“หัว...หัวหน้า คุณมาที่นี่ได้ยังไงครับ” หวังป๋อถามเสียงสั่น
“่นี้มีข่าวลือไม่ค่อยดี มีคนบอกว่าฉันให้คนมาเก็บค่าคุ้มครองและรีดไถเงินชาวบ้าน ฉันก็เลยอยากมาดูว่าใครมันกล้าทำเื่อย่างนี้” เ้าของบ่อนตอบเสียงเรียบ
“รีดไถเงินชาวบ้านหรือครับ ผมไม่เคยได้ยินเื่อย่างนี้เลยนะครับ” หวังป๋อถามอย่างไม่เข้าใจ
“นายเข้ามาในบ้านนี้ทำไม” เ้าของบ่อนเริ่มคำถาม
“บ้านหลังนี้เป็ของน้องชายผมครับ น้องชายนัดให้ผมมาหา” หวังป๋อตอบอย่างตะกุกตะกัก
“แล้วตอนนี้น้องชายนายอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันไม่เห็นใครอยู่ที่บ้านหลังนี้เลยนอกจากพวกนาย” เ้าของบ่อนกวาดตามอง
“เขาไปขายของในเมืองน่ะครับ เขา...เขานัดผมมาจริงๆ ครับ” หวังป๋อพูดอย่างร้อนรน
“ไปค้นตัวเขาเดี๋ยวนี้!” เ้าของบ่อนหันไปสั่งลูกน้องเสียงดัง
ชายฉกรรจ์สามคนเดินเข้าไปค้นตัวหวังป๋อ แต่หวังป๋อขัดขืนทั้งหมดจึงต่อสู้กัน ไม่นานหวังป๋อก็ถูกชายฉกรรจ์สองคนจับแขนไว้คนละข้าง ชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งจึงเดินเข้าไปค้นตัวและล้วงเงินในกระเป๋ากางเกงของหวังป๋อออกมา
“นายครับ มีเงินอยู่ในตัวเขา 50 หยวนครับ”
“หวังป๋อ อธิบายให้ฉันฟังหน่อยว่าเงินนี่คืออะไร” เ้าของบ่อนโบกเงินที่อยู่ในมือ
“เป็เงินของน้องชายผมครับ น้องชายผมให้มา เขาให้มาเอาเงินกับเขาวันนี้ครับ” หวังป๋อรีบตอบ
“พี่ใหญ่ พี่เข้ามาทำอะไร แล้วคนพวกนี้เป็ใคร” เสียงของหวังอี้ฉือดังขึ้นอย่างไม่คาดคิด
“เ้ารอง แกรีบบอกหัวหน้าไปเร็วสิว่าเงินนี้เป็เงินที่แกให้ฉัน ฉันจะอธิบายให้แกฟังทีหลัง” หวังป๋อบอกกับน้องชาย
”น้องรอง เธอไม่คิดจะเลี้ยงดูพ่อแม่อีกแล้วใช่ไหม เงินแค่นี้เธอให้พวกท่านไม่ได้หรือ” สะใภ้ใหญ่รีบพูดเสริม
“พี่สะใภ้ใหญ่ ในอนาคตผมจะแสดงความกตัญญูอย่างไรก็เป็เื่ของผม ส่วนเงินนี่เป็เงินที่ผมจะเก็บไว้ให้กับลุงหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อเป็ค่าเช่า ผมไม่เคยบอกว่าจะเอาให้พวกพี่ หรือพี่คิดจะเข้ามาขโมยเงินของผม คนพวกนี้คือพรรคพวกของพี่อย่างนั้นหรือ ผมจะไปแจ้งความ” หวังอี้ฉือถามกลับพร้อมกับรีบเดินถอยหลังจะออกจากประตู
