“ลูโดวิชงั้นเหรอ” ข้าพึมพำเสียงเบา“งั้นข้าขอเรียกเ้าว่า ลูช ได้สินะ?” พอข้าถามจบก็ส่งสายตาวิบวับแกมอ้อนเล็กน้อยไปให้เพื่อให้เขาใจอ่อน
เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตอบข้าด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจ“ได้สิ แต่ข้าขอเรียกเ้าว่าเซียได้หรือเปล่า?”
“ได้! ในเมื่อเราเรียกชื่อเล่นกันแล้วเราก็เป็เพื่อนกันแล้วนะ!” ข้ายิ้มอย่างดีใจ ในที่สุดข้าก็มีเพื่อนคนแรกกับเขาสักที“ฝากตัวด้วยนะลูช”
“อ...อื้อ ฝากตัวด้วยนะเซีย” ลูชดูใเล็กน้อยแต่ก็ตอบข้าด้วยเสียงที่ดูมั่นใจกว่าเดิม
“เ้าเก่งจังเลยนะลูช โดนรุมขนาดนั้นแล้วแต่ก็ยังหนีรอดออกมาได้” ข้าไม่รู้จะพูดอะไร เลยเลือกที่จะเปิดประเด็นด้วยเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ก็มันช่วยไม่ได้นี่ ข้าไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนเลย เลยไม่รู้จะคุยยังไง ข้าก็จะใช้ลูชนี่แหละช่วยฝึกให้ข้า สักวันข้าจะได้มีเพื่อนเยอะๆ ไว้คุยและทำเื่ต่างๆ แค่คิดข้าก็รู้สึกสนุกแล้ว!
“ข้า...ข้าชินแล้วน่ะ ข้าทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว”ลูชตอบด้วยน้ำเสียงหงอยๆ “ถ้าไม่ทำข้าก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไร เงินข้าก็ไม่มี หิวก็หิวข้าเลยต้องไปขโมยมา” อ่า...ข้าไม่ควรเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาเลย
“แล้วตอนนี้ยังหิวอยู่หรือเปล่า?” ข้าพยายามเปลี่ยนประเด็นจากบทสนทนาที่ชวนให้เศร้าเมื่อครู่
“ข้าไม่ได้กินอะไรนอกจากน้ำมา 3 วันแล้ว...”ลูชพูดออกมาเสียงเบา แต่ด้วยหูของข้า ถ้าอยู่ในระยะนี้เบาแค่ไหนยังไงข้าก็ได้ยิน
“พูดออกมาตรงๆ ก็ได้น่าว่าหิว ข้าไม่ว่าอะไรเ้าหรอก”ข้าหยิบแซนด์วิชในกระเป๋าที่ท่านพ่อให้มาไปให้เขา “เอานี่ ข้าให้”
ตาของลูชเป็ประกายด้วยความดีใจ แล้วเขาก็ยื่นมือมารับแซนด์วิชจากมือข้าด้วยความลังเลเล็กน้อย“ได้...จริงๆ เหรอ ข้ากินนี่ได้แน่นะ”
“เอาไปเถอะน่า ข้ามีเงินที่ได้มาจากท่านพ่ออยู่เดี๋ยวถ้าเ้าไม่อิ่มหรือถ้าข้าหิวข้าออกไปซื้อมาก็ได้”ข้ายืนยัน เขาน่ารักจริงๆ นะ หิวจนไปขโมยของแท้ๆ แต่กลับเกรงใจที่จะรับของจากข้าซะนี่แปลกคนจริงๆ
“อื้อ! ขอบคุณนะเซีย!” เขายิ้มอย่างน่ารักและก้มลงไปกินแซนด์วิชจนหมดภายในครู่เดียว“อื้ม! อร่อยมาก! ไม่เคยกินอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!”
