หลังจากเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียเนื่องจากเขากังวลเื่ไทเกอร์มากจนเกินไปทำให้ก้าวหน้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการประท้วงของกระเพาะอาหารอย่างหนัก
โครก โครก เสียงท้องของผมมันร้องว่าหิว หิว จนผมทนไม่ไหวต้องขยับตัวลุกขึ้นมายืดแขนเพื่อบิดไล่ความหมื่อยล้าของกล้ามเนื้อในร่างกาย
‘อ่า เผลอนอนหลับไปยังไม่ได้กินข้าวั้แ่เช้าเลยนะเนี่ย’
หลังจากนั้นก้าวหน้าก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่นเมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาอะไรรองท้องแต่พอเดินไปเปิดตู้เย็นเขาก็ต้องผิดหวังเพราะในตู้เย็นมีแค่ขวดน้ำเปล่า
"อ้าว! ตู้เย็นเราทำไมมันไม่มีอะไรเลยวะ มีแต่น้ำแล้วจะกินอะไรล่ะทีนี้ ลองโทรชวนนทีกับสายฟ้าไปเดินห้างตากแอร์หาอะไรอร่อยๆกินดีกว่า” เมื่อตู้เย็นไม่มีของที่้าผมก็เดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วกดเบอร์โทรหานทีทันที
[ว่าไงครับคุณก้าวหน้า] นทีมันรับสายพูดลากเสียงยานตั้งใจกวนแหละ
“มึงตื่นหรือยัง?”
[ตื่นแล้วดิไม่ตื่นกูจะรับสายมึงได้ไงว่าแต่โทรมามีอะไร?]
“กูจะชวนไปเดินห้างหาอะไรกิน มึงไปด้วยกันไหม”
[ไม่ว่ะ กูกินแล้ว]
“อ้าวเหรอ งั้นชวนสายฟ้าให้หน่อยซิ”
[สายฟ้ามันก็กินแล้ว] นทีตอบปฏิเสธผมแบบไม่ต้องคิดเลย
“พวกมึงสองคนไปกินข้าวกันทำไมไม่ชวนกูเลย”ผมชักหงุดหงิดไม่พอใจแล้วครับเลยถามกลับน้ำเสียงขุ่นเคือง ’มันน่าน้อยใจนักเชียว ไม่ไลน์ทิ้งไว้ด้วยนะ’
[อ้าวมึงบอกกูเองว่าจะนอนพัก กูก็ไม่อยากรบกวนน่ะสิ]
“ดูรักและห่วงใยกูจังเลยนะ” ผมพูดประชดมันกลับไปทำไมเื่แบบนี้ไม่คิดจะชวนกันบ้างวะ
[แล้วมีอะไรอีกไหม? กูจะเล่นเกมต่อแล้ว] นอกจากมันจะไม่ง้อแล้วผมยังถูกเมินอีกด้วยเฮ้อ…เกิดเป็ไอ้ก้าวหน้านี่มันลำบากจริงๆ
[อะไรวะ กูหิวนะมึงเข้าใจไหมว่าหิวอ่า] พอไม่ได้ดั่งใจผมก็เริ่มจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้วครับ โมโหหิวสุดๆอะตอนนี้และนิสัยแบบนี้มันติดตัวมาั้แ่อยู่บ้านแล้วด้วยยังหาทางแก้ไม่ได้เลย
[มึงจะงอแงทำไม หิวก็ไปกินดิวะหอกูกับมึงไม่ได้อยู่ใกล้กันนะกว่ากูจะไปถึง ไม่สู้มึงไปแดกั้แ่ตอนนี้มันก็อิ่มแล้วปะวะ]
“แต่กู้าเพื่อน มึงเข้าใจกูไหมนที” ไปคนเดียวมันโดดเดี่ยวกินข้าวไม่อร่อยอะ
[โทษทีวันนี้กูไม่ว่างเล่นด้วย มึงก็ลองโทรชวนคนอื่นดิ]
“คนอื่นที่ว่านี่ใคร? ทั้งมหาลัยกูสนิทกับพวกมึงอยู่สองคน” พูดไม่คิดอีกแล้ว
[อืม…มึงก็ลองชวนไอ้บอมหรือไม่ก็ว่าที่แฟนมึงไง พี่ไทเกอร์อะ] โห เสนอความคิดได้โคตรน่าถีบมากช่างกล้าพูดคำว่าแฟนออกมาได้นะมึง
