“กว่าพวกเขาจะกลับมา ตอนนี้ไปดูคลังเสบียงกันก่อนเถอะ” โจกล่าว ทั้งสองสาวเห็นด้วย
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงคลังเสบียง โชคดีที่มันยังปลอดภัยเพราะคลังเสบียงอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของฐานทัพ
พวกเขาหาอะไรกินและหาที่พัก ตอนนี้เหลือไม่กี่ที่ที่พอจะใช้เป็ที่ซุกหัวนอนได้ ฐานทัพตอนนี้เหมือนเมืองร้างก็ไม่ปาน
เวลาค่อยๆผ่านไป พอถึงเวลาพักผ่อนสองสาวจะนอนและโจเฝ้ายามหลังจากสองสาวตื่นโจจะไปนอนพัก
พอตกกลางคืนมันมืดสนิทไม่มีแสงไฟใดๆ มีเพียงแสงจากดวงดาวบนฟ้าที่ส่องลงมา โจก่อไฟและนั่งเงียบๆ
“ป่านนี้ข้อความน่าจะส่งไปถึงแล้ว” มิ้นต์กล่าวขึ้นมา
“ปู่คงเป็ห่วงพวกเรามากแน่ๆ” มายด์กล่าว
ไม่ผิดจากที่สองสาวคิด ตอนนี้ที่องค์กรโลกสมัยใหม่กำลังวุ่นวาย พวกระดับสูงประชุมกันอย่างเคร่งเครียด
“ออกเดินทางเดี๋ยวนี้!!” ปู่ของมายด์และมิ้นต์ทุบโต๊ะ สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ในใจได้แต่คิดว่าไม่น่าให้หลานสาวทั้งสองไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้นเลย
“ใจเย็นๆท่านประธาน จากข้อความที่ส่งมาของคุณหนูมิ้นต์ พวกเธอปลอดภัยดี” ใครคนหนึ่งกล่าวปลอบ
“ใจเย็น? ใจเย็นบ้าอะไร ตอนนี้ฉันกำลังจะเป็บ้าแล้ว!!” ประธานะโด้วยความไม่พอใจ
“ตอนนี้เราควรประสานไปทางสหพันธ์เพื่อขอความช่วยเหลือ ถึงแม้พวกสเปคจะหนีไปแล้วแต่เรายังไม่สามารถวางใจได้” ชายคนหนึ่งกล่าวด้วยเหตุผล ทุกคนเห็นด้วย
“ประสานไปและออกเดินทางเดี๋ยวนี้!!” ประธานะโ ในใจของเขาตอนนี้อยากรีบไปหาหลานสาวทั้งสอง
คนในห้องประชุมถอนหายใจออกมา พวกเขาเข้าใจความรู้สึกของประธาน มีคนไม่น้อยในห้องประชุมที่เห็นด้วยว่าให้รีบไปรับ เพราะพวกเขาเองก็มีลูกหลานที่ไปดาวร้างเช่นกัน ในใจแต่ละคนระส่ำระส่ายกลัวว่าลูกหลานจะเป็อะไรไป
“ออกคำสั่งให้เตรียมยานอวกาศให้พร้อม”
“หลังจากนี้…เฮ้อ”
พวกเขากลุ้มใจ เพราะในข้อความที่ส่งมาบอกว่าพวกทหารตายกันหมด พวกเขาต้องถูกกดดันจากประชาชนแน่ๆ ไหนจะค่าเสียหายและค่าทำขวัญ ครั้งนี้เป็บทเรียนราคาแพงสำหรับองค์กรโลกสมัยใหม่เลยทีเดียว
หลังจากออกคำสั่งให้ไปรับแล้ว พวกเขายังไม่ได้ออกไปจากห้องประชุมแต่อย่างใด
“พวกสเปคถูกฆ่าไปไม่น้อยหลังจากนั้นมันก็หนีไป เห็นว่าคนที่ชื่อโจเป็คนทำ?” ใครคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“ถูกต้อง คุณหนูมิ้นต์ว่าอย่างนั้น เขาเป็ใครกัน?” ชายคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เขาคือหนึ่งในคนที่ยังไม่รู้เื่พลังของโจ
“ไหนๆก็พูดขึ้นมาแล้ว ฉันจะบอกเื่ของเขาให้ฟังแล้วกัน” ประธานพูดขึ้นมา เขาเริ่มใจเย็นลงเล็กน้อยและรู้สึกขอบคุณที่โจอยู่ในหน่วยหลานสาวของเขา ไม่เช่นนั้นเขาไม่อยากจะคิดเลย
“พวกคุณเอาไปดูแล้วกัน” ประธานส่งวิดีโอผ่านแท็บเล็ตให้ทุกคน
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง
เมื่อเห็นว่าทุกคนดูจบแล้วประธานก็พูดขึ้นว่า “ฉันเคยเอาวิดีโอนี้ไปให้สหพันธ์กาแลคซี่ดู พวกคุณรู้ไหมว่าคำตอบคืออะไร? มันคือความเงียบ…พวกเขาไม่ตอบกลับมา มันจึงทำให้ฉันสงสัยมาก ฉันเลยตัดสินใจส่งเทคโนโลยีส่วนหนึ่งให้และคำตอบที่ได้คือ ‘รู้จัก’ ”
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงฮือฮาในห้องประชุม การที่สหพันธ์บอกว่ารู้จักชายคนนี้ แสดงว่าพวกเขาต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ๆ แต่กลับไม่ยอมบอกอะไรเลยเหมือนกับว่ามันเป็ความลับ
“หรือเขาคือเผ่าพันธุ์ที่ปลอมตัวมาเพื่อช่วยเหลือพวกเรา?” ใครคนหนึ่งเอ่ยถาม
ประธานส่ายหัว “ไม่รู้…เพื่อที่จะได้รับอีกคำตอบฉันจึงส่งเทคโนโลยีอีกส่วนไปให้ แต่รู้ไหมคำตอบที่ได้คืออะไร?”