“เอาอีกไหม? ดูท่าเ้าจะไม่อิ่มนะ” ก็แน่ล่ะสิ แซนด์วิชแค่นั้นจะไปอิ่มได้ยังไงเขาไม่ได้กินอะไรมาตั้ง 3 วันเลยนะ
“ได้เหรอ?” ตาเขาเป็ประกายวาววับ
“อื้อ! ไปซื้อในเมืองกัน ท่านพ่อให้เงินข้ามาเยอะแยะเลย”
“เอ๊ะ!? จะดีเหรอ เอามาเลี้ยงข้าฟรีๆ ท่านพ่อเ้าจะไม่ว่าอะไรเหรอ?” เขาถามด้วยความข้องใจ
“ไม่เป็ไรหรอกน่า มากับข้าซะอย่าง” ข้าพูดและทุบอกตัวเองอย่างโอ้อวดเล็กน้อย
“เ้าไปกับข้า เ้าไม่กลัวว่าจะโดนไล่ออกมาเหรอ?” คราวนี้เขาถามอย่างเกรงใจ คงกลัวว่าข้าจะโดนไล่ออกมาเพราะไปกับขโมยตัวน้อยอย่างเขา
“ไม่เป็ไร คอยดูก็แล้วกัน” ข้าขยิบตาตอบกลับด้วยความมั่นใจก่อนเสียงจะแ่เบาเล็กน้อยด้วยความเศร้าเมื่อนึกถึงเื่ของคนในหมู่บ้านขึ้นมา “อีกอย่างที่หมู่บ้านนอกจากท่านพ่อกับท่านแม่แล้วทุกคนต่างก็รังเกียจไม่กล้าเข้าใกล้ข้ากันหมด ข้าชินเสียแล้วล่ะ”
“ป...ไปซื้อของกันเถอะ ข้าหิวแล้วล่ะ!”เหมือนเขาจะพยายามเปลี่ยนเื่ให้ข้าร่าเริงขึ้นนะ เอาเถอะ ข้าเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกันด้วย
“อื้อ!” ข้าปัดเื่ของคนในหมู่บ้านออกไปและหันมายิ้มร่าเริงให้ลูช ข้าแค่ทำเพื่อให้เขาสบายใจเท่านั้น ไม่ใช่เพราะว่าเริ่มหิวจนท้องร้องหรอกนะอะแฮ่ม! “เ้านำข้าไปหาอาหารอร่อยๆ น่ากินทีนะ!”
“ไว้ใจข้าได้เลยเซีย!” แล้วเขาก็ยื่นมือมาจับกับมือข้าแล้ววิ่งจูงตามซอกซอยไปยังทางเข้าตลาดท้ายหมู่บ้าน
ตลาดท้ายหมู่บ้าน
“อ้าว! ไงแม่หนู ไม่เคยเห็นหน้าเลยมาจากไหนเนี่ย?” ลุงเ้าของร้านเนื้อย่างยิ้มอย่างร่าเริงมาให้ข้า
“ข้าเป็ลูกสาวไวส์เคาท์ของอาณาจักรข้างๆนี่ พอดีว่าท่านพ่อมีงานที่ต้องมาจัดการที่อาณาจักรนี้เลยขออนุญาตท่านพ่อออกมาเที่ยวเล่นน่ะค่ะ”ข้าตอบกลับไปอย่างสดใสและสง่างามดุจธิดาของชนชั้นสูงที่ซุกซนและชอบออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอกอย่างที่ท่านแม่เคยสอนมา“ว่าแต่เนื้อนี่ไม้ละเท่าไหร่เหรอคะ?”