“น้องชายเข้าใจผิดแล้วล่ะ เราไม่ได้จะเข้ามาขโมยของ เพียงแต่เรามาทวงหนี้กับเขา” เ้าของบ่อนรีบพูดพร้อมกับชี้มือไปทางหวังป๋อ ก่อนจะพูดต่อ “น้องชายคนนี้เขาไม่ได้บอกว่าจะเอาเงินให้นายนี่หวังป๋อ นายคิดที่จะเข้ามาขโมยเงินของคนอื่นอย่างนั้นสินะ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกแก พวกฉันจะเข้ามาเอาเงินจากน้องชายแล้วมันผิดตรงไหน พวกแกเป็ใคร ทำไมต้องมายุ่งกับเื่นี้ด้วย พวกอันธพาล แกทำร้ายสามีฉัน ฉันจะไปแจ้งความ” สะใภ้ใหญ่ะโขึ้นอย่างทนไม่ไหว
“คุณ!! คุณหุบปากไปเลย ไม่รู้อะไรก็อย่าพูด” หวังป๋อหันไปตวาดภรรยา
“คุณจะมาเสียงดังใส่ฉันทำไม พวกเขาทำร้ายคุณนะ แล้วตอนนี้ยังเอาเงิน 50 หยวนของเราไปอีก” สะใภ้ใหญ่ะโกลับ
ก่อนที่หวังป๋อและสะใภ้ใหญ่จะได้โต้เถียงกันต่อ เ้าของบ่อนก็หันไปสั่งลูกน้องของเขา
“หาอะไรมาปิดปากพวกเขาไว้ แล้วก็พาพวกเขาทั้งสองคนไปบ้านตระกูลหวัง ฉันยังมีเื่อื่นที่ต้องสะสางกับครอบครัวนี้อีก”
“นายครับ แล้ว...” ชายฉกรรจ์หันไปทางหวังอี้ฉือ
“น้องชาย เงิน 100 หยวนนี่เป็ของนาย ถือเป็ค่าชดใช้กับความเสียหายที่เกิดขึ้นก็แล้วกันนะ แต่ฉันขอเตือนน้องชายเอาไว้ก่อนว่าเื่ในวันนี้ น้องชายก็อย่าไปทำให้มันกลายเป็เื่ใหญ่เลยนะ ถ้านายไม่อยากให้ครอบครัวของนายต้องเดือดร้อน” เ้าของบ่อนพูดกับหวังอี้ฉืออย่างข่มขู่
“คุณจะเอาเงินไปทำอะไรหรือคะ ฉันมีอยู่แค่ 5 หยวนเองค่ะ” สะใภ้สามบอกกับสามี
“ผมจะเข้าไปในเมืองน่ะคุณ เพื่อนผมเขาจะหางานให้ ผมก็เลยอยากจะเลี้ยงข้าวเขาสักหน่อย” หวังหลิงบอกภรรยา
“มันจะคุ้มไหมคะ เงินก้อนนี้เป็เงินก้อนสุดท้ายของเราแล้วนะคะ” สะใภ้สามพูดอย่างเสียดาย
“ผมถึงต้องรีบหางานให้ได้เร็วๆ ยังไงล่ะ ที่ผมทำทุกอย่างก็เพื่อคุณกับลูกของเรานะ” หวังหลิงพูดพลางลูบท้องของภรรยาอย่างรักใคร่
“ฉันเข้าใจค่ะ คุณอย่าลืมที่คุณสัญญากับฉันไว้นะคะ ถ้าคุณได้งานที่มั่นคงแล้ว เราจะแยกครอบครัวออกไปทันที”
“คุณไว้ใจผมเถอะ ผมจะให้คุณย้ายออกไปตามที่คุณ้า และจะไม่มีใครไปยุ่งเกี่ยวกับคุณอีกเลยล่ะ” หวังหลิงคิดในใจว่าเขาจะให้ภรรยาได้ย้ายออกไปแน่ แต่ไม่ใช่เพราะการแยกบ้าน จะเป็การย้ายออกเพราะเธอจะถูกหย่าต่างหาก
