกน้อยของเธอเลยนึกไปนึกมาหญิงสาวก็เสียใจที่ไม่ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนให้ส่งรถมารับตอนนี้เธอหิวน้ำมากแต่อดทนไม่กินเพราะไม่อยากเข้าห้องน้ำจึงได้แต่กลืนน้ำลายไปพลาง ๆมองเครื่องดื่มมากมายในร้านขายเครื่องดื่มตรงจุดพักรถตาละห้อย
อดทนไปจนถึงสถานีปลายทางสำเร็จมัสยามารอรับด้วยตัวเองดอกเข็มรีบฝากลูกไว้กับเพื่อนเปิดขวดน้ำดื่มทันทีจนหกเลอะเสื้อผ้า
“โอ้ยแกช้า ๆ ดูสิหกหมดเลย”เพื่อนของเธอหัวเราะพูดกับเด็กชายว่าให้ดูแม่ของตน ดื่มน้ำไม่ระวังเลย
“ฉันไม่ได้ดื่มน้ำั้แ่ขึ้นรถน่ะกลัวต้องลำบากไปเข้าห้องน้ำจะฝากลูกไว้กับใครก็ไม่ไว้ใจ”
“ฉันบอกแล้วว่าจะส่งคนไปรับแกก็ไม่ยอม” มัสยาตำหนิก่อนให้คนช่วยถือกระเป๋าของดอกเข็มแล้วอุ้มพระพายไปขึ้นรถ
“แกนั่งให้สบายเถอะเดี๋ยวฉันอุ้มลูกให้”
“ขอบใจนะมาถึงนี่ได้ค่อยวางใจหน่อย ขอบใจแกมากนะมัส”ดอกเข็มเอนหลังพิงเบาะรถอย่างเต็มที่ด้วยรู้สึกเมื่อยไปทั้งร่างแต่จิตใจผ่อนคลายขึ้นมาก
“อืมไม่เป็ไรว่าแต่คุณศานต์เขารู้หรือเปล่าว่าแกจะมาหาฉันตอนกลางวันเขาโทรหาฉันโกหกไปว่าไม่รู้แกอยู่ไหน ไม่รู้เขาจะเชื่อหรือเปล่า”
“เขาน่าจะรู้แหละว่าฉันมาเชียงใหม่ตอนรถออกฉันเห็นเขาตามมาถึงหมอชิตแต่ถ้าเขาโทรมาอีกแกบอกเขาไปเถอะว่าฉันอยู่ที่นี่เขาจะได้ไม่ห่วงบอกเขาด้วยว่าอย่าตามมาหาฉันกับลูกถ้าเขามาเมียเขาก็จะตามมาถึงตอนนั้นคงไม่โชคดีรอดได้อีกแล้ว”
“เดี๋ยวฉันจะบอกเขาให้” พูดแล้วมัสยาก็ถอนหายใจมองเด็กน้อยในอ้อมกอด “น่าสงสารจังลูกเอ้ยหน้าตาคมได้พ่อขนาดนี้แต่ต้องมาจากกันวางใจเถอะนะน้ามัสจะช่วยแม่เข็มดูแลพระพายเอง”
“คุณศานต์นี่คุณไปไหนมาทั้งคืน” เช้าวันต่อมาศานต์กลับบ้าน นิลตารอเล่นงานเขาั้แ่เช้าชายหนุ่มเห็นเธอแล้วโกรธแค้นผลักร่างเล็กเข้าไปชนกับผนัง
“ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปยุ่งกับพวกเขาอีกความเ็ปที่สูญเสียลูกไม่ได้ทำให้คุณเห็นใจคนอื่นเลยใช่ไหม”
“ปล่อยฉันนะ” นิลตาผลักเขาออกห่างจากตัวเองมองอีกฝ่ายด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ทำไมฉันต้องเห็นใจพวกมันด้วยที่
ฉันเสียลูกไปก็เพราะพวกมันที่คุณมาทำไม่พอใจใส่ฉันแบบนี้ทั้งที่ฉันพึ่งแท้งลูกก็เพราะพวกมัน”
“พวกเขาทำอะไรคุณสิ่งที่คุณได้รับมันเกิดจากการกระทำของคุณทั้งนั้น คุณเคยโทษตัวเองบ้างไหม” ศานต์จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเกลียดชังที่ผ่านมาเขาไม่เคยแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาเลย
“แล้วคุณล่ะ!”นิลตาร้องขึ้นบ้าง “คุณเคยโทษตัวเองบ้างไหมที่นอกใจฉันไปเอากับมัน”
“ผมไม่เคยรักคุณแล้วจะเรียกว่านอกใจได้ยังไง”ศานต์ไม่สนว่าใครจะมาได้ยินคำพูดของเขากับนิลตาในตอนนี้ดวงตาแดงก่ำจ้องไปที่หญิงสาวอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ
“ใช่!ผมผิดเองผิดที่เห็นแก่ความก้าวหน้าในบริษัทจนยอมแต่งงานกับผู้หญิงอย่างคุณ”
นิลตาพูดไม่ออกได้ฟังคำพูดของสามีแล้วจุกในอกยืนพิงกำแพงมองเขาด้วยความเจ็บช้ำศานต์ไม่สนใจเธอเดินหนีเข้าไปในบ้านชายหนุ่มหยุดอยู่ห้องรับแขกเพราะเจอพ่อตามองด้วยความไม่พอใจ
“ถ้าแกทำให้ยัยตาเสียใจอีกฉันนี่แหละจะเป็คนจัดการลูกกับเมียน้อยของแกเอง ฉันจะไม่ทำพลาดเหมือนยัยตาด้วย”ศานต์กำมือแน่นเจ็บใจที่ต้องทนให้ใครต่อใครมาข่มขู่โดยที่เขาไม่สามารถปกป้องคนรักกับลูกได้