[มึงเองจะได้มีโอกาสทำคะแนนด้วย นี่กูกำลังช่วยมึงอยู่นะ]
“ได้ข่าวว่ามึงบังคับกูเหอะ” ผมลอบถอนหายใจแล้วกลอกตามองบนใส่คนปลายสายทันที
[คนแพ้ต้องรับคำสั่งคนชนะจนกว่าภารกิจจะสำเร็จครับ]
“เออๆ แค่นี้แหละกูงอนมึงแล้ว ง้อกูด้วย”
[อย่ามางอน…ไม่มีนมไม่มีสิทธิ์งอนครับ]
ตู๊ด
‘แม่ง วางสายไปล่ะ’ โอ้ย…แล้วจะชวนใครดีล่ะเนี่ย! ผมขยี้หัวตัวเองแล้วทิ้งตัวนั่งบนโซฟาก่อนจะใช้ความคิดอย่างหนัก ถ้าจะชวนบอมก็เกรงใจมันอยู่คนละคณะด้วยเผื่อมันไม่ว่างมีงานที่ต้องทำถ้าชวนอีกคนเขาจะไปกับผมไหม แต่ถ้าเขายอมไปด้วยมันก็เป็ผลพลอยได้อย่างที่ไอ้นทีมันว่านะ
ก้าวหน้านึกถึงใบหน้าไทเกอร์เขาก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะตัดสินใจโทรชวนหนุ่มรุ่นพี่ ซึ่งเขาเองก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกันว่าไทเกอร์จะรับสายหรือไม่
‘รอสายไม่นาน คนหน้าหล่อก็กดรับสายผมแล้วครับ’
[ใคร] รับสายเสียงนิ่งเหมือนเดิมแต่กลับทำให้ผมยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงของเขา^^ก็จะมีเพื่อนไปกินข้าวแล้วนี่น่า
“ผมเองๆก้าวครับ” ผมรีบแสดงตัวทันทีเพราะกลัวเขาวางสายไปเสียก่อน
[หืม…ก้าว ก้าวหน้าเหรอ มีอะไรหรือเปล่า]
“ใช่ครับ เอ่อ…ผมอยากจะรบกวนพี่สักครู่ พี่สะดวกคุยไหม”
[อืม พูดมาสิ]
“คือ ผมจะไปกินข้าว...แล้วไม่มีเพื่อนไป”
[แล้ว?] เขาถามออกมาห้วนๆทำให้ผมต้องใช้ความใจกล้าอยู่นานกว่าจะกล้าเอ่ยปากชวนเขา
“ถ้าผมชวนพี่...พี่จะไปกับผมไหมครับ” เขาเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามผมด้วยความสงสัย
[คิดไง ถึงโทรมาชวน] ให้ตอบคำถามไม่ใช่ให้ถามกลับ! คนถามเขาลุ้นคำตอบนะรู้ไหม
“ก็แบบ…ขอใช้สิทธิ์คนตามจีบได้ไหม” ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงชวนเขาจึงตอบพี่มันเสียงเบาแต่ก็แอบหวังนะว่าพี่มันจะไปด้วย ดูเขาเป็คนใจดีจะตาย
[ไม่ว่าง] คนปลายสายตอบกลับอย่างไม่รักษาน้ำใจก้าวหน้าแม้แต่น้อย ทำให้เขารู้สึกผิดหวังเป็อย่างมากและพลันนึกย้อนไปว่าหากเขาโทรหาเพื่อนอีกคนผลตอบรับคงไม่เป็เช่นนี้
“อ้าว” เฟลเลยครับให้ผมรอตั้งนานแล้วตอบปฏิเสธแบบบัวไม่เหลือใยด้วยนะหน้าผมนี่แทบจะหดเหลือสองนิ้วอยู่แล้ว ขายหน้าฉิบหาย
[มีอะไรอีกไหม] เมื่อกี้ว่าเสียมารยาทแล้วประโยคนี้เจ็บจี๊ดที่หัวใจเลย โห…พูดตัดบทกันขนาดนี้ใครมันจะกล้าคุยต่อล่ะครับ
“เอ่อ…ไม่มีแล้ว ขอโทษที่รบกวนครับ” โธ่! คุยกับผมตั้งนานก็คิดว่าจะไปด้วยกันเสียอีก คนอุตส่าห์หน้ามึนโทรไปชวนไอ้พี่ไทเกอร์หยิ่งฉิบหายเลย
เฮ้อ…ทำไงดีหิวก็หิว แต่ผมเป็คนติดเพื่อนอะถ้าไปคนเดียวมันเหงาปากไม่มีคนคุยด้วย แต่เอาวะคนเรามันต้องอยู่คนเดียวให้ได้!