ทุกคนเงียบและมองประธานด้วยความอยากรู้
“เทคโนโลยีถูกส่งกลับมา” ประธานกล่าว
ทุกคนใกับคำตอบของประธาน หากเป็เื่จริง ชายคนนี้ต้องมีอิทธิพลในสหพันธ์แน่ๆ ขนาดเทคโนโลยียังถูกตีกลับมาแบบนี้ แสดงว่าความลับของชายคนนี้ต้องยิ่งใหญ่มาก?
“ฉันได้ลองค้นหาตัวตนของชายคนนี้และพบว่าไม่มีฐานข้อมูลอะไรเลย เหมือนกับว่าเขาโผล่มาจากอากาศ” ประธานกล่าว
ตอนนี้ทุกคนจมอยู่กับความคิดของตัวเอง แต่ละคนคิดไปต่างๆนาๆ ทว่าสุดท้ายความคิดของทุกคนต่างชี้ชัดว่าโจคือคนที่มาจากสหพันธ์ปลอมตัวมาเพื่อช่วยเหลือ
ทางด้านโจ ในตอนนี้เป็เวลาเช้าสองสาวจึงนอนพักพอตื่นโจก็ไปนอนพัก
หลังจากโจตื่นและเดินสำรวจซากฐานทัพก็ได้ยินเสียงคน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!” กลุ่มคนประมาณยี่สิบกว่าคนะโด้วยความตกตะลึง พวกเขาได้รับข้อความด่วนจากฐานทัพว่าให้รีบกลับฐาน แต่พอกลับมาดันเจอแต่เศษซากและศพนอนเกลื่อนกลาด บางคนเห็นศพถึงกับทนไม่ไหวอาเจียนออกมา
“คุณคือหน่วยไหน?” มายด์เดินเข้ามาและกล่าวถาม เธอรู้สึกดีใจที่ยังมีคนรอดชีวิต
“หน่วยอินทรีย์แล้วเธอล่ะ?” ชายที่เป็หัวหน้ากล่าว
“หน่วยหิมะ” มายด์ตอบ
“แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น?” พวกเขามองไปรอบๆ ในใจยังอดรู้สึกกลัวและใไม่หาย
“ฐานทัพถูกโจมตีจากพวกสเปคน่ะ แต่ตอนนี้พวกมันไปกันหมดแล้ว” มายด์ตอบด้วยใบหน้าหม่นหมอง
“สเปค? พวกผมไม่เจอพวกมันเลยแม้แต่ตัวเดียว” หัวหน้าหน่วยกล่าว
“คุณโชคดีจริงๆ” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ในเมื่อพวกคุณมาแล้วเราคงต้องช่วยกันเคลื่อนย้ายศพ” โจกล่าวและเริ่มเดินไปที่ศพ
พวกเขามองหน้ากันในใจรู้สึกหวาดหวั่นหลังจากนั้นก็ช่วยกันเคลื่อนย้ายศพ
หลังจากเคลื่อนย้ายศพเสร็จพวกเขาก็พัก
“พวกสเปคน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?” หญิงสาวในกลุ่มอินทรีย์เอ่ยถาม
โจดื่มน้ำเสร็จแล้วตอบกลับว่า “ใช่แล้วล่ะ ผมถึงบอกไงว่าพวกคุณโชคดีมาก”
“พวกคุณเหลือกันแค่ 3 คน?”
“ใช่”
…….
…….
หลังจากถามตอบ กลุ่มอินทรีย์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดี หากเป็พวกเขาเผชิญหน้ากับสเปคจะสามารถรอดกลับมาได้ไหมก็ยังไม่รู้ โจเองก็ไม่ได้ปิดบังเื่พลังที่สู้กับสเปคเ่าั้แต่เขาไม่ได้เล่าตอนที่สู้กับมาสก้าเพราะเขาคิดว่ามันอาจจะดูเว่อร์ในสายตาพวกเขา
กลุ่มอินทรีย์มองโจด้วยสายตายำเกรงและเคารพ แม้จะไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าชายหนุ่มสู้ยังไง แต่คำยืนยันจากสองสาวก็ทำให้พวกเขาเชื่อได้ไม่ยาก
หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนกลับมาเรื่อยๆ บางหน่วยกลับมาครบทุกคน แต่บางหน่วยเหลือเพียงไม่กี่คนหนึ่งในนั้นมีรินหญิงสาวผู้มีพลังว่างเปล่าเธอกลับมาพร้อมหน่วยที่เหลือไม่กี่คน หน่วยที่พบกับสเปคและสูญเสียพวกพ้องได้แต่นั่งเศร้าร้องไห้และมีสีหน้าหม่นหมอง พวกเขาต้องวิ่งสุดชีวิตเพื่อหนีรอดจากสเปค
หลังจากกลุ่มล่าสุดกลับมาก็ผ่านไปเกือบครึ่งวันและไม่มีกลุ่มไหนกลับมาอีกเลย พวกเขาสรุปได้ทันทีว่าทุกคนตายหมดแล้ว
ตอนนี้มนุษย์ที่เหลือรอดเหลือกันเพียงไม่เกิน 200 คน นี่เป็จำนวนที่น่าหดหู่มาก ขามาพวกเขามีกันหลายพันแต่ตอนนี้กลับมีไม่ถึง 200 คน