ชายหนุ่มยืนฟังอย่างสงบนิ่งกัดฟันไม่พูดอะไรโต้ตอบ ความโเี้ของชายแก่ตรงหน้ามากกว่านิลตาเป็ร้อยเท่า
“ถ้าแกทำตัวเป็สามีที่ดี ดูแลลูกสาวฉันให้มีความสุขฉันรับรองว่าจะไม่ให้ยัยตาไปราวีพวกนั้นอีกฉันมีตาเป็ลูกสาวคนเดียวถึงจะมีลูกคนอื่นก็ไม่ได้คิดให้มาแย่งส่วนแบ่งของยัยตาฉันฝากความหวังไว้กับแกสองคนทำตัวให้ดีอยู่ด้วยกันดีๆไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่ทำมามันจะเสียหายหมด”
“ทราบแล้วครับหวังว่าคุณพ่อจะสั่งสอนลูกสาวคุณพ่อให้เหมือนกับที่สั่งสอนผมด้วย” พูดจบก็เดินหนีขึ้นห้องทิ้งบิดาของนิลตาไม่สบอารมณ์อยู่คนเดียว
ศานต์เปิดโทรศัพท์หลังได้อยู่ตามลำพังมีสายจากมัสยาขึ้นเตือนว่าพยายามติดต่อ ชายหนุ่มจึงรีบโทรกลับ
“คุณมัส เข็มไปหาคุณใช่ไหมครับเธอกับลูกปลอดภัยดีใช่ไหมครับ”
“เข็มกับพระพายปลอดภัยดีค่ะแต่ถ้าคุณยังเป็ห่วงพยายามติดต่อมา พวกเขาแม่ลูกอาจจะไม่ปลอดภัยคุณอย่าห่วงเลยฉันจะช่วยดูแลเข็มกับลูกเป็อย่างดี ต่อไปนี้คุณอย่าติดต่อมาอีกนะคะเื่เงินก็ไม่ต้องห่วงไม่ต้องส่งมาพวกคุณเป็นักธุรกิจใหญ่เส้นทางการเงินมันตรวจสอบง่ายมากถ้าภรรยาคุณรู้ว่าเข็มเบิกเงินที่ไหนคงไม่ดีแน่ถือว่าเลิกรากันแล้วอย่าเกี่ยวข้องกันอีกเลยนะคะ”
“ผมขอคุยกับเข็มได้ไหม”
“อย่าเลยค่ะ เข็มกำลังพักผ่อนคุณรู้ไหมว่าเข็มลำบากแค่ไหน อุ้มลูกทั้งคืนไม่ยอมกินน้ำเพราะกลัวจะได้เข้าห้องน้ำถ้าคุณยังคาราคาซังจะทำให้เข็มไม่ปลอดภัยคราวนี้ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว”
ใจของศานต์รวดร้าวจนไม่อาจกักเก็บน้ำตาไว้ได้เ็ปแทนคนรักที่ต้องมาลำบากถึงขนาดนี้แต่เขากลับช่วยอะไรไม่ได้
“แต่ว่าลูกยังเล็กเข็มจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูกจะให้ไปทำงานอะไรแล้วใครจะดูแลลูก”
“คุณอย่าห่วงเื่นี้เลยค่ะฉันกับสามีไม่ใช่คนแล้งน้ำใจ เราจะช่วยเข็มจนถึงที่สุดคุณสบายใจได้ถ้ามีเื่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ เราจะติดต่อไปให้คุณช่วยวางใจเถอะนะคะ”
“งั้นผมคงต้องฝากดูแลพวกเขาด้วยบุญคุณครั้งนี้ผมจะไม่มีวันลืมเลย”
มัสยาถอนหายใจมองเพื่อนที่น้ำตาไหลฟังเสียงคนรักของเธอ“อย่าคิดมากเลยค่ะ แค่นี้นะคะ”
“แกไหวไหมเข็ม”พอมัสยาวางสายดอกเข็มก็เลิกเก็บเสียง ร้องไห้โฮตัวสั่นเทา
“ฉันคิดว่าทำใจได้แต่ความจริงไม่ได้เลย”
“ไม่เป็ไรฉันเข้าใจว่ามันยากคุณศานต์เขาเป็ห่วงแกขนาดนี้แสดงว่าในใจเขามีแกอยู่ที่แกรักเขาไม่ถือว่ารักคนผิดหรอกนะ เราผิดที่มาทีหลังต้องยอมรับความจริงข้อนี้” มัสยาพูดไปจะร้องไปด้วยความสงสารเพื่อนทั้งสองได้แต่กอดปลอบกันไปมาจนถึงเวลาที่เด็กน้อยพระพายตื่นนอน
“อย่างน้อยลูกที่เกิดมาก็เกิดจากความรักนะแกยังต้องคิดว่าต่อไปจะเลี้ยงเขายังไงดีมีอะไรให้ต้องคิดเยอะกว่าการคิดถึงเขาอีกนะ”
หญิงสาวพยักหน้ารับฟังคำของเพื่อนอุ้มลูกขึ้นมากอดแนบอก“ต่อไปความรักความทุ่มเทของฉันคงมีให้กับลูกคนเดียว”
พูดไปน้ำตาไหลลงผ้าอ้อมลูกจนเปียกพระพายร้องไห้เมื่อน้ำตาของแม่หยดถูกแก้มเด็กน้อยเศร้าตามผู้เป็แม่โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่
“ต่อไปแม่จะพยายามไม่ร้องไห้นะลูกนะอย่าร้องตามแม่เลยนะ แม่ขอโทษจ้ะ”