"ไม่มีใครไปด้วย งั้นกินข้าวหน้าหอก็ได้วะ กินข้าวคนเดียวก็คงไม่แย่เท่าไหร่หรอก" ผมลุกขึ้นยืนปรับอารมณ์ตัวเอง แล้วเดินไปส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยอีกรอบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปสวมรองเท้าแล้วลงไปข้างล่าง
ร้านอาหารตามสั่ง
"ป้าคนสวยครับ" ผมใช้น้ำเสียงอ้อนพูดกับป้าเ้าของร้านอาหารหวังได้ข้าวเยอะๆเพราะหิวมากจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้ว
"วันนี้เอาอะไรล่ะ พ่อหนุ่ม" ป้าเ้าของร้านเงยหน้ามาส่งยิ้มให้ผมอย่างใจดี
"เอาข้าวผัดหมูขอข้าวเยอะๆเลยนะครับ" ผมส่งยิ้มหวานให้ป้าเ้าของร้าน
"ได้ๆไปนั่งรอเลยลูก" ป้าแกยิ้มแล้วพยักหน้ารับ
"ครับ" ผมเดินเข้าไปแล้วมองหามุมว่างของร้านที่ดูเป็ส่วนตัวจะได้หลบหลีกผู้คนหน่อย เพราะเวลามาคนเดียวชอบรู้สึกว่ามีคนมองหรือผมคิดไปเองก็ไม่รู้เหมือนกันและระหว่างนั่งรอข้าวผัดผมก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นแก้หิวไปพลางๆก่อนสายตาผมจะเหลือบไปเห็นดอกไม้ในแจกันบนโต๊ะของป้า ซึ่งมันสวยดีมีบางดอกเริ่มจะเหี่ยวเฉาแล้วเหมาะกับความรู้สึกของผมตอนนี้เป็อย่างมาก ดังนั้นผมจึงเลือกถ่ายรูปแล้วโพสต์ภาพนี้เพื่อสื่อให้เห็นว่าคนโดนปฏิเสธจิตใจมันห่อเหี่ยวแค่ไหน
ก้าวทีละก้าว
โพสต์รูปพร้อมแคปชั่น
'เหงานะรู้ยัง'
เพียงแค่ไม่กี่วินาทีโพสต์เหงาๆของผมก็มีคนเข้ามากดถูกใจและแสดงความเห็นกันแล้วนะครับประเดิมคนแรกเลยคือนทีเพื่อนรักของผมเอง
นทีมีไฟ : อาการมันเป็ยังไงไหนบอกหน่อยครับคุณเพื่อน
หึ!บังอาจเลือกเกมแทนที่จะเลือกเพื่อนหล่อๆแบบผมแม่งคิดแล้วโมโห
ก้าวทีละก้าว : ผมโดนทิ้งครับเหงามากๆเลยT_T
นทีมีไฟ : อย่าอ่อยเรียกแขกนะครับ ผมขอเตือนด้วยความหวังดี
ก้าวทีละก้าว : คนที่เห็นเกมดีกว่าเพื่อนไม่มีสิทธิ์มาออกความเห็น
สายฟ้าคู่กับอะไร : คู่นี้ทะเลาะกันอีกแล้ว
บอมครับบอม : เหงาทำไมไม่ชวนกูวะ
ก้าวทีละก้าว : กูเกรงใจกินคนเดียวก็ได้นักเลงพอ!
บอมครับบอม : วันหลังชวนกันบ้างดิ อยากกินข้าวกับมึง
ก้าวทีละก้าว : โอเค (สติกเกอร์หมีโอเค)
ผมยกยิ้มขำให้กับข้อความของนทีถึงแม้ตัวมันไม่ได้มาก็ยังอุตส่าห์กวนผมผ่านข้อความได้
"ข้าวผัดหมูอร่อยๆได้แล้วจ้าพ่อหนุ่ม" เสียงป้าเ้าของร้านมาพร้อมกับกลิ่นข้าวผัดหอมๆแกยกมาวางบนโต๊ะให้ผมได้เยอะสมคำร้องขอเลยแฮะ
"ขอบคุณครับ" ผมเลยยิ้มขอบคุณป้าจากนั้นก็ลองชิมรสข้าวผัดหอมๆตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี
อื้ม…ผมยกยิ้มพอใจกับความอร่อยที่เสมอต้นเสมอปลายของร้านนี้ถึงจะนานๆได้กินทีก็เถอะขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับการกินข้าวผัดจานโปรดตรงหน้า
ตึ่ง ตึ่ง เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ของผมก็เด้งขึ้นมาเรียกความสนใจของผมจนต้องหยิบมันขึ้นมาดู…พอเห็นรายชื่อก็รู้เลยว่าใคร
Tiger: กินข้าวยัง?
