ตอนที่ 6 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (15)
ส่วนอีกด้าน อี้อวิ๋นเฟยที่อยู่ระหว่างทางจากเมืองหลวงไปเจียงหนานหน้าเขียวปั๊ด มิน่าล่ะจวนเหวินจงโหวถึงปฏิเสธเขา ที่แท้ก็ลอบเลี้ยงองค์ชายห้าเอาไว้นี่เอง
แววตาอี้อวิ๋นเฟยอำมหิต เขาเรียกคนสนิทข้างกายมาและสั่งลงไป ใครก็ตามที่เป็อุปสรรคต่อเส้นทางการครองบัลลังก์ของเขา ต้องตายทั้งหมด!
งานทายปริศนาโคมไฟนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะคึกคักเป็พิเศษ
วันนี้ออกจากบ้าน เหอหรงนั่งถอนหายใจบนรถม้า จ้าวหมอมอไม่อนุญาตให้เขาขี่ม้า ทำได้เพียงนั่งบนรถม้าเท่านั้น แต่วิสัยทัศน์บนรถม้ายังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของการขี่ม้าเลย เกรงว่าคงจะไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
เหยียนเจ๋อเห็นเหอหรงไม่รื่นเริง จึงหยิบบังเหียนมาและเข้าแทนที่คนขับรถม้า “ไม่เป็ไร ข้าจะขับรถให้ท่านเอง หากท่านชอบทิวทัศน์ตรงไหนอยากจะให้ช้าลงก็เคาะประตูรถเบาๆ นะขอรับ”
“เพื่อนยาก! ข้าจะจดจำความดีความชอบนี้ไว้” เหอหรงยิ้มตาหยี ราวกับมีดวงดาราเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ในดวงตา ลักยิ้มบนใบหน้าหวานบาดลึกเข้าไปในใจของเหยียนเจ๋อ
เป็คนขับรถม้าแล้วอย่างไร เขาได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของเหอหรงก็คุ้มแล้ว
เวลานี้คนออกจากเมืองไม่น้อย ล้วนแล้วแต่ไปร่วมงานทายปริศนาโคมไฟ บรรดาผู้สูงศักดิ์ออกเดินทางกันถ้วนหน้า คนมามุงดูย่อมล้นหลาม จำนวนคนเข้าคนออกมหาศาลนี้ก็นำมาซึ่งโอกาสทำเงิน มีร้านเล็กร้านน้อยออกมาตั้งวางขายตลอดทาง ต่อกันเป็ัตัวยาว
กลุ่มคนกายกรรมที่ขายฝีมือก็ไม่ยอมแพ้ ถูกล้อมไว้อย่างหนาแน่นจนแมลงสักตัวก็บินผ่านไม่ได้ เสียงปรบมือเสียงไชโยดังไม่หยุด
โคมไฟต่อกันเป็ทางยาว ทอแสงสีแดงส่องถนนทั้งเส้นให้สว่างไสว
คนเชิดัก็เชิดัไป คนเชิดสิงโตก็เชิดสิงโตไป คนขับร้องบทเพลง คนเล่านิทาน และฝูงชนที่คอยปรบมือให้ เดิมทีวันนี้ไม่ใช่วันเทศกาลหรือวันปีใหม่อะไร ทว่ากลับมีบรรยากาศครื้นเครงสนุกสนานขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่เหอหรงได้ใช้ชีวิตกลางคืนแบบคนสมัยโบราณ เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ทุกอย่าง ชี้นิ้วซื้อนู่นซื้อนี่จนบ่าวไพร่หัวหมุนไปหมด เหยียนเจ๋อเพิ่งถึงบางอ้อว่ารถม้าว่างเปล่าคันหลังตามมาทำไม
เหยียนเจ๋อมองไปด้านหลัง เหอหรงกำลังเกาะหน้าต่างปากคาบแป้งทอดเคลือบน้ำผึ้ง ตาดูนักร้องสาวคนหนึ่งข้างนอกโดยไม่สนคำห้ามของจ้าวหมอมอ เหอหรงที่ร่าเริงสดใสเช่นนี้ เขาเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก
เหอหรงมองนักร้องสาวคนนั้นแล้วสะกิด 2333 ในใจไม่หยุด “มาเร็วๆ คุณดูนักร้องคนนั้นสิ เหมือนซูจิ้ง นักแสดงชื่อดังมั้ย”
2333 ไม่รู้จักซูจิ้ง เพียงต่อรองกับเหอหรง “แป้งทอดเคลือบน้ำผึ้งนี่อร่อยไหมครับ ท่านเหลือแค่ตาไว้ดูเื่สนุกสนานก็พอแล้ว ขอยืมการรับรสให้ผมได้ชิมหน่อยสิครับ”
“ก็ได้ ตามกฎเดิมนะ คนละคำ” เหอหรงย่อมตกลง
1007 พูดเื่ 2333 กับเหยียนเจ๋อด้วยความอิจฉา “ท่านดูโฮสต์คนอื่นสิว่าดีกับระบบขนาดไหน ท่านให้ผมยืมร่างบ้างสิ ผมจะได้ลองลิ้มรสบ้าง”
เหยียนเจ๋อหัวเราะเสียงเย็น “ทำไม ในที่สุดเ้าก็ทนไม่ไหว อยากจะหลอกเอาร่างข้าเพื่อเข้าสิงแล้วรึ”
ที่แท้ก็ถึงเวลาปิดเสียงแล้ว 1007 เพิ่งถูกปล่อยออกมาพอดี เหยียนเจ๋อมองหน้าจอ และกดปิดเสียง 1007 อีกครั้งโดยไม่ลังเล
เหยียนเจ๋อรู้สึกว่าตัวเลือกปิดเสียงคงเป็ทางรอดชีวิตที่์ประทานให้เขา เขาจะได้ไม่โดนสัมภเวสีตนนี้ล่อลวง
เหยียนเจ๋อหันไปมองเหอหรงที่หน้าตาพึงพอใจเพราะของกิน ช่างน่ารักยิ่ง หูเขาแดงขึ้นจนต้องรีบหันกลับมา น่ารักถึงเพียงนี้ไฉนเลยจะเป็สัมภเวสีไปได้
โคมไฟข้างทางเปล่งแสงสีแดงอ่อนๆ สาดกระทบใบหน้าของเหอหรง ให้ความรู้สึกสงบร่มเย็น เหยียนเจ๋อฟังเสียงคุยจ้อด้วยความตื่นเต้นของเขาไปเรื่อยๆ หวังเพียงให้ทางเส้นนี้ทอดยาวต่อไปเช่นนี้ไม่จบสิ้น
“คุณชาย คุณชายเหยียน พวกเรามาถึงแล้วเ้าค่ะ” จ้าวหมอมอเอ่ยเตือน
ความรู้สึกใจหายแผ่ซ่านในใจเหยียนเจ๋อ ถนนเส้นนี้ช่างสั้นเหลือเกิน