“อ้อ! ไม้ละ 3 ซองตีม*ครับคุณหนู”
“งั้นข้าขอ 2 ไม้ค่ะ” จะได้แบ่งกับลูชคนละไม้ด้วย
“2 ไม้นะครับ” คุณลุงตอบรับแล้วหยิบเนื้อย่างมาให้“แล้วจะถือไปคนเดียวได้เหรอครับ เนื้อย่างร้านข้า ไม้หนึ่งไม่ใช่เล็กๆ เลยนะครับ”
ข้าที่ได้ยินแบบนั้นยิ้มแล้วยื่นเงินไปให้พร้อมพูดขึ้นว่า“ข้าซื้อไปให้เพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันด้วยน่ะค่ะ พอดีเขาเป็คนที่นี่ข้าเลยจะให้เขาแนะนำร้านที่น่าอร่อยและข้าจะเลี้ยงตอบแทนเขาน่ะค่ะ”
“เพื่อนเหรอครับ?” คุณลุงรับเงินไปแล้วยื่นเนื้อย่างมาให้ด้วยหน้าตาที่ดูสงสัย“ชื่ออะไรเหรอครับ? เด็กที่นี่มีเด็กที่ชอบแกล้งนักท่องเที่ยวอยู่หลายคนผมจะได้บอกคุณหนูด้วยว่าเชื่อถือได้ไหม”
ลุงคนนี้มายุ่งอะไรกับเื่ของข้าล่ะเนี่ย!ว่าแต่ลุงตาบอดหรือไงถ้าลูชล่ะก็อยู่ข้างๆ ---
“อ้าว?” อยู่ดีๆ ลูชที่อยู่ข้างๆก็หายไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!?
“ครับ? มีอะไรหรือเปล่าครับ”พอได้ยินที่ข้าอุทานไปลุงร้านเนื้อย่างก็ทำหน้าสงสัย
“เพื่อนข้าหายไป— อ๊ะ! เจอแล้ว!” ข้าพูดพลางหันไปมาแล้วก็ได้พบกับลูชที่ซ่อนอยู่แถวตรอกข้างๆร้านนี้ และเดินไปลากแขนลูชมา “มาเถอะน่าลูช บอกแล้วว่ามากับข้าน่ะไม่เป็ไรหรอก”
“ต...แต่ว่า” เขาขืนตัวไม่ยอมออกมา อย่างนี้ต้องดึงแบบไม่ออมแรงซะแล้วยังไงแรงของเขาก็สู้ข้าไม่ได้อยู่แล้วนี่ ฮึบ! “เหวออออออ”
เขาไม่ทันตั้งตัวและเซมาทางข้า แต่ข้าไม่สนใจลากเขามาหน้าร้านของคุณลุงและแนะนำชื่อเขาให้คุณลุง“นี่ค่ะ เพื่อนของข้า”
“ค...คุณหนูครับ เด็กนี่มันเป็โจรนะครับ!”คุณลุงทำหน้าเหวอและพูดออกมาด้วยเสียงที่ตกอกใ “เ้าเด็กนี่มันเป็โจรที่คอยขโมยอาหารไปทั่วในหมู่บ้านนี้เลยนะครับมัน---”
“ข้าไม่สนหรอกค่ะ!” ข้าที่ี้เีทนฟังเขาพูดเื่บ้าๆนี่ เื่ของข้าข้าตัดสินเองได้! ในเมื่อสัญชาติญาณข้าบอกว่าได้ ก็ต้องได้! “แล้วเท่าที่ข้าได้ยินมามันเป็เพราะพวกคุณไม่มีใครใจดีช่วยดูแลเขาเลย เขาถึงหิวจนทนไม่ไหวเลยต้องมาขโมยอาหารไม่ใช่เหรอคะ!?”