หึ! ที่แท้ก็ไอ้คนหน้าหล่อใจดำที่ไม่ยอมมากินข้าวเป็เพื่อนผม เหอะ! คิดยังไงถึงไลน์มาถามกันผมเบะปากใส่ข้อความของเขาทันทีพร้อมกับขยับนิ้วพิมพ์ตอบข้อความเขาอย่างประชดประชัน
ก้าวทีละก้าว : ใครครับ?
Tiger: กูเอง
ก้าวทีละก้าว : กูไหน?ผมไม่มีคนรู้จักชื่อกูนะ
Tiger: ไทเกอร์ คนที่มึงตามจีบอยู่ไง
ก้าวทีละก้าว: วันนี้ผมน้อยใจเขาอยู่ เขาไม่มาทานข้าวเป็เพื่อนผม เพราะฉะนั้นหนึ่งวันนี้ผมไม่ตามจีบเขานะครับเพื่อลงโทษที่เขาเมินผม
ผมจงใจพิมพ์ข้อความตัดพ้อส่งให้อีกฝ่ายเพื่อที่เขาจะได้สำนึกความผิดที่บังอาจมาปฏิเสธผมอย่างไร้เยื่อใย โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าผมแล้ว
"น้อยใจอยู่เหรอ"
"ใช่!" เอ๊ะ กำลังจะพิมพ์ตอบกลับ แต่เหมือนผมจะได้ยินเสียงไอ้หน้าหล่อมันดังอยู่ใกล้มากเลยหรือว่าผมจะหูฝาดไปไม่นะ
เมื่อเกิดความลังเลไม่แน่ใจก้าวหน้าจึงละสายตาจากหน้าจอมือถือแล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้น
‘ใช่เลย ชัดเลย ไอ้พี่เสือใจดำ!’
"มองตาค้างแล้วนั่น" จะไม่ให้ตาค้างได้ยังไงครับก็คนที่ปฏิเสธผมก่อนหน้านี้กลับมายืนยิ้มให้กันอยู่ตรงหน้ามันแปลกมากครับ
"เฮ้ย พี่มาได้ไง? ไหนว่าไม่ว่าง ไม่สิๆ" ผมส่ายหน้าไปมาก่อนจะตั้งสติแล้วเรียบเรียงประโยคคำถามใหม่เพราะยังใที่จู่ๆเขาก็โผล่มากระทันหัน
"พี่มาได้ยังไง แล้วรู้ได้ไงว่าผมอยู่ร้านนี้อะ" ผมจ้องหน้าเขาเพื่อรอคำตอบให้หายค้างคาใจ
"บังเอิญน่ะ มาทำธุระแถวนี้ พอดีเห็นลูกหมานั่งกินข้าวอยู่คนเดียวเลยเดินมาทัก" ผมมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาชีวิตคนเรามันจะบังเอิญอะไรได้ขนาดนั้น ธุระอะไรของเขาทำไมถึงมาไกลจัง
"นี่ไม่คิดจะชวนนั่งหน่อยเหรอ?” ยืนอยู่นั่นแหละ เอาให้ขาแข็งไปเลยโทษฐานกล้าปฏิเสธผม
"ถ้าไม่อยากเมื่อยขาก็นั่งสิครับ ผมไม่ได้ติดป้ายว่าห้ามนั่งนะ"
"ปากดี" แล้วไงพูดเหน็บแนมผมแต่สุดท้ายก็ยอมนั่งกับผมอยู่ดีพี่ไทเกอร์นี่ก็แปลกคนดีเนอะ
"ไม่ได้ดีแค่ปากนะครับ อย่างอื่นก็ดีนะ พี่ลองไหม" ผมยกมือขึ้นเท้าคางแล้วจ้องหน้าเขาพร้อมกับยักคิ้วส่งยิ้มท้าทายให้คนหล่อตรงหน้า หึ อยากรู้เหมือนกันว่าคนหน้านิ่งแบบเขาจะโต้ตอบผมยังไง
"อืม…แล้ว…อะไรล่ะที่ว่าดี?" เหวอเลยครับเห็นหน้าดูนิ่งๆเขาก็ร้ายใช่ย่อยนะเนี่ย มีการยิ้มกริ่มแล้วยังถามย้อนกลับด้วยไม่ธรรมดานี่หว่า
งั้นก็มาลองกันสักตั้งใครจะชนะ!