“ลูกสาม ลูกสาม ลูกรีบออกมาข้างนอกเร็วๆ เข้า พี่ใหญู่ถูกคนทำร้าย” เสียงนางกัวหลิวซื่อดังขึ้น
“แม่ว่ายังไงนะ พี่ใหญ่ถูกคนทำร้ายหรือ แล้วตอนนี้พี่ใหญ่อยู่ที่ไหน” หวังหลิงวิ่งออกมาด้วยความใ
“อยู่ที่ยังไงล่ะ” เ้าของบ่อนพูดพร้อมกับให้ลูกน้องโยนหวังป๋อและภรรยาไปด้านหน้า
“พวกแกเป็ใคร กล้ามาทำร้ายคนในครอบครัวฉัน พวกแกอยากถูกจับใช่ไหม ฉันจะไปแจ้งความ” นางกัวหลิวซื่อพูดอย่างโมโห
“อยากแจ้งความหรือ ได้สิ คุณไปแจ้งความเลยว่าหวังป๋อแอบเข้าบ่อนไปเล่นการพนัน ติดหนี้พนันอยู่ 100 หยวน และแอบปีนบ้านคนอื่นเพื่อขโมยของ ทุกอย่างที่พูดล้วนมีพยานและหลักฐาน” ชายฉกรรจ์ผู้ติดตามพูดแทนเ้าของบ่อน
“จะเป็ไปได้ยังไง ลูกชายของฉันสาบานกับฉันแล้วว่าเขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในบ่อนอีก เื่ติดหนี้และขโมยของยิ่งเป็ไปไม่ได้” นางกัวหลิวซื่อพูดอย่างไม่ยอมรับ
ชายฉกรรจ์เดินเอาหนังสือสัญญากู้ยืมไปวางไว้ต่อหน้านางกัวหลิวซื่อ แต่นางกัวหลิวซื่ออ่านหนังสือไม่ออก จึงส่งสัญญาให้หวังหู่เป็ผู้อ่าน เมื่อหวังหู่อ่านจบก็หันไปมองหน้าลูกชายคนโตด้วยความโกรธ หวังป๋อได้แต่ก้มหน้ามองพื้น
“ไปจับตัวหวังหลิงมาคุกเข่าต่อหน้าฉันและสั่งสอนให้เขารู้จักเจียมตัวสักหน่อย” เ้าของบ่อนสั่งลูกน้อง
ชายฉกรรจ์เดินไปจับตัวหวังหลิงให้มาคุกเข่าต่อหน้าเ้าของบ่อนและเริ่มลงมือทำร้ายหวังหลิงอย่างหนัก
“พวกคุณหยุด พวกคุณมาทำร้ายผมทำไม” หวังหลิงร้องห้ามด้วยความเ็ป
“หวังหลิงบอกฉันหน่อยสิ ในเมื่อแกมีเมียอยู่แล้ว ทำไมแกถึงไปหลอกคบผู้หญิงอื่นอีกหรือ” เ้าของบ่อนถาม
“คุณพูดอะไรผมไม่รู้เื่” หวังหลิงพูดปฏิเสธอย่างลำบาก
“ไม่รู้เื่หรือ เด็กๆ” เ้าของบ่อนหันไปสั่งลูกน้องให้ลงมือกับหวังหลิงต่อ
“พวกคุณหยุดเดี๋ยวนี้ หยุดทำร้ายสามีฉัน” เสียงสะใภ้สามดังขึ้นพร้อมกับวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าสามี
“เธอเป็ภรรยาของเราหรือ เธอรู้ไหมว่าสามีเธอแอบไปคบหากับผู้หญิงคนอื่นอยู่” เ้าของบ่อนถามขึ้น
“ไม่มีทางหรอก สามีฉันเป็คนดี เขารักฉันกับลูกมาก เขาไม่มีทางนอกใจฉันแน่นอน” สะใภ้สามตอบอย่างมั่นใจ
“อย่างนั้นหรือ ฉันจะพิสูจน์ให้เธอดู” เ้าของบ่อนพูด