“ก...ก็เพราะ...” เขาอึกอัก
“หรือคุณลุงคิดว่าข้าจะแยกแยะอะไรดีอะไรไม่ดีไม่ได้เหรอคะคุณลุงดูถูกสายตาข้าเกินไปหรือเปล่าคะ” ข้าเชิดหน้า หรี่ตาอย่าข่มขู่ ลุงร้านเนื้อย่างเห็นดังนั้นก็รีบก้มหัวขอโทษอย่างลุกลี้ลุกลน
หลังรับเงินทอนมาแล้วข้าก็ลากตัวลูชที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาออกมาจากที่นั่นไปในที่ที่เราจะคุยกันได้สะดวก
ป่าท้ายหมู่บ้าน
“ข...ขอโทษนะเซีย” ลูชที่ก้มหน้ามาตลอดทางพูดขึ้นมา“ถ...ถ้าไม่ใช่เพราะข้า---”
“ไม่ใช่ความผิดของลูชสักหน่อย” คนที่ผิดคือคนพวกนั้นที่เชื่อและตัดสินการกระทำของลูชจากข่าวลือโดยที่ไม่สนใจจะไตร่ตรองสาเหตุที่เขาทำต่างหาก “ลูชน่ะอาจจะผิดที่ไปขโมยของ แต่ก็เพราะมันจำเป็ไม่ใช่เหรอ?”
“อ...อื้อแต่--- “เขาพยายามจะพูดว่าเป็ความผิดของเขาที่ไปขโมยของสินะมันก็จริงแต่มันไม่ใช่ทั้งหมดหรอก
“ลูช” แต่อยู่ดีๆ ข้าก็นึกขึ้นมาได้
“ม...มีอะไรเหรอเซีย”
“ทำไมเ้าถึงไม่ไปลองขอทำงานแล้วแลกเงินหรืออาหารจากพวกเขาล่ะ”ข้าถามด้วยความข้องใจ ที่นี่เองก็มีเด็กหลายคนที่ช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ แล้วได้รับค่าตอบแทนนี่แล้วทำไมลูชถึงไม่ทำกันล่ะ
“ข...ข้าเคยลองทำแล้วนะ! ต...แต่...”เขาอึกอัก หือ? มีอะไรที่พูดไม่ได้ด้วยงั้นเหรอข้าคงต้องกดดันเขาสินะ ไม่อย่างนั้นข้าคงจะไม่รู้สาเหตุที่เขาไปเป็ขโมยแทนที่จะทำงานแลกข้าวแบบเด็กคนอื่นสิ!ทั้งๆ ที่เขาเป็เด็กดีขนาดนี้แท้ๆ!
“แต่อะไร?” ข้าหรี่ตาและพูดด้วยน้ำเสียงกดดัน
“บางคนก็ไม่ให้ทั้งๆ ที่ข้าก็ทำงานเรียบร้อยแล้วบางคนก็ใช้งานอย่างหนักแล้วให้น้อยมากๆ บางคนก็ไม่ให้ทำ เพราะเขาบอกว่าข้าไม่มีคนรับรองหรือรับผิดชอบถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจากการกระทำของข้าข้ารู้สึกว่ามันไม่ค่อยคุ้มค่าที่จะทำเท่าไหร่เลยยอมแพ้ไปน่ะ” เขาพูดออกมาอย่างอ้อมแอ้ม
อย่างนี้นี่เอง เก่งดีนี่ที่รู้ได้ว่าตัวเองน่ะเสียเปรียบหรือไม่ ก่อนที่จะกำพร้าอาจจะเคยเป็คุณชายก็ได้ น่าสนใจดีนี่ ลองช่วยเขาดูหน่อยดีไหมนะ
“นี่ลูช ข้าไม่ได้รู้สึกผิดหวังหรืออะไรหรอกนะข้าเข้าใจว่าทำไมลูชถึงทำแบบนี้ แล้วก็...” ข้าจงใจเว้นคำไว้ให้ลูชสนใจและตั้งใจฟังสิ่งที่ข้าจะพูด
“แล้วก็...”
“ข้าจะสอนให้เอง สิ่งที่ลูชจำเป็ต้องเรียนทั้งหมดน่ะ”
“เอ๊ะ?”
*ซองตีมหน่วยเงินของฝรั่งเศส 100 ซองตีม = 1ฟรัง