"ก็ผมไงครับ…ดี ทุกอย่างั้แ่ตัวยันเงาเลยนะ" ผมยิ้มหวานแล้วพูดเว้น่ลากเสียงยาวพร้อมกับทำหน้าเชิญชวนเขา ซึ่งพี่เขาก็ยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ผมแล้วเริ่มใช้สายตาคมไล่สำรวจร่างกายของผมตามที่ผมพูดไว้เลยครับ ั้แ่ดวงตาใบหน้าไล่ลงไปที่ไหล่กว้าง ก่อนสายตาจะหยุดที่หน้าอกผม งานสายตามาเต็มขนาดนี้ พอโดนจ้องนานๆผมก็เริ่มจะหน้าร้อนขึ้นมาแล้วนะครับ
"พอๆเลิกมองได้แล้ว ผมแค่ล้อเล่น พี่จะกินอะไรก็สั่งสิ"ผมพูดออกมาอย่างขัดใจเพราะรู้สึกเหมือนกำลังเสียเปรียบคนตรงหน้า
"หึหึ บอกแล้วว่าไม่ได้มากินข้าว" ไทเกอร์ยกยิ้มแล้วลอบมองอีกฝ่ายที่กำลังทำหน้าบูดบึ้งไม่สบอารมณ์ด้วยความรู้สึกขบขัน
‘มองไปมองมาก็น่ารัก น่าแกล้งเหมือนกันนะเนี่ย’
"ไม่กิน! แล้วพี่นั่งลงทำไม"
"ก็แวะมาคุยกับลูกหมาขี้เหงา" เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้มบางให้ผมอ่าถ้าสาวๆมาเจอรอยยิ้มนี้คงเคลิ้มตามกันเป็แถบแน่ คิดจะเอาคืนผมหรือไงฝันไปเถอะ รอยยิ้มนี้มันใช้ไม่ได้กับผมหรอกนะ!
"พี่ไม่กิน งั้นผมจะกินแล้วนะหิวมากอะ"
ก้าวหน้าเลือกที่จะก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวผัดหมูจานโปรดโดยไม่ได้สนใจคนตรงหน้าที่กำลังนั่งมองเขาด้วยความเอ็นดู
กระทั่งเวลาผ่านไปครูใหญ่เมื่อไทเกอร์สังเกตว่าก้าวหน้าเริ่มจะอิ่มแล้วก็ยิ้มแล้วเอ่ยถามชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง
"กินข้าวเสร็จแล้ว จะไปที่ไหนต่อหรือเปล่า" ได้ยินคำถามผมก็เงยหน้าขึ้นแล้วใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป
"เพื่อนผมไม่ว่างเล่นด้วย ผมก็คงกลับไปนอนเล่นเกมที่ห้องมั้งครับ พี่ถามทำไม"
"ถ้าไม่ได้ไปไหน…ลองไปเดินตลาดเย็นด้วยกันไหม?" เขาถามผมด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่มันสร้างกลับสร้างความประหลาดใจให้ผมเป็อย่างมาก
"นี่พี่ชวนผมเดทเหรอครับ" ผมชักจะอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วสิครับอุณหภูมิบนหน้าก็เหมือนจะร้อนขึ้นมานิดหน่อยด้วยแหละ
‘ก็มีคนชวนเที่ยวแล้วนี่น่า’ *O*
"ก็ แล้วแต่จะคิด" เขาตอบน้ำเสียงแ่เบาแล้วส่งยิ้มมาให้ผมด้วย หึหึอย่าบอกนะว่าเริ่มหลงเสน่ห์ผมเข้าให้แล้ว
"ว่าไงจะไปไหม" พี่มันเลิกคิ้วแล้วถามย้ำอีกรอบหนึ่งเมื่อผมเอาแต่ยิ้มจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่จนลืมตอบถำถามเขา
"แฮะๆไปสิครับ"มีเหรอที่ผมจะปฏิเสธโอกาสดีๆแบบนี้คอยดูเถอะผมจะใช้ทุกจังหวะใช้ทุกกระบวนท่าทำให้พี่มันหลงรักหลงเอ็นดูผมให้ได้เลยอ่าเพียงแค่คิดผมก็รู้สึกแฮปปี้มากแล้วครับ